เธอเคลื่อนตัวไปบนเวทีที่สร้างขึ้นไว้ด้วยท่าทางงามสง่าของนักระบําและยังเจรจาด้วยภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นเพื่อช่วยให้บรรยากาศการแสดงมีชีวิตจิตใจขึ้น และหลังจากการแสดงของเธอผ่านไปไม่นานเสียงดนตรีก็ดังกึกก้องขึ้นเป็การตัดบทการเดินทางในฉากนั้นลง หัวใจของรัฟเฟอรี่พองโตขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเธอมองมาทางเขา นอกจากจะยิ้มให้แล้วก็ยังส่งจูบปลิวมาถึงอีกด้วยก่อนหน้าที่จะหายตัวกลับเข้าไปในฉาก
มันเป็ความโง่เขลาอย่างยิ่งที่จะสร้างความเพ้อฝันลมๆ แล้ง ๆ กับนักแสดงละครเร่ที่อาจจะนําความหายนะมาสู่ แต่กระนั้น...อีกครั้งหนึ่งที่แจ๊คเต็มใจอย่างประหลาดที่จะพิสูจน์ความจริงในเื่นี้
เขาบอกกับตัวเองอยู่ว่าควรจะอยู่แถวนี้ให้นานพอที่จะหาเหตุผลให้ได้ ว่าเพราะเหตุใดเธอจึงยอมพูดโกหกเพื่อช่วยเขาไว้ และเธอหวังอะไรเป็การตอบแทนจากเื่นี้เมื่อใดที่รู้ในสิ่งที่้าแล้ว เขาก็จะไปให้พ้นจากที่นี่...นั่นเป็สิ่งที่เขาให้สัญญาตัวเองอยู่
บรรยากาศการแสดงเคลื่อนต่อไปอย่างรวดเร็วผ่านเหตุการณ์ในตอนกลางศตวรรษ และการลงหลักปักฐานของชาวอเมริกันในแผ่นดินตะวันตก
ภาพเหตุการณ์ในตอนนี้ถูกสรรค์สร้างขึ้นด้วยฉากท้องทุ่งกว้างที่มีป่าดงพงทึบอยู่ด้านหลังทั้งสองด้านของฉากมีตัวแสดงประกอบเป็ผู้หญิงชาวบ้านในเสื้อกระโปรงชุดผ้าฝ้ายสวมหมวกบอนเนต กําลังต้อนปศุสัตว์ออกมาเลี้ยงกันกลางทุ่ง
และตอนนั้นเองที่นั่งโม้ดดี้สุนัขพันธุ์คอลลี่ของเขาเห่ากระชั้นขึ้นพร้อมกับยืดคอออกไปรัฟเฟอรี่ต้องเอาแขนโอบคอมันไว้เพื่อให้อยู่นิ่ง ๆ
“นี่มันเป็การแสดงหรอกน่าอีหนูไม่มีหมาที่มีมรรยาทตัวไหนเขาขัดจังหวะการแสดงแบบที่แกกําลังทําอยู่หรอกนะ”เขาปรามมันด้วยเสียงทุ้มนุ่มนวล “อีกอย่างหนึ่งสุภาพสตรีพวกนั้นเขาเลี้ยงวัวของเขาเองได้แกไม่จําเป็ต้องเข้าไปช่วยเขาเลี้ยงด้วยหรอก เข้าใจไหม”
โม้ดดี้เลียแก้มเขาแล้วก็หันไปให้ความสนใจกับบรรยากาศการแสดงต่อแต่เขาสามารถรู้ได้ว่าสัญชาตญาณของมันกําลังอยู่เหนือธรรมชาติที่ได้รับการฝึกมาแล้วอย่างดีหลายเท่านักที่เป็เช่นนั้นก็เพราะสุนัขพันธุ์นี้มีสัญชาตญาณที่ได้รับการฝึกมาเพื่อการเลี้ยงสัตว์นับเป็เวลาหลายศตวรรษมาแล้วเขาต้องออกกําลังไม่น้อยที่จะไม่ให้มันเข้าไปรบกวนการแสดงของคณะละครเร่อยู่
โฆษกกําลังบรรยายถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์่นั้นขณะที่คนงานช่วยกันเลื่อนกระท่อมปีกไม้เข้ามาในฉากเพื่อที่ครอบครัวซึ่งอยู่ในเกวียนที่มีหลังคาคลุมจะได้ใช้เป็ที่พํานักอาศัยกันต่อไปเป็การจําลองภาพของท้องทุ่งกว้างในแผ่นดินคันซัสสมัยก่อน
ทันใดก็มีเสียงโห่ร้องของพวกอินเดียนดังขึ้นในท่ามกลางบรรยากาศของยามราตรีพร้อมกันนั้นลูกธนูไฟก็ถูกระดมยิงไปยังกระท่อมหลังดังกล่าว
ช่างเป็การแสดงที่มหัศจรรย์อะไรเช่นนั้น...อินเดียนที่ป่าเถื่อนทั้งหลายต่างขี่ม้าวนกันอยู่รอบๆ กระท่อม สังหารบุคคลในครอบครัวลง แล้วก็ยังขโมยวัวกับม้าไปด้วย...
