อินกับวินทร์นั่งเครื่องบินไปลงที่ฮ่องกงพร้อมกัน แล้วรีบเดินทางไปที่พักของดินทันที วินทร์รีบเข้าไปสืบความผิดปกติที่ห้องของดิน พยายามค้นข้าวของ แต่ก็ไม่พบอะไรเลย
“นายคิดมากไปหรือเปล่า ดินอาจจะไปเที่ยวหรือไปสืบหาตัวน้องสาวของศิรินก็เท่านั้นเอง หากดินสืบไปจนพบเบาะแสก็คงรีบกลับมาเองนั่นแหละ” อินกล่าวอย่างใจเย็น
“ถ้าคนที่หายตัวไปเป็ฟ้าล่ะ นายจะทำยังไง จะสบายใจได้อย่างนี้มั้ย” วินทร์แอบโมโห
“เฮ้ย แค่นี้ นายถึงขั้นแช่งฉันเลยงั้นหรอ” อินกล่าว
“เปล่า ฉันก็แค่อยากให้นายเข้าใจความรู้สึกของฉันบ้าง และที่นี่มันต่างประเทศนะ ไม่ใช่ประเทศไทยด้วย ดินไม่ได้มีความเชี่ยวชาญพื้นที่มากขนาดนั้นด้วย” วินทร์กล่าวอย่างกังวล
“OK ฉันเข้าใจนายก็ได้ งั้นฉันจะถามลูกน้องของฉันอีกทีว่า พวกเขาสืบได้เื่ราวเกี่ยวกับศิรินไปถึงไหนแล้ว พอดีเลย ลูกน้องฉันส่งไฟล์ข้อมูลของคุณศิรินมาให้แล้วล่ะ” อินเปิดมือถือ
“จริงหรอ เป็ไงบ้าง” วินทร์ดีใจรีบมาดูไฟล์ด้วย
“งั้นฉันจะอ่านให้นายฟังก็แล้วกัน ความว่า คุณศิรินเป็แพทย์ศัลยกรรมฝีมือเยี่ยม น้องสาวของศิรินได้ไปเที่ยวฮ่องกงเมื่อสองเดือนที่แล้ว ในระหว่างหนึ่งเดือนน้องสาวคนนี้ก็ติดต่อศิรินมาโดยตลอด จนกระทั่งขาดการติดต่อ ทำให้ศิรินรีบเดินทางไปฮ่องกงเพื่อออกตามหาน้องสาวของตัวเอง ตำรวจของฮ่องกงไม่สามารถสืบอะไรได้เลย ทุกคนที่อยู่ในที่พักของน้องสาวศิริน ให้การตรงกันว่า น้องสาวศิรินเดินทางกลับประเทศไทยแล้วจริงๆ ดังนั้นหมอศิรินจึงลองเดินทางกลับไทยเพื่อตามหาน้องสาวของเธออีกครั้ง แต่เมื่อให้ตำรวจที่ไทยช่วยตรวจเช็ค ก็พบว่าน้องสาวศิรินยังไม่ได้กลับประเทศไทยเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากพวกเธอมีกันแค่สองพี่น้อง ไม่มีญาติที่ไหน ดังนั้นหมอศิรินจึงลาออกจากการเป็หมอที่ไทย แล้วหางานที่ฮ่องกงทำ ดังนั้นหมอศิรินจึงได้เป็หมอประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของฮ่องกง ระหว่างที่ทำงานที่ฮ่องกงก็ยังออกตามหาน้องสาวของตัวเองไม่หยุด” อินอ่าน
“ประวัติหมอศิรินก็ไม่มีอะไรผิดปกติสินะ” วินทร์กล่าว
“ก็ใช่ไง เป็เพราะนายคิดมากเกินไป นายวินทร์ ถ้ารออีกหน่อย ดินก็คงจะติดต่อนายกลับมาเองนั่นแหละ” อินกล่าว
“แต่ฉันกลับมีเซ้นส์แปลกๆ ว่ามันต้องมีอะไรซับซ้อนกว่านี้แน่” วินทร์ยังไม่ยอมแพ้
“ถึงขนาดนี้แล้ว นายก็ยังไม่ยอมแพ้ ฉันล่ะเชื่อนายจริงๆ แล้วนั่นนายจะออกไปไหน” อินสงสัย
“ฉันอยากไปสำรวจทะเลรอบๆ เสียหน่อย อยู่แต่ในนี้ก็จะเอาแต่กังวลไม่หยุดอย่างที่นายว่า” วินทร์กล่าว
“งั้นฉันเดินไปเป็เพื่อนนายก็แล้วกัน” อินกล่าว
อินกับวินทร์เลยพากันเดินตามชายฝั่งทะเล อินมองวินทร์ก็รู้สึกแปลกใจว่าเขามองหาอะไรกันแน่
“นี่นายวินทร์ นายมองหาอะไรอยู่งั้นหรอ ฉันเห็นนายด้อมๆ มองๆ ตามชายฝั่งทะเลนานแล้วนะ” อินสงสัย
“ฉันก็หาขวดใส่กระดาษขอความช่วยเหลือไง เผื่อเจอน่ะ” วินทร์กล่าวอย่างมีความหวัง
“นายนี่ เห็นเป็หนังการ์ตูนไปได้ เขาจะมาเขียนขอความช่วยเหลืออะไรแบบนี้ ถึงมี คนทำงานเทศบาลก็เก็บทิ้งหมดแล้วล่ะ” อินกล่าว
“ก็เผื่อฟลุคไง ในเมื่อตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้นี่” วินทร์กล่าว
“แต่ความเป็จริง ฉันได้ติดต่อตำรวจของที่นี่เพื่อสอบถามความคืบหน้าของดินให้แล้วนะ เขาบอกว่าถ้ามีข่าวอะไรจะรีบแจ้งฉันน่ะ” อินกล่าวเพื่อให้วินทร์คลายกังวล
“ขอบใจนายมากนะ เฮ้ย นั่นไง ขวดบรรจุกระดาษ” นายวินทร์รีบไปเก็บขวดมาทันที
“เฮ้ย ไม่น่าเชื่อ มีจริงๆ ด้วย แล้วใช่ของดินมั้ยล่ะ” อินแปลกใจที่มีคนยังทำแบบนี้กันอีก
“อ่านไม่ออกน่ะ คงเป็เด็กน้อยทำเล่นจริงๆ ด้วย” วินทร์ทำหน้างง แล้วยื่นจดหมายที่นำออกมาจากขวดน้ำพลาสติกส่งให้นายอินดู
นายอินหยิบจดหมายมาอ่าน “เออ จริงๆ ด้วย เป็จดหมายของดิน”
“เฮ้ยจะเป็ไปได้ยังไง มันเป็รูปวาดเล่นๆ เฉยๆ แถมน่าจะเป็ฝีมือเด็กน้อยด้วย” วินทร์สงสัย
“นายคงยังไม่รู้สินะว่า ดินเขาตกวิชาศิลปะ ฝีมือวาดรูปดูไม่ได้เลย” อินวิจารณ์
“อ้าวถ้าอย่างนั้นนายรู้ได้ยังไงว่าเป็จดหมายของดิน” วินทร์สงสัย
“ลายเซนไง ฉันจำลายเซนของดินได้ เธอคงตั้งใจไม่ให้คนประสงค์ร้ายอ่านออกมั้ง” อินคาดการณ์
“แต่มันทำให้พวกเราอ่านไม่ออกด้วยนี่สิ” วินทร์กล่าว
“จริงของนาย ฉันก็อ่านไม่ออก มันเป็รูปมีดตัดถั่วดำหรือเปล่านะ” อินพยายามแกะรูปวาดของดิน
“พวกเรากลับไปตั้งหลักกันก่อนเถอะ” วินทร์กล่าว
อินกับวินทร์พากันนั่งจ้องจดหมายที่เขียนเป็รูปวาดอย่างงงๆ เพราะอ่านไม่ออกจริงๆ
สักพักหลานป้าแม่บ้านก็เดินถือรูปวาดไปอวดคุณแม่บ้าน
“เ้าหนูน้อย วาดรูปอะไรน่ะ ไหนเอามาให้ดูหน่อยซิ” อินทำอย่างอื่นแก้เครียด
“นี่ครับ ผมวาดสวยมั้ย” เด็กชายวัย 10 ขวบ ยื่นรูปวาดให้นายอินดู
