TinTime Story แฟนใหม่ผมเป็มาเฟีย
Mammysmile
Ep.8 ขอเติมพลังหน่อย
"พี่หมอ ไอ้ธามน้องผมเป็ไงบ้าง" ไอ้เธียร์ทักถามขึ้นหลังจากพยาบาลและหมอกำลังตรวจอาการ
"คาดว่าเอ็นหัวไหล่ฉีกน่ะ ตอนนี้พี่สั่งยาแก้ปวดกับยานอนหลับให้แล้ว ตอนนี้ธามก็จะหลับสักสองสามชั่วโมง "
"มันอันตรายเปล่า "
"ต้องเช็คดูอีกที พรุ่งนี้ต้องเอ็กซ์เรย์ดูอีกรอบว่าต้องผ่าตัดหรือแค่กินยาแล้วกายภาพบำบัด "
"ครับ"
ครือ~
เมื่อประตูเปิดสามคนที่รอฟังผลก็เด้งลุกขึ้นอัตโนมัติ
"พี่เธียร์ไอ้ธามเป็ยังไงมั้งอ่ะ" ไอ้เปรมถาม
"ตอนนี้หมอให้ยามันแล้ว มันก็หลับไปละ พรุ่งนี้รอเอ็กซ์เรย์ดูอาการอีกที"
"กูน่าจะห้ามมันั้แ่ที่มันบ่นว่าตึงที่ไหล่ " ไอ้พี่โฟร์คพูดออกมาอย่างหัวเสีย
"นั่นดิเห็นมันหน้าตาซีดๆบ่นว่าปวดบ่อยๆตั้งหลายรอบน่าจะห้ามมัน" เพียวพูด
"ห้ามมันได้รึไง ก็อย่างที่เห็นมันทุ่มเทกับการแข่งครั้งนี้ขนาดไหน" เปรมพูดแทรกต่อ
"เอาล่ะ ๆ มันก็ผ่านมาละ พูดไปมันก็เป็ไปแล้ว ตอนนี้มันก็นอนแล้ว เอาเป็ว่าพวกมึงกลับไปก่อน "
"ให้พวกผมเฝ้ามันก่อนไหม พรุ่งนี้พี่มีเรียนไม่ใช่หรอ"
"พี่จะกลับไปอาบน้ำแล้ว จะกลับมานอนเฝ้ามัน"
"กลับไปทุกคนนั้นแหละ พวกเธอมีเรียนกันไม่ใช่หรอ ส่วนธามไม่ต้องเป็ห่วงพี่จะสั่งให้พยาบาลค่อยดูแลให้"พี่หมอพูดแทรกขึ้นมา แล้วทุกคนก็เห็นด้วยและก็กลับไปอย่างโดยดี
23:50 น.
ครือ~
ตึก ตึก ตึก
"ธามกูมาแล้ว ขอโทษที่มาหามึงช้า" ติณห์ที่เดินมานั่งข้างๆเตียงอย่างช้าๆเพราะกลัวว่าจะทำให้คนบนเตียงคนไข้ตื่น
จากนั้นติณห์ก็ค่อยๆคว้ามือซ้ายขึ้นมาหอมอย่างแ่เบา
"คงจะเจ็บมากใช่ไหม"
"มึงเป็บ้าหรือไงคุยอยู่คนเดียว" เสียงที่ดังขึ้นมาจากคนบนเตียงคนไข้ทำให้ติณห์เงยหน้ามามองทางต้นเสียงทันที
"อ้าว! มึงยังไม่นอนอีกหรอ "
"นอนแล้ว พึ่งตื่นตอนที่มึงพูดนั้นแหละ" ผมที่พูดออกอย่างคอแห้งผาก
"กูทำมึงตื่นหรอ โทษที...."
