…นี่มันจะเกินไปแล้ว
โม่จ้านลอบบริภาษในใจหนึ่งประโยค ใช้หางตามองสำรวจสีหน้าของมังกรกึ่งมนุษย์
ทว่าสีหน้าของซีนั่วกลับไม่เปลี่ยนไปมากนัก เพียงกะพริบตาก่อนก้มหน้าลง ยกหนังสือไหว้วานภารกิจขึ้นมาเขียนบางสิ่ง
“จากความหมายของหัวหน้ากิลด์จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ จะใช้ ‘กลุ่มทหารรับจ้างอย่างเป็นทางการของกิลด์ทหารรับจ้าง’ เข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้กระมัง? ข้าเข้าใจแล้ว”
“เช่นนั้นยังมีกลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มอื่นอยากจะเข้าร่วม---?”
“อันใดนะ? ยังคิดจะรับทหารรับจ้างกลุ่มอื่นอีก?”
ซีนั่วกวาดสายตามองกลุ่มทหารโดยรอบ แต่ทว่ายังมิทันเอ่ยจบกลับถูกขัดจังหวะอีกครั้ง สายตาของมังกรกึ่งมนุษย์ปราดมองไปทางเจ้าตัวใหญ่ด้วยสีหน้าขุ่นเคือง ภายในนัยน์ตาแนวตั้งสีเขียวครามมิอาจกดข่มเพลิงโทสะ
“กลุ่มทหารรับจ้างของพวกเราพาคนมาด้วยสามร้อยกว่าคน เยอะกว่าจำนวนคนของทั้งสองกิลด์ในที่แห่งนี้รวมกันเสียด้วยซ้ำ ยังคิดจะให้ทหารรับจ้างกลุ่มอื่นเข้าร่วมอีก?”
หลู่เต๋อแค่นเสียง น้ำเสียงค่อนข้างหยามเหยียด จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อขมวดคิ้ว กระนั้นกลับยังคงมิได้ขัดขวางการกระทำของหลู่เต๋อแต่อย่างใด
“ขออภัย ผู้ว่าจ้างกำหนดว่าต้องมีสามกลุ่มทหารรับจ้างเข้าร่วม มิได้เกี่ยวกับจำนวนคนแต่อย่างใด”
ซีนั่วปรายมองหลู่เต๋อด้วยสายตาเย็นชาหนึ่งปราด จากนั้นหันหน้าไปทางกลุ่มทหารรับจ้างอีกครั้ง
“ยังมีทหารรับจ้างกลุ่มอื่นยินดีจะเข้าร่วมหรือไม่? หากกลุ่มทหารรับจ้างไม่ครบจำนวนก็มิอาจทำตามเงื่อนไขที่ผู้ว่าจ้างเสนอมา”
“อืม...ท่านหัวหน้ากิลด์สาขาย่อยซีนั่ว ข้ามีวิธีแก้ปัญหา”
ผู้ที่การมีอยู่แทบจะเป็นศูนย์อย่างเคอเอินเอ่ยขึ้นกะทันหัน หยัดยืนขึ้นทั้งรอยยิ้มภายใต้สายตาเย็นชาของมังกรกึ่งมนุษย์
“ข้าสามารถติดต่อกับกลุ่มทหารรับจ้างที่อยู่ใกล้เคียงให้มารวมกันเป็นสามกลุ่มทหารรับจ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะสามารถทำตามเงื่อนไขของผู้ว่าจ้าง”
ซีนั่วตีหน้าขรึม มิได้ตอบกลับแต่อย่างใด เพียงใช้หางตามองไปยังหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างไม่กี่คนที่ทำท่าทางอ้ำอึ้ง ภายในใจลอบบริภาษว่าบุรุษผมม่วงสวมแว่นตารับมือได้ยาก
เห็นกันได้อย่างชัดเจน คนของกิลด์ทหารรับจ้างแสดงออกอย่างแข็งกร้าวเช่นนั้นเพราะอยากจะรับภารกิจไว้แต่เพียงผู้เดียว หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างคนอื่นๆ ต่างประเมินสถานการณ์ แม้ภายในใจจะคิดอยากเข้าร่วม แต่กระนั้นกลับมิอยากสร้างความหมางใจกับเหล่ากิลด์ทหารรับจ้างเพียงเพราะภารกิจที่เสี่ยงอันตรายมิน้อย ทำได้เพียงถอยออกจากการแก่งแย่งอย่างเงียบเชียบ
'กลุ่มทหารรับจ้างอย่างเป็นทางการของกิลด์ทหารรับจ้าง' คือกลุ่มทหารรับจ้างส่วนบุคคลที่จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อสร้างขึ้นในกิลด์พันธมิตร ในนามแล้วยังอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของตน ทว่าทันทีที่ปล่อยให้กลุ่มทหารรับจ้างของกิลด์อีกฝ่ายเข้าแทรกแซงก็จะกลายเป็น 'ภารกิจร่วมของกิลด์' อีกฝ่ายมิเพียงแต่ได้รับค่าตอบแทนจำนวนมาก กลับยังจะทำให้ตนถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะว่า 'กิลด์ไร้คน'
“เฮ้อ นอกจากพวกเราแล้ว คล้ายกับว่าจะไม่มีทหารรับจ้างกลุ่มอื่นคิดอยากเข้าร่วม...”
