ตอนที่ 21 พวกเราอาบน้ำด้วยกัน (1)
กู่ซู่กับคนอื่นๆ สบตากัน ความจริงพวกเขารู้มาตลอดว่าเก่อเซียงอี้ชอบลี่หนานเสวียน แต่ลี่หนานเสวียนกลับมองเธอเป็แค่น้องสาว ไม่เคยคิดไปในทางอื่น
ลี่หนานเสวียนเองก็รู้เื่นี้ เขาเคยบอกเป็นัยกับเก่อเซียงอี้หลายครั้ง ว่าเขาจะไม่มีวันรู้สึกกับเธอแบบชายหญิง และเพราะแบบนั้น เขาจึงหลบไปอยู่ในกองทัพ ไม่เจอหน้าเธอเป็เวลานานเพื่อให้เธอค่อยๆ ละทิ้งความรู้สึกนี้ไป
“นายจะให้ฉันเป็สักขีพยานในการแต่งงานของนายงั้นเหรอ” เก่อเซียงอี้มองลี่หนานเสวียนอย่างไม่อยากจะเชื่อ คนที่เธอชอบมาขอให้เธอมองเขาแต่งงานกับคนอื่น ช่างโหดร้ายราวกับมีดปักเข้ากลางใจ เจ็บจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอสูดหายใจลึก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ขอโทษนะ ฉันทำไม่ได้ที่ต้องทนมองคนที่ฉันชอบแต่งงานกับคนอื่น ฉันไม่อยากเห็นเลย อาเสวียน นายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันชอบนาย... ชอบมาก ชอบมากๆ...”
เธอคิดว่าถ้าไม่พูดความรู้สึกของตนเองออกไปตอนนี้ อนาคตก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว “ชอบมากจนต้องระวังตัวเอง ชอบจนไม่กล้าพูดออกมา ฉันชอบนายมาหลายปีแล้ว ั้แ่ยังไม่เข้าใจเื่ความรักดีด้วยซ้ำ หัวใจก็เป็ของนายไปแล้ว นายจะไม่ให้โอกาสฉันได้รักนายดีๆ บ้างเหรอ ถ้านายอยากแต่งงาน ฉันก็ทำได้ อนาคตฉันสามารถให้กำเนิดลูกให้นายได้ด้วย เรารู้จักกันมายี่สิบกว่าปีแล้ว ความสัมพันธ์ของเราลึกซึ้งกว่าใครทั้งนั้น”
ทุกคนหันไปมองลี่หนานเสวียน
ลี่หนานเสวียนลูบผมลู่โจวเบาๆ “ฉันชอบแค่เขา”
เก่อเซียงอี้ร้อนรน “พวกนายเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน ฉันไม่เชื่อว่านายจะรู้สึกกับใครเร็วขนาดนั้น”
“แค่เสี่ยวโจวรับรู้ว่าฉันชอบเขาก็พอ ไม่จำเป็ต้องให้เธอเชื่อ”
ลู่โจวอดยิ้มน้อยๆ ไม่ได้ เขาดึงมือที่วางอยู่บนท้ายทอยลงมากุมไว้แน่น ฝ่ามืออุ่นๆ นั้นทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและมั่นคง
เก่อเซียงอี้น้ำตาคลอ “ฉันกับนาย...เป็ไปไม่ได้จริงๆ เหรอ”
ลี่หนานเสวียนแสดงท่าทีหนักแน่น ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย “ใครก็ไม่อาจเปลี่ยนความคิดของฉันที่จะแต่งงานกับเสี่ยวโจวได้”
เมื่อเห็นแววตาของลี่หนานเสวียนที่มองเธอโดยไร้ความรู้สึกแบบชายหญิง รวมถึงมือของเขากับลู่โจวที่กุมกันแน่น เก่อเซียงอี้ก็รู้ว่าไม่มีที่ให้เธอแทรกตัวเข้าไปได้อีกแล้ว น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะอยู่ที่นี่อีกแล้ว จึงก้มหน้าเร่งฝีเท้าไปยังประตูโดยไม่แม้แต่จะหยิบเสื้อคลุม เปิดประตูแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
คนในห้องรับรองฝั่งตรงข้ามมองผ่านกระจก เห็นเก่อเซียงอี้วิ่งออกไป ไม่นานก็พากันละสายตากลับมา
ภายในห้องรับรองจินอวี้ถัง กู่ซู่รีบตามไป แต่พอเดินถึงหน้าประตูกลับถูกเหลยจุนเรียกไว้ “อาซู่ กลับมา”
กู่ซู่หันไปมองลี่หนานเสวียนแล้วพูดว่า “อาเสวียน นายใจร้ายเกินไปแล้ว”
ซย่าเหยียนปินเอ่ย “ถ้าอาเสวียนไม่เด็ดขาด เซียงอี้ก็คงคิดว่ายังมีโอกาส ไม่สู้พูดให้ชัดเจนไปเลยเธอจะได้ตัดใจ”
กู่ซู่ถอนหายใจ “ฉันเข้าใจ ตอนนี้ได้แต่หวังว่าเซียงอี้จะไม่คิดสั้นไปเสียก่อน”
ลี่หนานเสวียนตอบ “ไม่ต้องห่วง เธอไม่เป็อะไรหรอก”
เผยฝานเปลี่ยนเื่ “สั่งอาหารเร็วเข้าเถอะ ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว”
ลี่หนานเสวียนเรียกหัวหน้าบริกรเข้ามา
ซูจ่านตบไหล่ลี่หนานเสวียน “ฉันขอแสดงความยินดีกับนายล่วงหน้าตรงนี้นะ”
“ตอนแรกยังคิดว่าในกลุ่มพวกเรา อาเสวียนน่าจะเป็คนที่แต่งงานช้าที่สุด ไม่คิดเลยว่าเ้าหมอนี่จะแอบมีคู่เงียบๆ ไปซะแล้ว เดี๋ยวพอเหล้ามา ต้องโดนลงโทษสักแก้ว” กู่ซู่จัดเรียงแก้วบนโต๊ะ
“ไม่มีปัญหา” ลี่หนานเสวียนดึงลู่โจวให้นั่งลง “แต่คืนนี้ฉันต้องขับรถกลับ ดื่มได้แค่แก้วเดียว มากกว่านั้นไม่ได้”
“ได้”
เผยฝานกับคนอื่นๆ นั่งลง แล้วเริ่มซักไซ้ลี่หนานเสวียนกับลู่โจวว่ารู้จักกันได้อย่างไร พอได้ยินว่าทั้งสองคนเพิ่งรู้จักกันจากการนัดดูตัวเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ยิ่งใ คิดเหมือนเก่อเซียงอี้ว่าระหว่างลี่หนานเสวียนกับลู่โจวคงไม่มีความรู้สึกจริงๆ ต่อกัน ไม่แน่อาจจะเป็แค่การแสดงละครเพื่อปฏิเสธเก่อเซียงอี้เท่านั้น
ทว่าระหว่างมื้ออาหาร พวกเขาเห็นลี่หนานเสวียนคอยดูแลลู่โจวทุกอย่าง พวกเขาก็ลืมความคิดพวกนั้นไปหมดสิ้น
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะลู่โจวเื่มากจนต้องให้คนอื่นคอยดูแล และก็ไม่ใช่ว่าเขาอยากอวดความหวานต่อหน้าเพื่อนของลี่หนานเสวียน แต่เป็เพราะวันนี้เขาดวงซวยสุดๆ ไม่ว่าจะคีบอะไรก็ตะเกียบหัก ขนาดทานอาหารยังเคี้ยวเจอหินก้อนเล็กขนาดเท่าเล็บนิ้วก้อยที่มีสีแทบไม่ต่างจากข้าวเสียงดัง ‘กร๊อบ’ จนคนทั้งห้องหันมามองเขาเป็ตาเดียว
ลู่โจวรีบคายข้าวออกด้วยความอับอาย นึกสงสัยอยู่ในใจว่าตอนอยู่บ้านตระกูลลี่ไม่เห็นเจอเื่แบบนี้เลย ทำไมพอออกมาทานอาหารข้างนอกถึงซวยขนาดนี้
กู่ซู่หัวเราะ “เสี่ยวโจว ผมว่าคุณนี่ดวงซวยจริงๆ ตอนตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลของผมเครื่องมือก็ขัดข้องตลอด นี่ขนาดภัตตาคารเก่าแก่อย่างภัตตาคารเทียนซย่า อาหารทุกจานผ่านการตรวจสอบอย่างดี ไม่มีปัญหาแน่นอน แต่คุณกินแล้วดันเจอก้อนหินเสียได้”
ลู่โจวรู้สึกจนปัญญา “ผมดวงซวยจริงๆ ถึงขนาดไม่กล้ากินปลาเพราะกลัวก้างติดคอ”
ลี่หนานเสวียนเลิกคิ้วขึ้น แล้วคีบเนื้อปลาชิ้นหนึ่งขึ้นมา ค่อยๆ คัดก้างเล็กๆ ออกทีละเส้นอย่างตั้งใจ แล้ววางลงในชามของลู่โจว “ผมเอาก้างออกหมดแล้ว ไม่มีเหลือแม้แต่เส้นเดียว กินได้เต็มที่เลย”
“ขอบคุณครับ” ลู่โจวเชื่อใจลี่หนานเสวียนโดยไม่ลังเล ตักเข้าปากคำโตอย่างอารมณ์ดี เขาชอบกินปลา แต่ทุกครั้งที่กินก็มักจะมีก้างติดคอ ถึงระวังแค่ไหนก็เลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเลิกกินปลาไปโดยปริยาย