“เ้าพาข้ามาที่หมู่บ้านชนเผ่าตันฮุ่ยทำไมกัน” หว่านชิงบ่นเพราะเดินทางมาตั้งไกล
“วันนี้พวกเขาจัดงานรื่นเริงครั้งใหญ่ข้าก็อยากให้เ้าได้มาเยี่ยมชมเพื่อผ่อนคลายบ้าง งานนี้มีการละเล่นต่างๆ ด้วยนะ”ชายสวมหน้ากากพาเที่ยว
“แต่ว่า…...” หว่านชิงกำลังจะแย้งแต่มีหญิงสาวชนเผ่าตันฮุ่ยมาทักพอดี
“เชิญเ้าค่ะ ท่านทั้งสองเป็คู่รักกันใช่หรือไม่” หญิงสาวถามยิ้มๆ
“ใช่ขอรับ” ชายสวมหน้ากากรีบตอบ
หว่านชิงตีไปที่ไหล่ของชายสวมหน้ากาก“เ้าพูดบ้าอะไรเนี่ย”
“งั้นเชิญเ้าค่ะ ตรงด้านนั้นจะมีการเต้นระบำคู่หนุ่มสาวเชิญมาร่วมสนุกด้วยกันเถอะนะเ้าค่ะ” หญิงในชนเผ่าชวนคู่หนุ่มสาวทั้งสอง
“แต่ว่า….” หว่านชิงกำลังจะปฏิเสธแต่ฝ่ายชายรีบจูงมือหว่านชิงให้ไปเต้นด้วยกันอย่างหน้าตาเฉย จนนางมิอาจแย้งได้
การเต้นระบำนั้นจะเป็การคล้องแขนหมุนไปมาโดยะโโลดเต้นตามจังหวะกลองคู่หนุ่มสาวนับยี่สิบคู่ต่างมาร่วมล้อมวงเต้นระบำคู่อย่างสนุกสนาน พอเพลงจบทุกคนก็ปรบมือ และพากันแยกย้ายกันไปนั่งพัก
“เหนื่อยมากเลย” หว่านชิงหอบ
“แล้วสนุกมั้ยล่ะ” ชายสวมหน้ากากกล่าว
“ก็สนุกอยู่หรอกนะ แต่ข้าอยากมาเต้นกับคนรักมากกว่า” หว่านชิงคิดว่านี่เป็การเต้นระบำเฉพาะคู่รักเท่านั้น
“อาหารอยู่ด้านโน้น เชิญไปร่วมทานอาหารด้วยกันนะเ้าคะ” หญิงในชนเผ่าคนเดิมชวน
“ขอบคุณมากขอรับ” ชายสวมหน้ารีบจูงมือหว่านชิงไปทานอาหารด้วยกัน
หลังรับประทานอาหารเสร็จชายสวมหน้ากากก็จูงมือหว่านชิงไปแข่งวิ่งสามขา พอเข้าเส้นชัยเป็อันดับหนึ่งแล้วฝ่ายชายก็จูงมือหว่านชิงไปแข่งปาเป้าต่อ
“เดี๋ยว! เดี๋ยวสิ! ข้ายังไม่หายเหนื่อยเลยนะนี่เ้ายังจะพาข้าไปเล่นปาเป้าอีก นี่เ้ากำลังหาเื่แกล้งข้าอยู่ใช่มั้ย”หว่านชิงทั้งหอบทั้งบ่น
“เ้าเป็เป้าให้ข้าเฉยๆ ไม่ต้องออกแรงอะไรเลย” ชายสวมหน้ากากยังคงเล่นต่อ
“เดี๋ยว! เ้าแค้นข้ามากใช่มั้ย เ้าจะแก้แค้นข้าด้วยวิธีนี้ไม่ได้นะ”หว่านชิงกลัวเพราะตนกำลังเป็เป้าให้เพื่อนรักเพื่อนแค้นปาใส่
“ข้าปาแม่นมาก เชื่อมือข้าได้เลย” ชายสวมหน้ากากยังคงถือลูกดอกเขารอให้หว่านชิงพร้อมก่อน เขาค่อยปา