และกองทหารก็เดินทางมาถึงมีการโบกธงไสว เสียงปืนดังกึกก้องไปทั่ว เมื่อควันปืนจางลงบนพื้นดินก็เกลื่อนกลาดอยู่ด้วยซากศพของพวกอินเดียนที่เปื้อนเืเกรอะกรัง...และแล้วนักแสดงทุกคนก็ลุกขึ้นจากพื้นดิน โค้งคํานับรับเสียงปรบมือของผู้ชมที่ถูกต้องขณะเดียวกัน พวกคนงานก็รีบเข้ามาเคลียร์พื้นที่เพื่อการแสดงในฉากต่อไป
ทุกสิ่งดําเนินไปด้วยดีเมื่อกิเดียนมิดไนท์ ซึ่งแสดงเป็วิลเลียม โคดี้ แสดงบทบาทการขี่ม้าอย่างสง่างามการโจมตีของพวกโจรผู้ร้ายในฉากนี้ที่เหมือนจริงทุกอย่างทําให้ผู้ชมถึงกับกลั้นลมหายใจ ต่างชะโงกหน้าเข้าไปจับตามองขณะที่พระเอกขับรถม้าหนีและมีโจรสวมหน้ากากไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิดแต่ในฉากนี้นังโม้ดดี้ที่ได้มีส่วนเข้าไปร่วมแสดงด้วย
เนื่องจากฝูงปศุสัตว์อยู่เื้ัรั้วลวดหนามด้านหนึ่งและยังมีฝูงแกะอยู่ด้านตรงข้าม ขณะที่ผู้เป็เ้าของตามท้องเื่กําลังใช้ปืนยิงโจรอย่างแม่นยําอยู่นั้นเ้าสุนัขพันธุ์คอลลี่ไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้เ้าหล่อนผวาวิ่งออกจากการเกาะกุมของแจ๊คไปจากช่องทางเดินจนเข้าไปอยู่ในท่ามกลางเหตุการณ์กําลังสับสนอลหม่าน ทั้งเห่าทั้งวิ่งไล่ต้อนฝูงแกะเพื่อที่จะให้มันเข้ามารวมเป็กลุ่มอยู่ตรงกลาง
รัฟเฟอรี่สบถออกมาขยับจะะโเรียกมันกลับมา แต่ก็เห็นอยู่ว่าผู้ชมกําลังพออกพอใจอย่างยิ่งพวกเขาต่างคิดว่าโม้ดดี้เป็ส่วนหนึ่งของการแสดงในค่ำคืนนี้จึงต่างปรบมือกันอีกก้อง เมื่อสุนัขของเขาผละจากฝูงแกะหันมาไล่ต้อนปศุสัตว์ต่อดวงตาของเ้าหล่อนเป็ประกายที่สามารถตรึงสัตว์ที่ออกนอกลู่นอกทางมาแล้วแม้แต่ผู้ที่แสดงเป็เ้าของไร่ปศุสัตว์ก็ยังชื่นชมในนังโม้ดดี้และเมื่อมันวิ่งกลับไปเห่ากระชั้นไล่ต้อนปศุสัตว์อีกครั้งหัวใจเขาก็พองโตจนคับหน้าอก
พระเ้า...เขาคิดถึง่เวลาที่รับจ้างเลี้ยงแกะในทุ่งกว้างแห่งรัฐโคโลราโด้เสียเหลือเกินตอนนั้นเขาก็มีเพียงเ้าคอลลี่ตัวนี้ที่อยู่เป็เพื่อน...
