ชายหนุ่มไม่มีเวลาให้คิดนานเพราะยังต้องไปตกปลามาเก็บเอาไว้เขาเดินกลับเข้าไปในบ้านหยิบเอาคันเบ็ดและสวิงตักปลามา แล้วก็เดินออกมาหยิบถังน้ำที่ใหญ่กว่าเดิมและถุงผ้าที่ยังพอใช้การได้
จากนั้นก็เดินออกจากประตูบ้านหลังเล็กมุ่งหน้าไปยังคลองส่งน้ำติดเชิงเขาของหมู่บ้าน
ครั้งนี้ระหว่างทางที่เดินไปนั้นเขาได้พบกับลูกชายของลุงหลินชายหนุ่มจึงหยุดฝีเท้าเพื่อทักทายอีกฝ่าย “พี่หลงกำลังจะไปไหนเหรอครับ”
อาหลงลูกชายของลุงหลินมองจางิอย่างเหยียดๆเมื่อวานผู้เป็พ่อกำชับให้เขาแบกฟืนมาให้เ้าคนไร้ค่านี่ตั้งหลายมัดแต่มีหรือที่เขาจะยอมเอาฟืนที่หามาด้วยความยากลำบากมาให้คนไร้ค่าแบบนี้เขาจึงไปฟ้องผู้เป็แม่และบ้านก็ร้อนเป็ไฟขึ้นมาทันที
“นายมีอะไรกับฉันเหรอจางิหรือว่าจะทวงฟืนที่พ่อฉันรับปากว่าจะให้นายล่ะ” อาหลงเอ่ยออกมาเสียงดังทำให้หลายคนที่กำลังหาบน้ำกลับบ้านมองจางิด้วยสายตาดูแคลน
จางิถึงกับยิ้มเจื่อนเพราะไม่อาจเก็บอาการได้ทันแต่ไม่นานก็ยิ้มได้อีกครั้ง “ผมจะให้พี่หลงทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ”
“คิดได้แบบนี้ก็ดี”อาหลงพูดแล้วก็เตรียมตัวจะเดินจากไปแต่เขาก็ชะงักฝีเท้าแล้วก็หันมากำชับจางิอีกประโยค"ไข่สามฟองกับผักป่าอย่าลืมเอามาคืนด้วยล่ะจางิ"แล้วเขาก็เดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามองให้เสียสายตา
จางิเองก็ไม่อาจฝืนยิ้มได้อีกต่อไปเช่นกันเขารีบเดินออกไปจากตรงนั้นด้วยความรวดเร็ว
จะว่าไปแล้วอายุของจางิทั้งสองยุคนั้นก็ห่างกันไม่มากการพูดการแสดงออกจึงไม่ค่อยแตกต่างกันสักเท่าไหร่เพียงแต่ด้วยจิติญญาของเขาที่อายุยี่สิบสองปีแล้วทำให้เก็บสีหน้าและอารมณ์ได้นานกว่าจางิที่มีอายุเพียงสิบแปดปีก็เท่านั้น
แต่มันก็ไม่ได้ดีกว่ากันสักเท่าไหร่เวลานี้ลูกชายของลุงหลินพูดออกมาตรงๆและแสดงความเป็ปฏิปักษ์อย่างชัดเจนต่อหน้าคนมากมายมีทางเดียวที่จะเลี่ยงการมีปัญหาจากคนอื่นที่จะเข้ามาแทรกก็คือรีบเดินหนีให้เร็วที่สุด
ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสารชะตากรรมของตัวเองในยุคนี้และพอยิ่งคิดก็ยิ่งเดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาก็เร่งฝีเท้าจนกลายเป็วิ่ง
ผู้คนที่อยู่ด้านหลังต่างก็หัวเราะเยาะหยันเขาอย่างเห็นเป็เื่สนุกและก็มีคำพูดดูถูกอีกมากมายหลายประโยคตามหลังมา
หมู่บ้านสกุลหลินแห่งนี้ช่างไม่เหมาะกับเขาจริงๆ