“นี่แอปเปิ้ล วางไว้บนหัวเลยนะแม่นาง” ชายคุมเกมได้แจกแอปเปิ้ลให้หว่านชิง
หว่านชิงยอมวางแอปเปิ้ลไว้บนหัวพอเสร็จแล้วก็พูดย้ำว่า “ห้ามทำให้ข้าาเ็นะ”
“อยู่นิ่งๆ อย่าหยุกหยิก ข้าจะพลาดเพราะเ้านี่แหละ” ชายสวมหน้ากากขู่
หว่านชิงหลับตาปี๋สักพักลูกดอกก็ปักตรงกลางลูกแอปเปิ้ล จนทุกคนปรบมือพร้อมกัน
ชายสวมหน้ากากเดินไปหาหว่านชิงก็พบว่านางตัวแข็งทื่อ
“เ้าเป็อะไรไป” ชายสวมหน้ากากแตะไปที่ไหล่ของหญิงสาว
“ข้าเกร็งมากไปหน่อย ข้าขยับตัวไม่ได้เลย” หว่านชิงเกร็งจนเป็ตะคริว
ซูเฉินแอบยิ้มเขารีบอุ้มหญิงสาวให้ไปนั่งอยู่บนทุ่งหญ้าบริเวณนั้นกำลังเตรียมสถานที่สำหรับการแสดงรอบกองไฟ
“ว่านหลง! เ้าจะพาข้าไปไหน” หว่านชิงอายที่โดนอุ้มต่อหน้าชาวบ้าน
“ไปนั่งพักบนทุ่งหญ้าดีกว่า” ซูเฉินแอบยิ้ม
พอหว่านชิงดีขึ้นแล้วนางเลยใช้มือข้างหนึ่งแตะไปที่คอของฝ่ายชายส่วนมืออีกข้างก็แตะไปที่หน้าผากตัวเองเพื่อวัดอุณหภูมิว่าฝ่ายชายตัวร้อนหรือไม่
“แตะคอข้าทำไม” ซูเฉินแปลกใจ
“เ้าไม่สบายหรือเปล่า” หว่านชิงสงสัย
“ข้าสบายดี ทำไมถามข้าเช่นนั้น” ซูเฉินไม่เข้าใจ
“เ้าไม่ชอบเข้าใกล้ข้า แตะต้องตัวข้ายิ่งแล้วใหญ่ แต่ดูเ้าวันนี้สิเดี๋ยวก็จูงข้าไปตรงนั้น เดี๋ยวก็อุ้มข้าไปตรงนี้” หว่านชิงเข้าใจว่าคนตรงหน้าคือว่านหลง
“ข้าสนุกมากไปหน่อย ข้าคงลืมตัว” ซูเฉินแก้ตัว
“อย่าลืมบ่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวคนรักของเ้าได้มาตบหน้าข้ากันพอดี” หว่านชิงกลัวคนรักของสหายเข้าใจผิด
“บางทีนางอาจจะใจกว้างยอมให้ข้ามีฮูหยินคนที่สองก็เป็ได้นะ” ซูเฉินกล่าวไปเช่นนั้นเอง
“ไม่ล่ะ ข้าแสดงบทบาท เอ้ย เป็ภรรยาน้อยของซูฟานไปแล้วและเ้าก็เห็นใช่มั้ยว่าคนรอบข้างต่างพากันตั้งแง่รังเกียจข้ายังไงบ้าง” หว่านชิงต้องทนให้คนอื่นดูถูกเหยียดหยาม
“แล้วเ้าจะหาสามีใหม่หรือไม่” ซูเฉินรอฟัง
“ยังหรอก ข้าจะต้องหยุดพี่สาวไม่ให้ก่อกรรมทำเข็ญไปมากกว่านี้” หว่านชิงไม่มีเวลา
ตกกลางคืนทั้งสองนั่งชมการแสดงฟ้อนรำรอบกองไฟสักพักก็มีการแจกดอกไม้ไฟให้ทุกคนเล่นพร้อมกัน
“เ้าจะจูงข้าไปที่ไหนอีก พวกเราไม่เล่นดอกไม้ไฟพร้อมกับคนอื่นงั้นหรือ”หว่านชิงสงสัย
“ข้าเบื่อแล้ว ข้าอยากนอนดูดาว” ซูเฉินกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“เ้าค่อยไปนอนดูดาวพร้อมกับคนรักของเ้าก็ได้” หว่านชิงคิดว่ามันไม่เหมาะ
“ข้าเห็นดาวก็เหมือนข้าเห็นนางนั่นแหละ” ซูเฉินแกล้งพูดให้ดูเหมือนว่าเขาดูดาวเพื่อคิดถึงคนรัก
“เ้านี่เอาแต่ใจตัวเองจริงๆ” หว่านชิงต้องเดินตามแรงจูงไปต้อยๆ
หลังจากทั้งสองเล่นดอกไม้ไฟด้วยกันเสร็จซูเฉินก็นอนราบไปบนทุ่งหญ้าเพื่อชมดาวเสียดื้อๆ
หว่านชิงส่ายหน้าให้กับความเอาแต่ใจของชายที่นางเข้าใจว่าเป็ว่านหลงนางจำต้องนอนข้างๆ ฝ่ายชายเพื่อชมดาวทั่วท้องฟ้า ในคืนนี้ดูเหมือนฟ้าเป็ใจเพราะฟ้าโปร่งโล่งไร้เมฆปกคลุม ทำให้เห็นดาวระยิบระยับไปทั่ว
“หว่านชิง! ตรงทิศตะวันตกมีดาวตกด้วย เ้าดูสิ” ซูเฉินชี้ให้ดู
แต่ไร้เสียงตอบรับใดๆพอหันไปดูก็พบว่าหว่านชิงได้ผล็อยหลับไปเสียแล้ว
“หลับง่ายเสียจริง” ซูเฉินส่ายหน้า
สักพักหว่านชิงก็ละเมอพร้อมกับมีน้ำตาไหลอาบแก้ม“ซูฟาน!ข้าขอโทษที่เตือนเ้าเื่พี่สาวข้าไม่ทันข้าน่าจะมาถึงบ้านตระกูลซูให้เร็วกว่านี้”
ซูเฉินเช็ดคราบน้ำตาให้และลูบหัวหญิงสาวเบาๆ จากนั้นก็กระซิบว่า “เ้าทำดีที่สุดแล้ว อย่าโทษตัวเองเลยนะ”
ผ่านไปครึ่งชั่วยามหว่านชิงก็ยังคงนอนหลับสนิท
“หว่านชิง! กลับกันเถอะ” ซูเฉินพยายามเขย่าตัวหญิงสาวแล้วแต่นางก็ยังไม่ยอมตื่น เขาก็เลยพึมพำว่า “ทำไมขี้เซาแบบนี้นะ”
“ข้าจะนอน อย่ามากวนข้า” หว่านชิงละเมอปัดมือฝ่ายชายออก
ซูเฉินจึงตัดสินใจอุ้มหญิงสาวเดินออกจากป่าและไปขึ้นรถม้าที่จอดรอไว้ จากนั้นก็เดินทางกลับไปที่โรงเตี๊ยม
เนื่องจากหว่านชิงนั้นตื่นยากมากทำให้ซูเฉินจำต้องอุ้มตัวหญิงสาวไปส่งถึงห้องพักของนาง
การกระทำของชายสวมหน้ากากที่อุ้มสะใภ้รองไม่อาจรอดพ้นสายตาของเสิ่นหานและคนสนิทของเขาไปได้
***************************
ณห้องพักของหว่านชิง
ซูเฉินวางหว่านชิงให้นอนบนเตียงดีๆจากนั้นก็ถอดรองเท้าและห่มผ้าให้หญิงสาว ก่อนไป เขาก็บ่นว่า “เ้านอนขี้เซาขนาดนี้ อันตรายมากเลยรู้มั้ยหากนักฆ่ามาหาเ้า มีหวังเ้าได้ตายเสียง่ายๆ”
