“ผู้กองเกรียงเดชไปทำอะไรให้ผอ. ธาวิสไม่พอใจหรือยังไง? เขาถึงให้พวกเราไปสะกดรอยตามแบบนี้?” เทพไทหันไปคุยกับเพื่อนสนิทของเขาทันที
“ฉันก็ไม่เข้าเหมือนกัน หรือผู้กองเขาติดเงินผอ.อยู่ ผอ. กลัวผู้กองหนีก็เลยให้พวกเราเกาะติดผู้กองเอาไว้” ปกรณ์พูดติดตลก
“ใช่ ผู้กองแกคงค้างค่าข้าวผอ. อยู่สองร้อย ผอ. เลยให้ภารกิจลับหวังพวกเราทวงค่าข้าวผู้กองแทน ถุย” เทพไทเคลิ้มตามเพื่อนของเขา
“หยุดไร้สาระกันได้แล้ว” เสียงดุดังมาจากธัญญ่า ทำให้ลูกน้องทั้งสองคนมีสีหน้าสำนึกผิด แต่ถึงอย่างนั้นธัญญ่าเองก็ยังนึกไม่ออกว่าเหตุใดถึงมีคำสั่งเช่นนี้ในภารกิจลับสุดยอดไปได้
เท่าที่เธอและลูกทีมสองอีกสองคนรู้จักกับผู้กองเกรียงเดชมาราวเกือบสองปี ในสายตาของพวกเขาผู้กองเกรียงเดชถือเป็คนดีมีฝีมือคนหนึ่ง
เมื่อเธอหาคำตอบเองไม่ได้ ธัญญ่าจึงคิดว่าอาจารย์ดารินของพวกเขาคงจะมีคำตอบให้ เพราะอย่างไรเสียผอ.ธาวิสก็เฉพาะเจาะจงให้อาจารย์ดารินเป็หัวหน้าทีมภารกิจลับสุดยอดในครั้งนี้ จึงมีความเป็ได้ที่ผอ.ธาวิสอาจจะบอกข้อมูลอะไรบางอย่างเกี่ยวกับภารกิจนี้ไว้กับผู้นำทีมภารกิจลับสุดยอดครั้งนี้ หรืออย่างน้อย ๆ ก็อาจจะมีคำบอกใบ้อะไรไว้บ้างก็ยังดี
เธอหันไปถามดารินผู้ที่นั่งเงียบมาตลอด “อาจารย์ดารินคะ พอจะทราบข้อมูลอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ?”
เงียบสนิท ไม่มีคำตอบใด ๆ จากผู้ที่ถูกถาม ธัญญ่าลองเรียกอาจารย์ของเธออีกครั้ง “อาจารย์ค่ะ? อาจารย์ดาริน”
ดารินราวกับคนเพิ่งตื่นจากภวังค์จากเสียงดังขึ้นของธัญญ่า เธอมองอีกสามคนที่หันมามองด้วยเป็ตาเดียวด้วยความงุนงง
“พวกเธอถามว่าอะไรนะ? อ๋อ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ท่านผอ.ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับเื่นี้มาก่อนเหมือนกัน” ดารินยิ้มแห้งออกมา
ที่เธอพูดเป็ความจริง ครั้งแรกที่ได้ยินคำสั่งที่มาจากซองจดหมายสีดำเธอก็สับสนเหมือนกับคนอื่น ๆ เธอก็รู้จักผู้กองเกรียงเดชมาในระดับหนึ่ง เธอกับเขาเคยเป็เพื่อนร่วมรบกันเมื่อสี่ห้าปีก่อน อาจจะไม่ได้สนิทสนมไปกว่ากลุ่มของธัญญ่า แต่จากที่เธอรู้จักมา ผู้กองเกรียงเดชไม่ได้มีประวัติเสียหายหรือท่าทีแปลกไปจากที่เธอเคยรู้จักมาก่อนแต่อย่างใด
