8
ฉันเลือกคุณ
“เลือก!ผมหรือเสี่ยวุฒิ”
อินทิราตะลึงมองหน้าคนตะคอกคำประกาศิตแววตาดุดันของผู้ชายหน้าสวยทำให้หัวใจเกือบหยุดเต้นไปชั่วขณะไม่เชิงหวาดกลัวแต่ใมากกว่า ไม่นึกว่าเหตุการณ์มันจะเลยเถิดมาถึงจุดนี้
นี่์เข้าข้างเธอใช่ไหมถึงดลใจให้ธานินทร์ถามเธอแบบนั้นเขาคงมั่นใจว่าเธอไม่มีทางเลือกเสี่ยวุฒิพงษ์เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็มีภาษีเหนือกว่าทุกด้านแต่เธอจะมั่นใจได้อย่างไรว่าถ้าเลือกธานินทร์แล้วทุกอย่างจะเป็ไปตามที่หวังไว้
เขาจะดีกับเธอห่วงใย เอาใจใส่และพร้อมจะคุ้มครองดูแลเธอหรือเปล่า ถ้าเธอตอบว่าเลือกเขาเื่มันจะไป‘จบลง’ ที่เตียงแบบผู้หญิงชั่วครู่ชั่วยามหรือจะ ‘เริ่มต้น’ ด้วยการคบหากันในฐานะคนรักที่อาจจะมีอนาคตร่วมกันในภายภาคหน้า
แต่จะยังไงก็ช่างเธอไม่ได้้าอะไรจากผู้ชายคนนี้มากไปกว่าผลประโยชน์ที่หวังจะได้รับจากอิทธิพลของเขาและต่อให้คิดอีกกี่รอบ ทบทวนอีกกี่ครั้ง คำตอบเดียวของเธอก็คือ...
“ฉันเลือกคุณ”เสียงตอบแม้เพียงแ่เบาก็สามารถเรียกรอยยิ้มที่มุมปากคนฟังได้ทันทีแต่เพียงครู่ก็ต้องหดหายไปพร้อมอาการคิ้วกระตุกด้วยอีกคำที่ตามมา “แต่...”
“ทำไมต้องมีแต่”ถามจบ ธานินทร์ก็แทบกลอกตาเมื่อประตูลิฟต์เลื่อนเปิด เพราะมีคนกดเรียกจากด้านนอก
“อุ๊ย!คุณธานินทร์ เอ่อ... ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ คือติ๋มจะขึ้นไปออฟฟิศค่ะพอดีจะออกไปข้างนอกกับคุณเกมแล้วลืมเอกสาร”
พนักงานสาวซึ่งเป็เลขานุการของผู้จัดการฝ่ายการตลาดละล่ำละลักขอโทษพร้อมคำอธิบายยืดยาวแต่ยังไม่วายเหล่มองสาวสวยในอ้อมแขนของซีอีโอหนุ่มรูปหล่อเธอรู้อยู่ว่าเ้านายใหญ่คนนี้มีผู้หญิงมากมาย แต่ก็ยังไม่เคยเห็นอยู่ในลักษณะนี้กับผู้หญิงคนไหนเลยสักครั้งอย่างมากก็เดินควงแขนตามงานเลี้ยงหรืองานอีเว้นท์ทั่วไปแต่คนนี้กลับถูกอุ้มเสียแนบอก มองสบตาชนิดจมูกแทบจะชนกันแต่พอเธอเข้ามาขัดจังหวะเท่านั้นก็ทำหน้าเหลอหลาก่อนจะค่อยๆวางสาวเ้าลงอย่างนุ่มนวล
“เชิญครับ”ธานินทร์ยอมปล่อยร่างในอ้อมแขนลงยืนข้างกายแล้วโอบไว้แทนก้มมองหน้าใช้สายตากำกับให้คนคิดขัดขืนต้องเงียบกริบ
แม้สถานะปัจจุบันบวกหน้าตาวงศ์ตระกูลจะไม่เอื้อให้เขาทำตัวบ้าระห่ำแบบคนดังไม่แคร์สื่อแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีทำให้ได้มาซึ่งสิ่งที่้า