แว่นตาข้างเดียวของเคอเอินสะท้อนแสง เขาเผยสีหน้าจนปัญญาออกมา ยกยิ้มขื่นพลางแบมือทั้งสองข้าง
ซีนั่วถอนหายใจ กวาดสายตามองหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างที่พากันลังเลมิเลิกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะยกพู่กันขนนกขึ้นเตรียมลงนามในหนังสือภารกิจ
“...ข้าว่านะ พวกเจ้าคุยกันเสร็จแล้วหรือไม่”
น้ำเสียงค่อนข้างหงุดหงิดดังมาจากด้านข้าง ซีนั่วเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ พบว่าโม่จ้านลุกขึ้นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
หัวหน้ากิลด์สาขาย่อยท่านนี้ช่างนิสัยใจคอดีเสียจริง หากเป็นข้าคงได้บริภาษโดยมิสนสิ่งใดไปนานแล้ว
“ทั้งๆ ที่กลุ่มทหารรับจ้างของพวกเราเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อนมิใช่หรือ? ยังมิทันแสดงท่าทีกลับถูกพวกไร้มารยาทบางคนขัดจังหวะเสียก่อน”
โม่จ้านบิดเอวไล่ความเกียจคร้านอย่างผ่อนคลาย คลี่ยิ้มพลางส่งสัญญาณมือไปทางซีนั่ว
“กลุ่มทหารรับจ้างของพวกเรารับภารกิจนี้ ยินดีจะเป็นหนึ่งในสามกลุ่มทหารรับจ้าง”
“...อ่า อืม ได้”
ซีนั่วนึกมิถึงว่ากลุ่มทหารรับจ้างที่มีเพียงสี่คนกลุ่มนี้จะกล้าออกหน้า มิอาจตอบสนองในทันทีทันใดทั้งนึกมิถึงว่าจะลืมกระทั่งจดชื่อลงทะเบียน
“พวกเจ้าไม่กี่คนคิดจะทำสิ่งใดอีก---?”
เมื่อแผนการถูกทำให้ยุ่งเหยิงอีกครั้ง จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อกดข่มความขุ่นเคืองเอาไว้ หยัดกายลุกขึ้นจดจ้องโม่จ้าน
“ทำสิ่งใดงั้นหรือ? ก็รับภารกิจอย่างไรเล่า เมื่อครู่บุรุษผมม่วงสวมแว่นตาข้างเดียวเพิ่งจะเอ่ยว่าคงไม่มีทหารรับจ้างกลุ่มอื่นเข้าร่วม พวกเราเลยลุกออกมา”
โม่จ้านมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าไม่หวาดหวั่น มือขวาวางลงบนกริชข้างเอว ทำราวกับมองมิเห็นหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนกลายเป็นดอกเก๊กฮวยของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ
วางอำนาจบาตรใหญ่ในเมืองแห่งทหารรับจ้างของตนยังไม่เท่าใด คิดว่าเมื่ออยู่ข้างนอกข้าจะไม่กล้าจัดการเจ้าจริงๆ หรืออย่างไร? ครั้งแรกเป็นมือใหม่ยังมิรู้ว่าต้องทำเช่นไร ครั้งที่สองมีเรื่องเข้าแทรกจนมิอาจไม่ปล่อยเลยตามเลย ครั้งนี้หากคิดอยากโดนไม้โบย บิดาก็จะเล่นเป็นเพื่อนให้ถึงที่สุด!