"ไม่ใช่หรอกกูปวดไหล่เลยนอนไม่หลับ ว่าแต่มึงเหอะมาทำเชี่ยไรดึกๆ ว่างมากรึไง"
"ก็กูพึ่งเสร็จงาน ก็ตรงดิ่งมาหามึงเลย มึงรู้ป่ะกูรู้ข่าวว่ามึงาเ็กูแทบวิ่งมาหามึงเลยนะ ฮ่าๆ" มันพูดไปพร้อมหัวเราะกลบเกลื่อนไปด้วย
"อย่ามาตอแหล" ผมตอบกลับมันไปพร้อมชักมือออกจากมือมันที่จับมือผมอยู่ แต่มันก็ดึงมือผมมากุมอีกครั้ง
"เห้อ~ เหนื่อยจังขอนอนด้วยดิ" เตียงที่ผมนอนก็ใหญ่พอที่มันนอนด้วยสิ จากนั้นมันก็ค่อยๆแทรกตัวมานอนข้างผม
"มึงบ้ารึไง มาแย่งคนป่วยนอนเนี่ย ลงไปเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวพยาบาลเข้ามาเห็น" จะผลักไล่มันลงจากเตียงก็ไม่ได้ขยับไปไหนก็ไม่ได้ เวรกรรมจริงๆ
"ไม่มีใครเข้ามาหรอก " มันยกหัวขึ้นมาและเบะปากชี้ไปทางประตู พอผมมองตามออกไปที่ประตู ตอนนี้มีชายชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสามคนยืนเฝ้าหน้าประตูอยู่
"มึงยกขโยกมาแบบนี้หมอพยาบาลที่นี่แตกตื่นกลัวกันหมดพอดี เดี๋ยวเขาคิดว่ากูมีอิทธิพลใหญ่โตมาจากไหน แม่งมีบอดี้การ์ดมายืนเฝ้าหน้าห้อง "
"พวกเขาคิดแบบนั้นก็ดีจะได้ไม่ต้องมาคิดอะไรกับมึง" จากนั้นมันก็ทำหน้าบูดบึ้งทันที
"ก็คนมันหน้าตาดี ใครๆก็ชอบกูเป็ธรรมดา อย่าบอกนะมึงมาหึงกูน่ะ"
"ถ้ากูบอกว่าใช่ล่ะ มึงจะเชื่อกูไหม" พอจบประโยคแค่นั้นแหละหัวผมอือไปเลย คำพูดที่ออกจากปาก และสีหน้าที่จริงจังที่กำลังจ้องมองผมอยู่
แต่ไม่ทันที่ผมจะเอ่ยพูดอะไรออกไป มันก็พูดออกมาอีกประโยคหนึ่งที่ทำให้ผมเหวอไปอีกหนึ่งรอบ " ก็กูชอบมึง ก็ต้องหึงเป็ธรรมดาจริงไหมล่ะ"
"......."
ติ๊ด!
ในระหว่างที่มันกำลังเอาหน้ามาซบและนัวเนียอยู่แขนข้างซ้ายของผม ผมก็รู้สึกรำคาญมันอยู่บ้าง แต่ทำไงได้ผมไล่มันไปมันก็ไม่ยอมไป แต่จู่ก็มีเสียงข้อความดังจากโทรศัพท์มัน มันก็ทำท่าล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู มันทำหน้าเครียดขึ้นมาแป๊บหนึ่งจากนั้นมันเก็บโทรศัพท์ไว้ทีเดิม จากนั้นขยับตะแคงหันข้างเอาใบหน้ามาเกยที่ไหล่ผม ลมหายใจที่รดต้นคอผมมันทำให้ขนตามตัวลุกซู่อีกทั้งก้อนหัวใจด้านซ้ายที่เต้นสั่นระรัว
"กูต้องไปทำงานต่อแล้ว ขอเติมพลังหน่อยห้านาทีนะ"
"ไปทำงานเวลานี้เนี่ยนะ "
" อื้อ เหนื่อยมากเลยอยากได้กำลังใจจัง แต่ได้มานอนเกยคางกับมึงแบบนี้ กำลังใจดูเต็มเปี่ยม " เห็นมันบ่นว่าเหนื่อยกับสีหน้าที่ดูเหนื่อยจริงๆ ผมจะไล่มันก็แอบสงสาร
"มึงทำงานอะไร ดูมึงเหนื่อยๆเครียดคิ้วบนหน้ามึงจะผูกเป็โบว์กันอยู่ล่ะ"
"ทำสิ่งที่ไม่อยากทำตลอดชีวิต แต่ให้ทิ้งก็ทำไม่ได้"
"มึงพูดง่ายๆให้กูเข้าใจหน่อยได้ไหม มึงพูดให้ฟังยากทำไม" ผมยิ่งโง่ๆ มันเสือกพูดกำกวมเข้าใจยากอีก
"มึงไม่ต้องรู้หรอก นอนเถอะ โอ๋เอ๋ๆ " พูดให้อยากแล้วเปลี่ยนเื่เฉยไม่พอมาตบที่อกกล่อมให้ผมนอนเป็เด็กน้อยไปได้
"มึงรีบไม่ใช่หรอ ไปสิกูนอนเองได้"
"ไม่เอาอ่ะ กล่อมมึงนอนก่อนแล้วกูค่อยไป "
ไอ้ติณห์แม่ง ! ก็กูไม่อยากนอนก็มาบังคับกูอยู่ได้ แต่นอนก็ได้วะ เอ๊ะ!แล้วกูจะทำตามมันทำไมเนี่ย!
