“ตะวัน... เหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเธอ เขาจ้องใบหน้ากลมเกลี้ยงเปล่งปลั่ง ั์ตาคมปราดสำรวจอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วอย่างไม่ได้ตั้งใจ
สันจมูกงองุ้ม ใบหน้ากลมออกรูปไข่ ผมสีน้ำตาลดำพองฟูยาวเกือบถึงกลางหลัง ริมฝีปากแดงก่ำเจ่อเล็กน้อยชวนมอง.. อันธกานต์ยังจำเหล็กดัดฟันสีชมพูเหลืองที่เธอเคยใส่กับรอยยิ้มยิงฟันของอีกฝ่ายได้ดี..
เมื่อคิดถึงเื่นั้น ร่างสูงก็หลุดขำ ก่อนจะรีบกลั้นหัวเราะอย่างรวดเร็ว
ตะวันวาดยังคงจ้องมองร่างสูงที่ยืนประจันหน้ากับเธอตอนนี้ ั์ตากลมกะพริบถี่ ๆ ก่อนเบิกโตขึ้น เธอยังคงอยู่ในห้วงแห่งความประหลาดใจโดยไม่ได้สังเกตอาการขำของอีกฝ่ายเลย
‘ตะวันเหรอ’
น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยถามแทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทอย่างช้า ๆ หญิงสาวพยักหน้าตอบรับชื่อที่ถูกเรียกจากอีกฝ่าย
อันธกานต์เห็นเช่นนั้นก็อมยิ้มน้อยๆ
“บังเอิญจังนะ..” เสียงทุ้มเอ่ย
ตะวันวาด คาร์เตอร์.. ชื่อของเธอประทับฝังภายในความทรงจำของเขาไม่มีวันลืม..
หลังจากตะวันวาดส่งจดหมายฉบับนั้นให้กับสินธพ.. ชายหนุ่มให้เขาเป็ตัวแทนไปคุยเื่สัญญากับครอบครัวคาร์เตอร์ โดยที่ตัวเองแอบนั่งฟังบทสนทนาอยู่ห่าง ๆ ในร้านอาหารที่พวกเขานัดเจอกัน
ตะวันวาดในวัย 13 ขวบทั้งตื่นเต้นและดีใจที่ครอบครัวจะไม่ต้องย้ายออกจากคอนโดนั้น ภาพรอยยิ้มกว้างที่เผยให้เห็นเหล็กดัดฟันสีสดใสขัดตาอันธกานต์เสียจนเขาจำเธอได้แม่น
เค้าโครงใบหน้าของตะวันวาดมีความคล้ายบุหลันรังสรรค์อยู่หลายส่วนยิ่งทำให้อันธกานต์ตัดภาพเธอออกไปจากสมองไม่ได้ เขาเจอกับเธออีกครั้งที่สระว่ายน้ำของคอนโด เด็กน้อยยิ้มกว้างทักทายเขาพร้อมกับผู้ใหญ่คนอื่น ๆ บริเวณนั้นราวกับว่ารู้จักทุกคนมาก่อน
‘แว่นกันแดดของพี่เท่สุด ๆ ไปเลย แต่สู้ชุดว่ายน้ำของตะวันไม่ได้หรอกนะ’ เธอพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงตลก ก่อนะโลงสระตู้ม! ไม่รอให้เขาได้มีโอกาสพูดตอบกลับ
เด็กนั่นไม่รู้ว่าเขาคือเ้าของคอนโดที่ครอบครัวของเธออาศัยอยู่..
และเขาจำไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงยอมให้เด็กคนนั้นวอแว.. รู้ตัวอีกทีเขามักจะมานั่งเล่นที่สระว่ายน้ำทุกเย็นเพื่อจะได้เจอเธอ..
นั่นเป็่เวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์ก่อนที่เขาและลุงสินธพจะตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศอย่างกะทันหัน..