“เฮ้ย เหมือนที่ดินวาดเลยน่ะ ว่าแต่มันคือรูปอะไรหรอ เ้าเด็กชาย” อินรีบถาม
“อ้อ ผมเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ คุณครูให้ผมวาดรูปอวัยวะภายในร่างกายครับ ส่วนนี่ก็คือไตไงครับ คุณครูบอกว่าคนเรามีไตสองข้าง” เด็กน้อยอธิบาย
อินกับวินทร์มองหน้ากัน พวกเขาคิดว่าดินอาจจะกำลังวาดไตอยู่ และที่ดิน้าจะสื่อก็คือ มีกระบวนการผ่าตัดไตไปขายแน่ๆ ดังนั้นตอนนี้ดินคงตกอยู่ในอันตรายเสียแล้วล่ะ
“ขอบใจมากเ้าหนูน้อย” อินกล่าวขอบคุณ ทั้งๆ ที่เด็กน้อยก็ทำหน้างงๆ
วินทร์รีบขับรถพาอินไปสถานีตำรวจ เพื่อสอบถามกระบวนการลอบค้าอวัยวะเถื่อนทันที และแสดงว่าศิรินอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเธอเป็หมอศัลยกรรมที่สามารถเข้าร่วมกระบวนการนี้ได้ โดยเป็คนผ่าตัดอวัยวะพวกนี้จากเหยื่อหรือผู้เต็มใจขายเพื่อแลกเงิน
**********************************************
เมื่อทั้งสองคนมาถึงสถานีตำรวจ อินรีบติดต่อสารวัตรของที่นี่ทันที
“มันจะเป็ไปได้ยังไงกันครับ กับอีแค่กระดาษแผ่นเดียวจะบ่งถึงเื่กระบวนการค้าอวัยวะเถื่อนอย่างที่คุณว่า” ตำรวจที่ฮ่องกงยังคงไม่เชื่อ
“งั้นผมขอทราบประวัติขอหมอศิรินหน่อยครับ” วินทร์กล่าว
“งั้นสักครู่นะครับ” ตำรวจรีบสั่งลูกน้องให้ตรวจสอบให้
เวลาผ่านไป 15 นาที ตำรวจลูกน้องก็เลยรายงานว่า “คุณหมอศิรินได้ลาออกจากโรงพยาบาลแล้วครับ และตอนนี้ก็ไม่ทราบร่องรอยของเธอเช่นกัน”
“มันแปลกๆ นะครับ คุณสารวัตร ในเมื่อเธอก็ลาออกจากการเป็หมอที่ไทย แล้วเธอจะเอาเงินมาจากไหน ค่าครองชีพของฮ่องกงก็แสนจะแพงขนาดนี้ คนตกงานไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่รอดได้นะครับ” อินสงสัย
“เอาล่ะ พวกผมจะรีบสืบกระบวนการค้าอวัยวะผิดกฎหมายให้ก็แล้วกันครับ ถ้าได้เบาะแสแล้วผมจะรีบแจ้งคุณ” สารวัตรที่ฮ่องกงกล่าว
แต่นายวินทร์ใจร้อนมาก เพราะกลัวว่าดินจะถูกตัดไตไป แต่ยังทำอะไรไม่ได้เพราะต้องรอเบาะแสจากทางการฮ่องกง
“แล้วนั่น นายจะไปไหนน่ะนายวินทร์” อินสงสัย
“ฉันทนรอต่อไปไม่ได้จริงๆ คงต้องให้มาเฟียของที่นี่ช่วยแล้วล่ะ ฉันจะไปที่ท่าเรือ” วินทร์กล่าวอย่างร้อนใจ
“งั้นฉันไปด้วย” อินกล่าว
วินทร์กับอินไปที่ท่าเรือ พวกเขาก็แปลกใจอีกครั้งเพราะได้เจอกับซินแสที่เฝ้าศาลเ้าที่ไทยโดยบังเอิญ