"ก็กูนอนไม่หลับ มึงจะมาบังคับทำไมเนี่ยไอ้ติณห์"
"ก็กูอยากกล่อมมึงนอนก่อนนิ" ติณห์พูด
"เออๆ กูจะนอนพอใจยัง"
มันไม่พูดอะไรมันเหยียดยิ้มอย่างพอใจ แต่ไม่รู้นานแค่ไหนที่ผมพยายามข่มตาหลับและเผลอหลับไปจริงๆ
........
โกดังเก็บสินค้า
"คุณติณห์ครับ ทางนี้ครับ" กิตพูด
พอไปถึงก็มีบอดี้การ์ดสองสามคนยืนรอบคนที่ผม้าตัวในตอนนี้
"ทำไมชั้นคุ้นหน้ามัน" ผมคุ้นคนตรงหน้ามากๆเหมือนเคยเจอที่ไหน
"ไอ้สน มันเป็ลูกน้องเก่าของคุณต้นครับ มันถูกไล่ออกเพราะขโมยข้อมูลบริษัทไปปล่อยในแก๊งค์อื่น " พุตพูด
"งั้นหรอ ก็ว่าเคยเห็นมันที่ไหนที่แท้ลูกน้องป๊าแล้วมันเปิดปากไหมว่าใครสั่งให้มาเผาผับ"
"มันไม่ยอมเปิดปากเลยครับคุณติณห์"
มันไม่ยอมเปิดปากพูดท่าทางมันคงได้เงินอุดปากไว้ไม่น้อย ทั้งโดนซ้อม ทั้งโดนทรมาน มันก็ไม่ปิปากพูดออกมาเลย
"งั้นชั้นจะพูดกับมาเอง"
ติณห์เดินไปยืนตรงหน้าคนที่โดนซ้อมหน้าที่ยับเยินปูดบวมจากฝีมือบอดี้การ์ด
"จะบอกชั้นได้ยังว่าใครให้แกมาเผาผับ ถ้าแกพูดตอนนี้ชั้นรับรองว่าจะไม่ทำอะไรแก"
"หึหึ ถุย!! เด็กอย่างแกมันจะรอดหรอ เป็แค่เด็กอมมือวันๆแบขอเงินพ่อใช้ไปวันๆ ริอาจมาคุมธุรกิจ เหอะรอดตาย หรือพังย่อยยับ ฮ่าๆ "
ผัวะ!!!
"กูไม่ได้ให้มึงมาวิจารณ์ แค่ตอบความจริงมาว่าใครจ้างมึงมาทำ !!"
"ไม่มีใครจ้างกูทั้งนั้น กูทำเองคนเดียวแค่คนเดียวเท่านั้นโว้ย"
"หึหึ มึงแน่ใจว่ามึงจะตอบแบบนี้ กูไม่เชื่อหรอกนะว่ามึงทำคนเดียว"
"ไม่เชื่อก็เื่ของมึง "
"ตกลงมึงจะไม่บอกจริงๆใช่ไหม"
"เออ! ถ้ากูบอกก็บอกนานแล้ว ไอ้โง่!"
ฟึบ!
"ในเมื่อพูดดีๆไม่ชอบ คุยกับไอ้นี่ดีกว่าว่าไหม จ่อที่หัวแบบนี้เผื่อมึงจะคิดอะไรได้บ้าง" ผมชักรำคาญรีบหยิบปืนที่ไอ้กิตยื่นมาให้แล้วจ่อไปที่หัวของไอ้สน
"แค่กดเบาแค่หนึ่งที มึงจะได้เก็บความลับที่อยากจะเก็บไว้นักหนาเอาไว้ตลอดกาลไง มึงว่าดีไหม "
ตอนนี้มันก็เริ่มมีอาการสั่นขึ้นมาเล็กๆ
" หรือจะเอาะุที่มึงพวกนี้ไปฝากเมียที่บ้านดี ได้ข่าวว่ามึงอยากมีลูกมาก ถ้าเมียมึงเห็นะุที่มีคาบเืมึงคงจะช๊อคน่าดูจริงไหม "
"เออ...กูบอกแล้วก็ได้...ไอ้คนที่จ้างกูทำคือ ..."