ประตูลิฟต์ปิดและเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นไม่ถึงสองนาทีส่วนเกินก็ก้าวออกจากลิฟต์ในชั้นที่เป็สำนักงานใหญ่ของวราเวศธานินทร์ไม่ได้สนใจจะยิ้มตอบคนที่หันกลับมายิ้มให้พลางเอ่ยคำลาตามมารยาทเขาแค่เอื้อมมือไปกดปุ่มชั้นที่้าและไม่ทันที่ประตูลิฟต์จะปิดสนิทเสียงหวานข้างกายก็ดังขึ้นตามคาด
“คุณธานินทร์คะ”อินทิราตั้งสติได้แล้วจึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
สิ่งที่ธานินทร์ทำไปเมื่อครู่บอกเธอว่าเขาเป็คนที่ใส่ใจภาพลักษณ์ตัวเองอยู่ไม่น้อยฉายาเพลย์บอยพันล้านของผู้ชายคนนี้คงมาจากนิสัยเ้าชู้กับผู้หญิงไปเรื่อยคงไม่รวมถึงความบ้าระห่ำหรือทำอะไรแบบไม่สนใจชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเหมือนลูกคนรวยบางคนที่เบ่งว่าพ่อข้าใหญ่ข้าจะทำซะอย่างใครจะทำไม
อำนาจบารมี และอิทธิพลของวราเวศ คงไม่ได้มาจากการมีทรัพย์สินมหาศาลเพียงอย่างเดียว…
“ครับ”มุมปากบางยกยิ้มอย่างชอบใจในน้ำเสียงที่ได้ยิน เธอหวานมาเขาก็ยินดีหวานไป ใครๆก็ชอบพูดจาภาษาดอกไม้กันอยู่แล้ว
“ถ้าคุณ้ารางวัลตอบแทนฉันให้เป็จูบแบบครั้งก่อนได้ไหมคะ”
แผ่นหลังกว้างขยับไหวให้กับสิ่งที่ได้ยินจะว่าเธอพูดตรงจนเขาใก็ไม่ใช่แต่กำลังสะดุดใจที่เธอรู้จักดักทางเขาได้อย่างแเีต่างหาก
“แล้วคิดว่าผม้าอะไรจากคุณ”
“ก็...”
“ไหนว่าเลือกผมหรือจะเปลี่ยนใจกลับไปหาเสี่ยวุฒิ” รีบดักคอก่อนที่หญิงสาวจะสรรหาเหตุผลที่ฟังขึ้นมาแย้งจนไม่เข้าทางเขาตอนนี้รู้แล้วว่าจุดอ่อนของเธอคือเสี่ยวุฒิพงษ์ เขาก็ต้องเอาชื่อนี้มาขู่บ่อยๆเธอจะได้สำนึกอยู่ตลอดเวลาว่าผู้ชายหน้าไหนก็สู้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอไม่ได้
“ไม่ใช่นะ”
“แล้วทำไมถึงให้ผมมากกว่าจูบไม่ได้”
อินทิรานิ่งมองสบดวงตาสีเข้มที่เปล่งประกายเจิดจ้าท้าทายความรู้สึกนึกคิดผู้ชายคนนี้กำลังทำให้เธออยากที่จะทำอะไรต่อมิอะไรที่ไม่เคยทำมากขึ้นเรื่อยๆแต่นาทีนี้เธอไม่อยากคิดถึงแผนการหรือคำว่าผลประโยชน์อีกแล้วถ้าเธอเลือกคำตอบที่ออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
“เพราะมากกว่าจูบมันควรมีค่ามากกว่าจะเป็แค่รางวัลค่ะ”
คำตอบชัดๆช้าๆ นั้นทำให้ชายหนุ่มตั้งใจมองหน้าหญิงสาวมากกว่าที่มองอยู่แต่เดิม นี่กระมังเหตุผลฟังขึ้นที่เขาไม่อยากได้ยินเพราะพอได้ยินแล้วเขาก็เถียงไม่ออกไม่เชิงเถียงไม่ออกแต่เพราะคิดได้ว่าเหตุผลแบบเข้าข้างตัวเองที่จะเอามาเถียงนั่นจะทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียความรู้สึก
บ้าชะมัด!ทำไมเขาต้องคิดถึงความรู้สึกของเธอด้วย...