ชายสวมหน้ากากกำลังจะเดินจากไปแต่ทว่าหว่านชิงกลับจับข้อมือฝ่ายชายเพื่อรั้งไว้
“เ้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ” ซูเฉินแปลกใจ
หว่านชิงก็ยังละเมอต่อ“ข้ายังไม่ได้ค่าจ้างเลย”
ซูเฉินแอบขำจากนั้นเขาก็กระซิบว่า “เ้าไม่ได้ค่าจ้างหรอกเพราะเ้าต้องเป็ฮูหยินของข้าจริงๆ” หลังจากนั้นหว่านชิงก็ปล่อยมือและนอนตะแคงหันหลังให้
ซูเฉินจึงเดินออกไปจากห้องของหว่านชิงและเดินกลับไปนอนพักที่ห้องพักของว่านหลง
เสิ่นหานและคนสนิทจับตาดูอยู่นานแล้วการที่พวกเขาเห็นชายสวมหน้ากากเดินออกมาจากห้องของฮูหยินรองทำให้เข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองเพิ่งผ่านการมีความสัมพันธ์สวาทมา
“นายหญิงใหญ่ช่างเลอะเลือนจริงๆนางสนับสนุนให้หญิงแพศยาผู้นี้มาเป็ผู้ช่วยได้อย่างไรกันนี่เพิ่งสูญเสียสามีได้ไม่นาน ก็หาสามีใหม่ได้ซะแล้ว” เสิ่นหานไม่พอใจ
“พวกเราต้องรีบขับไล่ฮูหยินรองไปให้เร็วที่สุดไม่เช่นนั้นชายชู้และนางอาจฮุบทรัพย์สมบัติและกิจการค้าเกลือของตระกูลซูได้นะขอรับ”คนสนิทกังวล
“ไม่ใช่แค่นั้น พวกเราต้องให้การสนับสนุนฮูหยินใหญ่ให้มาแทนที่นายหญิงนายหญิงมีอายุมากแล้ว ทำให้เลอะเลือนใช้คนผิดแบบนี้” เสิ่นหาน้าให้นายหญิงยอมมอบกิจการให้ฮูหยินใหญ่ดูแล
“ข้าจะไปล่ารายชื่อเพื่อกดดันให้นายหญิงยอมมอบอำนาจให้ฮูหยินใหญ่ดูแลกิจการแทนนะขอรับ”คนสนิทร้อนใจ
“รีบดำเนินการได้เลย” เสิ่นหานคิดว่าเป็ความคิดที่ดี
***************************
ในวันออกเดินทางกลับเมืองเชียงหนานหว่านชิงก็รู้สึกว่าคนงานเกือบทุกคนมองนางแปลกๆ เหมือนมองนางอย่างเหยียดๆยังไงชอบกล
“ว่านหลง! ข้าทำอะไรผิดงั้นหรือ ทำไมพวกเขาดูตั้งแง่รังเกียจข้าแบบนั้น”หว่านชิงกระซิบ
“อย่าคิดมากเลยน่า” ชายสวมหน้ากากพอจะเดาออกแต่เขาไม่ได้อธิบายให้หว่านชิงรับรู้
“ในคืนวันที่พวกเราไปเที่ยวด้วยกัน ทำไมข้าถึงไปอยู่ห้องพักของข้าได้คืนนั้นพวกเรานอนดูดาวด้วยกันไม่ใช่หรือ” หว่านชิงทบทวนเื่ราวในคืนไปเที่ยว
“ข้าอุ้มเ้ากลับมาที่โรงเตี๊ยมเอง” ชายสวมหน้ากากบอกตรงๆ
