ภายในห้องที่มืดมีแต่เพียงแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้องบรรยากาศในห้องก็เงียบสนิทจนได้ยินแต่เสียงเครื่องปรับอากาศ เสียงใจที่เต้นตุ๊บๆและเสียงลมหายใจของไทม์ที่กระเส่าจนเธอต้องถึงกับแอบลอบกลือนน้ำลายเพื่อระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่านไปไกล
“ไทม์นอนได้แล้วค่ะ”
“ผมร้อน”
“เดี๋ยวพี่เช็ดตัวให้”
“จริงนะครับ” ไทม์ทำตาวาวราวกับว่าดีใจที่เธอจะช่วยเช็ดตัวให้ “จริงค่ะนั่งรอพี่อยู่เฉยๆ นะคะ เดี๋ยวพี่จะไปชุบเอาผ้าชุบน้ำห้ามดื้อห้ามซนห้ามไปไหนเด็ดขาด ไม่งั้นพี่จะทำโทษนะคะ”
ไทม์ยกยิ้มน้อยๆด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ “จะรอนะครับ”
ลูซี่เดินออกจากห้องตรงไปยังห้องน้ำจัดการหยิบและเตรียมอุปกรณ์สำหรับเช็ดตัวเดินถือกะละมังกับผ้าเข้าห้องแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นกองเสื้อผ้าที่มันเยอะกว่าเก่าทั้งเสื้อทั้งกางเกงและกางเกงใน
ลูซี่ขมวดคิ้วก่อนจะค่อยๆเงยหน้าคนบนเตียงที่ตอนนี้เปลือยเปล่าเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่กระทบกับแสงจันทร์ส่งผลให้เกิดออร่าบนตัวน้องราวกับเทวดาที่กำลังนอนอาบแสงจันทร์ยามค่ำคืนยังไงอย่างงั้น
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะปัญหาที่แท้จริงคือ น้องแก้ผ้าทำไมรู้อยู่หรอกว่าร้อนเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์
“ไทม์หนูแก้ผ้าทำไมคะ”ลูซี่วางกะละมังลงที่โต๊ะข้างเตียงพร้อมกับถอนหายใจเพื่อระงับอารมณ์ก่อนจะกลั้นใจหยิบผ้าห่มเพื่อเอามาคลุมตัวน้อง
“อือ~ผมร้อน”ไทม์พยาพยามดึงผ้าห่มให้ออกจากตัวแต่ก็ถูกลูซี่ดึงยื้อไว้ทำให้ขาไม่สามารถดึงผ้าห่มออกได้
“ไทม์อย่าดื้อค่ะ”ลูซี่ปรามนั่นกลับยิ่งทำให้ไทม์อยากจะซนเข้าไปอีก
ไทม์ยกยิ้มทำการเขยิบตัวแล้วเอื้อมมาจับมือลูซี่ที่กำลังเตรียมจะเช็ดตัวให้ก่อนจะจับล็อคให้เธอหันมาประจันหน้า
“ไทม์เล่นอะไรน่ะคะ” ลูซี่แอบสะดุ้งเล็กน้อย
จำได้มั้ยว่าตอนวันเกิดลุคน้องก็ดื่มแต่น้องก็ไม่ได้เป็นแบบนี้แค่งอแงเหมือนเด็ก แต่ทำไมวันนี้กลับพอดื่มแล้วกลับเป็นอีกคนทั้งซนทั้งขี้เล่นแล้วก็ดื้อมากๆ แถมน้องยังเปลือยเปล่าอีก ใครจะไหวกันล่ะ
ไทม์ยกยิ้มอย่างขี้เล่นก่อนจะทำการโยกตัวแล้วสวมกอดจนลูซี่ตัวเอน“ไทม์ หนูเล่นอะไรคะเนี่ย”
