รุ่งอรุณมาเยือนพร้อมกับแสงทองอ่อนโยนที่สาดส่องเข้ามาในห้องอักษรทอง แสงแรกของวันใหม่ขับไล่เงามืดที่เคยปกคลุมความเร่าร้อนเมื่อค่ำคืนให้จางหายไป บทรักอันดุเดือดที่ดำเนินมาตลอดราตรีได้สิ้นสุดลงแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและกลิ่นอายแห่งความปรารถนาที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ
แม่นางเว่ยลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาคู่งามยังคงมีแววมึนเมาจากคืนที่ผ่านมา ร่างกายของนางยังคงอ่อนระทวยและเ็ปจากการถูกอย่างถี่ถ้วน ทุกส่วนของร่างกายเป็พยานถึงความเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านไป รอยแดงจางๆ บนผิวขาว รอยฟันที่คอ และความเ็ปหวานชื่นระหว่างขาที่เตือนใจนางถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
นางพยายามลุกขึ้นนั่งบนเตียง ผ้าไหมบางๆ ที่ปกคลุมร่างกายเปลือยเปล่าของนางลื่นไถลลงมา เผยให้เห็นหน้าอกอวบอิ่มที่ยังคงมีรอยแดงจากการถูกลูบไล้ นางรู้สึกถึงความเปียกชื้นระหว่างขา เป็หลักฐานของสิ่งที่อาหลางได้ฝากฝังไว้ภายในร่างกายของนาง
"อืมม์..." นางครางเบาๆ เมื่อพยายามขยับตัว ความเ็ปหวานชื่นทำให้นางนึกถึงความรู้สึกที่เพิ่งผ่านไป ความทรงจำเื่ท่อนเนื้อแข็งแกร่งของอาหลางที่เคยเติมเต็มร่างกายของนางอย่างสมบูรณ์ยังคงชัดเจนในความทรงจำ
นางมองไปรอบๆ ห้อง พบว่าอาหลางได้หายไปแล้ว เหลือเพียงกลิ่นกายของเขาที่ยังคงอบอวลอยู่บนผ้าปูที่นอน กลิ่นผสมผสานระหว่างความเป็ชายและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ทำให้นางรู้สึกถึงความคิดถึงอย่างแปลกประหลาด
แม่นางเว่ยลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ ขาทั้งสองข้างยังคงสั่นเทาเล็กน้อย เมื่อนางเดินไปหาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น นางก้มลงเก็บชุดแดงเพลิงที่ถูกถอดออกอย่างเร่งรีบเมื่อคืนก่อน แต่เมื่อนางค้นหาเสื้อตัวในสีแดงเข้มที่ทำจากผ้าไหมเนื้อละเอียด นางกลับไม่พบ
"เสื้อตัวในของข้าหายไปไหน..." นางพึมพำด้วยความสับสน มองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบชิ้นผ้าเล็กๆ นั้น นางค้นหาใต้เตียง ในมุมห้อง และแม้แต่ในตู้เสื้อผ้า แต่เสื้อตัวในของนางได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ความจริงก็คือ อาหลางได้แอบเก็บเสื้อตัวในของนางไว้เป็ที่ระลึกก่อนที่จะออกจากห้อง เขา้าสิ่งที่จะเตือนใจเขาถึงคืนแห่งการพิชิตนี้ และเสื้อตัวในที่ยังคงมีกลิ่กายของนางอบอวลอยู่นั้นเป็ของที่ระลึกที่สมบูรณ์แบบ
แม่นางเว่ยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสวมใส่ชุดแดงเพลิงโดยไม่มีเสื้อตัวใน ผ้าไหมบางๆ ของชุดนอกทำให้รูปร่างของนางเด่นชัดขึ้น หน้าอกอวบอิ่มที่ไม่มีอะไรค้ำจุนทำให้เส้นโค้งของร่างกายปรากฏชัดเจนผ่านผืนผ้า หัวนมที่ยังคงแข็งตัวจากการถูกกระตุ้นเมื่อคืนก่อนโผล่เด่นผ่านผ้าไหมบาง
นางรู้สึกอึดอัดและอายอย่างมาก การไม่มีเสื้อตัวในทำให้นางรู้สึกเปลือยเปล่าและเปราะบางแม้จะสวมเสื้อผ้าครบชุดแล้ว ทุกการเคลื่อนไหวทำให้ผ้าไหมเสียดสีกับิัอ่อนนุ่ม สร้างความรู้สึกที่เร่าร้อนและกระตุ้นอารมณ์
เมื่อนางเดินลงบันไดไปยังชั้นล่างของโรงเตี๊ยม นางสังเกตเห็นสายตาของผู้คนที่จับจ้องมาที่ร่างกายของนาง ชายหนุ่มที่นั่งดื่มชาเช้าเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นเส้นโค้งที่ชัดเจนของหน้าอกนาง คนเสิร์ฟที่เดินผ่านไปมาก็แอบมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
แม่นางเว่ยรู้สึกถึงความอับอายที่ปนเปกับความตื่นเต้นแปลกๆ การที่ร่างกายของนางถูกจับจ้องด้วยสายตาที่เร่าร้อนทำให้นางนึกถึงคืนที่ผ่านมา นึกถึงวิธีที่อาหลางมองนางด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า
นางเดินผ่านห้องโถงใหญ่ไปยังประตูหน้า ทุกก้าวที่เดินทำให้ผ้าไหมเสียดสีกับหัวนมที่ไวต่อการัั ส่งความรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่างกาย นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางเบาๆ ที่จะหลุดออกมา
ขณะที่นางกำลังจะออกจากโรงเตี๊ยม แม่นางเว่ยหันไปมองห้องอักษรทองครั้งสุดท้าย ความทรงจำเื่คืนที่ผ่านมาทำให้ร่างกายของนางสั่นเทาเล็กน้อย นางยังคงรู้สึกถึงตราประทับที่อาหลางได้ประทับไว้บนแผ่นหลังของนาง แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่นางรู้สึกถึงพลังลึกลับที่คอยเตือนใจนางถึงพันธนาการที่ผูกมัดนางไว้
นางเดินออกจากโรงเตี๊ยมด้วยท่าทางที่พยายามจะรักษาความสง่างามเช่นเดิม แต่การไม่มีเสื้อตัวในทำให้นางรู้สึกเปราะบางและเปลือยเปล่าใต้สายตาของผู้คน ลมเช้าที่พัดผ่านทำให้ผ้าไหมบางๆ ปลิวไหว เผยให้เห็นรูปร่างของนางชัดเจนยิ่งขึ้น
แม่นางเว่ยปรากฏกายอีกครั้งในชุดแดงเพลิงผ่าสูงเช่นเดิม ทว่าคราวนี้มิได้มีเพียงนางผู้เดียว แต่มีขบวนจอมยุทธกลุ่มใหญ่รอคอยนางอยู่เบื้องล่างของโรงเตี๊ยม ม้าศึกที่ผูกเรียงรายส่งเสียงฮี้ฮ้าเป็ระยะ ราวกับเร่งเร้าให้นางออกเดินทาง
ขบวนจอมยุทธที่รอคอยนางประกอบด้วยนักสู้ชั้นยอดจากนิกายต่างๆ ทั้งหมดล้วนแต่เป็ผู้ที่นางได้คัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน แต่ละคนมีความสามารถพิเศษและความภักดีต่อนาง พวกเขารอคอยนางด้วยความเคารพ แต่ก็ไม่อาจปิดบังความสงสัยในสายตาเมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของนาง
"แม่นาง" หัวหน้าขบวนคนหนึ่งเข้ามาทักทาย "ท่านดูเหนื่อยล้า ท่านพักผ่อนได้เพียงพอหรือไม่"
แม่นางเว่ยพยักหน้าเล็กน้อย พยายามจะรักษาท่าทางที่สง่างามเช่นเดิม "ข้าสบายดี เตรียมตัวออกเดินทางได้แล้ว"
แต่เสียงของนางฟังดูแหบแห้งเล็กน้อย เป็ผลจากการที่นางได้ร้องครางตลอดคืน และท่าทางการเดินของนางก็ดูไม่เป็ธรรมชาติ ขาทั้งสองข้างยังคงอ่อนแรงจากการถูกอย่างต่อเนื่อง
นางยังคงส่งยิ้มยั่วยวนให้บุรุษคนอื่นๆ อย่างเป็ธรรมชาติ รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้ายังคงงดงามและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวน ราวกับค่ำคืนที่ผ่านมาเป็เพียงความฝันที่ไม่มีอยู่จริง ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้บนสีหน้าอันเย่อหยิ่งของนาง แต่ทว่าภายใต้ผืนผ้าไหมสีแดงสดที่พลิ้วไหวไปตามลมยามเช้านั้น กลับเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความรักที่อาหลางได้ฝากฝังไว้ ผิวพรรณขาวผ่องมีรอยแดงจางๆ ประปรายที่ซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อผ้าที่บัดนี้ดูเหมือนจะรัดรึงแน่นกว่าปกติ และน้ำรักที่ยังคงเอ่อซึมอยู่ในร่องรักของนางเป็พยานถึงความเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไปอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ กลิ่นกายของนางยังคงหอมกรุ่นปนเปกับกลิ่นอายแห่งราคะที่ยากจะลบเลือน
เมื่อแม่นางเว่ยเดินลงมาจากโรงเตี๊ยม ขบวนจอมยุทธที่รอคอยต่างสังเกตเห็นความผิดปกติในท่าทางของนาง การเดินที่ดูไม่มั่นคงเล็กน้อย ท่าทางที่พยายามจะปกปิดความอ่อนระทวยของร่างกาย และที่สำคัญที่สุดคือรูปร่างที่เปลี่ยนไปของนางภายใต้ชุดแดงเพลิง
"แม่นาง ท่านแน่ใจหรือว่าพร้อมจะเดินทาง" หัวหน้าขบวนถามด้วยความกังวล "ท่านดูซีดเซียวไปหน่อย"
แม่นางเว่ยเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่พยายามจะแสดงความแข็งแกร่ง แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีแววที่แปลกไป ความว่างเปล่าปนเปกับความคิดถึงบางอย่างที่นางเองก็ไม่เข้าใจ "ข้าสบายดี เราออกเดินทางได้แล้ว"
ขณะที่นางเดินไปหาม้าของตน ลมเช้าที่พัดผ่านทำให้ผ้าไหมบางๆ ของชุดแดงเพลิงปลิวไหว เผยให้เห็นเส้นโค้งของร่างกายที่ชัดเจนผิดปกติ หน้าอกอวบอิ่มที่ไม่มีเสื้อตัวในค้ำจุนเต้นระริกไปตามการเคลื่อนไหว หัวนมที่ยังคงแข็งตัวจากการถูกกระตุ้นเมื่อคืนก่อนโผล่เด่นผ่านผืนผ้าอย่างชัดเจน
จอมยุทธในขบวนที่เป็ผู้ชายต่างแลกสายตากันด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่เคยเห็นแม่นางเว่ยในสภาพแบบนี้มาก่อน ความสง่างามที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยเสน่ห์อันเร่าร้อนที่แปลกใหม่ ทุกการเคลื่อนไหวของนางดูเย้ายวนและกระตุ้นอารมณ์มากกว่าเดิม
"แม่นาง..." หนึ่งในจอมยุทธหญิงเข้ามาใกล้ด้วยความกังวล "ชุดของท่านดู... ดูแปลกไปหน่อย ท่าน้าให้ข้าช่วยจัดการอะไรหรือไม่"
แม่นางเว่ยหันไปมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง "ไม่จำเป็ ข้าสบายดี" นางตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะแสดงความมั่นใจ แต่กลับฟังดูแหบแห้งและไม่เป็ธรรมชาติ
เมื่อนางขึ้นหลังม้า การเคลื่อนไหวทำให้ผ้าไหมเสียดสีกับิัอ่อนนุ่มอย่างรุนแรงขึ้น ความรู้สึกเสียวซ่านที่เกิดขึ้นทำให้นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่จะหลุดออกมา ทุกการเคลื่อนไหวของม้าทำให้ร่างกายของนางสั่นะเื ส่งความรู้สึกที่แปลกใหม่และกระตุ้นอารมณ์ไปทั่วกาย
ขบวนเริ่มเคลื่อนตัวออกจากโรงเตี๊ยม แม่นางเว่ยขี่ม้านำหน้าด้วยท่าทางที่พยายามจะรักษาความสง่างาม แต่ทุกก้าวของม้าทำให้นางรู้สึกถึงความเสียดสีระหว่างผ้าไหมกับิั ความรู้สึกที่เร่าร้อนและกระตุ้นอารมณ์นี้ทำให้นางนึกถึงคืนที่ผ่านมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ระหว่างการเดินทาง แม่นางเว่ยพยายามจะมีสมาธิกับเส้นทางข้างหน้า แต่ความรู้สึกจากร่างกายกลับทำให้นางไม่อาจมีสมาธิได้ ทุกครั้งที่ม้าเดินผ่านหลุมบ่อหรือพื้นที่ขรุขระ การสั่นะเืจะส่งผ่านไปยังร่างกายของนาง ทำให้ความรู้สึกเสียวซ่านเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ
"อืมม์..." เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของนางโดยไม่รู้ตัว ทำให้จอมยุทธที่ขี่ม้าอยู่ใกล้ๆ หันมามอง
"แม่นาง ท่านเป็อะไรหรือ" หัวหน้าขบวนถามด้วยความกังวล
"ไม่... ไม่เป็ไร" นางตอบอย่างรีบร้อน ใบหน้าแดงก่ำขึ้นเล็กน้อยจากความอับอาย "เพียงแต่เหนื่อยเล็กน้อยเท่านั้น"
แต่ความจริงแล้ว ร่างกายของนางกำลังตอบสนองต่อการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง การไม่มีเสื้อตัวในทำให้หน้าอกของนางเสียดสีกับผ้าไหมตลอดเวลา ส่งความรู้สึกเสียวซ่านไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ทำให้นางรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างขา
เมื่อขบวนหยุดพักกลางวัน แม่นางเว่ยรีบลงจากหลังม้าและเดินไปหาที่ร่มไผ่ใกล้ลำธาร นาง้าความเป็ส่วนตัวเพื่อจัดการกับสภาพร่างกายที่กำลังสร้างปัญหาให้นาง
นางนั่งลงบนหินใหญ่ใต้ร่มไผ่ ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านทำให้ผ้าไหมปลิวไหว เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่มีรอยแดงจางๆ ประปรายอยู่ นางมองลงไปที่ร่างกายของตน รู้สึกถึงความแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ความทรงจำเื่คืนที่ผ่านมาเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในใจอย่างชัดเจน ภาพของอาหลางที่มองนางด้วยสายตาเร่าร้อน วิธีที่เขาััร่างกายของนาง และความรู้สึกที่เขาทำให้นางได้ัั ทุกอย่างยังคงสดใสในความทรงจำ
"ทำไมข้าถึงคิดถึงเขา..." นางพึมพำกับตัวเอง ใช้มือลูบไล้แผ่นหลังที่มีตราประทับที่มองไม่เห็น "ทำไมร่างกายของข้าถึง้า..."
นางรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่เพิ่มขึ้นระหว่างขาเมื่อนึกถึงท่อนเนื้อแข็งแกร่งของอาหลาง ความรู้สึกที่เขาเติมเต็มร่างกายของนางอย่างสมบูรณ์ และวิธีที่เขาทำให้นางถึงจุดสูงสุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"แม่นาง" เสียงของหัวหน้าขบวนดังขึ้นจากด้านหลัง "เราควรจะเดินทางต่อแล้ว"
แม่นางเว่ยสะดุ้งตื่นจากความคิด รีบลุกขึ้นยืนและปรับชุดให้เรียบร้อย "ได้ เราไปกันเถอะ"
แต่เมื่อนางเดินกลับไปหาม้า นางสังเกตเห็นสายตาของจอมยุทธที่จับจ้องมาที่ร่างกายของนาง พวกเขาดูจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในท่าทางและรูปร่างของนาง ความสง่างามที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยเสน่ห์อันเร่าร้อนที่แปลกใหม่
นางรู้ดีว่าตราประทับจะทำงานหากนางไม่กลับไป ความลับเื่รสนิยมวิปริตของนางจะถูกเผยแพร่ไปทั่วเมืองมาร แต่ในขณะเดียวกัน ร่างกายของนางก็ปรารถนาจะกลับไปหาเขา ปรารถนาจะได้ััความสุขนั้นอีกครั้ง
อาหลางที่ยืนมองอยู่จากมุมหนึ่งของโรงเตี๊ยมในฐานะเสี่ยวเอ้อผู้ต่ำต้อย กลับเห็นความว่างเปล่าในดวงตาคู่นั้นของนาง ความว่างเปล่าที่มิได้เกิดจากความเหนื่อยล้า แต่เป็ความว่างเปล่าที่บ่งบอกว่านางได้มอบกายให้เขาอย่างหมดสิ้นแล้ว ทว่าจิตใจของนางยังคงล่องลอยไปกับความปรารถนาที่ไม่มีวันสิ้นสุด ความปรารถนาที่จะถูกจับจ้อง ถูก และถูกทำให้รู้สึกถึงการมีอยู่ของตนเองอย่างถึงที่สุด อาหลางเข้าใจดีว่าแม่นางเว่ยมิได้้าความรักฉันชู้สาว หากแต่้าเพียงเวทีที่จะแสดงออกถึงความใคร่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในส่วนลึกของจิติญญา
เขาเก็บศิลามารสีม่วงเข้มเข้าอกเสื้อ หยิบไม้กวาดขึ้นมาทำหน้าที่เสี่ยวเอ้อต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ราวกับค่ำคืนที่ผ่านมาเป็เพียงเื่ราวธรรมดาที่เกิดขึ้นในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของเขา ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้าอย่างใจจดใจจ่อ เหยื่อรายใหม่กำลังควบม้าตรงมายังโรงเตี๊ยมแห่งนี้... นักเดินทางผู้โชคร้ายที่กำลังจะก้าวเข้ามาสู่กับดักแห่งความปรารถนาที่อาหลางได้วางไว้ กลิ่นหอมจางๆ ของแม่นางเว่ยยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แต่กลิ่นอายแห่งการล่าครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว พร้อมกับเื่ราวบทใหม่ที่กำลังจะถูกจารึกในโรงเตี๊ยมรักพักใจแห่งนี้