ยังดีที่เมื่อเริ่มตกปลาแล้วมีปลามากมายมาให้เขาใช้สวิงช้อนตักได้อย่างง่ายดายพอปลาเต็มถังและถุงผ้าเขาก็รีบกลับบ้านเพื่อเอาปลาไปเก็บไว้ในบ่อหินข้างห้องครัวจากนั้นก็รีบวิ่งกลับไปตกปลาอีกครั้ง
“เสี่ยวิเธอจะไปไหนน่ะ”ป้าหลินที่กำลังจะไปตักน้ำที่บ่อน้ำสาธารณะของหมู่บ้านร้องถามจางิด้วยความเป็ห่วง
“ผมจะไปตกปลาครับป้าหลิน”
“เมื่อวานเธอตกปลาแล้วไม่ได้ปลาเหรอทำไมวันนี้ถึงยังไปที่นั่นอีกล่ะ หลานชายของป้าเขาบอกว่าเมื่อวานนี้ตอนที่เขาหาปลาอยู่ที่คลองส่งน้ำตรงนั้นเขาเจองูตั้งหลายตัวเลยนะ”
จางิรีบตอบทันที “ได้สิครับป้าหลินแต่ผมคิดว่า่นี้อากาศยังไม่ร้อนมากหาปลาเอามาทำปลารมควันเก็บเอาไว้มากหน่อยก็จะไม่ต้องลำบากออกไป่หน้าร้อนน่ะครับส่วนเื่งูเมื่อวานผมอยู่ที่นั่นไม่นานก็เลยไม่เจอสักตัวเลยครับ”
“เป็แบบนี้นี่เองวันนี้ก็อย่านั่งแช่อยู่ที่นั่นนานล่ะ”
“ครับป้าหลิน”รับคำอย่างแข็งขันแล้วจางิก็รีบเดินเร็วๆแยกไปทางคลองส่งน้ำทันที
ป้าหลินที่มองตามหลังจางิก็ได้แต่ทอดถอนใจเธอเองก็ช่วยเขาได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น คงต้องแล้วแต่โชคชะตาของเขาแล้วจริงๆ
จางิเมื่อกลับมาถึงที่คลองส่งน้ำเขาก็หยิบคันเบ็ดที่วางเอาไว้ขึ้นมาพร้อมกับนำเหยื่อมาเกี่ยวเข้ากับตะขอเบ็ดจากนั้นก็เหวี่ยงออกไป
รออยู่ไม่นานเขาก็เห็นปลาฝูงใหญ่แหวกว่ายเข้ามาใกล้กับทุ่นของเขามุมปากของจางิยกขึ้นอย่างมีความสุขและเพียงไม่นานปลาตัวใหญ่ก็ฮุบเหยื่อ
เขาค่อยๆดึงเข้าหาตลิ่งส่วนอีกมือก็ควานหาสวิงตักปลาเพื่อจะได้ช้อนเอาปลาขึ้นมาพร้อมกันเลย
จังหวะที่เขาใช้สวิงตักปลาขึ้นมานั้นหางตาของเขาก็เห็นตัวอะไรบางอย่างลอยอยู่ในน้ำ
จางิถึงกับมือไม้สั่นแต่ก็ตักปลาทั้งหมดขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว เขาเทปลาทั้งหมดลงในถังจากนั้นก็รีบเก็บข้าวของทั้งหมดวิ่งกลับบ้านหลังเล็กของตัวเองทันที
สิ่งที่เขาเห็นก็คืองูตัวใหญ่เกือบสิบตัวลอยอยู่ในคลองส่งน้ำห่างจากจุดที่เขานั่งอยู่ไปแค่สิบเมตรเท่านั้น ถ้ามันจะจู่โจมเข้ามาจริงๆเขาคงไม่รอดแน่
พรุ่งนี้คงต้องเปลี่ยนจุดเสียแล้วคิดแล้วก็ยิ่งวิ่งเร็วอย่างไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย
ป้าหลินที่เพิ่งจะได้คิวตักน้ำมองตามแผ่นหลังของจางิด้วยความสงสัย แต่พอคิดถึงอะไรบางอย่างได้ก็เริ่มเข้าใจจางิคงจะเจองูเข้าให้แล้ว เด็กคนนี้น่าสงสารจริงๆไม่รู้ว่าอาหารของเขาจะกินได้ไปถึงวันไหน
ด้านของจางิเมื่อวิ่งกลับมาถึงบ้านแล้วเขาก็ยืนหอบอยู่หน้าลานบ้านเป็ครู่ใหญ่