เจียนั่วสัมผัสได้ถึงการตั้งตัวทำสงครามของโม่จ้านได้อย่างว่องไวจึงเงยหน้าขึ้นมองไปยังชายหนุ่มเปี่ยมพลัง เส้นสันกรามคมของโม่จ้านลากยาวไปถึงลำคอแกร่งหลังใบหูอย่างพอเหมาะ ลูกกระเดือกนูนออกมาขยับเล็กน้อย ทันใดนั้นภายในใจของเจียนั่วพลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดพลางก้มหน้าลงอย่างทำตัวมิถูก
“จิ๊ ทั้งกลุ่มทหารรับจ้างของพวกเจ้ามีเพียงสี่คน อย่าว่าแต่คุ้มกันสิ่งของ กระทั่งรักษาตัวรอดยังเป็นปัญหา ไม่ควรค่าให้เอ่ยถึงแม้แต่น้อย”
หลู่เต๋อที่เพิ่งจะนั่งลงหัวเราะเยาะพลางเปิดโหมดเย้ยหยันอีกครั้ง ลาถีเท่อส่ายหน้าอย่างจนปัญญาก่อนดึงชายอาภรณ์ของโม่จ้าน ขณะคิดจะบริภาษเจ้าตัวโตที่อ้างประเด็นเรื่องจำนวนคนมิยอมหยุดสักหลายประโยคกลับถูกเก๋อจือที่ลุกขึ้น 'พรวดพราด' ทำเอาสะดุ้งตกใจ
“ข้าว่านะหลู่เต๋อ ในหัวของเจ้าคงมีแต่กล้ามเนื้อกระมัง? ข้าคิดมาโดยตลอดว่าผู้มีตำแหน่งสูงของกิลด์ทหารรับจ้างเลี้ยงเจ้าเอาไว้เพื่อเป็นผู้คอยใช้กำลัง นึกมิถึงว่าจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อจะควบคุมดูแลลูกน้องได้ไม่เข้มงวดกวดขัน เลี้ยงคนโง่ตัวโตจนกลายเป็นหมูป่าเสียแล้ว ไร้สมองมิพอยังจะชอบวุ่นวาย!!”
เก๋อจือที่อดจนเหลืออดมองกิลด์ทหารรับจ้างด้วยความโมโห ประทัดหนึ่งชุดมิเพียงแต่ทำลายบรรยากาศตึงเครียด กลับยังทำให้โม่จ้านที่ได้สติกลับมากับเจียนั่วหันมองหน้ากัน ไม่เข้าใจว่าเจ้าเด็กน้อยผู้นี้คิดจะทำสิ่งใด
“ด้วยเพราะสิ่งของที่ต้องขนย้ายมีค่ามาก ดังนั้นผู้ว่าจ้างจึงต้องการทหารรับจ้างสามกลุ่มก็เพื่อจำนวนคนงั้นหรือ? ข้าดูแล้วพวกเจ้าคงจะอยู่ในแผ่นดินใหญ่นานเกินไป ความรู้จึงได้ตื้นเขินจนถึงขั้นนี้! ต้องการทหารรับจ้างสามกลุ่มในการขนส่งสิ่งของ เห็นได้ชัดว่าต้องการให้ต่างฝ่ายต่างจับตาดูซึ่งกันและกัน ป้องกันมิให้ผู้คุ้มกันขโมยไปกลางทาง จากนั้นหนีหายเข้ากลีบเมฆ”
โม่จ้านมองไปทางด้านข้างด้วยความประหลาดใจ เมื่อก่อนคิดเพียงแค่ว่าเจ้าเด็กผู้นี้ปากเก่ง นึกมิถึงว่าตรรกะยังยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้?
“เจ้ามิเชื่อพวกเรา พวกเราก็มิเชื่อพวกเจ้าเช่นกัน คิดอยากให้คนภายในฮุบภารกิจเสียแต่แรกเริ่ม เห็นได้ชัดว่าพวกเจ้าน่าสงสัยยิ่งกว่า?!”
สายตาคมกริบของเก๋อจือมองไปทางลุงใหญ่ไว้หนวดเคราโดยตรง น้ำเสียงทั้งหนักแน่นและเปี่ยมด้วยพลัง หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ โม่จ้าน เจียนั่วและลาถีเท่อลอบยกนิ้วโป้งพร้อมๆ กัน
ซีนั่วหรี่ดวงตา มองไปทางเด็กหนุ่มผมแดงถือคทาสั้นอย่างใช้ความคิด
จากการสังเกตการณ์ที่ผ่านมาของตน ตนคิดมาโดยตลอดว่าคุณชายน้อยผมแดงเป็นผู้ที่ความคิดเรียบง่ายมากที่สุดในบรรดาไม่กี่คน เพียงคอยกวัดแกว่งคทาเป็นพอ ด้วยเพราะทุกคราที่เด็กหนุ่มเผ่าหมานมาคัดลอกภารกิจและส่งภารกิจที่กิลด์ คุณชายน้อยท่านนี้มักจะเดินตามอยู่ด้านหลัง และทุกคราที่อัศวินหนุ่มทั้งสองคนกับเด็กหนุ่มเผ่าหมานหารือเรื่องกลยุทธ์ คุณชายน้อยผมแดงเพียงฟังอย่างเข้าใจบ้างมิเข้าใจบ้าง คอยเอ่ยขานรับเป็นครั้งคราวเท่านั้น
เมื่อดูจากยามนี้ สถานการณ์คงจะมิได้เป็นเช่นนั้น ด้วยเพราะมิค่อยมีส่วนร่วมในการหารือแผนการมากนัก ดังนั้นจึงมิได้ถูกจำกัดด้วยระบอบความคิดและมิได้รับผลกระทบ ทันทีทันใดนั้นจึงได้กลายเป็น 'กองกำลังทหารที่มีพลังรบเกรียงไกรอย่างปาฏิหาริย์' ที่บุกเบิกวิถีทางใหม่
ครั้นเห็นว่าสถานการณ์อยู่เหนือการควบคุม จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อขมวดคิ้ว วางมือข้างริมฝีปากก่อนไออย่างแรงไม่กี่ครั้ง
“เช่นนั้นเมื่อรวมกลุ่มทหารรับจ้างราชาปีศาจก็ยังขาดอีกหนึ่ง พวกเราจะไป---”
“ในเมื่อจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อยังสามารถลงทะเบียนในนามกลุ่มทหารรับจ้างอย่างเป็นทางการของกิลด์ทหารรับจ้าง เช่นนั้นท่านหัวหน้ากิลด์สาขาย่อยซีนั่วก็คงทำได้เช่นกันกระมัง?”
เก๋อจือขัดจังหวะคำพูดของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อโดยไม่ลังเล น้ำเสียงดังตัดตะปูตัดเหล็ก[1]
“ด้วยเส้นสายของท่านหัวหน้ากิลด์สาขาย่อยซีนั่ว การก่อตั้งกลุ่มทหารรับจ้างเพื่อเข้าร่วมภารกิจคงจะเหลือเฟือกระมัง? ทหารรับจ้างทั้งสามกลุ่มคานอำนาจกันก็มิต้องกลัวผู้อื่นจะครหาแล้ว”
ทุกคนในเหตุการณ์เงียบสงัดทันใด พวกจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ โม่จ้าน ลาถีเท่อและเจียนั่วต่างเบิกตาโตพร้อมกัน กระทั่งซีนั่วยังยากอำพรางสายตาตื่นตะลึง
“...ใช่แล้ว ท่านกล่าวได้ถูกต้อง ท่านจอมเวทหนุ่ม”
เชิงอรรถ
[1] ตัดตะปูตัดเหล็ก 斩钉截铁 ใช้อุปมาว่า การกระทำหรือการตัดสินใจหรือการพูด เด็ดขาด