ธานินทร์ถอนใจเฮือกแต่ยังไม่ยอมละสายตาไปไหนเป็อินทิราเสียอีกที่สะเทิ้นอายผู้หญิงอย่างเธอไม่น่าจะก๋ากั๋นพูดเื่ทำนองนี้กับผู้ชายได้แต่ทุกถ้อยคำที่พูดออกไปก็มาจากความรู้สึกภายในล้วนๆหญิงสาวมองสบตาตอบอยู่ครู่ใหญ่เมื่อเขายังเงียบเธอก็ได้แต่เบือนหน้าไปทางประตูลิฟต์ที่กำลังเปิดกว้าง
สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือท้องฟ้ากว้างผ่านผนังกระจกใสมองเห็นสระว่ายน้ำสีฟ้าสว่างสะท้อนแสงแดดอยู่กลางลานกว้างที่จัดตกแต่งไว้ราวกับสวนน้ำลอยฟ้า
“ชั้นนี้เป็ที่พักส่วนตัวของผม”เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นกลบความเงียบหวังจะลองเปิดประเด็นใหม่ให้เข้าทางตัวเองแต่อินทิราไม่หลวมตัว
“เื่ที่คุณช่วยฉันวันนี้มันควรได้รางวัลมากกว่าจูบอย่างนั้นหรือคะ ขนาดฉันช่วยให้คุณได้โทรศัพท์คืนฉันยังไม่เรียกร้องจะเอาอะไรจากคุณเลย และถ้าพูดกันตรงๆ ก็คือคุณยังติดค้างฉันอยู่การที่คุณช่วยฉันครั้งนี้น่าจะถือว่าเราหายกันแล้ว ฉันไม่จำเป็ต้องให้อะไรตอบแทนคุณอีก”
ธานินทร์จับตามองใบหน้าเนียนงามตลอดเวลาที่ฟังเธอพูดบอกตัวเองไม่ถูกว่าเขาควรตัดสินใจอย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ๆเขาไม่ชอบอาการลังเลใจของตัวเองเลยความจริงเขาควรยืนกระต่ายขาเดียวยืนยันในสิ่งที่้าผู้หญิงคนนี้ยั่วโมโหเขาด้วยการหลอกใช้ เธอไม่ได้ถูกเสี่ยวุฒิพงษ์วางยาแต่้าใช้เขาเป็โล่กันตัวเองออกมาจะด้วยเหตุผลอะไรนั่นเขาต้องได้รู้สักวัน
แต่นาทีนี้ควรสั่งสอนเธอเสียหน่อยว่าคนอย่าง‘ต้า วราเวศ’ ไม่ใช่ผู้ชายที่ผู้หญิงคิดจะลูบคมง่ายๆแต่เสี้ยวหนึ่งของความคิดกลับสะกิดบอกเขาว่า ถ้าเขาวู่วามทำอะไรลงไปเพื่อให้ได้อะไรบางอย่างจากเธอมาในวันนี้อาจทำให้เขาสูญเสียอะไรอีกหลายๆ อย่างที่ควรจะได้ในอนาคตไป...
ชายหนุ่มลอบเป่าปากตัดใจจิ้มนิ้วไปที่ปุ่มค้างลิฟต์แล้วหันตัวกลับมาเผชิญหน้าแบบเต็มๆประสานแขนกอดอกแล้วยิงคำถามใส่อย่างคนที่จะไม่มีวันยอมให้ใครแบบเสียท่า...คนอย่างเขา ถ้าจะยอม ก็ต้องยอมแบบไม่เสียเปล่า
“แล้วถ้าผม้ามากกว่าจูบผมต้องทำยังไง”
ร่างกายเขาเรียกร้องมาแบบนั้นเชื่อเกินร้อยว่าผู้ชายหน้าไหนได้อยู่ใกล้ผู้หญิงที่มีรูปร่างยั่วยวน หน้าตาสะสวยแถมกลิ่นกายหอมละมุนเช่นเธอคนนี้ย่อมปรารถนาที่จะเชยชมขนาดคนที่มีทั้งเมียหลวงเมียน้อยและอีหนูมากมายอย่างเสี่ยวุฒิพงษ์ยังแสดงออกขนาดนั้นแล้วทำไมหนุ่มโสดที่มีกำลังทรัพย์และความสามารถมากพอที่จะเสนอให้อย่างเขาจะแสดงออกบ้างไม่ได้
“ออกจากลิฟต์แล้วปล่อยให้ฉันลงไปข้างล่างคนเดียว”
“แล้วหลังจากนั้น”เขาถามจ้องตา ถึงจะแปลกใจในคำตอบที่ได้ยินแต่ไม่เผลอแสดงออกให้เธอรู้
“คุณรู้จักฉันแล้วนี่คะมีทั้งเบอร์โทรและที่อยู่บริษัท” อินทิราสบตาตอบตามด้วยรอยยิ้มแบบที่ต่อให้คนมองจะความจำดีแค่ไหนก็คงลืมตัวไปชั่วขณะว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ธานินทร์ก็เผลอไผลไปไม่น้อยเขาไม่เคยคิดว่าจะมี่เวลานี้เกิดขึ้นกับตัวเองความรู้สึกที่คล้ายก้าวหล่นลงเหวหรือพูดตรงๆก็คือตกหลุมรักผู้หญิงสักคนมันไม่เคยถูกบันทึกไว้ในกล่องความทรงจำของเขาแต่ตอนนี้ต้องยอมรับกับตัวเองว่ามันเกิดขึ้นแล้วแรงเต้นกระหน่ำที่หน้าอกข้างซ้ายเป็ข้อพิสูจน์ที่เชื่อถือได้ ความรู้สึกวูบวาบไปทั่วกายก็ช่วยยืนยันได้อีกแรง
ร่างกายเขากำลังปรารถนาผู้หญิงคนนี้แต่หัวใจก็กระซิบบอกว่าให้ ‘รอ’
“จริงของคุณ”ชายหนุ่มพยักหน้ายอมรับแล้วก้าวเข้าไปจับสองไหล่มนไว้ เกลี่ยไล้นิ้วหัวแม่มือเบาๆรอจนหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสบตา
“ถ้าอย่างนั้นผมขอจูบ... จูบที่ไม่ใช่รางวัล แต่เป็การให้โดยเสน่หา ได้ไหม”
อินทิราไม่รู้ว่าเธอต้องตอบคำถามหรือควรทำอย่างไรจึงได้แต่นิ่ง รอคอยมองสบดวงตาที่อยู่เบื้องหน้าและกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างใจเย็นจนเมื่อไออุ่นเป่ารดริมฝีปากจึงค่อยหลุบเปลือกตาลงต่ำ เผยอริมฝีปากขึ้นรับััที่ทาบทับลงมาแ่พลิ้ว...
จุมพิตที่เกิดขึ้นจากความเต็มใจและไร้เงื่อนไขช่างอ่อนละมุนอุ่นซ่านไปถึงทรวงใน แรงกดประทับสลักลงลึกติดตรึงแแ่ราวจะสื่อให้ผู้รับััรู้ถึงเจตนาซ่อนเร้นไอร้อนรุ่มในกายชายโหมกระพือหนักเมื่อปลายลิ้นสากได้ละเลียดความเนียนนุ่มหวานฉ่ำของปลายลิ้นสาวร่างใหญ่เกร็งสะท้านจากการข่มกลั้นอารมณ์ในขณะที่ร่างบางไหวสะเทิ้นจากความรู้สึกหวิวหวาม
ชั่วอึดใจใหญ่กว่าจุมพิตหนักหน่วงจะผ่อนแรงลงจนเหลือไว้เพียงการเกลี่ยไล้เพื่อคงััแ่พลิ้วที่ไม่อยากผละจากคลอเคลียอยู่เช่นนั้นราวกับจะเว้าวอนอ้อนขอให้คนปากนิ่มใจอ่อน
“อิน...”
เสียงครางแ่เบาทำให้อินทิรารู้สึกตัวตื่นจากวังวนเสน่หาคิดได้ว่าเธอควรจะเป็ฝ่ายถอยห่างออกมาเมื่อเขาหยิบยื่นโอกาสให้ถ้าขืนปล่อยให้ปากต่อปากยังคลอเคลียกันอยู่แบบนี้มีหวังเสียงอ้อนอ่อนหวานและแววตาอ่อนโยนของธานินทร์คงทำให้เธออ่อนปวกเปียกไปจนได้...
