พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า บังเกิดแสงสีเหลืองนวลทั้วทั้งท้องนภา ภาพข้างหน้าที่ฉันยืนมองคือบ้านหลังน้อยที่ทรุดโทรมมาก และรอบข้างก็รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนที่ทรุดโทรมไม่ต่างกัน ดีหน่อยที่บ้านคุณยายติดถนนในเขตชุมชนจึงสามารถขับรถมาจอดที่หน้าบ้านได้เลย
"ยายมันจะพังมั้ย" พี่หมอจับประตูหน้าบ้านแล้วถามเพราะสภาพมันเป็สังกะสีเก่าๆผุๆพังๆ
"ไม่หรอกลูก มาๆเข้ามาข้างในก่อน แคบหน่อยนะ บ้านคนจนก็แบบนี้แหละ"ฉันเดินตามพี่หมอที่อุ้มน้องวีนัสเดินเข้าไป สภาพข้างในคือแบบไม่มีอะไรเลย มีแค่ราวตากผ้าและที่นอน แต่ดูสอาดสอ้านเหมือนดูแลอยู่เป็ประจำ
"กินน้ำกินท่าก่อนลูก" คุณยายถือขันน้ำสีเงินที่โรยดอกมะลิมาให้พวกฉันดื่ม
"ชื่นใจจัง หอมดอกมะลิด้วย"
"น้ำฝนนะลูก"
"ยายศรีๆ" เสียงผู้หญิงแก่ๆดังขึ้นคุณยายศรีก็ลุกออกไปหน้าบ้าน พอคุณยายเดินออกไป ฉันกับพี่หมอก็หารือกันว่าจะเอาไงต่อไปดี ถ้าจะให้ลูกมาอยู่แบบนี้มันอาจจะอันตรายได้ เพราะบ้านช่องไม่แข็งแรง ลูกก็เป็ผู้หญิงที่นับวันก็ยิ่งโต วันดีคืนดีมีโจรบุกเข้ามาทำร้ายและข่มขื่นจะทำยังไง
"พี่หมอหนูอยากให้ลูกไปอยู่ด้วย"
"พี่ก็คิดแบบนั้นเดี๋ยวลองคุยกับยายดูก่อน" สักพักก็มีเสียงพูดคุยเดินเข้ามา
"มาๆเข้ามาก่อนยายแป้ง"ยายศรีพายายอีกคนเดินเข้ามาในบ้าน ซึ่งมีพวกฉันนั้งกันอยู่ข้างใน
"หนูๆ นี่ยายแป้ง เป็เพื่อนบ้านยายเอง"
"สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ"
"ยายแป้งส่วนเด็กๆสองคนนี้เป็พ่อแม่บุญธรรมของเ้าวีมัน"
"คิดว่าใครเอารถมาจอดน่าบ้านเอ็ง ข้าเลยเข้ามาดู เพื่อมาไม่ดีจะได้พาคนมาไล่"
"ขอบใจมากนะยายแป้ง ที่ดูบ้านช่องให้ฉันตอนที่ไม่อยู่"
"คนกันเองชุมชนเราก็มีกันแค่นี้ ก็ช่วยเหลือและดูแลกันไป"
"แล้วนี้หายแล้วรึ ถึงกลับมา"
"หายดีแล้ว โชคดีของเ้าวีมันที่มีคนมาเอ็นดู"
"ต่อไปนี้มันคงมีความสุข จะได้มีพ่อแม่เหมือนคนอื่นสักที" ฉันมองวีนัสที่หลับอยู่ในอ้อมแขนพี่หมอ ไม่อยากคิดเลยว่าที่ผ่านมาชีวิตหนูน้อยคนนี้จะเป็แบบไหน จะมีข้าวมีขนมมีของเล่นเหมือนเด็กคนอื่นมั้ย
"คุณยายครับ ผมมีเื่จะปรึกษา คือผมกับแฟนคุยกันว่าอยากให้น้องวีนัสกับคุณยายไปอยู่ด้วย และในระหว่างที่ไปอยู่นู้นผมจะสร้างบ้านให้คุณยายใหม่ คุณยายจะว่ายังไงครับ"
"ขอบใจนะหลาน ยายขออยู่นี่ดีกว่า เดี๋ยว่ที่ทำบ้านยายจะขอไปอาศัยอยู่กับยายแป้งเอา แกจะว่ายังไงยายแป้งให้ฉันอยู่ด้วยมั้ย"
"แกอยู่กับฉันก็ดียายศรี ถ้าแกไปฉันคงเหงา "
"งั้นผมจะพายั้ยหนูไปวันนี้นะครับ ก่อนไปจะโทรให้ช่างเข้ามาประเมินราคาบ้านด้วย จะได้เสร็จเร็ว"
"ขอบใจนะลูก"
หลังจากตกลงกันได้พี่หมอก็โทรหาผู้รับเหมาที่รู้จักกันเข้ามาดูและคุยกันเื่แบบบ้านว่าจะเลือกบ้านแบบไหน และประเมินราคา ราคาก็ประมานสี่แสนกว่าๆ เพราะแบบบ้านที่พี่หมอเลือกเป็แบบ 1ห้องนอน 1ห้องน้ำ 1ห้องครัวและมีโรงจอดรถด้วย พอคุยกันเป็ที่พอใจช่างก็จะเข้ามารื้อและสร้างั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไป
"หนูค่ะ นี่ก็ค่ำแล้ว เรากับกันเลยมั้ย"
"ค่ะ คุณยายค่ะ พวกหนูกลับก่อนนะค่ะ เดี๋ยวจะพาวีนัสมาเยี่ยมบ่อยๆ"
"จ๊ะขับรถดีๆนะลูก ยายฝากหลานยายด้วยนะ"
"ไม่ต้องห่วงค่ะ หลานยายก็เป็ลูกของหนูเหมือนกัน"
เราสองคนลายายแล้วเดินออกมาขึ้นรถ มินิที่จอดอยู่หน้าบ้าน สีหน้าที่ยายเขามองหลานอาลัยหน้าดูแต่คงเพราะอนาคตของวียายถึงทำใจยอมปล่อยมาให้พวกฉันดูแล
"วีนัสค่ะ หิวรึยังค่ะลูก"
"หิวๆ"
"555 ถามตอนไหนก็จะกินตอนนั้น หนูอ้วนจนแม่อุ้มไม่ไหวแล้วนะค่ะลูก" จากตอนแรกที่ได้เห็นผอมแห้งจนพัดลมพัดแทบจะปลิว ตอนนี้ฉันขุนจนเป็หมูอ้วนตัวน้อยน่ารักแล้วค่ะ
"เราพาลูกไปกิน mk ในห้างกันเนาะ กินเสร็จจะได้ไปหาซื้อเสื้อผ้าของใช้มาให้ลูกกัน"
"ค่ะ"
#หมอญู
ณ.ตอนนี้ที่ร้านmk มีครอบครัวหนึ่งที่ประกอบด้วยพ่อแม่ลูกนั่งกินอาหารกันอยู่ ทั้งสองคนต่างก็ป้อนกันไปป้อนกันมา แม่ป้อนลูกน้อย พ่อก็คอยคีบของในหมอสุกี้ใส่จานให้แม่ เป็ภาพที่ใครๆหลายคนเห็นแล้วต่างก็พากันอิจฉา ซึ่งทั้งหมดที่เล่ามาคือครอบครัวผมเองครับ ครอบครัวที่ไม่มีใบทะเบียนสมรสคอยยึดเหนี่ยวไว้ ครอบครัวที่ไม่ได้มีเืเนื้อเชื้อไขเป็ของตนเอง แต่ผมรักพวกเธอทั้งสองคนนะ และสัญญาว่าจะดูแลพวกเธออย่างดี พอเรียนจบก็จะขอแต่งงานทันที
ผมมองภาพเมียที่จูงแขนลูกน้อยเข้าร้านเสื้อผ้าเด็ก และพากันเลือกเสื้อผ้ากันอย่างสนุกสนาน วันนี้ผมมีความสุขมากและผมพึ่งค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงของผมคือ เมและลูกบุญธรรมหาใช่ไปสังสรรค์ร้านเหล้ากับเพื่อนไม่
ผมก็ไม่เคยคิดเลยนะว่าจะมีจุดนี้ จุดที่คนหวงความโสดอย่างผมจะละทิ้งชีวิตอิสระและแสงสีเสียงเพื่อผู้หญิงคนนี้ คนที่เข้ามาเป็เมียเป็แม่ของลูก เป็ทุกอย่างในชีวิต
เธอเป็แค่ผู้หญิงน่ารักไม่ดุร้ายแต่เธอสามารถกำราบผมได้โดยที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย เธอเก่งใช่มั้ยครับ ขนาดบางครั้งเธอแค่ใช้หางตามองมาที่ผมเฉยๆนะ ผมยังรู้สึกเสียวสันหลังเลย จนเพื่อนมันแซวว่าผมกลัวเมีย แต่จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้กลัวเมียนะ ผมแค่เกรงใจเมียเฉยๆ
"พี่หมอดูลูกหน่อยค่ะ เมออกไปรับโทรศัพท์แม่แปปนึ่ง"
"ว่าไงครับวีนัส มาหาป๊ามา"
"ปาๆ" ผมอุ้มลูกไปเลือกซื้อเสื้อผ้าแทนเมีย จับนู้นจับนี่ที่คิดว่าสวยแล้วให้พนักงานคิดตัง และพาลูกนั่งรอแม่อยู่ที่โซฟา
"วีนัสครับอยู่เฉยๆ ป๊าถ่ายรูปแปป"ผมจับเ้าหญิงตัวน้อยยืนแล้วถ่ายรูป กว่าจะได้รูปที่ถูกใจก็เล่นเอาเหนื่อยเลย เพราะเ้าตัววิ่งไปวิ่งมาจนพนักงานร้านเสื้อผ้าเด็กต้องมาช่วยจับ
"ให้อยู่กับลูกแปปเดียวทำไมถึงเหงื่อออกทั้งพ่อทั้งลูกเลยคะเนี้ย"
"คุยเสร็จแล้วใช่มั้ยครับ ปะ ไปร้านทองกัน" อุ้มลูกแล้วจูงแขนเมียเข้ามาร้านทอง ทองคำเพชร ร้านที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทย ร้านที่ใครๆก็อยากจะมาซื้อ
"สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ"
"เอาสร้อยเด็ก 2สลึ่งมาให้เฮียสิ" ผมเลือกทองที่พนักงานเอามาให้ดูแล้วเลือกออกมาสองเส้น มีลายเม็ดไพลินปัดทองคำขาว และเลสปัดทองคำขาว ที่เลือกให้แต่ทองคำขาวเพราะคนทั้วไปอาจจะคิดว่าเป็ของปลอม จะได้ไม่เป็อันตรายต่อลูก
"หนูสองเส้นนี้เอาเส้นไหนให้ลูก"
"เอาเส้นนี้ค่ะ อันนี้ลายอะไรค่ะ "
"เม็ดไพลินปัดทองคำขาวค่ะ เฮียเอาเส้นนี้นะ ลงบัญชีไว้ เอาพระ90มาด้วย เอาที่ล้อมพลอยนะ"
พอได้พระที่อยากได้ก็พากันกลับ ก่อนกลับเราก็แวะสั่งพิซซ่าสองถาด แล้วให้ไปส่งที่ร้านทอง ผมใจดีใช่มะ แต่ความจริงคือ ความคิดเมียผมครับ เธอบอกให้เลี้ยงพนักงานผมก็จะเลี้ยง ไม่กล้าไปขัดใจเดี๋ยวคืนนี้ได้นอนนอกห้อง