“โตเป็สาว.. จำไม่ได้เลยนะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อเปื้อนรอยยิ้มที่แย้มกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างเป็ธรรมชาติ
หัวใจตะวันวาดเริ่มเต้นโครมครามอีกครั้ง เธอไม่ได้ยกมือทาบหน้าอกตัวเองแต่รู้สึกถึงมันได้ชัดเจน อันที่จริง.. นอกจากหายใจแล้ว ตะวันวาดได้แต่ยืนตัวแข็ง ั์ตาสีน้ำตาลเข้มตรึงเธอไว้ ริมฝีปากแดงอ้าน้อยๆ ราวกับจะพูดอะไรสักอย่าง แต่กลับนิ่งงันไม่มีเสียงเล็ดลอดตอบกลับ..
รถเก๋งคันหรูราคาไม่ต่ำกว่า 7 หลักจอดสนิทข้างรถสปอร์ตสีดำ ภูธเรศรีบเร่งดับเครื่องรถยนต์ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ภายในใจนึกถึงแต่ใบหน้าของบุคคลที่เขากำลังจะเจอในอีกไม่กี่นาทีนี้
บุหลันรังสรรค์คงอยากเซอร์ไพรส์เขา เลยกลับมาโดยไม่บอก.. ชายหนุ่มคิดเข้าข้างตัวเอง
ภูธเรศเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือเพื่อให้มั่นใจว่าเขามาถึงไม่สายกว่าที่บอกอีกฝ่ายเอาไว้ ขายาวรีบก้าวลงจากรถ และเดินไปยังที่นัดหมายทันที
บุหลันรังสรรค์นั่งรอหันซ้ายหันขวาอย่างกระสับกระส่าย เธอเพิ่งวางสายจากอันธกานต์ได้ครู่หนึ่ง รอคอยให้เขากลับมา
“บุหลัน”
เสียงเรียกชื่อทำให้หญิงสาวหลุดออกจากโลกความคิดของตนเอง บุหลันรังสรรค์ชะงักเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืน ร่างสูงที่ปรากฏตัวขึ้นเดินเข้ามาเกือบประชิดตัวเธอ หญิงสาวสูดลมหายใจลึก
ภูธเรศยิ้มกว้างทันทีที่เห็นบุหลันรังสรรค์ เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปกอดร่างอวบแน่น ขณะที่อีกฝ่ายได้แต่ยืนตัวแข็ง ภูธเรศดีใจเกินกว่าที่จะสนใจความรู้สึกผิดปกติ เขาส่งยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า
“รอนานมั้ยคะ” ภูธเรศถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเช่นที่เคยเป็มาตลอด เขาสวมกอดบุหลันรังสรรค์อีกครั้ง
“คิดถึงจะแย่” ภูธเรศยิ้ม หลับตาพริ้ม
“พี่ภู” เสียงหวานเรียกอีกฝ่าย ทำให้ภูธเรศค่อย ๆ ถอนอ้อมกอดนั้น บุหลันรังสรรค์อึกอัก เรียกชื่ออีกฝ่ายแต่ไม่รู้จะเริ่มพูดคุยอย่างไร ชายหนุ่มดูเหมือนจะรู้สึกได้เช่นกัน
คงเป็เพราะไม่เจอกันนาน.. ภูธเรศคิด ก่อนจะต่อบทสนทนาอย่างเป็ธรรมชาติ เขามีคำถามอีกมากมายที่อยากจะคุยกับเธอหลังจากไม่ได้เจอกันเกือบครึ่งปี
“่นี้ปิดเทอมเหรอคะ ทำไมถึงกลับมาได้ พี่จำได้ว่า..”
บุหลันรังสรรค์ส่ายหน้าก่อนที่ภูธเรศจะพูดจบ ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยเชิงสงสัย
“เปล่าค่ะ” เสียงหวานตอบสั้นๆ ก่อนจะเงียบไปหลายวินาที จนภูธเรศเริ่มประหลาดใจ
“...”
“บุหลัน.. ลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว” เสียงหวานเอ่ยต่อให้ที่สุด
สิ่งที่ได้ยินทำให้ภูธเรศมองอีกฝ่ายด้วยความใเล็กน้อย
“เดี๋ยวนะ..” เสียงทุ้มตอบกลับ พร้อมความชะงักงัน.. เขาคิดว่าเธอต้องล้อเล่นแน่ๆ เพราะเมื่อ 6 เดือนที่แล้วเขายังจำสีหน้าตื่นเต้น ดีใจของอีกฝ่ายที่กำลังจะได้ไปเรียนต่อที่เยอรมัน.. รอยยิ้มพร้อมอ้อมกอดนั้นยังคงประทับอยู่ในความทรงจำของเขา..
“บุหลันแกล้งอำพี่แน่เลย” เขาพูด พร้อมกับยิ้มขำ ๆ เต็มไปด้วยความคาดหวังที่จะได้เห็นรอยยิ้มแหย่เล่นของอีกฝ่ายกลับคืน
แต่ทว่า.. บุหลันรังสรรค์ไม่ตอบ เธอจ้องมองภูธเรศเล็กน้อย ก่อนจะเบี่ยงสายตามองลงพื้นลอบถอนหายใจ รอยยิ้มบนใบหน้าของภูธเรศค่อยๆ หุบลง..
“พี่ภู” เสียงหวานเรียกชื่อนั้นอีกครั้ง
“คะ” ภูธเรศตอบ น้ำเสียงยังคงอ่อนโยนกับเธอ แม้จะเต็มไปด้วยความงุนงง
“เราเลิกกันนะคะ”
น้ำเสียงหวานก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
ภูธเรศหัวเราะครื่น คิดว่าตัวเองคงหูฝาดไป
“บุหลันว่าอะไรนะคะ” เสียงทุ้มตอบกลับอย่างรวดเร็ว แม้น้ำเสียงจะส่อความไม่มั่นใจเท่าเดิม ร่างสูงขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น
บุหลันรังสรรค์หลับตาเล็กน้อย ริมฝีปากแดงอวบอิ่มเม้มแน่นก่อนจะเผยอพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“เลิกกัน.. นะคะพี่ภู”
‘เลิกกัน’
ภูธเรศใช้เวลาหลายวินาทีทำความเข้าใจกับประโยคล่าสุดที่ตนเองได้ยิน ใบหน้าที่สดใสด้วยความดีใจเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างสูงกะพริบตาถี่ขึ้น
“ล้อพี่เล่นใช่ไหม” แม้จะถามเช่นนั้น เสียงทุ้มขาดความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด
บุหลันรังสรรค์เม้มปากอีกครั้ง หลบสายตาอีกฝ่าย ทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้พูดเล่น
“ทำไมล่ะ”
ตอนนี้โลกของภูธเรศเหมือนถูกหมุนกลับ 360 องศา เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเขายังเต็มไปด้วยความดีใจและตื่นเต้นที่ได้เจอ ‘แฟนสาว’ ที่คบกันมากว่า 10 ปี ทั้งคู่ตั้งใจว่าจะแต่งงานกันทันทีหลังจากที่เธอจบปริญญาโท..
นี่เกิดอะไรขึ้น..!?