ลูซี่พยายามดันตัวน้องแต่พอยิ่งดันน้องยิ่งกอดแน่นก่อนจะกระซบที่ข้างหู
“อยู่กับผมไปนานๆนะครับ”
มือที่ดันอยู่หยุดชะงักก้อนเนื้อในอกเต้นถี่ขึ้นเรื่อยๆจนได้ยินเสียงได้อย่างชัดเจน
“หนู…ล้อเล่นใช่มั้ยคะ”ไทม์เพียงส่ายหัวก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงอื้ออึง “ไม่ได้ล้อเล่นครับ ผมพูดจริง”
“หนูคงเมาแน่ๆนอนพักเถอะค่ะ” พอได้ยินประโยคนั้นไทม์ก็ผละตัวออก
“ผมเมาแต่ผมรู้เรื่องนะ”ไทม์พองแก้มพร้อมกับมองหน้าเธอด้วยสีหน้าจริงจังถึงแม้ใบหน้าของน้องจะยังคงแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอลล์อยู่
“ผมอยากอยู่กับพี่ลูซี่จริงๆพี่ลูซี่ไม่อยากอยู่กับผมหรอ พี่ลูซี่รังเกียจผมหรอ”ดวงตาเริ่มร้อนก่อนจะมีน้ำตาไหลเอ่อออกมา ไทม์ถอดแว่นยกมือเช็ดน้ำตา
“อยากสิคะ”ลูซี่เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ก่อนจะดึงน้องมาก่อน “อยากมากๆ เลย พี่อยากอยู่กับหนูอยากมีช่วงเวลาดีๆ อยากมีความสุขไปกับหนู”
พอได้ยินคำตอบไทม์ก็ยกยิ้มอย่างพอใจก่อนจะกระโดดกอดอีกคนจนล้มทับไปบนที่นอน“ผมก็อยากอยู่กับพี่ลูซี่เหมือนกันครับ!”
มุมปากยกขึ้นอัตโนมัติยกมือเรียวเพื่อกอดตอบ“งั้นต่อไปนี้เราก็อยู่ด้วยกันนะคะ มีสุขมีทุกข์ไปด้วยกันนะคะ”
“ครับ!!!”
กริ๊ง~~
เสียงนาฬิกาปลุกดังไม่หยุดมาหลายนาทีแต่ก็ไม่สามารถทำให้คนบนเตียงตื่นได้
“ไทม์ตื่นได้แล้วลูก”
“อืม~” พลิกตัวไปมาเพื่อให้หายมึนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ก่อนจะค่อยๆพยายามลืมตาแต่จากที่ดื่มไปเมื่อวานทำให้กว่าจะลืมตาได้มันช่างยากเสียเหลือเกิน
ไม่น่าเลยไม่น่ากินเลยเรา
“วันนี้มีสอบเดี๋ยวไปสายนะลูก”แม่ชะเง้อหน้ามาปลุกก่อนจะลงไปด้านล่างก่อนไทม์จะตะโกนตอบกลับไป “ครับ”
ลุกจากเตียงเดินเซตรงไปยังห้องน้ำแล้วจัดการอาบน้ำเตรียมตัวไปสอบปลายภาควันสุดท้ายขณะที่แต่งตัวเขาก็ไปยืนจัดแจงตัวเองอยู่หน้ากระจกสำรวจตัวเองพลางคิดเรื่องเมื่อคืน
ไทม์จำเหตุการณ์ได้ทุกอย่างตั้งแต่ไปกินหมูกระทะ กินเบียร์ ลูซี่อุ้มขึ้นห้อง เขาแก้ผ้าไปจนถึงขั้นสารภาพรักกับลูซี่
พอนึกถึงอุณหภูมิในร่างกายก็พุ่งสูงประโยคที่หวานแหววแบบนั้นนี่เขาเป็นคนพูดเองจริงๆ หรอเนี่ยที่ว่ากันว่าพอเวลาเมาคนเรามักจะพูดความในใจออกไปคงเป็นเรื่องจริงสินะ
เสียงแจ้งเตือนแชทจากมือถือให้เขาละจากความคิดหันไปเปิดมือถือเช็คแต่พอรู้ว่าเป็นใครก้อนเนื้อในอกก็เต้นตุ๊บตั๊บรัวๆทันที