พอหายเหนื่อยแล้วก็รีบหิ้วถังปลาไปเทลงที่บ่อหินข้างห้องครัว
“ดีนะที่วันนี้ได้มาสามสิบกว่าตัวและก็มีแต่ตัวใหญ่ๆทั้งนั้นพรุ่งนี้คงต้องลองไปหาดูที่แปลงนาด้วยได้หอยหรือกุ้งก็ยังดีกว่าไม่มีเสบียงเก็บเอาไว้กิน”เอ่ยกับตัวเองพลางก็เทปลาลงบ่อหินอย่างเบามือ
ยิ่งได้เห็นปลาที่แหวกว่ายไปมาในบ่อหินเขาก็ยิ่งเบาใจอย่างน้อยก็มีปลาให้กิน
“จางิ!! จางิ!! นายอยู่บ้านหรือเปล่า เมื่อกี้ฉันมาหานายไม่มีคนอยู่บ้านเลย”พี่ใหญ่และน้องชายของหลินอ้ายถงยืนอยู่หน้าประตูบ้านของจางิโดยไม่คิดที่จะก้าวเท้าเข้ามาในบ้านของอีกฝ่าย
จางิได้ยินเสียงคนเรียกก็รีบเดินมาพอเห็นว่าเป็ใครก็รู้ว่าพวกเขามาทำไม
“พี่เหิง มาหาผมทำไมเหรอครับ”
หลินเหิงอี้พี่ใหญ่ของหลินอ้ายถงมองอีกฝ่ายเหยียดๆแต่ก็ยังยื่นถุงกระดาษที่มีหมั่นโถวฟักทองสองก้อน ส่งให้จางิ“นี่เป็ของที่อ้ายถงสั่งเอาไว้ เธอบอกว่าให้พวกเราเอามาให้นาย”
จางิมองหมั่นโถวแล้วก็มองคนทั้งสอง ก่อนจะรับเอาถุงหมั่นโถวมา“ลำบากพี่กับอาไห่แล้ว”
หลินเหิงอี้ส่งเสียงในลำคออย่างรำคาญแล้วก็ได้พูดสำทับไปอีกยืดยาว“อย่าคิดว่าพวกเราจะเอาอาหารมาส่งให้นายทุกวันล่ะ ถ้าไม่เห็นแก่หน้าอ้ายถงล่ะก็ฉันไม่มีทางมาเหยียบที่นี่เด็ดขาด”
“ขอบคุณพี่เหิงมากๆนะครับ”ถ้าจะทำตัวเย่อหยิ่งบอกออกไปว่า ไม่อยากมาเหยียบที่นี่ก็ไม่ต้องมาสิแต่ถ้าพูดแบบนั้นออกไปเขาก็จะไม่มีโอกาสจะได้พบหน้าหลินอ้ายถงทำให้ยามนี้ได้แต่จำยอมคนพวกนี้ไปก่อน
“อืม นายอย่าได้ใจไปล่ะน้องสาวของฉันทำดีกับนายเพราะนายช่วยชีวิตเธอ อย่าได้คิดว่าน้องสาวของฉันรักใคร่อะไรนายล่ะ”
คราวนี้จางิไม่คิดจะตอบอะไรออกไปใครกันแน่ที่เข้าหาเขาก่อน จนเขายอมรับเป็แฟน แต่นั่นมันก็เื่ของอีกยุคสมัยสถานะของเขากับเธอตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว
หลินเหิงอี้เขม้นมองจางิด้วยสีหน้าถมึงทึงก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับน้องชาย
พอคนจากไปแล้วชายหนุ่มก็ได้เดินไปปิดประตูบ้านเอาไว้ แล้วก็เดินกลับมาดูปลารมควันที่ลานหน้าบ้านเห็นว่ายังไม่ได้ที่ก็หยิบเอากิ่งสนและเปลือกส้มใส่ลงไปอีก
ระหว่างนั้นก็หยิบเอาหมั่นโถวหนึ่งลูกขึ้นมากัดกินบรรเทาความหิวเอาไว้อีกสักพักเขาจะไปทำอาหาร
วันเวลาผ่านไปได้สองเดือนกว่าจางิยังคงออกจากบ้านทุกวันเพื่อหาอาหารมาตุนเอาไว้เป็เสบียงส่วนพี่ชายและน้องชายของหลินอ้ายถงนั้นสามสี่วันถึงมาส่งอาหารให้เขาสักครั้ง และพอเวลาผ่านไปก็เงียบหายไปเลยแต่เขาก็ไม่ได้เดือดร้อนเพราะมีอาหารสะสมเอาไว้มากพอสมควรแล้ว
