“สะใภ้บ้านจ้าวคิดจะหนีตามบุรุษไปแต่สุดท้ายก็จมน้ำเกือบเอาชีวิตไม่รอดสุดท้ายก็ซมซานกลับมาอยู่บ้านด้วยอาการร่อแร่ปางตาย”นี่คือคำนินทาที่ผู้คนในหมู่บ้านต่างเอ่ยถึงเจียงฉิงฟางใน่นี้แต่นางกลับไม่ได้ติดตามไปแก้ข่าวแต่อย่างใด แถมยังเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ยอมออกมาเผชิญหน้าผู้คนอย่างที่นางมักจะทำดังเช่นเมื่อก่อน
“ต้าฉางเอ้อฉาง เสี่ยวฉาง พวกเ้ากินอะไรกันแล้วหรือยัง จะเข้ามากินข้าวบ้านข้าก่อนไหม”ป้าเฉินที่อยู่บ้านฝั่งตรงข้ามของถนนเดินมาเอ่ยถามพวกเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมีเมตตาแต่เด็กน้อยทั้งสามกลับส่ายหน้าอย่างพร้อมเพรียงกันแล้วก็เป็จ้าวฉางเยี่ยนที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการเสียดสี
“พวกข้ากินข้าวแล้วท่านยายเฉินไม่ต้องคิดจะหลอกถามเื่ในบ้านของพวกข้าหรอก”คำพูดของจ้าวฉางเยี่ยนทำให้ป้าเฉินพลันมีสีหน้าบูดเบี้ยวแต่แล้วนางก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าจ้าวฉางยวนแบมือมาที่นางด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์
“แต่หากท่านยายยอมจ่ายให้ข้าสักหนึ่งเหวินข้าก็ยินดีที่จะเล่าให้ท่านฟังว่าท่านแม่ของข้ายามนี้นางเป็อย่างไรบ้าง”เมื่อจ้าวฉางยวนเอ่ยจบป้าเฉินก็ล้วงเหรียญในอกเสื้อออกมาในทันที
“แหม!ข้าก็แค่รู้สึกเป็ห่วงท่านแม่ของพวกเ้าเพียงเท่านั้นนางเป็อย่างไรบ้างพวกเ้าเล่ามาให้ข้าฟังเถิด”นางเอ่ยพลางวางเหรียญลงไปในมือของจ้าวฉางยวนเขายกเหรียญขึ้นมาดูแล้วก็หันพยักหน้าส่งสัญญาณให้จ้าวฉางหนิงเล่าให้ป้าเฉินฟังในทันที
“่แรกท่านแม่พูดจาแปลกประหลาดเดินไปเดินมาด้วยท่าทีกังวลใจ สภาพของนางหาได้เหมือนคนที่พึ่งจะผ่านพ้นความตายมานอกจากจะไม่มีอาการเจ็บป่วยแล้วดูเหมือนว่านางยังมีพละกำลังเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอีกด้วย่นี้นอกจากนางจะพยายามทำความสะอาดบ้านอย่างบ้าคลั่งแล้วนางยังพยายามอบรมพวกข้าด้วยความเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม”เมื่อจ้าวฉางหนิงเอ่ยเล่าเช่นนี้ป้าเฉินก็พยักหน้าแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นในทันที
“เช่นนั้นพวกเ้าก็คงจะถูกนางเฆี่ยนตีหนักกว่าเดิมสินะจริงสิ!นางได้พูดให้พวกเ้าได้รับรู้บ้างไหมว่าบุรุษที่นางตั้งใจจะหนีตามไปคือผู้ใด”คำถามของป้าเฉินทำให้เด็กๆส่ายหน้าอย่างพร้อมเพรียงกันป้าเฉินทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่พอใจแล้วเอ่ยถามออกมาตามตรง
“แม่หนูเสี่ยวฉางเมื่อก่อนเ้าสนิทสนมกับมารดามากที่สุดมิใช่หรือ เหตุใดจึงไม่ลองหลอกถามนางมาเล่า”คำถามของป้าเฉินทำให้จ้าวฉางหนิงส่ายหน้าพลางมีเสียงแทรกขึ้นมาทางด้านหลัง
“จะได้คุ้มค่ากับเงินหนึ่งเหวินที่ท่านจ่ายให้บุตรชายคนรองของข้าใช่หรือไม่ท่านป้าเฉิน” คำถามของเจียงฉิงฟางทำให้เด็กทั้งสามตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนกส่วนป้าเฉินหัวเราะแหะ แหะ พลางเอ่ยแก้ตัวในทันที
“ข้าก็แค่เป็ห่วงเ้าได้ยินว่าเ้าถูกคนผู้หนึ่งหลอกลวงจนทำให้เกือบจะเสียชีวิต”คำพูดของป้าเฉินทำให้ในใจของเจียงฉิงฟางพลันมืดครึ้มนางรู้ดีว่าอีกไม่นานจ้าวถิงฟงก็จะกลับมาความเหี้ยมโหดของเขาถูกบรรยายเอาไว้ในนิยายหลายหน้ากระดาษ
‘หากเขารู้ว่าภรรยาของเขาเคยคิดจะหนีตามบุรุษไป คนที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้อย่างเราก็คงจะต้องตายตามเจียงฉิงฟางในนิยายไปเป็แน่’ เจียงฉิงฟางคิดพลางขมวดคิ้ว
นางจำได้ว่าในขณะที่กำลังอ่านนิยายเื่หนึ่งอยู่นางก็หมดสติไปพอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งนางก็มาอยู่ในนิยายเื่ที่นางกำลังอ่านแล้วมันคงจะน่ายินดีถ้าหากว่านางได้เข้ามาเป็นางเอกหรือไม่ก็ได้เป็ตัวละครที่ยืนอยู่เคียงข้างฝั่งนางเอกแต่นางกลับมาอยู่ในร่างของตัวละครที่เป็มารดาของตัวร้าย
