"หรูอี้" ในขณะนั้น กู้หนิงในชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนก็ค่อยๆ เดินเข้ามา ผิวพรรณบอบบางของนางช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับรูปลักษณ์ที่งดงามของนาง
"อาหนิง เ้ามาพอดี ทานอาหารเช้าแล้วหรือ"
"ยัง ข้ารีบมาที่นี่ อาหารจากเรือนของเ้าอร่อยจนข้าอยากลิ้มลองอีก" กู้หนิงตอบตามตรง
หลังจากทานอาหารเช้าร่วมกันเซี่ยหว่านหนิงและกู้หนิง พร้อมสาวใช้ส่วนตัว ก็ขึ้นรถม้าโดยมีเหล่าองครักษ์ติดตามอยู่ด้านหลัง
อากาศหนาวใน่ต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่ถนนหนทางยังคงคึกคักไปด้วยผู้คน
หลังจากใช้เวลาประมาณหนึ่งเค่อ เซี่ยหว่านหนิงและคนอื่นๆ ก็มาถึงที่หมาย
พวกนางเดินดูร้านขายผ้า ร้านปักผ้า และร้านขายเครื่องประดับ ต่างซื้อของที่ตนถูกใจ
หลังจากนั้นพวกนางก็เดินเข้าไปในเซียงหม่านโหลว หนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในเมืองหลวง ตั้งอยู่บนถนนสายหลัก ถนนเฟิงหยวน
แม้จะเป็่บ่ายเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว แต่ร้านอาหารก็ยังคงคึกคักไปด้วยผู้คน
ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบ ส่วนใหญ่กำลังพูดคุยกันถึงเื่ชัยชนะที่สำคัญใน่เวลานี้ ผู้นำคนใหม่ของพวกตาตาร์้าประกาศศักดาใน่ต้นปี (ก่อนฤดูใบไม้ผลิ) เพื่อรวบรวมกลุ่มชนเผ่าให้เป็หนึ่งเดียว กองทัพตาตาร์ได้บุกโจมตีและพยายามยึดโยวโจวซึ่งเป็จุดยุทธศาสตร์และเป็ชัยภูมิที่ต้องรักษาไว้ยิ่งชีพ หากเสียโยวโจว เมืองหลวงจะสั่นคลอนทันที กองทัพตาตาร์มีขวัญกำลังใจสูงและหยิ่งผยองอย่างยิ่ง
แต่กองทัพเสวียนเซี่ยซึ่งเป็กองทัพรักษาการณ์ชายแดนเหนือได้รับชัยชนะในการรบครั้งนี้อย่างเด็ดขาด โดยจับกุมแม่ทัพฝ่ายศัตรูได้สองนาย รวมถึงเผาทำลายเสบียงของฝ่ายศัตรู
ประมาณการคร่าวๆ คาดว่าฝ่ายศัตรูสูญเสียกำลังพลอย่างน้อยห้าถึงหกหมื่นนาย ในขณะที่กองทัพเสวียนเซี่ยสูญเสียกำลังพลประมาณเจ็ดถึงแปดพันนาย
แม่ทัพชาวตาตาร์สองนายที่ถูกจับได้นั้นได้รับการไถ่ตัวด้วยห้าหมื่นตำลึงเงิน พวกตาตาร์สูญเสียอย่างหนักเกิดความหวาดกลัว จึงได้ตกลงเจรจาสันติ ชาวตาตาร์เสนอสงบศึกเป็เวลาหกเดือน าจึงยุติลงอย่างรวดเร็ว
วันนี้เป็วันที่รองแม่ทัพเว่ยจวิ้นผู้มีผลงานโดดเด่นในครั้งนี้ได้รับราชโองการเรียกตัวเข้าเฝ้า เขาควบม้าเข้าสู่เมืองหลวงอย่างมีชัย
เสียงกีบม้าและเสียงฝีเท้าที่เป็ระเบียบดังมาจากข้างหน้า แถวทหารเดินอย่างพร้อมเพรียงกันอย่างเป็ระเบียบ
ชายที่ขี่ม้าอยู่หัวขบวนสวมชุดเกราะสีเงิน มีสีหน้าสงบ รูปร่างกำยำ ผิวขาวคล้ำแดด เส้นเืบนมือใหญ่ของเขาที่กำลังกุมบังเหียนอยู่ปูดโปนออกมา