ปัง!!!!!
ไม่ทันที่มันจะได้พูดก็มือปืนปริศนายิงปิดปากมันไปเสียก่อนทันทีที่เสียงปืนดังไอ้กิตรีบเอาตัวมายืนบังให้ผมทันที และบอดี้การ์ดหลายๆคนที่รีบมายืนรายล้อม รอบตัวติณห์โดยทันที
"คุณติณห์เป็อะไรไหมครับ"
"ชั้นไม่เป็ไร พุตกับกิตล่ะ"
"พวกผมไม่เป็ไร"
"พวกมันเป็ใคร แล้วมันรู้เื่นี้ได้ต้องมีหนอนอยู่ในบ้านแน่ๆ โถ่เว้ย! เกือบจะรู้แล้วเชียว "
"ดูเหมือนว่ามันตั้งใจจะมาเก็บไอ้สนโดยเฉพาะเลยน่ะครับแล้วคุณติณห์จะทำยังไงต่อ"
"พุต"
"ครับคุณติณห์"
"ตรวจสอบบอดี้การ์ดทั้งหมดที่เรามีว่าใครมีความน่าสงสัย ถ้าได้เื่ยังไงบอกชั้นด้วย กิตแล้วเื่ปรับปรุงร้านล่ะไปถึงไหนแล้ว จะปิดนานกว่านี้ไม่ได้"
"ผมแจ้งช่างไปแล้วครับ คาดว่าเสร็จทันในอาทิตย์นี้ครับ"
"อื้อ...ชั้นจะกลับไปพักที่บ้านส่วนศพของมันให้นายจัดการให้ด้วยพุตอย่าให้เหลือล่องลอยเด็ดขาด"
"ครับคุณติณห์"
คนที่ทำอย่างนี้ได้ผมว่ามันต้องเป็คนใกล้ตัวมากๆ เพราะงั้นมันไม่รู้ความเคลื่อนไหวผมไวอย่างนี้หรอก
.......
โรงพยาบาลXXXXXX
10:30 น.
"ผลเอ็กซ์เรย์เป็ยังไงบ้างพี่หมอ" เธียร์พูดขึ้น
"ดูจากฟิล์มแล้ว อาการไม่ถึงกับต้องผ่าตัดอะไร แต่ต้องกินยาแล้วทำกายภาพบำบัดอยากต่อเนื่อง"
"แล้วผมจะกลับมาว่ายน้ำได้อีกเมื่อไหร่พี่หมอ"
"งดยาวๆไปเลยตัวแสบ หักโหมจนอักเสบ พักรักษาตัวยาวๆจนกว่าจะหายดี "
ผมได้ยินอย่างนั้นถึงซึบไปเลยทีเดียว คงต้องวางการเล่นกีฬาไปอีกนานเลยล่ะคราวนี้ เซงเลยแต่ทำไงได้ผมทำตัวผมเองนิจะว่าใครได้
"ธามเมื่อคืนเพื่อนเรามาเยี่ยมหรอเห็นพวกพยาบาลเขาเล่ากันว่าห้องเรามีบอดี้การ์ดเฝ้าด้วย"
เอาแล้วไง ไอ้ติณห์หาเื่ให้ผมแล้ว ป่านี้ลือไปทั่วโรงพยาบาลหมดแล้วมั้งเนี่ย เชี่ยเอ๊ยย!