แม้ว่าในนิยายตัวละครของนางจะไม่ได้ถูกเอ่ยถึงมากนักเพราะในนิยายเขียนเอาไว้ว่านางจะต้องจมน้ำตายั้แ่ตัวร้ายทั้งสามยังเป็เด็กแต่ทุกครั้งที่ตัวร้ายทำเื่ชั่วช้าผู้เขียนก็มักจะระบุว่าเกิดจากความโหดร้ายที่ได้รับจากวัยเยาว์และผู้ที่ก่อให้เกิดความโหดร้ายในชีวิตของตัวร้ายทั้งสามก็คือมารดาอย่างเจียงฉิงฟาง
ยามนี้เมื่อนางเข้ามาอยู่ในร่างนี้และเป็มารดาของตัวร้ายทั้งสามอย่างจ้าวฉางเยี่ยนจ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิง ดังนั้นนางจึงต้องอบรมเลี้ยงดูลูกๆให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงจุดจบอันเลวร้ายของลูกๆ ทั้งสาม เพราะถ้าหากเด็กๆประสบกับเคราะห์กรรมคนที่เป็มารดาเช่นนางก็คงจะมีจุดจบที่ไม่ค่อยจะดีนักเช่นเดียวกัน
“ท่านป้าเฉินไม่จำเป็ต้องเป็ห่วงข้าหรอกท่านก็เห็นแล้วว่าข้ามิได้เป็อะไรส่วนเื่ที่ว่าข้าถูกคนชั่วหลอกลวงก็เป็แค่เพียงลมปากของผู้คนภายนอกเพียงเท่านั้น”เจียงฉิงฟางตัดสินใจว่านางควรจะแก้ไขข่าวลือที่ทำให้ชื่อเสียงของนางต้องเสียหายแม้ว่าเื่จริงเ้าของร่างเดิมจะตั้งใจที่จะหนีตามคนผู้หนึ่งไปจริงแต่ยามนี้คนผู้นั้นหนีกลับเมืองหลวงไปแล้วอีกทั้งคนที่ล่วงรู้ความจริงของเื่นี้มีแค่คนผู้นั้นและนางดังนั้นหากเขาไม่พูดและนางไม่พูดผู้อื่นจะรู้ความจริงได้อย่างไร
“ท่านป้าท่านอย่าได้พูดออกไปเชียว”เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปท่าทีของคนที่กุมความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้ทำให้ป้าเฉินรีบเงี่ยหูฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็นในทันที
“อันที่จริงสาเหตุที่ข้านั่งเรือไปเมืองเทียนเฟิงก็เพราะข้าได้ยินมาว่าที่นั่นมีการขุดพบสายแร่ทองคำในใจของข้าอยากจะร่ำรวยจึงได้คิดจะไปดูลู่ทางว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถเข้าไปทำการค้าในเมืองเทียนเฟิงได้ท่านก็รู้ว่าหากเมืองเทียนเฟิงมีการขุดสายแร่ ทั้งคนงานและเ้าหน้าที่ของทางการก็คงจะขวักไขว่หากข้าสามารถไปตั้งแผงขายอาหารที่นั่นได้ความติดขัดทางการเงินของบ้านข้าก็คงจะดีขึ้น”เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้ดวงตาของป้าเฉินก็พลันเบิกกว้างแล้วเอ่ยถามออกมาในทันที
“สายแร่ทองคำ!ที่เ้าเอ่ยมาเป็เื่จริงหรือ”เมื่อป้าเฉินเอ่ยถามเช่นนี้เช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยักไหล่แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรกันเล่าว่าเป็เื่จริงไหมเพราะข้าดันตกลงไปในน้ำเสียก่อนั้แ่ตอนที่เรือยังไม่ทันได้ออกจากท่าเรือเลยกระมัง”เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้ป้าเฉินก็พลันมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดายแต่ถึงกระนั้นก็ยังถามอีกครั้ง
“สายแร่ที่พบเป็สายแร่ทองคำจริงๆหรือ” คำถามของป้าเฉินทำให้เจียงฉิงฟางหัวเราะออกมาเบาๆ
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจแต่ที่แน่ๆ เื่นี้ท่านป้าอย่าให้ผู้อื่นรู้จะดีกว่าเพราะถ้าหากว่าเป็สายแร่ทองคำจริงๆผู้คนคงจะไปรวมตัวกันที่นั่นแล้วทำให้ทำเลค้าขายถูกจับจองไปจนหมดก่อนที่พวกเราจะไปถึงแน่”คำพูดของเจียงฉิงฟางเต็มไปด้วยรอยยิ้มส่วนป้าเฉินนั้นทั้งพยักหน้ารับและขานตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“แน่นอนข้าไม่ใช่คนปากสว่างเสียหน่อยเ้าวางใจได้”เมื่อป้าเฉินเอ่ยจบก็หันกลับไปมองด้านในบ้านของตนเมื่อนางเห็นเงาของสามีก็รีบเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
“ท่านลุงเฉินของเ้าน่าจะหิวแล้วข้าไปเตรียมข้าวให้เขาก่อนนะ” เมื่อเอ่ยจบป้าเฉินก็รีบกลับเข้าไปในบ้านทันทีท่าทีของนางไม่ต้องคาดเดาก็พอจะรู้ว่าอีกสักครู่ท่านลุงเฉินจะต้องรู้เื่ที่เมืองเทียนเฟิงมีคนค้นพบสายแร่ทองคำเป็แน่