เสียงลมพัดแ่เบา แสงแดดอ่อนของยามเช้าส่องผ่านม่านโปร่งบางเข้ามาในคฤหาสน์หรูริมทะเลสาบ อริสรา ยืนทอดสายตามองออกไปยังผืนน้ำกว้างใหญ่ ทะเลสาบยังคงสงบนิ่ง มีเพียงละอองไอจากน้ำที่ลอยขึ้นมาปะทะอากาศเย็นของเช้าวันใหม่
ร่างบางระหงถูกปกคลุมด้วยชุดเดรสยาวสีขาว เนื้อผ้าชั้นดีพลิ้วไหวตามแรงลมอ่อน เธอขยับมือไล้แก้วกาแฟเซรามิกเนื้อบาง ก่อนจะยกขึ้นจิบ เผยให้เห็นริมฝีปากสีระเรื่อ
สายตาของเธอทอดมองออกไปไกล แผ่นน้ำไหลกระเพื่อมสะท้อนแสงแดดระยิบระยับราวกับเพชร ทอดตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวนวล แต่เริ่มมีสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าแซมขึ้นมา บ่งบอกถึงการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ
เช่นเดียวกับความรู้สึกในใจของเธอ บางสิ่งที่หลับใหลกำลังถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
ร่างระหงดูสง่างามราวกับภาพวาดของหญิงสาวในเทพนิยาย กำลังเพลิดเพลินกับความคิดในหัว
แต่แล้ว
ปึง!
เสียงเปิดประตูดังขึ้น พร้อมกับฝีเท้ากระแทกพื้นอย่างแรง
"ยัยปรางค์! ฉันจะไม่ทนกับแกอีกต่อไปแล้ว!"
เสียงแหลมของผู้มาใหม่ทำให้บรรยากาศอันเงียบสงบของเช้าวันนี้พังครืนลงทันที อริสราถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันกลับไปมองเ้าของเสียง
"ไอ้จูเลียน" เธอเรียกชื่อเพื่อนสาวของตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ "มีเื่อะไรแต่เช้า?"
จูเลียน ชายหนุ่มหน้าหวานที่แต่งตัวเนี้ยบั้แ่หัวจรดเท้าในชุดสูทสีชมพูพีช มองเพื่อนสาวด้วยสายตาเอือมระอา
"เธอยังกล้าถามอีกเหรออออ?!
เมื่อคืนไปไหนมา?! ทำไมไม่ไปเดตกับผู้ชายที่ฉันอุตส่าห์คัดสรรมาให้อย่างดี!"
อริสราช้อนตามองเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปจิบกาแฟของตัวเองต่อ
"ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่สนใจ"
"แต่ฉันสนไงยะ!" จูเลียนกรีดเสียงพลางเท้าเอว
"นี่แกจะขึ้นคานจริง ๆ ใช่ไหม? ผู้ชายที่ฉันเลือกให้เธอ
หล่อ
รวย
โปรไฟล์ดี
เรียนจบ Ivy League!
สายงานก็ดี๊ดี แล้วดูสิ! แกไม่ไป! แกปฏิเสธ! แกฆ่าความหวังของฉัน!"
"ฉันไม่เคยขอให้แกเลือกใครให้" อริสรายังคงพูดด้วยน้ำเสียงเ็า แต่จูเลียนไม่ได้สนใจ
"ยัยปรางค์!" เขาทำหน้าเหมือนจะเป็ลม
"เธอจะโสดไปถึงเมื่อไหร่! หรือว่าเธอยังไม่ลืม 'เด็กคนนั้น' กันแน่?"
คำว่า 'เด็กคนนั้น' ทำให้อริสราชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคู่สวยมีแววลังเลเพียงแวบเดียว ก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งเช่นเดิม
"อย่าพูดอะไรไร้สาระ"
"ไร้สาระบ้าอะไร! ฉันรู้จักเธอมาตั้งกี่ปี! แกอาจจะหลอกตัวเองได้ แต่เธอหลอกฉันไม่ได้นะยัยปรางค์!"
อริสราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงกับราวระเบียง
"จูเลียน" เธอถอนหายใจ
"ฉันแค่ไม่ได้สนใจเื่ความรักตอนนี้"
"แต่แกสนใจเด็กคนนั้น"
คำพูดของจูเลียนทำให้อริสรานิ่งงันไป
"ใช่ไหม?" จูเลียนยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน
"ปรางค์ แกรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองเป็แบบนี้ทุกครั้งั้แ่กลับจากไทย เกี่ยวกับกับเื่เด็กคนนั้น?"
"ฉันแค่..."
"แกแค่ไม่อยากยอมรับมัน" จูเลียนพูดแทน
"แต่บอกเลยนะยะ ว่าต่อให้แกหนีไปอีกสิบปี เด็กนั่นก็จะตามมาหลอกหลอนแกอยู่ดี"
อริสราสูดลมหายใจเข้าลึก เธอรู้ดีว่าจูเลียนพูดถูก
เพราะพิมพ์นารา เด็กสาวที่เธอเคยทิ้งไว้ข้างหลัง—กำลังเดินเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง
และครั้งนี้…
พิมจะไม่ยอมให้เธอหนีไปอีกเหมือนที่เธอเคยพูดไว้
จูเลียนยังคงจ้องหน้าอริสราอย่างจับผิด ขณะที่เธอจิบกาแฟอย่างใจเย็น ราวกับว่าบทสนทนาก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น
"นี่เธออย่าคิดว่าฉันจะปล่อยผ่านนะยะ ฉันรู้ว่าเธอกำลังเลี่ยงพูดเื่พิม"
อริสรายกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอียงคอทำหน้าตาใสซื่อสุดชีวิต
"อาทิตย์หน้าฉันต้องกลับไปประชุมอีกนะ แกช่วยประสานงานโปรเจกต์ใหม่ให้ฉันหน่อยสิ"
จูเลียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกะพริบตาปริบ ๆ
"...ปรางค์! นี่แกเปลี่ยนเื่หน้าด้าน ๆ เลยเหรอ!?"
"ฉันแค่บอกงานแกเฉย ๆ" อริสราพูดหน้าตาย
"ไม่เอามาเนียนนะยะ! เมื่อกี้ยังเป็เื่เด็กน้อยของแกอยู่เลย อยู่ดี ๆ ก็มาพูดเื่ประชุม! ฉันไม่ตกหลุมพรางแกง่าย ๆ หรอก!"
"งั้นแสดงว่าแกไม่ว่างช่วยฉันเหรอ?" อริสราเลิกคิ้ว พลางจ้องเพื่อนตัวดีด้วยสายตาเหมือนแมวที่กำลังออดอ้อน
"ว่างสิยะ! แต่..." จูเลียนขมวดคิ้ว รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนปั่นหัว
"เดี๋ยว! นี่ไม่ใช่ประเด็น!"
"อาทิตย์หน้า แกช่วยประสานงานเื่เอกสารกับทีมให้หน่อยนะ" อริสราพูดต่อหน้าตาเฉย
"ส่วนเื่พิม…ฉันไม่รู้จะพูดอะไร"
"ก็พูดออกมาว่าเธอยังจำจูบแรกจากเด็กนั่นอยู่ไง!" จูเลียนบ่นเสียงสูง
อริสราหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะทำหน้าแบ๊วสุดชีวิต "ฉันไม่เข้าใจว่าแกพูดเื่อะไรเลยอ่ะจูเลียน"
"โอ๊ย! อยากจะบ้าตาย!" จูเลียนแหกปากลั่นพลางยกมือกุมหัว
"นี่แกจะแกล้งทำเป็ไม่รู้เื่อีกนานแค่ไหนฮะ ยัยปรางค์!"