ใจเย็นไว้แค่แแชทเองนิ้วเรียวกดเข้าแชทก่อนจะไล่อ่านข้อความทีละตัว
Lucyxx : อรุณสวัสดิ์ค่ะ
Lucyxx : ตื่นรึยังคะ
time 00.00 : ตื่นแล้วครับ
Lucyxx : ขอโทษนะคะที่วันนี้ไปส่งเราสอบไม่ได้
time 00.00 : แค่นี้เองครับ
time 00.00 :ก็พี่ลูซี่มีธุระนี่ครับ
Lucyxx : มีอาการแฮงค์มั้ยคะ
time 00.00 : มีแค่มึนนิดๆครับ
Lucyxx : ให้พี่ไปรับมั้ยคะ
time 00.00 :พี่ลูซี่มีประชุมไม่ใช่หรอครับ
Lucyxx : เลื่อนได้ค่ะ
time 00.00 : อย่าเลยครับ
Lucyxx : ก็พี่อยากดูแลแฟนนี่คะ
ข้อความจากคนอีกฝั่งทำเอาไทม์ถึงกับหน้าร้อนจนแทบอยากจะเอาหน้ามุดตู้เสื้อผ้าก็จริงแหละที่สถานะของเขากับลูซี่ในตอนนี้เป็นแฟนแล้วแต่ก็ถ้าให้ไปตอบคนอื่นก็ตงยังเขินอยู่ดี
time 00.00 :เอาไว้วันหลังนะครับ เดี๋ยวผมชดเชยให้
Lucyxx : สัญญานะคะ
time 00.00 : สัญญาครับ
Lucyxx : งั้นพี่ขอตัวไปประชุมก่อนนะคะแล้วก็สู้ๆ กับการสอบนะคะ
Lucyxx : เราอ่านมาเยอะทำได้อยู่แล้ว
time 00.00 : ขอบคุณนะครับ
Lucyxx : เจอก้นนะคะ
time 00.00 : เจอกันครับ
คุยเสร็จพอเหลือบมองนาฬิกาที่หน้าจอพบว่าใกล้เวลาที่จะต้องไปแล้วหันไปหยิบกระเป๋าก่อนจะวิ่งลงชั้น 1
“แม่เตรียมข้าวไว้แล้วนะลูก”
“ขอบคุณครับ”ยื่นมือไปรับกล่องข้าวมาใส่กระเป๋าผ้าก่อนจะหันไปลาแม่ “ผมไปก่อนนะครับแม่”
“ไทม์ที่ว่าหนูจะไปทำงานพิเศษนี่จริงหรอ” ไทม์ชะงักเท้าพร้อมกับหันไปมองผู้เป็นแม่
“เรื่องจริงครับ”
เรื่องงานพิเศษไทม์ตั้งใจว่าวันนี่หลังสอบเสร็จกะจะไปหาสมัครเหตุผลก็เพราะว่าอยากช่วยแม่หาเงินเพิ่มบวกกับแม่ถูกวินิฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วจำเป็นจะต้องใช้เงินรักษาเป็นจำนวนมากไทม์จึงจำเป็นจะต้องหางานพิเศษทำ
“แม่ขอโทษนะที่ทำให้ลูกต้องมาลำบาก”ไทม์ยกยิ้มพร้อมกับเข้าไปกอด
“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับผมอยากทำเอง อีกอย่างผมอยากให้แม่หายด้วยแค่นี้เองไม่เป็นไรหรอกครับ”
“ขอบใจนะจ๊ะลูก”แม่หอมแก้มเบาๆ “ครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ”
“จ๊ะเดินทางดีๆ นะลูก”
ร่ำลากันเสร็จไทม์ก็เตรียมสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ออกรถไปยังมหาวิทยาลัยขับมาตามถนนสายตากวาดมองรอบๆ ดูเหมือนว่าวันนี้รถจะติดเป็นพิเศษนะ ขับมาเรื่อยๆจนมาถึงจุดรถติดหนักพบว่าเป็นอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถมอเตอร์ไซค์แต่ที่ต้องตกใจเพราะเหมือนว่าคนที่โดนชนจะเป็นเจมส์คนที่พวกเขาเคยช่วยเมื่อตอนนั้น
