ไม่นานนัก กลุ่มของลิ้มจ้าวเฉิน ก็กรูกันเข้ามาสมทบกับหยางเติ้ง ท่ามกลางสายตาแน่นิ่งขององค์ชายรองยืนมองการกระทำของอีกฝ่าย ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นใด ๆ แสดงออกมา
“องค์ชายรองอี้เทียน ข้ามีข้อเสนอที่จะแลกเปลี่ยน อยากให้เ้าทบทวนอีกครั้ง ว่าจะส่งตัวฏคืนให้กับหยางเติ้งหรือไม่”
“ข้าเป็คนจับฏผู้นี้ได้ เหตุใดต้องเลือกข้อเสนอของท่านด้วย?” เขาตอบด้วยน้ำเสียงแน่นิ่ง ก่อนลิ้มจ้าวเฉินจะก้าวเท้าออกมาแล้วยิ้มมุมปาก
“หมายความว่า องค์ชายอี้เทียนไม่สนใจชีวิตขององค์ชายสี่กับพระชายาแล้วงั้นเหรอ?” กล่าวจบ ก็ยกมือขึ้นเป็สัญลักษณ์ให้ชายชุดดำนำร่างของพระชายา และองค์ชายสี่ ที่ถูกพันธนาการด้วยเชือกเส้นหนาออกมา
‘ลำพังฝีมือของเซียวจ้าน มีเหรอจะฝ่ากองกำลังของลิ้มจ้าวเฉินออกมาไม่ได้’ อี้เทียนครุ่นคิด พร้อมทอดสายตามองาแ สภาพบอบช้ำของเขา แสดงให้เห็นชัดว่า เพลี่ยงพล้ำ เพราะพยายามปกป้องหยางเอ๋อ มือหนาของอี้เทียนกำเบียดกันแน่นจนสั่นระริก ดวงตาค่อย ๆ แดงก่ำด้วยความโกรธ
“ส่งฏมาให้ข้า แล้วข้าจะปล่อยคน เ้าว่าดีหรือไม่” น้ำเสียงแหบพร่าของชายชรา ทำให้องค์ชายรองอี้เทียนเลื่อนสายตาไปยังหยางเอ๋อ ที่มองตรงมาพร้อมความหมายซ่อนอยู่ ก่อนมือของหลี่เถียนเปาจะเอื้อมมาจับแขนเขาแล้วเอ่ยขึ้น
“หากยอมแลก ฐานะรัชทายาทก็จะตกเป็ขององค์ชายหยางเติ้ง เท่ากับที่ทำมาทั้งหมดสูญเปล่านะเพคะ” องค์ชายสี่ได้ยินดังนั้น จึงยิ้มมุมปาก
“หลี่เถียนเปา เ้าทำอะไรบ้างล่ะ? นอกจากจะเป็ตัวถ่วงแล้ว ยังเสียงแหลมให้ข้าแสบหู ช่างน่ารำคาญ!” องค์ชายสี่เอ่ยขึ้น ก่อนหลี่เถียนเปาจะกัดฟันแน่นด้วยความไม่พอใจ
“องค์ชายรอง ตอนนี้อย่าลืมว่าท่านขาดกำลังสำคัญไป องค์ชายสี่อยู่ในมือของข้าและได้รับาเ็ หากข้าคิดจะแย่งตัวฏตอนนี้ล่ะก็ ไม่แน่ว่าท่านจะชนะ” เสียงของเฒ่าเ้าเล่ห์เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
ทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอม สายตาแน่นิ่งของอี้เทียน กำลังพยายามขบคิดหาทางรอด พร้อมเลื่อนสายตามองตรงไปยังองค์ชายสี่ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายส่งสัญญาณบางอย่างเหมือนในตอนเด็ก
ในยามเป็เด็กเซียวจ้านมีนิสัยซุกซน อยากรู้อยากเห็น การออกไปเที่ยวเล่นนอกวัง เป็สิ่งที่เขาโปรดปรานมากที่สุด แต่นั่นเท่ากับละเมิดคำสั่งของฟ่านปิงฮองเฮาผู้เป็มารดา ทำให้เขาถูกทำโทษบ่อยครั้ง ขณะที่โดนมารดาทำโทษ เด็กชายตัวเล็กอยู่ ๆ ก็ทรุดลงกองกับพื้นคล้ายาเ็ ฟ่านปิงฮองเฮาชะงักนิ่ง พลันทิ้งหวายในมือลงด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะให้คนพาไปรักษา ก่อนเซียวจ้านจะหันมายังอี้เทียน แล้วส่งสัญญานว่าเขาปกติดีทุกอย่างไม่ต้องเป็ห่วง ความเ้าเล่ห์นี้ใช้ได้ดีเสมอเมื่อถูกมารดาลงโทษ
