[นิยายแปล] กว่าจะเป็นรักในฝันของผมกับคุณเพลย์บอย

    ตอนที่ 4 (6)

    ตอนที่ 4 (6)

            ทั้งคู่นั่งเงียบกริบ ดูหนังเรื่องแล้วเรื่องเล่าไปทั้งคืนจนกระทั่งฟ้าสาง

            เมื่อเห็นฉากจูบที่เปลือยด้านหน้าของเรื่องหลันอี้ แม่ตู้ก็ทนไม่ไหวในที่สุด เธอหยิบรีโมตด้วยมือสั่นเทามากดปิดทีวีทิ้ง พูดพึมพำเสียงสั่นและสับสน “ทุกเรื่อง ทุกเรื่อง เสี่ยวโยว...ก็ด้วยเหรอ” น้ำตาที่หางตาหยุดไม่อยู่ทันใด

            ลุงเคอกล่าวว่า “ไม่หรอกๆ เสี่ยวโยว...ไม่เป็นแบบนี้หรอก” ทว่าเขาสั่นยิ่งกว่าเธอเสียอีก

            เสี่ยวโยวเป็นแบบนี้ได้ยังไง

            ปีนั้นทั้งสามคนฉลองวันตรุษจีนที่เงียบเชียบและน่าอึดอัดใจ ตู้เจี้ยนโยวพบว่ามีคนมาขยับแผ่นหนังในห้องของเขา เมื่อรวมกับความนิ่งเงียบและยั้งปากไม่ให้ถามในสิ่งที่ทั้งสองคนอยากถาม ตู้เจี้ยนโยวก็รู้ว่าคงจะเดากันได้แล้ว

            เขาไม่อยากโกหก หากถามมาตู้เจี้ยนโยวก็จะบอก เขาคิดเช่นนั้น

            แต่ทั้งคู่ไม่ถาม เขาจึงทำได้เพียงไม่พูด

            ที่ทั้งคู่ไม่โพล่งออกมาเนื่องจากตอนแรกยังกอดความหวังไว้อยู่

            แต่ต่อมาเป็นเพราะทำใจไม่ได้

            ทำใจไม่ได้ที่ลูกชายผู้แสนดีและเชื่อฟังขนาดนี้จะเป็นโสดไปตลอดชีวิตโดยแบกความหวังของคนเป็นพ่อเป็นแม่ไว้

            ดังนั้นจึงยอมรับ

            ตู้เจี้ยนโยวรู้ว่าทั้งคู่รู้ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะยอมรับ

            “แม่ครับ เขาน่ะ เป็นแค่เพื่อนจริงๆ” ตู้เจี้ยนโยวละล่ำละลัก ตบมือของแม่เบาๆ อย่างทำตัวไม่ถูก ไม่อยากให้เธอคิดฟุ้งซ่าน

            แม่ตู้ส่ายหน้า “ไม่ว่าจะเป็นเขา หรือใครคนไหน หาคนที่รักลูก เอ็นดูลูก ดีต่อลูก และใช้ชีวิตไปด้วยกัน ลูกคู่ควรกับมัน”

            “แม่...” ตู้เจี้ยนโยวมองผู้เป็นแม่ที่แก่ตัวลงทุกวัน เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ควรต้องรู้สึกแบบไหน

            “ต่อไป ถ้าลูกมีแฟนก็พามา พวกเราก็จะรักเขาด้วย” แม่ตู้มองลูกชายที่กำลังนิ่งอึ้งพร้อมพูดเสริมไปอีกประโยค

            “ครับ” ตู้เจี้ยนโยวมองไปทางถังเฮ่อโดยไม่รู้ตัว เจอพ่อแม่เหรอ คราวหน้าจะยังมาเจออีกไหม ตู้เจี้ยนโยวน้ำตารื้น ทว่าในใจกลับมีความสุข

            เมื่อถังเฮ่อหันกลับมา เห็นตู้เจี้ยนโยวมองด้วยตาแดงๆ จึงตกใจรีบรุดกลับมาหา “เป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้น”

            ตู้เจี้ยนโยวขยี้ตาอย่างขัดเขิน ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์แสนอบอุ่นที่ตนไม่ได้เปิดตัวว่าเป็นเกย์อย่างเป็นทางการ แต่กลับถูกยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข

            “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ เสี่ยวโยวเขาแค่ขี้กังวลเกินเหตุ บอกไปแล้วว่าน้าสบายดีก็ยังไม่เชื่อ” แม่ตู้เข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ เมื่อเห็นสีหน้าห่วงใยของถังเฮ่อก็รู้สึกพึงพอใจมาก

            “ความดันของคุณน้าไม่คงที่ คอยวัดเป็นประจำจะดีกว่า ที่บ้านมีเครื่องวัดความดันไหมครับ”

            “ไม่มี วันนั้นลุงบอกแล้วว่าต้องไปซื้อสักอัน เธอก็บ่นว่ายุ่งยาก จะไม่ยอมลูกเดียว” ลุงเคอแย่งฟ้องก่อน

            “คุณพูดมากอีกแล้วนะ”

            “แม่ แม่ก็ฟังหน่อยเถอะครับ”

            “เอาแบบนี้แล้วกันครับ เดี๋ยวผมไปเลือกเครื่องวัดความดันแล้วจะส่งมาให้ภายในสองสามวันนี้ เครื่องวัดความดันสมัยนี้ใช้งานง่ายมาก แถมยังอัปโหลดข้อมูลทางออนไลน์ได้ด้วย หลังจากตั้งค่าแล้วคุณน้าแค่ต้องวัดความดัน แล้วมันจะส่งข้อมูลมาให้เจี้ยนโยว แค่นี้เขาก็รู้ผลของคุณน้าแล้วครับ แบบนี้เขาจะได้สบายใจ” ถังเฮ่อพูดอย่างจริงจัง

            “จริงเหรอ มีแบบนี้ด้วยเหรอ งั้นเดี๋ยวพวกเราไปซื้อตอนนี้เลย” ตู้เจี้ยนโยวเตรียมพุ่งออกไปซื้อทันทีด้วยความกังวล

            “เดี๋ยวก่อน” ถังเฮ่อดึงตู้เจี้ยนโยวที่รีบร้อนเอาไว้ “ดึกขนาดนี้ร้านปิดหมดแล้ว พรุ่งนี้ฉันค่อยถามซูอันดูว่าร้านไหนขาย จะได้ขอให้พวกเขาส่งมาที่บ้านแล้วตั้งค่าบัญชีสำหรับโอนข้อมูลไปด้วยเลย นายอย่าเพิ่งใจร้อนสิ”

            “คุณน้าครับ สิ่งสำคัญที่สุดคืออาหารการกิน ต้องลดมันลดเค็ม และอย่าลืมทานยาลดความดันตามเวลา ผมเพิ่งซื้อแอปเปิลมา จำได้ว่าแอปเปิลช่วยขับโซเดียมในร่างกาย รักษาความดันให้คงที่ คุณน้าทานเยอะๆ ได้เลยนะครับ”

            “ได้ๆๆ ขอบคุณจริงๆ นะที่เป็นห่วง แล้วก็ขอบคุณที่ดูแลเสี่ยวโยวด้วย” แม่ตู้เงยหน้ามองนาฬิกาบนผนัง “ตายจริง ดึกขนาดนี้แล้ว พวกเธอยังต้องขับรถกลับอีกไกล ยังหนุ่มยังแน่นอย่านอนดึก รีบกลับไปพักผ่อนกันเถอะ”

            “แม่ครับ แม่...” ตู้เจี้ยนโยวอยากจะกำชับอีกหน่อย แต่แม่ตู้โบกมือขัดจังหวะ “รู้แล้วๆ ลูกอยากพูดอะไรแม่รู้ทั้งนั้นแหละ อย่าจุกจิกเลย แม่จะดูแลตัวเอง”

            “นั่นสิ! อย่ากังวลเลย ไม่ใช่ว่ายังมีลุงอยู่อีกคนเหรอ” ลุงเคอตบหน้าอกแปะๆ ต้องการให้ตู้เจี้ยนโยวสบายใจ

            “ขอบคุณครับลุงเคอ ลุงก็...ดูแลตัวเองด้วยนะครับ” ทั้งคืนนี้ตู้เจี้ยนโยวไม่ได้พูดคุยกับคนตรงหน้าเท่าไรนัก ตอนเอ่ยประโยคนี้ออกมาเลยทำตัวค่อยไม่ถูก

            ลุงเคออึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา “ได้ๆ ลุงจะดูแลตัวเอง เสี่ยวถัง ถ้ามีเวลาก็นั่งรถกลับบ้านกับเสี่ยวโยวบ่อยๆ นะ”

            “ได้ครับ คุณลุงคุณน้าส่งแค่นี้เถอะครับ ไว้ครั้งหน้าเจอกันใหม่”

            “แม่ ลุงเคอ ไม่ต้องส่งแล้ว รีบเข้าไปเถอะ พวกเราไปก่อนละ แล้วเจอกันครับ”

            หลังจากบอกลาผู้ใหญ่ทั้งสอง ในที่สุดตู้เจี้ยนโยวและถังเฮ่อก็เดินทอดน่องไปขึ้นรถ ตู้เจี้ยนโยวเหมือนมีเรื่องในใจเลยเงียบๆ ไป ถังเฮ่อเองก็ไม่รบกวน กระทั่งรถมาจอดที่อาคารก่วงเซิ่ง ตู้เจี้ยนโยวถึงพูดโพล่งออกมา

            “พ่อของผมเสียชีวิตตอนผมอายุสิบสอง เขาเป็นคนขับรถบรรทุกสินค้า เพราะเหนื่อยล้าจากการขับรถระยะไกลเลยประสบอุบัติเหตุขณะทำงาน ช่วยไว้ไม่ได้ บริษัทให้เงินแสดงความเสียใจมาไม่กี่แสนก็เลิกสนใจแล้ว

            “แม่ของผมเข้มแข็งมาตลอด แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากขนาดนั้นก็ไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าผมเลยสักครั้ง แต่ผมรู้ว่าแม่จะไปหลบอยู่ในห้องและแอบร้องไห้กลางดึกเสมอ

            “แม่ดีกับผมมากจริงๆ แม่เป็นคนอ่อนโยนเสมอ ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยดุด่าหรือตีผมเลย

            “ลุงเคอเป็นเพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิทของพ่อผม เพราะเขาโสด ทุกวันตรุษจีนและวันหยุด พ่อเลยชอบชวนเขามากินข้าวที่บ้านเรา เขาดีกับครอบครัวเรามาตลอด หลังจากพ่อของผมเกิดอุบัติเหตุก็มีแค่เขาที่ไม่กลัวว่าจะเป็นการไปล่วงเกินบริษัทเข้า ออกหน้าต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวเรา เรื่องของพ่อผมก็ได้เขามาช่วยเป็นธุระให้ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง

            “ผมรู้ว่าแม่ผมเลี้ยงลูกตามลำพังไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การที่มีผู้ชายคนหนึ่งยินดีช่วยก็ทำให้แม่ค่อนข้างคลายกังวล...” ตู้เจี้ยนโยวเล่าเรื่องของครอบครัวเป็นช่วงๆ โดยไม่เรียงเหตุการณ์ก่อนหลัง คล้ายต้องการพูดให้ถังเฮ่อฟัง แต่เหมือนระบายกับโพรงต้นไม้ที่เชื่อใจมากกว่า

            “ตอนที่ผมจะขึ้นมัธยมปลาย เขตที่อยู่อาศัยของเราจะถูกรื้อ ลุงเคออยากให้เราย้ายไปอยู่ที่บ้านของเขา ก็คือบ้านหลังเมื่อกี้นี่แหละ แต่เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันจะย้ายไปได้ยังไงล่ะ ผมรู้ว่าแม่คำนึงถึงผม ถึงแม่ไม่พูด แต่รู้จักกันมานานขนาดนั้น พวกเขามีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ผม ผมให้พวกเขาแต่งงานกันในภายหลัง จากนั้นผมก็ไปอยู่หอพักที่โรงเรียน จริงๆ แล้วผมก็ไม่อยากจากแม่ไป แต่ผมจะอยู่รบกวนพวกเขาไม่ได้ ลุงเคอเป็นคนดี ดีต่อแม่ผมมาก และดีต่อผมด้วยเหมือนกัน...”