ไทม์จอดรถข้างทางก่อนจะลงแล้วรีบวิ่งไปหาเจมส์ที่นั่งเจ็บแผลอยู่บนฟุตบาท
“เจมส์!!เป็นไงมั่ง” เจมส์เงยหน้ามามองเขาด้วยสีหน้าตกใจก่อนจะหลบตา“เอ่อ…ก็…ไม่เป็นไรมาก”
“แล้วเกิดไรขึ้นเขามาชนนายหรอ”
“เราออกมาจากซอยแล้วไม่ดูรถให้ดีน่ะเลยชน”
“น้องพี่ขอโทษนะ เดี๋ยวพี่ต้องไปสน. เดี๋ยวน้องเอาเงินค่ารักษาไปนะ”พี่ผู้ชายคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นคนที่ขับชนยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้ไทม์รับมาก่อนจะยื่นให้เจมส์ก่อนเชายคนนั้นจะจากไป
เขาแอบเห็นว่าจำนวนเงินมันแค่2,000 แล้วมันจะพอค่ายากับค่ารักษารึเนี่ย
เจมส์ยันตัวลุกขึ้นด้วยท่าทางเซเหมือนจะล้มทำให้ไทม์ต้องรีบลุกไปช่วยพยุงไปส่งเจมส์ที่รถพยาบาล
“ขอบใจแต่นายไปเถอะต้องไปมหาลัยไม่ใช่หรอ” ประโยคของเจมส์ทำให้พึ่งนึกขึ่นได้ เขาต้องไปสอบนี่หว่า
ไทม์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คเวลาพบว่าอีก15 นาทีก็จะถึงเวลาสอบแล้ว แย่ล่ะ จากนี่ไปไม่ทันแน่ๆ
“ไปเถอะดูรีบนี่” ไทม์เงยหน้ามองเจมส์บอกตามตรงว่าเขาอยากไปเป็นเพื่อนแต่ด้วยการสอบทำให้ต้องหยุดคิดไว้ก่อน
ขณะที่กำลังจะหันไปบอกลาจู่ๆแจ้งเตือนจากอาจารย์ประจำวิชาที่ต้องสอบวันนี้
Java script (68)
8.45
Nathapong : อาจารย์ขอเลื่อนสอบไป10.30 นะคะ
Nathapong : สอบห้องเดิมนะคะพอดีอาจารย์ติดธุระด่วน
ข้อความช่วยชีวิตเรียกว่ามาได้ทันเวลาจริงๆไทม์หันไปยกยิ้มก่อนจะหันไปถามพี่พยาบาล
“พี่ครับไปส่งเพื่อนผมที่โรงพยาบาลไหนหรอครับ”
“อ๋อขอบคุณมากครับ” ได้รู้ชื่อโรงพยาบาลไทม์ก็ไปขึ้นรถแล้วขับตามรถพยาบาลไปทันที
พอมาถึงเขาก็เดินมานั่งรอที่ห้องฉุกเฉินระหว่างนั้นก็มีข้อความแจ้งเตือนดังขึ้นให้เขาต้องหยิบขึ้นดูพบว่าเป็นแชทกลุ่มใหม่ที่ตอนไปค่าย
ปืนใหญ่นีโออาร์มสตรอง ไซโคเจ็ตอาร์มสตรอง(5)
BAJA : ทำไรกันๆ
tim????: เตรียมตัวสอบ
BAJA : ยังสอบไม่เสร็จกันไง
tim????: วันนี้แหละ
BAJA : ไปร้องเกะกัน
thin : ทำงานเสร็จแล้วหรอ
BAJA : อุ่ย
BAJA : ส่งสติ๊กเกอร์
time 00.00 : 55555คงไปไม่ได้อ่ะ
time 00.00 :มาเฝ้าเพื่อนที่โรงพยาบาล
BAJA : เพื่อน?