“อะไรนะ! ถึงว่า ทำไมพวกเขามองข้าแบบนั้นพวกเขากำลังเข้าใจผิดคิดว่าข้ามีชู้อยู่แน่ๆ ไม่ได้การแล้วข้าจะไปอธิบายทุกอย่างให้พวกเขาฟัง” หว่านชิงกำลังจะเดินไปหาคนงาน
ซูเฉินรีบจับข้อมือของนางเพื่อรั้งไว้“ไม่มีประโยชน์หรอกเ้าพูดยังไง พวกเขาก็ยังคงไม่เชื่ออยู่ดี”
“จะปล่อยไว้แบบนี้งั้นหรือ ถ้ามันเสื่อมเสียไปที่ถึงท่านแม่ที่ยอมไว้ใจข้าจะว่ายังไง” หว่านชิงไม่อยากให้ท่านแม่เดือดร้อนเพราะตน
“เ้าบริสุทธิ์ใจซะอย่างจะกลัวอะไร หรือว่าเ้าคิดกับข้าเกินเลย” ซูเฉินแกล้งพูด
“เปล่าเสียหน่อย” หว่านชิงกล่าวเสียงอ่อน
“ถ้าไม่คิด ก็อย่าไปสนใจสายตาคนอื่นเลย” ซูเฉินรู้ดีว่าเื่แบบนี้แก้ตัวลำบากเพราะต่อให้พูดอธิบายจนเสียงแหบแห้งยังไง พวกเขาก็ไม่มีวันเชื่อ
“จะดีงั้นหรือ” หว่านชิงกังวล
“ไปขึ้นรถม้าได้แล้ว พวกเราต้องรีบออกเดินทางนะ” ซูเฉินกล่าว
หว่านชิงยอมขึ้นรถม้าแต่โดยดีแต่ถึงกระนั้นนางก็ยังกังวลกับขี้ปากชาวบ้านเช่นเดิม
***************************
สามวันต่อมาเมื่อขบวนส่งสินค้าเกลือเดินทางไปถึงโรงเกลือ พวกเขาก็ประชุมสรุปงานก่อนแยกย้ายพอประชุมเสร็จ หว่านชิงและชายสวมหน้ากากก็รีบเดินทางกลับบ้านตระกูลซูทันที
ในตอนนั้นเป็เวลาเที่ยงตรงท่านแม่ยังอยู่ที่วัดเพื่อไหว้พระขอพร จึงไม่มีใครออกมาต้อนรับสะใภ้รอง
“เ้ากลับไปหาคนรักเลยก็ได้นะ” หว่านชิงไม่อยากเป็ขี้ปากชาวบ้านอีกแล้ว
“ได้อย่างไรกัน เทียนสงอยู่ที่นี่นะ” ซูเฉินเตือน
“แต่ที่นี่ก็มีจอมยุทธ์คอยอารักขาอยู่แล้วนะ” หว่านชิงรีบพูด
“พวกเขาต่างอารักขาท่านแม่ไม่ใช่เ้าเสียหน่อย” ซูเฉินเป็ห่วงหว่านชิงมาก
“มันก็จริง” อีกใจหว่านชิงก็กลัวตาย
“ข้าไปพักผ่อนก่อนนะ ข้าเหนื่อยมากเลย” ซูเฉินรีบพูดตัดบท
“ข้าเองก็จะกลับห้องเหมือนกัน” หว่านชิงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง
ซูเฉินรอให้หว่านชิงเดินเข้าห้องนอนไปก่อนแล้วเขาค่อยรีบเดินไปหาเจียงหยาที่ห้องทำงานของซูฟาน
***************************
ณห้องทำงานของซูฟาน
“เป็อย่างไรบ้าง เรียบร้อยดีหรือไม่” ซูเฉินถอดหน้ากากและรีบถามลูกน้อง
“เรียบร้อยดีเ้าค่ะ แค่รอเวลาเท่านั้น” เจียงหยาทำงานไม่พลาด