"จนกว่าแกจะยอมประสานงานโปรเจกต์ให้ฉันไง"
จูเลียนชี้หน้าอริสราด้วยสีหน้าหงุดหงิดสุดชีวิต ขณะที่อริสราเพียงแค่ยิ้มกวน ๆ
"แกนี้มัน…!"
"สุดยอดใช่ไหมล่ะ?" อริสราพูดพร้อมกับกระพริบตาสองทีแบบใสซื่อ
จูเลียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ได้! ฉันช่วยก็ได้! แต่แกหนีเื่เด็กนั้นไม่พ้นหรอก!"
อริสราเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบอีกครั้ง
เธออาจจะเปลี่ยนเื่คุยกับจูเลียนได้…แต่เธอจะเปลี่ยนความรู้สึกในใจตัวเองได้จริงหรือเปล่า นั่นเป็อีกเื่หนึ่ง
จูเลียนยืนเท้าเอวมองเพื่อนสาวสุดแสนจะกวนประสาทตรงหน้า อริสรานั่งไขว่ห้างบนโซฟา มือเรียวยังคงถือแก้วกาแฟ จิบอย่างใจเย็นราวกับไม่ได้สนใจสิ่งที่เขาพูดเลยแม้แต่นิดเดียว
"ยัยปรางค์! แกอย่าทำหน้าแมวอ้อนหรือทำหน้าแบ๊วแบบเมื่อกี้อีก รู้ไหม!"
อริสราเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน ก่อนจะกระพริบตาสองทีช้า ๆ พร้อมกับเอียงคอเล็กน้อยเหมือนลูกแมวที่กำลังออดอ้อน
"แบบนี้เหรอ?"
"ให้ตายเถอะ! ใช่! แบบนั้นแหละ!" จูเลียนแทบจะกรีดร้อง
"แล้วอย่าไปส่งสายตาแบบนี้ให้ใครพร่ำเพรื่อ! เค้าจะคิดว่าแกหว่านเสน่ห์ให้เค้า!"
"แต่ฉันก็แค่..."
"ไม่ต้องมาแค่! แกไม่รู้ตัวเหรอว่าสายตาแกมันดึงดูดคนให้ตกหลุมรักได้ง่ายแค่ไหน! ถ้าไม่อยากให้ใครอกหักไม่รู้ตัว เลิกใช้สายตาแบบนี้ซะ!"
อริสราหัวเราะเบา ๆ อย่างขบขัน
"แกพูดซะเหมือนฉันไปโปรยเสน่ห์ให้ใครต่อใครตลอดเวลาเลยนะ"
จูเลียนเบ้ปาก "โอ๊ย ให้ตายเถอะ!
ขนาดฉันเป็เก้งกวางขนาดนี้ยังยอมให้แกได้ขนาดนี้! แล้วผู้ชายผู้หญิงทั่วไปจะเหลือเหรอ!?"
"เวอร์ไปหรือเปล่า?"
"เวอร์บ้าอะไร! คนบ้าอะไรสวยแบบไม่มีอยู่จริงจนฉันหน้าหมั่นไส้! ใบหน้าก็สวย สายตายังมากด้วยเสน่ห์! เพียงเพิ่มจริตอ้อนอีกนิดหน่อยก็คือไม่มีใครปฏิเสธแกได้แล้ว!"
อริสรายิ้มมุมปากก่อนจะเอนตัวพิงโซฟา "งั้นแปลว่าพิมก็ปฏิเสธฉันไม่ได้เหมือนกันสินะ?"
"บริหารเสน่ห์ไม่เลือก ระวังลื่นล้มนะคะ"
จูเลียนชะงักไปทันที ดวงตาเป็ประกายวาบเมื่อนึกถึงประโยคนั้น "อ้าว! นี่เธอยอมรับแล้วเหรอว่ากำลังจะใช้เสน่ห์กับเด็กนั่น?"