หญิงสาวขยับกายออกห่างซึ่งธานินทร์ก็ต้องยอมปล่อยแม้จะเสียดายแค่ไหนก็ตาม
“ฉันไปนะคะ”เธอก้าวถอยห่างได้เพียงก้าว หลังก็ชนผนังลิฟต์เสียแล้ว
“แล้วผมจะโทรหา”
“ค่ะ...ฉันจะรอ”
“รับรองว่าไม่ต้องรอนานครับ”
รอยยิ้มที่มุมปากของเพลย์บอยหนุ่มครั้งนี้น่ามองกว่าครั้งไหนๆและมันทำให้อินทิราอมยิ้มเอียงอายตอบไปแบบที่ไม่เคยยิ้มให้ชายใดเช่นกัน
ร่างสูงหันไปกดปุ่มยกเลิกคำสั่งเดิมตามด้วยปุ่มชั้นล็อบบี้หันกลับมาเผชิญหน้าหญิงสาวแล้วโน้มศีรษะให้เล็กน้อยก่อนก้าวถอยหลังออกจากลิฟต์ไปช้าๆแต่ไม่ลังเล อินทิรายังมีรอยยิ้มแบบเดิมส่งตอบไป ทั้งสองยืนส่งยิ้มมองสบตากันอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดสนิท
อะไรที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดได้เกิดขึ้นแล้ว...
นี่ไม่ใช่แผนทอดสะพานอย่างฉลาดเพราะมันไม่เคยมีอยู่ในความคิดของเธอเลยแต่อินทิราบอกตัวเองว่า ถ้าธานินทร์โทรมาเธอจะไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปแน่อย่างน้อยตอนนี้ธานินทร์ก็น่าจะมีความรู้สึกดีๆ กับเธอเหมือนที่เธอก็กำลังรู้สึกเช่นนั้นกับเขา
ธานินทร์ก้าวไปหยุดชิดผนังกระจกหยิบกระดาษสีชมพูอ่อนจากกระเป๋าสูทด้านในขึ้นมามองนิ่งอยู่เช่นนั้นคำนวณเวลาให้ผ่านไปราวสิบนาทีก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดบันทึกหมายเลขพร้อมชื่อผู้หญิงคนใหม่ชายหนุ่มไม่เคยนับว่ามีชื่อผู้หญิงกี่คนกี่หมายเลขอยู่ในหน่วยความจำของเครื่องแต่คิดว่าคนนี้น่าจะได้อยู่ในหน่วยความจำของเขานานกว่าใคร
แค่จูบเดียววันนั้นเขายังจำเธอมาถึงทุกวันนี้และจูบเมื่อครู่นี้ก็คงทำให้เขาจดจำและปรารถนาจะได้มากกว่าจูบของเธอไปอีกสักระยะหรืออาจจะ...นานกว่านั้น
ััเนียนนุ่มและกลิ่นอ่อนละมุนของเธอทำให้เขาลืมััของผู้หญิงอื่นไปสิ้นแต่ทุกครั้งที่คิดถึงร่างกายมันก็ร่ำร้องหาทางปลดปล่อยและผู้ชายอย่างเขาก็ไม่เคยพึ่งพาน้ำมือตัวเองสำหรับเื่นี้ ในเมื่อยังมีผู้หญิงมากมายที่รอโทรศัพท์จากเขาอยู่แต่ใครจะรู้ว่าในขณะที่เขาแหงนหน้าหลับตากระแทกร่างใส่ผู้หญิงคนหนึ่งเพื่อปลดปล่อยตัวเองออกจากความอัดอั้นเขาเห็นใบหน้าและมโนภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าของผู้หญิงคนไหนอยู่ในความมืด!
“อินทิรา”เสียงเรียกขานเบาๆ ดังขึ้นก่อนปลายนิ้วจะแตะลงตรงตำแหน่งโทรออกยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู รอฟังสัญญาณเรียกสายอยู่ไม่นานก็ได้คลี่ยิ้ม
“สวัสดีครับคุณอิน”
“สวัสดีค่ะคุณธานินทร์”
“ต้าครับเรียกผมว่าต้า”
“ค่ะคุณต้าโทรมาเร็วจังเลยนะคะ”
“ก็ผมเป็ห่วงอยากรู้ว่าคุณถึงรถโดยสวัสดิภาพหรือเปล่า”
“ถึงแล้วค่ะนั่งอยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว”
“ดีครับขับรถดีๆ นะครับ”
“ค่ะเอ่อ...”
“แล้ว...”