ส่วนหลินอ้ายถงนั้น แม้จะกลับมาที่หมู่บ้านสกุลหลินเธอก็ไม่มาพบเขาเลย นี่ทำให้จางิคิดหนักและก็พอจะมีคำตอบให้กับตัวเองบ้างแล้วทว่าเขาก็ยังคงอยากจะรั้งความหวังนี้เอาไว้กับตัว ไม่อยากจะยอมรับความจริงที่มันโหดร้าย
“นี่ๆๆพวกเธอเห็นรถสามล้อของแม่สื่อจากในเมืองหรือเปล่ามาที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านอีกแล้วนะ”
“เห็นสิต้องเป็เื่มงคลของแม่หนูอ้ายถงแน่ๆ ถ้าไม่รีบหมั้นคนเอาไว้ั้แ่ตอนนี้พอเธอสอบติดมหาวิทยาลัยแล้วผู้ชายคนนั้นก็คงไม่มีโอกาสแน่ๆ”
“ใช่ๆๆ ทางนั้นก็เลยต้องรีบส่งแม่สื่อมาฉันแอบได้ยินมาว่าค่าสินสอดของหนูอ้ายถงน่ะไม่น้อยเลยน่ะ ได้ตั้งห้าพันหยวนแน่ะถ้าเป็ลูกสาวของฉันที่ได้สินสอดเยอะแบบนี้ก็คงฉลองกันั้แ่วันนี้แล้วล่ะ”
“เฮ้อ!! นั่นลูกของหัวหน้าหมู่บ้านเชียวนะ จะให้น้อยหน้าคนอื่นได้ยังไงส่วนลูกชาวบ้านอย่างพวกเราได้สักห้าร้อยหยวนก็ถือว่าดีมากแล้วล่ะ”
“เฮ้อ!นั่นก็จริง ไปเถอะๆ มัวแต่คุยกันเดี๋ยวก็ต้องไปต่อแถวรอตักน้ำอีกหรอก”
“ไปๆๆ รีบไปกัน”
เสียงของเหล่าชาวบ้านกลุ่มใหญ่เดินผ่านหน้าบ้านของจางิไปแล้วแต่ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่ที่ลานหน้าบ้านหลังเล็ก หมัดของเขากำแน่นจนขึ้นข้อขาว เื่มันเป็แบบนี้นี่เอง
แฟนสาวที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องเพราะรักและให้เกียรติแต่พอเธอได้ทะลุมิติมาที่นี่กลับไม่มีแม้แต่คำอธิบายให้เขาคิดจะเลิกกันก็ควรจะบอกเขาก่อนไม่ใช่เหรอ
ไวเท่าความคิด จางิรีบเดินออกจากบ้านของตัวเองแล้วก็ก้าวฉับๆเข้าไปในหมู่บ้านทันที
ชั่วขณะที่เขากำลังจะถึงบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านนั้นเขาก็เห็นว่าหัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาเดินมาส่งหญิงเ้าเนื้อวัยกลางคนแต่งตัวดีด้วยใบหน้าแจ่มใส
ไม่ต้องให้ใครบอกก็รู้ได้ว่าการเจรจาในวันนี้คงจะประสบความสำเร็จ
ชายหนุ่มรู้สึกไร้เรี่ยวแรงในทันทีอารมณ์คุกรุ่นและพลุ่งพล่านเมื่อครู่นี้ อันตรธานหายไปทางไหนแล้วก็ไม่รู้
กว่าจะเดินไปถึงหน้าประตูบ้านของพวกเขาได้หัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาก็เดินกลับเข้าที่ลานบ้านของพวกเขาแล้ว
จางิคิดจะก้าวตามเข้าไป แต่จู่ๆประตูก็ถูกปิดลงในฉับพลันทันใด
เขาจึงได้แต่ยืนมองประตูอยู่ตรงนั้นเผื่อว่าจะมีใครบางคนมาเปิดประตูอีกครั้งเขาจะได้เดินเข้าไปถามเื่นี้กับหลินอ้ายถงอย่างเปิดเผยแต่รออยู่นานก็ไม่เห็นมีใครมาเปิดประตูสักคน