“บุหลันอย่าเงียบสิ” ภูธเรศคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กทั้งสองข้าง บุหลันรังสรรค์มองการกระทำนั้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่เธอก็ไม่มีอะไรจะพูด
“พี่ไม่เข้าใจ เราค่อย ๆ คุยกันได้มั้ย” เสียงนุ่มทุ้มมีแววร้อนรน
มือเล็กกว่าพยายามสะบัดให้หลุดออกจากการจับกุม บุหลันรังสรรค์มีสีหน้าอึดอัด
“บุหลัน” ภูธเรศยังคงเรียกชื่อหญิงสาว มือที่กุมเขย่าน้อย ๆ ราวกับ้าเรียกสติอีกฝ่าย
หญิงสาวยังคงมีสีหน้าเฉยเมยปนอึดอัดใจ เธอเลี่ยงที่จะสบตาเขา ภูธเรศเริ่มใจคอไม่ดี เขาคว้าเธอเข้ามาสู่อ้อมกอดอีกครั้ง
“พี่คิดถึงเรามากนะคะ” เสียงทุ้มสั่นเล็กน้อย
“พี่ภู.. อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ” บุหลันรังสรรค์ยืนตัวแข็งสีหน้ากระอักกระอ่วน
“...” ไม่มีคำพูดใดอื่นหลุดออกจากปาก ภูธเรศทำเพียงกอดอีกฝ่ายแน่น
“พี่กำลังจะทำให้ทุกอย่างยากขึ้นนะ” เสียงหวานเริ่มแข็งกระด้างขึ้น
“ทำไมล่ะ.. เรา.. เรารักกันไม่ใช่เหรอ.. เราจะแต่งงานกันหลังจากบุหลันเรียนจบไง” เสียงทุ้มพูดอย่างหมดเรี่ยวแรง เขาผละจากอ้อมกอดมามองหน้าเธออีกครั้ง
“...” บุหลันรังสรรค์เม้มปากนิ่งอย่างกลั้นใจ ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเย็น
“ใช่ค่ะ.. บุหลันกำลังจะแต่งงาน..” เธอเอ่ยกับเขา ใบหน้าหวานสบตาอีกฝ่าย
“กับคนอื่น..” ประโยคต่อท้ายจบด้วยเสียงสั่น บุหลันรังสรรค์เฉมองไปทางอื่นอีกครั้ง
‘บุหลันกำลังจะแต่งงาน.. กับคนอื่น’ เสียงสะท้อนก้องอยู่ในห้วงความคิดของภูธเรศ
ร่างสูงยืนนิ่งตัวชาวาบหายใจไม่เป็จังหวะ รู้สึกราวกับถูกอะไรหนัก ๆ เขวี้ยงใส่ศีรษะ ภูธเรศผละตัวเองออกจากร่างอวบแน่นทีละน้อย
บุหลันรังสรรค์เห็นดังนั้นก็ก้าวถอยห่างออกจากอีกฝ่ายเพื่อให้เกิดพื้นที่ระหว่างเขาและเธอ
“แต่งงาน.. กับคนอื่น” ภูธเรศพึมพำ ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงน้ำตาที่เอ่อพร้อมจะล้นออกจากดวงตา เขายืนชะงักงันหมดเรี่ยวแรง บุหลันรังสรรค์ยังคงไม่มองหน้าอีกฝ่าย เธอรู้ตัวดีว่าคนตรงหน้ากำลังเสียใจมากแค่ไหน
ภูธเรศรักและดูแลเธออย่างดีมากตลอด.. แม้จะอยู่ห่างไกลกัน เขาก็ยังคอยเป็ห่วงเธอ แต่ความรู้สึกของเธอที่มีให้กับอันธกานต์นั้น.. เธอห้ามมันไว้ไม่ได้จริงๆ .. ความรู้สึกรัก.. ความรู้สึกหลงใหลที่รุนแรงกว่า..
ภายในใจของภูธเรศ เขายังหวังว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็สิ่งที่บุหลันรังสรรค์กำลังแกล้งอำเขาเล่นเท่านั้น.. แต่ตอนนี้เขาเริ่มจะขำไม่ออกเสียแล้ว..
“กับใคร.. คะ” เสียงทุ้มเอ่ยถามต่อในที่สุด.. พอดีกับที่บุหลันรังสรรค์เหลือบเห็นบุคคลที่เธอกำลังนึกถึงอยู่ ใบหน้าหวานสะบัดหันไปทางเขา ทำให้ภูธเรศหันมองตาม
บุคคลใหม่ที่ปรากฏตัวขึ้นทำให้ภูธเรศแทบล้มทั้งยืน
“ธัน../พี่ธัน..”