BAJA : ใครอ่ะ ไอ้บูมหรอ
BOOM : กูยังอยู่เฟ้ย
tim????: เฝ้าใคร มึงมีสอบนะ
time 00.00 : เจมส์ไง
tim????: เอาจริง
time 00.00 : จริง
ขณะที่กำลังพิมพ์ข้อความเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องฉุกเฉินเปิดพร้อมกับเจมส์ที่ถูกเข็นออกมา
time 00.00 : เจมส์ออกมาแล้วกุไปก่อนนะ
tim????: เออๆ ยังไงบอกด้วย
BAJA : แล้วสรุปไอ้เจมส์นี่ใครวะ
thin : ยังไม่ไปทำงานอีก!
ไทม์เดินตามคุณพยาบาลจนมาหยุดที่โซนรอยาและชำระเงินบรรยากาศภายในโซนรอรับยามีเสียงจอแจผสมกับเสียงประกาศดังอยู่ตลอดตัดภาพมาที่เจมส์กับไทม์ที่ยังคงเงียบสนิทตลอดที่นั่งรอ
รออยู่สักพักเขาก็ประกาศชื่อเจมส์ไทม์เอื้อมมือไปช่วยพยุงเจมส์ให้เดินไปยังเคาน์เตอร์ชำระเงิน
“สามพันสี่ร้อยบาทค่ะ”
เจมส์ที่ได้ยินก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาเช็คไทม์เห็นเขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยจึงชะเง้อมอง ดูเหมือนว่าเงินจะไปมาพอเพราะเขาเห็นว่าเงินในกระเป๋ามีแค่เงิน 2,000 ที่คู่กรณีให้มากับเงินอีก 200 บาท
“เอามานี่”ไม่รอให้อีกคนตอบไทม์วิสาสะหยิบเงิน 2,000 ของเจมส์ในกระเป๋ากับเงินอีก 1,400ของตัวเองยื่นให้กับคุณพยาบาล
“ทำไรน่ะ”
ไทม์ไม่ได้ตอบอะไรก่อนจะเอื้อมมือไปรับยาให้แล้วส่งให้เจมส์ก่อนจะพยุงเขาให้เดินออก
เจมส์เอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อพร้อมกับทำสีหน้าจริงจัง”ฉันถามว่านายกำลังทำอะไรอยู่ จ่ายให้ฉันทำไม”
“ก็นายมีเงินไม่พอไม่ใช่หรอเลยช่วยออกไง”
“เพื่ออะไรเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นสักหน่อย แล้วอีกอย่างเราก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกันด้วย”
ไทม์หันมาแสดงสีหน้าที่จริงจังตอบ“ก็แค่อยากช่วยเพื่อนมนุษย์ไม่ได้หรอ”
เจมส์ไม่ตอบอะไรก่อนจะเลือกเบนหน้าหนี“นายจะใจดีเกินไปแล้วนะ”
“งั้นหรอ”
“ยังไงก็ขอบคุณแล้วกัน”พูดเสร็จเจมส์ก็เดินกระเผลกไปโบกรถแท็กซี่ก่อนจะขึ้นรถไปโดยที่ไม่ลาปล่อยให้ไทม์ได้แต่ยืนมองแผ่นหลังอันโดดเดี่ยวของเขาจนลับสายตาไป
ตั้งแต่วันแรกแล้วที่เขาสัมผัสถึงบรรยากาศแบบนี้ทุกครั้งที่มองเจมส์จากด้านหลังเขามักจะสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวที่ต้องสู้ชีวิตอยู่เพียงลำพังแผ่นหลังที่ไม่มีใครมาคอยปลอบ แผ่นหลังที่ไม่มีใครมาคอยช่วยเพื่อนเขาแม้จะไม่ไทม์จะไม่ได้รู้เรื่องชีวิตของเจมส์เพราะพึ่งจะรู้จักกันแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าเจมส์คงอยากจะมีใครสักคนมาคอยช่วยเหมือคอยช่วยเหมือนที่เขาเป็นอยู่เหมือนกัน