ไม่เพียงเท่านั้นเขายังได้ยินเสียงใสๆของหลินอ้ายถงพูดออกมาอย่างตื่นเต้นอีกด้วย
“พ่อ แม่ ฉันมีเื่จะบอกค่ะ”หญิงสาวที่บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและรื่นรมย์ มองพ่อกับแม่ยิ้มๆ
“มีอะไรเหรออ้ายถงหรือลูกคิดว่าเงินค่าสินสอดมันน้อยไป เื่นี้จะโทษพ่อกับแม่ไม่ได้นะถ้าพวกเขามาพูดตอนที่ลูกสอบติดมหาวิทยาลัยแล้วพวกเราก็อาจจะเรียกได้มากกว่านี้แต่พวกเขาก็ยังมอบจักรยาน โทรทัศน์สีกับจักรเย็บผ้าและของใช้ต่างๆอีกหลายรายการเลยนะ”ผู้เป็แม่พูดกับลูกสาวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แค่นี้ก็ทำให้เธอกับสามีได้หน้าเยอะแล้วส่วนเงินสินสอดห้าพันหยวนนั้นก็ถือว่ามากกว่าผู้หญิงในสิบลี้แปดหมู่บ้านแล้ว
หลินอ้ายถงเพียงแค่ส่ายหน้าแล้วก็นำเอาทองคำแท่งออกมาจากมิติ“เงินสินสอดเท่าไหร่ก็ช่างเถอะค่ะ พ่อกับแม่ดูนี่สิคะนี่ต่างหากที่มีค่ากว่าสินสอดพวกนั้น ไม่ว่าฉันจะแต่งงานกับใครพ่อกับแม่ก็จะได้รับผลประโยชน์ตลอดไปค่ะ”
“นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นอ้ายถง”หัวหน้าหมู่บ้านมองลูกสาวอย่างตื่นตระหนก
หลินอ้ายถงมองพี่ใหญ่เล็กน้อยเขาก็รีบเดินเข้ามาช่วยอธิบายในทันที “พ่อกับแม่จำตอนที่อ้ายถงถูกงูกัดบนูเาเมื่อสองเดือนก่อนได้ไหมครับ”
“จำได้สินั่นคือเื่ที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของแม่แล้ว”พูดพลางเธอก็รั้งตัวลูกสาวเข้ามากอด สายตาก็มองดูทองคำแท่งในมือลูกสาวไปด้วยกะน้ำหนักโดยคร่าวๆแล้วน่าจะหนักถึงสองชั่ง แค่คิดก็รู้สึกหวานล้ำไปทั้งใจแล้ว
“นั่นแหละครับพอฟื้นขึ้นมาเธอก็ได้รับพลังวิเศษมาจากเ้าูเาสิ่งที่ว่านั่นก็คือแหวนหยกวิเศษครับและภายในแหวนหยกวิเศษนั่นก็มีทั้งเงินทองอาหารและของใช้มากมายอ้ายถงของพวกเราเป็ผู้ถูกเลือกจากท่านเ้าูเาของหมู่บ้านสกุลหลินครับ”
สองสามีภรรยามองหน้ากันไปมา ก่อนจะยอมรับได้อย่างรวดเร็ว
“ถ้าอย่างนั้นท่านเ้าูเาได้เสนอข้อแลกเปลี่ยนอะไรหรือเปล่าอ้ายถง”น้ำเสียงที่ถามออกไปเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและเอาใจใส่ทั้งยังเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ค่ะพ่อท่านเ้าูเาสงสารเห็นใจครอบครัวของพวกเรา ก็เลยมอบแหวนหยกให้ฉันมาค่ะ”
“ดีๆๆลูกเก็บเอาไว้ให้ดีอย่าบอกคนนอกล่ะเข้าใจไหม”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะพ่อ”