อี้เทียนจับจ้องไปยังเซียวจ้านที่ถูกพันธนาการ พร้อมอีกฝ่ายพยายามขยิบตาสองสามครั้ง ส่งสัญญาณว่าเขาปกติดีไม่ต้องเป็ห่วง นั่นทำให้อี้เทียนกำกระบี่ในมือแน่น จับจ้องไปยังเฒ่าเ้าเล่ห์ แล้วหันมองไปยังธงสัญลักษณ์ที่ราชองครักษ์ ทำการชักขึ้นจากหอระฆังเพื่อส่งสัญญาณ
ระหว่างที่อี้เทียนกำลังใช้ความคิด ชายชุดดำก็พุ่งตัวเข้ามาใช้กระบี่ปะทะกับเขา เพื่อล่อลวงความสนใจ ก่อนหยางเติ้งจะสบโอกาสพุ่งตัวมาชิงตัวหลี่เถียนเปาไป ท่ามกลางสายตาเยียบเย็นของลิ้มจ้าวเฉิน ยืนมองอย่างเงียบ ๆ
“องค์ชายรองช่วยข้าด้วย! ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า” หญิงสาวพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด เมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามจับไปเพียงเวลาเสี้ยวพริบตา
“จะส่งตัวฏมา หรือให้ข้าฆ่านาง! นางเป็จุดอ่อนของเ้ามิใช่รึ?” คำพูดของหยางเติ้ง ไม่ทำให้อี้เทียนหวาดหวั่น อีกฝ่ายจึงตัดสินใจผลักร่างของหลี่เถียนเปาออกมา พร้อมเล็งธนูอย่างตั้งมั่น นางวิ่งออกไปได้สองสามก้าว เขาก็ปล่อยลูกธนูตามออกไป ปักกลางหลังของหญิงสาวจนล้มลงต่อหน้าทุกคน เพื่อหวังขยี้จุดอ่อนของอี้เทียน ให้หัวใจของเขาแลกสลายเป็จุณ
ทว่าท่าทางเฉยชาของอี้เทียน กลับนิ่งเฉย ไม่มีท่าทีใด ๆ ตอบรับ ไม่แม้แต่จะวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ ทำให้องค์ชายสี่ขบคิดอย่างเงียบ ๆ
‘เหตุใดเสด็จพี่จึงเฉยชาเพียงนั้น!’ ยังไม่ทันสิ้นความคิด ฝ่ายขององค์ชายหยางเติ้ง ก็พุ่งตัวเข้ามาฟาดฟันกับคนของอี้เทียน เพื่อแย่งตัวฏ
อี้เทียนไม่อาจออมแรงต่อไปได้ เขาง้างลูกธนูแล้วปล่อยให้แหวกอากาศออกไป ทุกดอกไม่มีพลาดเป้า ชายชุดดำร่วงลงกองกับพื้น พร้อมกันสองคนบ้าง สามคนบ้าง ตามลำดับ ทำให้ลิ้มจ้าวเฉินถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อเห็นฝีมือแท้จริงของอี้เทียน ก่อนดอกสุดท้ายจะพุ่งเข้าใส่องค์ชายหยางเติ้ง จนล้มลง
“หยางเติ้ง!” เฒ่าเ้าเล่ห์เห็นว่าหลานชายกำลังเสียเปรียบจึงพุ่งตัวเข้าต่อสู้พร้อมชายชุดดำที่เหลือบุกเข้ามา ปะทะพร้อมเสียงของกระบี่ดังขึ้น องค์ชายสี่ใช้โอกาสนี้แกะพันธนาการออก แล้วพุ่งตัวใช้กระบี่เข้าต่อสู้เพื่อช่วยเหลือองค์ชายรอง
สองพี่น้องหันมาร่วมมือกัน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของหยางเติ้ง ที่มองฝีมือของอี้เทียนด้วยความแปลกใจ ธนูทุกดอกที่อี้เทียนยิงออกมา ไม่มีพลาดเป้า ทั้งฝีมือกระบี่ที่ตวัดเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ศัตรูล้มลงอย่างง่ายดาย ทุกท่วงท่า บ่งบอกถึงความสามารถที่สะสมมาเป็เวลานาน
‘แล้วที่ผ่านมา คืออะไร?’ หยางเติ้งกุมแขนตัวเอง ที่กำลังาเ็ มีเืทะลักออกมา พร้อมสายตาสั่นไหวมองฝีมือการต่อสู้ของอี้เทียนอยู่ห่าง ๆ ด้วยความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด