ตอนที่ 191 ปิดฉาก
ช่วงเวลาเป็นตายสั่งให้มันพนันสิ่งที่มันจะทำต่อจากนี้ด้วยชีวิต มันไม่อาจขยับเขยื้อนได้มากเพราะแรงดันที่บีบร่างของมันในเวลานี้ หากแรงดันนั้นก็ไม่มากพอจะขยี้ร่างของมันได้โดยตรง เป็นดั่งกรงขังที่จำกัดการเคลื่อนไหวซ้ายขวาของมันเท่านั้น
หัวหมาป่าของมันบิดกระตุกอย่างรุนแรง มันฝืนบิดคอของร่างหมาป่าจนเกิดเสียงกระดูกและกล้ามเนื้อดังลั่น เมื่อถึงจุดหนึ่ง คอหมาป่าของมันก็หักลงโดยสมบูรณ์
นัยน์ตาของหัวหมาป่าไร้ประกาย หัวนั้นที่หักจากการฝืนบิดคอห้อยลงอย่างผิดรูป หัวฝั่งหมาป่าไร้ประกายแห่งชีวิตอีกต่อไป
นิทานมองการกระทำของมันอย่างไม่เข้าใจนัก หากเพียงครู่ต่อมาขนทั่วร่างของเขาก็ลุกชูชัน
หัวที่หักลงและตายแล้วข้างนั้นบิดงอมากพอจะเห็นตัวเขาอยู่ในระยะสายตา! พลังจางหายของเขาไม่มากพอจะกลบเกลื่อนไอพลังมหาศาลจากการประสานหัตถ์ได้นานนัก
เขาไม่เคยคิดแม้แต่น้อยว่าแม้ยามหัวนั้นตายไปแล้วหัวสิงโตก็ยังสามารถใช้คำแห่งพลังได้!
หากจะให้ถูกต้องยิ่งกว่าคือ เขาไม่เคยคิดว่าสัตว์อสูรตัวนี้จะใจเด็ดถึงขั้นหักคอข้างหนึ่งของตัวเองทิ้งเพื่อให้สามารถโจมตีตอบโต้ได้!
ความคิดของเขาถูกยืนยันเมื่อนัยน์ตาหมาป่าที่ไร้แววนั้นยามนี้ปรากฏแสงเรืองรอง พลังจิตวิญญาณเข้มข้นไหลบ่าเข้าสู่ดวงตาคู่นั้น ดวงตาของศพไร้ชีวิตที่จับจ้องมาทางเขานั้นราวกับกำลังจะท้าให้เขาแลกชีวิตไปกับมัน
เขาไม่อาจยกเลิกการใช้ท่าประสานหัตถ์ได้ หากเขายกเลิกสัตว์อสูรตัวนี้จะกลายเป็นอิสระอีกครั้งหนึ่ง ทางที่ดีที่สุดคือให้เขาฝืนรับการโจมตีนี้ไว้ได้ แล้วจึงให้วัชระดาวตกของคีตาปิดฉาก
ติดเพียงเล็กน้อยตรงที่ว่าการโจมตีแบบแลกชีวิตครั้งนี้ดูจะรุนแรงเป็นพิเศษ นัยน์ตาไร้ชีวิตยามนี้อัดแน่นไปด้วยพลังจิตวิญญาณที่มากยิ่งกว่าที่เคย มากยิ่งกว่าการยิงครั้งไหน ๆ ยิ่งมันใช้เวลารวมพลังเช่นนี้ยิ่งทำให้นิทานมั่นใจว่ามันตั้งใจให้การโจมตีนี้สังหารเขาให้ได้
เห้ย ๆ ล้อกันเล่นมั้ยวะเนี่ย ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของนิทานซีดลงน้อย ๆ เหงื่อเม็ดโตไหลลงมาตามใบหน้า การโจมตีแบบทุ่มสุดชีวิตของสัตว์อสูรระดับอริยะ พูดตามตรงเขาไม่มั่นใจว่าตนจะสามารถรอดชีวิตได้หากรับเข้าไปตรง ๆ
คีตาเตรียมยิงวัชระดาวตกในทันทีเมื่อมันเห็นสถานการณ์ หากนิทานกลับห้ามไว้ หากการโจมตีนี้ฆ่ามันไม่ได้จะมีปัญหามากมายตามมาอีกมาก ยิ่งมันสามารถสร้างร่างแยกได้เช่นนั้นอย่าหวังว่าพวกเขาจะได้สำรวจสบาย ๆ อีกเลย
อีกหนึ่งเหตุผลเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาเอง สัตว์อสูรตัวนี้ฆ่าสเตลล่า!