“คุณพูดก่อนสิคะ”
“คุณจะพูดอะไรพูดก่อนก็ได้ครับ”
“เปล่าค่ะฉันแค่จะถามว่ามีอะไรอีกไหม ฉันจะได้กลับไปทำงาน” เธอถามไปปนเสียงหัวเราะและได้ยินอีกฝ่ายหลุดหัวเราะตอบมา เชื่อว่าตอนนี้ต่างคนคงรู้สึกขำตัวเองที่กำลังทำตัวเหมือนหนุ่มสาวที่เพิ่งโทรศัพท์จีบกันใหม่ๆ
“มีครับ”
“อะไรคะ”
“อยากจูบคุณอีก”
“....”ไม่แปลกใช่ไหมถ้าเธอจะแยกเขี้ยวใส่โทรศัพท์แทนคำตอบ
“อยากทำมากกว่าจูบด้วย”
“....”ผู้ชายคนนี้ เวลาคุยกับผู้หญิงนี่ไม่มีเื่อื่นในสมองเลยหรือไงนะ แต่แปลกจังที่เธอกลับไม่เคือง
“ไม่ตอบแสดงว่าอยากเหมือนกัน”
“คุณนี่พอเถอะค่ะ ฉันจะกลับไปทำงานแล้ว”
“ฮ่าๆเลิกงานกี่โมง ผมไปหาได้ไหม”
“อย่าเพิ่งเลยค่ะมันเร็วไป”
“ถ้าไม่เร็วจะรู้หรือครับว่าใจร้อนเครื่องฟิตสตาร์ทติดง่าย ติดทนติดนานด้วยนะ อยากลองไหม”
“ยังไม่อยากค่ะ...”
“เฮ้ยคุณ!”
“แค่นี้ก่อนนะคะอินต้องรีบไปทำงานแล้ว สวัสดีค่ะ” รีบบอกปัดปนเสียงหัวเราะแล้วชิงวางหูก่อนขืนต่อปากต่อคำนานกว่านี้มีหวังได้วิ่งขึ้นไปหาเขาแน่... ผู้ชายอะไรคารมสมเป็เพลย์บอยจริงๆ อย่ายอมง่ายๆ เชียวนะอินทิรา ไม่งั้นหล่อนจะถูกเหมารวมเหมือนผู้หญิงรายอื่นของเขาเอาง่ายๆเธอจะไม่ยอมเหมือนใคร ถ้าตัดสินใจจะเสียอะไรบางอย่างเธอต้องได้อะไรบางอย่างคืนมาให้คุ้ม
นานกี่นาทีไม่รู้ที่ชายหนุ่มยังยืนยิ้มอยู่กับโทรศัพท์ ความ รู้สึกภายในอุ่นซ่านอย่างประหลาดและมันกำลังกระตุ้นให้ร่างกายร่ำหาไออุ่นจากเรือนร่างสตรีเขาไม่เคยคิดถึงผู้หญิงคนไหนแล้วตื่นตัวได้ง่ายดายขนาดนี้ มันบ้ามากช่างเหมือนหนุ่มน้อยพี่เพิ่งริอ่านแตะต้องผู้หญิงก่อนวัยอันควร
...ให้ตายแล้วนี่เขาควรดับกระหายคลายอยากด้วยวิธี ไหนดี
ดวงตาสีเข้มก้มลงเพ่งมองหน้าจอโทรศัพท์กดไล่รายชื่อผู้หญิงคนแล้วคนเล่าที่เชื่อว่าถ้ากดไปเบอร์ไหนก็ไม่มีทางได้ยินคำปฏิเสธแต่ทำไมปลายนิ้วของเขากลับปฏิเสธที่จะกดลงไป ได้แต่สไลด์ต่อไปเรื่อยๆจนถึงเบอร์ล่าสุดที่เพิ่งโทรออกไปเมื่อครู่นี่เอง
“อย่าเป็แบบนี้สิวะต้าเสียการปกครองหมด” คนคิดได้ส่ายหน้าส่งท้ายให้โทรศัพท์แล้วยัดใส่กระเป๋าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อข่มกลั้นความรู้สึกภายในก่อนก้าวเดินไปเรียกลิฟต์...