"เออ...ใช่ครับ"
"เอาเป็ว่าธามต้องใส่สายรัดตลอดการรักษาเว้นแต่อาบน้ำ ส่วนอาหารกินได้ทุกอย่างเว้นแต่ของหมักดองงด ถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่ไปตรวจคนไข้ต่อก่อน"
"ขอบคุณครับ"
หลังจากพี่หมอเดินออกจากห้องไปไอ้พี่ชายผมอย่างไอ้เธียร์ หันมาจ้องอย่างจับผิด ผมรีบหันไปสนใจผลไม้ในจานแท้เพื่อไม่สนสายคู่นั้นที่กำลังจับจ้องอยู่
"มึงมีอะไรยังไม่ได้บอกกูรึเปล่า" ไอ้เธียร์ถามอย่างข้องใจ
"มึงไม่ต้องมาจ้องกูแบบนั้นเลยนะ "
"ก็มึงน่าสงสัยก่อนหน้านี้ยังจะเป็จะตายอกหักจากไอ้พร้อม แต่ดูมึงตอนนี้สดชื่นกว่าแต่ก่อนเยอะมีอะไรยังไม่บอกกูใช่ป่ะ"
"มึงจะขุดมาพูดหาพระแสงอะไร ตอนนี้กูไม่ได้คิดเื่ของไอ้พี่พร้อมมันแล้ว รู้จักไหมคำว่ามูฟออนน่ะ "
"เออๆ มึงดีขึ้นก็ดีแล้ว "
"เธียร์ มึงทำซึ้งอะไรเนี่ย"
"ธาม พรุ่งนี้กูต้องไปออกค่าย 1 อาทิตย์ กูต้องทำยังไงต่อเนี่ยจะทิ้งให้มึงอยู่โรงพยาบาลคนเดียวก็ไม่ได้"
" มึงจะห่วงอะไร มึงก็ออกค่ายมึงนั้นแหละ กูแค่เจ็บไหล่ไม่ได้พิการกูดูแลตัวเองได้ " ผมบอกพี่ชายผมไป"
"แน่นะว่าอยู่ได้น่ะ"ไอ้เธียร์ถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ
"เออหน่ามึงก็เห็นนิว่ากูไม่ได้เป็อะไรมาก อีกอย่างพี่หมอก็อยู่ เลิกห่วงได้แล้ว"
"อ่ะๆ วันนี้กูก็ไม่ได้นอนเฝ้า เดี๋ยวกูต้องกลับไปเก็บเสื้อผ้าของใช้ที่คอนโด มีอะไรก็โทรมาก็แล้วกัน"
"เออๆรู้หน่ารีบไปเถอะ"
"งั้นก็ไปนะ"
หลังจากพี่ชายผมออกไปได้ไม่นาน จู่ๆเสียงเตือนข้อความก็เด้งขึ้น
ซึ่งพอเปิดเข้าแอฟเขียวเ้าของเสียงข้อความก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้ติณห์
ติ๊ด!
TIN_TINNAPHAT : คืนนี้กูจะเข้าไปหามึงนะ
TIME.AKIRA : ไม่ต้องมาโว้ยย ได้ยินไหมไอ้ติณห์
TIN_TINNAPHAT : หุ้ววใจร้ายจัง
TIME.AKIRA :งานมึงเสร็จแล้วหรือไง
TIN_TINNAPHAT : เสร็จแล้วครับ อยากเติมพลังจัง ขอไปเติมพลังหน่อยได้ไหมครับน้องธาม
มันเรียกผมว่าน้องธามขนผมลุกซู่ทัน ถึงแม้มันจะเป็รุ่นพี่ผม แต่ผมกับมันก็ไม่เคยเรียกใครพี่หรือน้องเลยสักครั้งพอมันพูดก็รู้สึกแปลก ๆ
หลังจากนั้นมันก็มาก่อกวนผมทุกคืนโดยมันชอลอ้างว่ามีเติมพลัง แต่เติมพลังบ้าบออะไรเรียกว่าฉวยโอกาสมากกว่า มันใช่โอการที่ผมแขนไม่ดี ทั้งบีบแก้มทั้งมาคลอเคลียใกล้ๆผม ทั้งดึงหน้าผมเอาไปหอม ซึ่งผมก็ทั้งด่าทั้งไล่มันก็ไม่ไปดูเหมือนแม่เหล็กที่ยิ่งไล่ไปเท่าไหร่มันยิ่งดึงดูดให้เข้าหากันมากขึ้นเรื่อยๆแต่ทุกการกระทำของมันทุกอย่างที่มันทำในส่วนลึกๆผมก็คิดว่าดีมากไม่น้อย ใจสั่นทุกครั้งที่มันพยายามเข้าใกล้ผมเรื่อยๆ ซึ่งผมก็ไม่เคยปฎิเสธเลยสักครั้ง .........