อริสรายักไหล่ "ฉันก็แค่พูดตามหลักเหตุผลของแก"
"อริสรา! แกมันร้าย!" จูเลียนชี้หน้าเพื่อน ก่อนจะหัวเราะอย่างปลง ๆ "แต่เอาเถอะ…ยังไงเื่ฉันกับเด็กนั่นก็ไม่มีทางรอดอยู่แล้วล่ะ"
อริสราหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง สายตาเรียบนิ่ง แต่มุมปากกลับมีรอยยิ้มจาง ๆ
ถ้าตัวเธอเองจะเข้ามาในเกมนี้จริง ๆ …บางทีเธอเองก็อาจจะไม่ได้อยากเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ก็ได้
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือทะเลสาบเงียบสงบ ดาวพร่างพรายระยิบระยับสะท้อนลงบนผืนน้ำที่นิ่งสงบ ราวกับกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนอดีตของใครบางคน
อริสรานั่งอยู่บนเก้าอี้หวายตรงระเบียงบ้าน จูเลียนนั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ พร้อมไวน์แดงหนึ่งแก้ว
"แกคิดว่า ถ้า 10 ปีก่อนแกไม่มาที่นี่ ชีวิตแกจะเป็ยังไง?" จูเลียนถามขึ้นพลางหมุนแก้วไวน์ในมือ
อริสราหัวเราะเบา ๆ "ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่รู้แน่ ๆ คือคงทำทุกอย่างเต็มที่เหมือนเดิม นั่นเป็สิ่งที่ฉันคิดว่าเป็ไปได้ที่สุดแล้ว"
"แกเคยคิดไหมว่าถ้าตอนนั้นเราตัดสินใจอีกแบบ ชีวิตเราจะเป็รูปแบบไหน?"
อริสรานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง "ไม่รู้หรอก แต่ไม่ว่าเราจะเลือกทางไหน ถ้าเราทำมันเต็มที่แล้ว ฉันเชื่อว่าเราจะไม่เสียใจเลยสักครั้งที่คิดย้อนถึงมัน"
จูเลียนทอดสายตามองท้องฟ้า "แล้วถ้าไม่มีโอกาสได้ทำมันอย่างเต็มที่ล่ะ?"
"ก็ลองหาโอกาสที่จะทำมันใหม่อีกสักครั้งดู"
"แล้วถ้าทำเต็มที่แล้วยังล้มเหลวล่ะ?"
อริสราหันมามองเพื่อน ก่อนจะยิ้มบาง ๆ "ไม่แปลกหรอกที่จะล้มเหลว อย่างน้อยเราก็ยังได้ทำมันอย่างเต็มที่"
"แต่ถ้าเราไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เท่ากับเราล้มเหลวเหมือนกันไหม?"
"ชีวิตคนเรา คงไม่มีใครประสบความสำเร็จไปทุกเื่หรอก เื่ที่ล้มเหลวก็คงมีไม่น้อยเหมือนกัน"
จูเลียนมองหน้าอริสราครู่หนึ่ง ก่อนจะยกไวน์ขึ้นจิบ "แต่ฉันคิดว่าการตัดสินใจครั้งนั้นของแกเป็เื่ที่ประสบความสำเร็จนะ"
อริสรายิ้มบาง ๆ "ฉันเหมือนเป็คนโชคดีมากกว่า ที่ได้มาเจอ Host ที่ดี จนเค้ารับฉันเป็ลูกบุญธรรม ครอบครัวนี้ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกเป็คนนอกเลยสักครั้ง ถึงแม้ตอนนี้เท็ดดี และเฮดีจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่คริสท็อฟและคนอื่น ๆ ในตระกูลนี้ก็ยังดีกับฉันเหมือนเดิม"
ดวงตาของเธอฉายแววอบอุ่น แต่ลึกลงไป มีร่องรอยแห่งความคิดถึงซ่อนอยู่
อริสราถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ "และมันถึงเวลาแล้ว ที่ฉันคงต้องเข้ามาช่วยกิจการของครอบครัวนี้ตามสัญญา หลายครั้งฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะทำมันได้ดีไหม ฉันสมควรอยู่ตรงจุดนั้นจริง ๆ หรือเปล่า..."
จูเลียนมองเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนจะวางมือบนไหล่ของเธอ "แต่เมื่อไหร่ที่แกกลับมาที่นี่..."
อริสรายิ้มบาง ๆ "ฉันเหมือนได้กำลังใจที่ดี หรืออาจเป็เพราะที่นี่เยียวยาฉันใน่เวลาที่ฉันสูญเสียทุกอย่างไป"
ค่ำคืนนี้เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านและเสียงคลื่นกระทบฝั่งเบา ๆ
บางที…อดีตอาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่อนาคต…ยังคงถูกเขียนขึ้นใหม่ได้เสมอ
จูเลียนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองหน้าอริสราด้วยสายตากึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจัง
"แต่ก็ว่าเถอะ… อดีตท่านทูตคนก่อน เขาเป็คนช่วยเหลือแก โดยให้ครอบครัวนี้รับเป็ Host ใช่ไหม?"
อริสรายิ้มบาง ๆ ดวงตาฉายแววอบอุ่นเมื่อคิดถึงคนคนนั้น "ใช่… เขาคงจะเอ็นดูฉันมาก ถึงมอบโอกาสดี ๆ แบบนี้ให้"
"ไม่ใช่แค่โอกาสดี ๆ หรอก" จูเลียนกลั้วหัวเราะ "แกคิดดูสิ จากเด็กธรรมดาคนหนึ่ง กลายมาเป็ลูกคุณหนูมหาเศรษฐี มีมรดกมากมาย แกไม่คิดว่ามันออกจะเกินไปหน่อยเหรอ?"
อริสราหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหัว "ถ้าฉันไม่ได้เจอเื่ในอดีตก่อนหน้านั้น แกอาจจะพูดถูก"
"แต่นี่แกเจอเื่ราวหนักหนามาก่อน เลยกลายเป็ชีวิตดราม่าที่เหมือนนิยายแทนสินะ?"
อริสราหลุบตาลง มองปลายนิ้วตัวเองที่จับขอบแก้วไวน์ "ฉันไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองโชคดีขนาดนั้นหรอกจูเลียน มันเป็แค่การแลกเปลี่ยนมากกว่า"
"แลกเปลี่ยน?"
"ใช่… แลกเปลี่ยนอดีต แลกเปลี่ยนบางอย่างที่หายไป เพื่อมีชีวิตใหม่" อริสรายิ้มจาง ๆ
"แต่สุดท้าย ต่อให้มีโอกาสดีแค่ไหน เราก็ยังต้องเลือกว่าจะใช้มันยังไงอยู่ดี"
จูเลียนมองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ให้ตายเถอะ! แกนี่มันโคตรนักคิดนักวิเคราะห์เลยจริง ๆ ฉันพูดเล่น ๆ เองนะ! แค่จะแซวว่าแกเหมือนนางเอกในนิยายเท่านั้นเอง!"
อริสราหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยักไหล่ "ถ้าเป็นิยายจริง ๆ ฉันอยากรู้จังว่าเื่นี้จะจบแบบไหน"
จูเลียนยิ้มเ้าเล่ห์ "แล้วแกอยากให้มันจบแบบไหนล่ะ?"
อริสรานิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาหลุบลงต่ำเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ
"ฉันยังไม่รู้หรอก… แต่บางที อาจมีใครบางคนกำลังพยายามเขียนตอนจบของมันให้ฉันอยู่ก็ได้"
และถ้า ‘เธอคนนั้น’ ยังคงพยายาม… บางทีตอนจบของเื่นี้ อาจจะสวยงามกว่าที่เคยคิดไว้ก็ได้