นี่มันเวลาทำงานเขาต้องบอกตัวเองแบบนั้น ตั้งใจทำงานอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้ไปหาเธอแล้วถึงเธอจะห้ามก็ช่างประไร ให้เธอรู้ไว้ว่าเขาเป็พวกดื้อเงียบนั่นแหละดี... ร่างสูงก้าวย่างไปอย่างมั่นคงไม่ทันกี่ก้าวเสียงตุ๊ดๆและแรงสั่นครืดๆ ในกระเป๋าก็ดังขึ้นชื่อของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเกือบจะลืมไปแล้วกำลังโชว์หรารอการกดรับสาย
“สวัสดีแพม”
“สวัสดีต้าดีใจจังที่ต้ารับสาย นึกว่าจะลืมกันไปซะแล้ว”
“มีอะไรหรือเปล่า”
“พอดีแพมมาประชุมที่หาดใหญ่เลยคิดว่าคืนนี้ ถ้าต้าว่าง...”หญิงสาวหยอดเสียงหวานแล้วเว้นช่องไฟไว้ให้อีกฝ่ายต่อเอาเองตามใจชอบเพราะล่อไปแค่นี้เธอเชื่อว่ากิ๊กเก่าที่คบหาเป็เพื่อนนอนคลายเครียดกันมานานกว่าสิบปีรู้ดีว่าอะไรเป็อะไรแม้ว่าปีสองปีให้หลังจะแทบไม่ได้เจอกันเลยก็ตาม
“อืม...เสียดายจังผมนัดกินข้าวเย็นกับแม่ไว้แล้ว” ทั้งที่ไม่ได้นัดแต่ทำไมเขาถึงนึกข้ออ้างนี้ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วทั้งที่คืนนี้เขาน่าจะมีผู้หญิงสักคนมาช่วยผ่อนคลายต่อให้ต้องมโนไปถึงใบหน้าและเรือนร่างผู้หญิงอีกคนก็ช่าง
“แหมก็ทานข้าวเย็นกับแม่ก่อน แล้วดึกๆ ค่อยออกมาดริ้งกันก็ได้ นะๆแพมจะไปรอที่เดอะคิส”
“เข้าบ้านแล้วี้เีออกน่ะแพม่นี้งานยุ่งด้วย อยากหาเวลาพักบ้าง พรุ่งนี้ก็มีประชุมเช้า”
“มาแนวนี้กับแพมจนได้มิน่า ได้ยินใครๆ ก็ว่าั้แ่ต้ารับตำแหน่งใหญ่นี่เปลี่ยนเป็คนละคน”
“เปลี่ยนยังไง”ถามพลางส่ายหน้าเดินเข้าลิฟต์ กดเลขชั้นสำนักงาน
“ใจร้ายขึ้นเป็กองเห็นงานสำคัญกว่ากิ๊ก” เธอหยุดฟังว่าเขาจะว่าอะไรตอบแต่เมื่อได้ยินแค่เสียงหัวเราะฮึๆ กับความเงียบก็ถอนใจเอ่ยต่อ “ถามจริงเถอะต้าที่รับผิดชอบงานมากขึ้นนี่เครียดมากไหม”
“ก็มีบ้าง”
“มิน่าแพมเคยได้ยินว่าความเครียดทำให้สมรรถภาพทางเพศของผู้ชายถดถอย”
“ไม่ใช่แล้ว!”เสียงครวญยาวพลางส่ายหน้านึกขำทั้งตัวเองและกิ๊กเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานนับปีเพราะเธอย้ายไปทำงานที่กรุงเทพ
“อ๊ะงั้นก็พิสูจน์สิคะว่ายังเครื่องฟิตสตาร์ทติดง่ายอยู่เหมือนเดิม”
“ฮึๆอย่ายุกันเลย ผมไม่ว่างจะไปให้พิสูจน์จริงๆ”
“พูดเหมือนกำลังพยายามทำตัวน่ารักอย่าบอกนะว่าพบคนที่ทำให้ต้าอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว” เธอเว้น่ว่างรอคำตอบแต่ครั้งนี้ไม่ได้ยินแม้เสียงหัวเราะตอบมา จึงถามต่อไปด้วยความใ“นี่แพมเดาถูกเหรอต้า ว้า! อย่างนี้แพมก็อดกินวีต้าก่อนนอนแล้วล่ะสิ ใครนะผู้หญิงคนนั้นชักอยากเห็นหน้าล่ะ”
“ฮึอย่าเดาเลย เสียเวลา แค่นี้ก่อนนะแพม ผมต้องทำงานแล้ว สวัสดีครับ”
ธานินทร์เอ่ยตัดบทอย่างไพเราะก่อนก้าวออกจากลิฟต์เขาไม่มีคำตอบให้กิ๊กเก่าเพราะยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเพลย์บอยพันล้านอย่างเขาถึงนึกอยากจะทำตัวน่ารักขึ้นมาบ้างแล้ว