เมื่อมันเห็นว่านิทานเริ่มมีท่าทีลังเลเล็กน้อย หัวสิงโตที่แข็งค้างเผยรอยยิ้มน้อย ๆ ราวกับจะบอกให้นิทานรีบหลบออกไป มันจะได้หลบการโจมตีของหมาป่าด้านหลังได้เช่นกัน
นิทานรู้สึกได้ชัดเจนว่ามันกำลังท้าทายเขา มันมั่นใจว่าเขาไม่มีทางรับการโจมตีนี้ไหว มันมั่นใจว่าเขาจะต้องหลบเพื่อรักษาชีวิตตน
นิทานหัวเราะลั่น ร่างกายปรากฏบางอย่างที่เคลือบผิวคล้ายเหล็กกล้า กลายเป็นดั่งปราการอันแข็งแกร่ง เขาเปิดใช้งานยันต์ป้องกันที่แปะตัวรอไว้โดยไม่กลัวเกรง ม่านพลังหลากสีรายล้อมร่าง
“ก็มาสิวะ! ถ้าฉันไม่ตาย แกตาย!” นิทานฉีกยิ้ม หากมันต้องการเดิมพันในหนึ่งการโจมตี เช่นนั้นเขาก็ยินดี!
ท่าทียโสโอหังคิดว่าตนเป็นราชาแห่งป่าใต้พิภพของมันกระตุกต่อมอวดดีของเขาเข้าอย่างจัง สองมือของนิทานบีบอัดด้วยแรงที่มากยิ่งกว่าเก่า เงามายารูปหัตถ์นั้นบีบรัดจนร่างของสิงโตครึ่งหมาป่ายามนี้เริ่มบิดเบี้ยวแล้ว
สีหน้าบ้าคลั่งของนิทานยามนี้ทำให้มันตัวสั่นสะท้าน คราวนี้เป็นตัวมันเองแล้วที่ถูกทดสอบ ตลอดชีวิตมานี้มันคือจุดสูงสุดของป่าแห่งนี้มาตลอด มันไม่เคยแม้แต่จะบาดเจ็บหนักด้วยซ้ำ หากคราวนี้มันถูกบีบให้เดิมพันด้วยชีวิต
สมาชิกกลุ่มคนที่เหลือแม้จะพัวพันกับร่างแยกทั้ง 3 ที่ยังเหลือหากก็ยังจับจ้องสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พวกเขารู้สึกได้ถึงเลือดลมที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายและใบหน้า
ความบ้าคลั่งของนิทานทำให้พวกเขาตื่นตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นนิทานในสภาพนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้พวกเขามองนิทานเป็นอัจฉริยะที่ค่อนข้างเก็บตัวระดับหนึ่ง ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ทางสีหน้ามากนัก
คงมีเพียงตอนที่นิทานพบกับซอเด็ต เอเทลเท่านั้นที่ตอนนั้นเขาราวกับกลายเป็นอีกคน กลายเป็นคนอวดดีที่ต้องการอยู่บนจุดสูงสุดและไม่ยอมให้ใครหน้าไหนยกตนสูงกว่า
ยามนี้นิทานคนนั้นกลับมาแล้ว พวกเขาจับจ้องภาพนั้นอย่างตื่นตะลึง เพียงแต่พลังจิตวิญญาณและการโจมตีของระดับอริยะนั้นน่าหวาดหวั่นอย่างแท้จริง ถึงจะเป็นนิทานพวกเขาก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะสามารถรักษาชีวิตของตนได้
นิทานเป็นเพียงมนุษย์ ไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างสัตว์อสูร
สิงโตครึ่งหมาป่าคำรามอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าอย่างไรมนุษย์คนนี้ก็ไม่มีทางหลบแน่ ในเมื่อมันไม่มีทางเลือกอื่น มันก็ขอเดิมพันเช่นกัน!
พลังฉีกกระชากถูกปลดปล่อยออกมาจากนัยน์ตาของหัวหมาป่า ในคราวนี้ต่างจากคราวไหน ๆ ก่อนหน้าราวกับเพียงมันเพ่งมองร่างกายก็พลันถูกฉีกกระชากแล้ว หากไม่ใช่ผู้มีปฏิกิริยาตอบสนองสูงพอดังเช่นเพชฌฆาตย่อมไม่มีโจมตีตอบโต้
ครานี้พลังที่มันปลดปล่อยออกมาถึงกับควบแน่นจนเห็นภาพมายาของการโจมตีได้อย่างชัดเจน เงามายาหัวหมาป่าที่กำลังอ้าปากกว้างอย่างเกรียงไกรพุ่งเข้าหานิทานด้วยความรุนแรงที่มากยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
เพชฌฆาตตัวสั่นเทาไปชั่วสั้น ๆ เขารู้ตัวดีว่าหากเป็นตนต้องรับการโจมตีนั้นเขาไม่มีทางรอดได้เลย
จังหวะเดียวกันนั้นเองที่ร่มปกปักหทัยถูกหมุนจากเส้นสีขาวที่สั่นไหวกลายเป็นขีดจาง ๆ เหนือหัวของคีตา ร่มปกปักหทัยยามนี้ไม่ได้ปลดปล่อยแรงกดดันน่าหวาดหวั่นหรือพลังทำลายล้างสูงดั่งที่เคยเป็นมายามใช้วัชระดาวตก
มันกลายเป็นเพียงเส้นสีจางบนอากาศ ไร้แรงกระเพื่อม ไร้พลัง ไร้การเคลื่อนไหว คล้ายหยุดนิ่งโดยสิ้นเชิง
คีตาหอบหายใจหนัก พลังที่เสริมขึ้นมาในร่างของมันใกล้หมดสิ้นลงแล้ว มันใช้ทั้งหมดไปกับการหมุนร่มปกปักหทัยและผลลัพธ์ของมันก็คือการโจมตีนี้
สิงโตครึ่งหมาป่าหัวใจตกวูบ มันรับรู้ได้ทันทีว่าเส้นสีจาง ๆ ไร้การเคลื่อนไหวนั้นสามารถสังหารมันได้แน่นอนหากสัมผัสถูกตัวมัน เป็นการโจมตีพิฆาตชีวิตอย่างแท้จริง
แม้มันจะปลดปล่อยการโจมตีนั้นไปแล้วหากยามนี้มันกลับภาวนาให้การโจมตีของมันนั้นไปถึงตัวมนุษย์ผู้นั้นไวกว่านี้
ไวกว่านี้
ไวกว่านี้อีก!
มันต้องการเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ขอเพียงพลังบีบอัดน่ารังเกียจนี้คลายออกมันสามารถทะยานหนีทันได้แน่!
เงามายาหัวหมาป่าพุ่งเข้าปะทะกับม่านพลังหลากสีของนิทาน ม่านพลังจากวัตถุเสริมอาคมระดับผู้เรียนรู้พวกนี้แทบไม่อาจลดทอนพลังของเงามายาได้เลย เพียงสัมผัสถูกก็แตกสลายดั่งกระดาษ
ร่างเสริมปราการของนิทานปะทะกับเงามายาอย่างรวดเร็ว เพียงวินาทีแรกที่เข้าปะทะ ปราการแกร่งกล้าพลันเกิดรอยร้าว เสียงปริแตกของปราการทำให้คีตาไม่อาจหายใจ
นิทานที่ยังคงมีรอยยิ้มประดับหน้าแสดงท่าทีเจ็บปวด แม้ปราการจะยังไม่แตกสลายโดยสมบูรณ์หากก็โจมตีเข้าร่างของเขาแล้ว เขากัดฟันแน่นอดทนรับการโจมตีนั้น ขอเพียงไม่ตายเท่านั้นพอ
นิทานสีหน้าบิดเบี้ยวเมื่อปราการพังลงไปในทุกขณะ นิทานไม่อาจแบ่งพลังไปเสริมปราการได้ พลังทั้งหมดของเขาถูกใช้ไปกับประสานหัตถ์ ปราการที่ไม่ได้รับการเสริมพลังอย่างเต็มที่นั้นไม่อาจหักล้างการโจมตีได้อย่างสมบูรณ์ เงามายาหมาป่าเริ่มฝังเขี้ยวเข้าไปในร่างเขาลึกลงทั่วทุกขณะ
สิงโตครึ่งหมาป่าแสดงสีหน้าลิงโลด การโจมตีของมันได้ผล อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นมนุษย์คนนั้นจะต้องคลายแรงบีบนี้ออกอย่างแน่นอน มันยังมีเวลามากพอจะหลบการโจมตีของหมาป่าสีดำ
เพล้ง!
เสียงแตกหักดังขึ้น คีตาใจตกวูบเมื่อมันคิดว่าปราการพังทลายแล้ว หากนัยน์ตาของมันกระจ่างใสขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมันพบว่าเสียงนั้นไม่ได้มาจากร่างของนิทาน
เลโอที่ฉวยโอกาสที่ร่างแยกทั้งสามพัวพันกับเพชฌฆาต โฮโจ และอิซึมิ ถือหยิบจานแก้วใบหนึ่งออกมาจากอก แล้วจึงโยนฟาดมันเข้ากับคทาของเธอ เศษแก้วที่แตกกระจายออกกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย ละเอียดอ่อนราวกับทรายแก้ว
เลโอสูดผงทรายแก้วเหล่านั้นเข้าสู่ร่าง คทาของเธอเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าที่เคยเป็นมา เศษแก้วส่วนที่เหลือเข้าครอบคลุมบริเวณปากของเธอ เธอพึมพำคำภาวนาเสียงดังลั่นพร้อมทั้งชี้คทาไปยังร่างของนิทาน
“แด่เดรฟัสผู้บริสุทธิ์ โปรดประทานโล่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อปกปักผู้ทรงธรรมแห่งภพมนุษย์!”
ม่านพลังสีทองปรากฏขึ้นอีกครั้ง หากคราวนี้มันหนาแน่นจนเห็นได้ชัดเจนว่ามันมีรูปร่างคล้ายกับบานประตูขนาดใหญ่
“ทวารที่แบ่งกั้นเขตแดนแห่งโชคชะตาและกรรม หากมิได้ลิขิตชะตาของตนย่อมไร้ซึ่งทางข้ามผ่าน!”
สิ้นคำสวด บานประตูนั้นพลันแข็งตัว บานงับปิดสนิท ไร้ซึ่งช่องว่าง ไร้ซึ่งทางเปิด กลายเป็นโล่ศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามทุกสิ่งทะลุผ่าน
นิทานมองโล่ด้านหน้าด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้าง เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าทางเดียวที่จะข้ามผ่านทวารนี้ได้คือการขีดเขียนชะตาของตน ขีดเขียนไปจนถึงจุดนี้มิว่าสิ่งใดก็มิอาจขัดขวาง
เงาหมาป่าหัวหมาป่าจางหายไปในระยะเวลาสั้น ๆ พลังทั้งหมดสูญสลาย มันไม่อาจทำได้แม้กระทั่งสั่นสะเทือนทวารศักดิ์สิทธิ์นี้ เมื่อการโจมตีสิ้นสุด ทวารนั้นก็หายไปในขณะเดียวกัน
เลโอล้มตัวลงพื้นอย่างแรง เธอหอบหายใจอย่างหนัก โอสถจำนวนมากถูกกลืนลงโดยไม่เสียดาย
สิงโตครึ่งหมาป่ามองภาพนั้นอย่างไม่อาจเชื่อสายตา ร่างกายของมันสั่นสะท้าน มันพยายามสุดชีวิตเพื่อหลุดออกหัตถ์ขนาดยักษ์นี้ สติของมันอยู่ได้อีกเพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้นเมื่อเส้นสีจางถูกยิงออก
เส้นสีจางนั้นไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ มันเพียงหมุนเร็วจนราวกับหยุดนิ่งเท่านั้น เมื่อมันถูกยิงออก ทุกสิ่งเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ห้วงอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว แรงปะทะกระจายออกไปทั่วทุกทิศ บดขยี้ผืนดินและต้นไม้จนหักโค่นลง
เส้นสีจางนั้นเจาะทะลุบั้นท้ายของมัน ทะลวงเข้าสู่ส่วนหัวอย่างง่ายดาย ร่างกายของมันแข็งค้าง มันไม่อาจเคลื่อนไหวใด ๆ ได้อีก
เสียงระเบิดดังตามหลังจากที่วัชระดาวตกถูกยิงออกไปแล้วครู่หนึ่ง นิทานหอบหายใจหนัก หากมันกลับไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว สิ่งสุดท้ายที่มันรับรู้คือภาพและเสียงของมนุษย์คนนั้นที่เผยรอยยิ้มเยาะ มือทั้งสองที่ประสานกลางอกคลายออก กลายเป็นการดีดนิ้วเบา ๆ
เป๊าะ
ร่างมันของมันระเบิดออก แรงกระชากและแรงที่ถูกบีบอัดจากการหมุนระเบิดออกอย่างรุนแรง ร่างของสัตว์อสูรระดับอริยะที่แข็งแกร่งพลันกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
โลหิตกลายเป็นละออง เนื้อหนังมังสากลายเป็นฝุ่นผง ภายใต้พลังหมุนวนระดับนี้ ทุกสิ่งไม่อาจคงสภาพอยู่ได้
นิทานดูดร่างของคีตากลับเข้าสู่อ้อมกอด ยามนี้มันนอนลิ้นห้อยอยู่บนอกเขาอย่างน่ารัก ร่มปกปักหทัยคืนกลับเข้าสู่มือเมื่อใดไม่ทราบ
ร่มปกปักหทัยกลับเข้าสู่รูปร่างร่มดังเดิม ไร้ซึ่งร่องรอยเสียหาย มีเพียงสีจาง ๆ และความร้อนน้อย ๆ ที่หลงเหลือ หากเพียงไม่นานก็ถูกความเย็นจากใบร่มทำให้หายไป
นิทานกางร่มออก นำมาพาดไหล่ บดบังผงเนื้อหนังและฝนโลหิตที่สาดกระจายลงมาจากฟากฟ้า