แต่ตอนนี้การได้รับคำสั่งให้สะกดรอยตามผู้กองเกรียงเดชหรือเหตุใดพวกเธอถึงต้องสะกดรอยตามผู้กองเกรียงเดช มันไม่ใช่สิ่งที่ดารินสนใจเลยสักนิด ตอนนี้เธอรู้มั่นใจว่าคำสั่งหลักของภารกิจลับสุดยอดครั้งนี้คือ การสะกดรอยตามผู้กองเกรียงเดช เื่นั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรสำหรับเธอเลย เพราะมันคือคำสั่ง ยิ่งเป็คำสั่งในภารกิจลับสุดยอด สำหรับเธอแล้วไม่ใช่สิ่งที่ต้องคิดอะไรมาก แค่รับรู้และทำตามและทำให้สำเร็จ ไม่จำเป็ต้องหาเหตุผลใดมารองรับ เพราะนี่คือทหาร
แต่สิ่งที่ดึงความสนใจและสร้างสับสนให้กับดารินคือ ในคำสั่งที่เธอได้รับมาที่น่าจะเป็ภารกิจที่เฉพาะเจาะจงให้เธอคนเดียวเท่านั้นต่างหาก เพราะหากทุกคนได้รับคำสั่งเดียวกัน ทุกคนต้องสับสนเหมือนกับเธอ หรืออาจถึงขั้นโวยวายออกมาก่อนที่จะถามเื่ผู้กองเกรียงเดชเสียอีก
‘จงให้การสนับสนุนและทำตามคำขอของอานนท์และปลายฝน ไม่ว่าทั้งสองจะเอ่ยขอสิ่งใดก็ตาม’
คำสั่งนี้สร้างความสับสนและงุนงงให้กับตัวดารินอย่างมาก จากที่เธอไม่เข้าใจอยู่แล้วว่าเหตุใดผอ.ธาวิสถึงเฉพาะเจาะจงให้สองคนนี้เข้าร่วมภารกิจลับสุดยอดในครั้งนี้ ยิ่งเธอมาได้รับคำสั่งนี้ ยิ่งทำให้เธอสับสนงุนงงเข้าไปอีก
ภารกิจนี้ลับสุดยอดครั้งนี้มันคืออะไรกันแน่? แล้วอานนท์กับปลายฝนผู้ซึ่งเธอไม่เคยเจอหน้าค่าตากันมาก่อน มีความสำคัญอะไรกับการสะกดรอยตามผู้กองเกรียงเดชครั้งนี้ กับปลายฝนเธอนั้นไม่รู้จักเป็การส่วนตัวมาก่อน จึงพอจะเดาได้ว่าคนที่ชื่อปลายฝนอาจมีความสามารถทางเวทมนตร์บางอย่าง หรือกุมความลับอะไรบางอย่างเกี่ยวกับผู้กองเกรียงเดช เพียงแค่รอได้เจอกัน ผู้หญิงที่ชื่อปลายฝนอาจจะมีคำตอบให้กับคำถามที่ดารินกำลังสงสัยอยู่
แต่กับนักเรียนของเธอเอง อานนท์ เด็กหนุ่มที่เธอเห็นมาั้แ่เข้าเรียนชั้นที่หนึ่ง ถึงเธออาจจะไม่ได้สอนเด็กหนุ่มคนนี้มาทุกปี แต่เธอก็พอจะรับรู้และเคยเห็นความสามารถของเด็กหนุ่มคนนี้มากับตา ความสามารถทางด้านเวทมนตร์ที่เป็ความสามารถหลักในชีวิตโรงเรียนทหารเวทมนตร์แบบนี้ สำหรับเธอแล้วหากเธอสามารถเป็คนตัดสินอนาคตของเด็กหนุ่มคนนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เธอคงไล่เด็กหนุ่มคนนี้ออกไปจากโรงเรียนแล้ว
สำหรับเธอแล้ว ความสามารถในการใช้เวทมนตร์ของอานนท์ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็ไปมาก เธอไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มคนนี้เรียกอาวุธเวทมนตร์ประจำตัวออกมาอย่างสมบูรณ์ได้เลยสักครั้ง ความสามารถในด้านต่าง ๆ ทางการทหารก็ไม่เด่นชัดว่าสามารถอยู่ในตำแหน่งใดในทีมภารกิจ
มีทางเดียวที่เธอน่าจะพอหาคำตอบในเื่นี้ได้ คงต้องแอบถามอานนท์โดยตรงเอาเอง จะเป็การดีกว่าถ้าไม่ให้คนอื่นรับรู้ถึงคำสั่งที่นอกเหนือจากที่พวกเขารู้กัน