แต่ทุกสิ่งมันได้กลายเป็ความหลังที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวกลับไปมองเขาจําเป็ต้องออกเดินทางอีกครั้งเคลื่อนตัวออกไปอยู่นอกขอบของกระแสแห่งความศิวิไลซ์เนื่องจากเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในคืนอันร้อนระอุในเมืองดอดจ์เหตุการณ์ที่ทิ่มแทงเข้าไปกลางหัวใจแห่งอนาคตอย่างรุนแรง
เขาเหลียวกลับไปมองข้างหลังแล้วก็ตัดสินใจว่าจะออกไปรอโม้ดดี้ข้างนอกเพื่อที่เ้าหล่อนจะได้ไม่ทําให้ใครหันมาสนใจเขาตามไปด้วย
คณะละครเร่ของกิเดียน มิดไนท์นั้นเดินทางโดยรถไฟ และขณะที่รัฟเฟอรี่ยืนพิงรถขนเครื่องอุปกรณ์การแสดงที่ทาสีไว้เจิดจ้าสูบบุหรี่เงียบๆ อยู่นั้นความรู้สึกร้อนใจใคร่จะไปให้พ้นเสียจากที่นี่ทําลายความสุขที่เพิ่งได้รับมาลงโดยสิ้นเชิง
มันเป็คืนแห่งเดือนตุลาคมที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งแจ่มใสดวงดาวนับล้านดารดาษอยู่บนแผ่นฟ้าอันไพศาลมันเป็บรรยากาศแห่งความสงบที่แตกต่างกว่ากับบริเวณที่ตั้งของกลุ่มเต็นท์ที่อึงอลด้วยเสียงการสู้รบของการแสดงเสียงโฆษณาชวนเชิญเรียกความสนใจจากผู้ที่เดินผ่านไปมา
อันที่จริงเขาควรจะเชื่อสัญชาตญาณของตนเอง ควรจะไปให้พ้นจากที่นี่ก่อนหน้าที่แอมเบอร์ลาแบลล์ จะเกลี้ยกล่อมให้เขาต้องทําอะไรบางอย่างที่อาจจะสร้างความเสียใจให้เกิดขึ้นในภายหลังได้...ก็นั่นเป็สิ่งที่ผู้หญิงทําได้ดีที่สุดมิใช่หรือ...
เพียงครู่โม้ดดี้ก็ะโออกมาจากบริเวณการแสดงสีหน้าของเ้าหล่อนบอกความภาคภูมิใจในตนเองอย่างเหลือล้น และทันทีที่การแสดงฉากนั้นจบลงผู้คนก็จะเข้ามารุมล้อมถ้าเขาไม่ออกไปให้พ้นจากที่นี่เสียก่อน ช่วยไม่ได้ที่ใครๆ จะหลงรักมันเมื่อโม้ดดี้แสดงความสามารถพิเศษตามสัญชาตญาณของมันออกมา
“เราไปจากที่นกันได้แล้วนะอีหนู” เขาพูดกับมันด้วยน้ำเสียงแหบห้าว ไม่อาจลงโทษได้เมื่อมันกระดิกหางยิ้มร่าใส่เขาอยู่แบบนี้เขาโยนก้นบุหรี่ลงกับพื้นดินใช้ส้นรองเท้าขยี้ดับแล้วจึงได้เริ่มออกเดินไปยังราวรั้วที่กั้นบริเวณไว้
“ตอนนี้สบายใจมากแล้วใช่ไหมล่ะที่ได้แสดงออกให้ใครๆ เขาดูแบบนั้น แกเองก็คิดถึงตอนที่เราช่วยกันเลี้ยงแกะเหมือนกันใช่ไหมล่ะ”
แต่ทั้งเขาและสุนัขออกเดินไปยังไม่ทันถึงสิบก้าวเสียงแหลมเล็กก็ะโตามมาข้างหลัง
“เฮ้ย...แกนั่นน่ะ...ไปให้พ้นจากที่นี่ได้แล้วแล้วก็เอาไอ้หมาสกปรกตัวนั้นไปด้วยคนอย่างฉันไม่ชอบให้ใครมาขัดจังหวะการแสดงแบบนี้”
ถึงไม่ต้องหันไปมองรัฟเฟอรี่ก็รู้ว่าผู้ที่กําลังะโตามหลังมาคือกิเดียน มิดไนท์บรรยากาศอันแสนดีในยามนี้ไม่คุ้มกับการที่จะไปโต้เถียงกับเขาแต่การที่ใครจะมาด่าว่าหยามหยันสุนัขของเขานั้นมันอีกเื่หนึ่ง
แจ๊ค รัฟเฟอรี่จึงเหลียวหลังกลับไปมองช้า ๆ และได้เห็นผู้ชายร่างผอมเหมือนไม้กลัดกําลังเดินตรงเข้ามาหาเห็นได้ชัดว่า้าจะส่งเขาให้ถึงม้า มันทำให้แจ๊คตัดสินใจขึ้นมาได้ในนาทีนั้นว่าเขายังไม่พร้อมจะไปจากที่นี่