(จบ) บ้านนี้โชคดีมีลูกสาวเป็นหมอดูอัฉริยะแห่งลัทธิเต๋า

    บทที่ 33 พ่อลูกชายตระกูลกู้รู้แล้วว่าเซี่ยงเว่ยท้อง!

    บทที่ 33 พ่อลูกชายตระกูลกู้รู้แล้วว่าเซี่ยงเว่ยท้อง!


            พอได้ยินคำพูดที่ดูคลางแคลงใจออกมาจากปากของเฉียวเหอ คู่พ่อลูกตระกูลกู้จึงโกรธขึ้นมาทันที


            กู้ไป๋เหยี่ยโกรธมาก มากจนถึงขั้นเดินไปเตะกล่องที่เฉียวเหอส่งมา


            รองเท้าทุกคู่ที่อยู่ข้างในกระเด็นออกมากระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น


            เยี่ยเฟยก้าวออกมาปกป้องเฉียวเหอในทันที พร้อมเผชิญหน้ากับกู้ไป๋เหยี่ย ทั้งสองจ้องหน้ากัน บรรยากาศห้ำหั่นเข้มข้น การต่อสู้อันดุเดือดกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า


            ทว่าเฉียวเหอไม่ได้ใส่ใจกับสถานการณ์ เขาล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อเปิดรูปถ่ายรูปหนึ่ง ก่อนนำไปแสดงให้คู่พ่อลูกตระกูลกู้ดู


            “ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นอะไรเลยหรอกนะ ผมแค่เฉย ๆ กับมันและไม่ได้อยากคิดจุกจิกให้มันยุ่งยากก็เท่านั้น แต่ประเด็นคือลูกสาวคนสุดท้องของคุณนี่… ค่อนข้างทำเกินไปหน่อยหรือเปล่า? ”


            ภาพถ่ายในมือของเฉียวเหอไม่ต่างอะไรไปจากถังน้ำเย็นที่สาดราดลงบนหัวของผู้เป็นพ่อและพี่ชาย พร้อมจุดให้เพลิงโกรธแค้นของพวกเขาลุกโชนขึ้นมาทันที


            เพราะในภาพไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกู้เซียงเวย!


            เธอกำลังนั่งอยู่บนตักของชายคนหนึ่ง โน้มกายก้มหน้าลงเพื่อจูบเขาอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่ามีคนกำลังแอบถ่ายตัวเองอยู่


            เฉียวเหอรู้มานานแล้วว่าตอนอยู่ข้างนอก กู้เซียงเวยแอบมีแฟนหนุ่มเป็นของตัวเอง


            แต่ประเด็นคือท้ายที่สุดแล้วบุคคลนั้นกลับไม่ใช่คนอื่นคนไกล เพราะชายคนนั้นมีแซ่เดียวกันกับเขา เป็นลูกชายคนโตของลุงสาม ชื่อเฉียวเทียนรุ่ย


            อีกฝ่ายเป็นลูกชายของลุงสาม มีอายุมากกว่าเฉียวเหอสองปี ดังนั้นเฉียวเหอจึงต้องเรียกอีกฝ่ายว่าลูกพี่ลูกน้อง


            ที่เฉียวเหอไม่ตกลงยกเลิกการหมั้นหมาย สาเหตุไม่ใช่เพราะเขาชอบกู้เซียงเวย


            แต่เขาแค่อยากใช้อิทธิพลของตระกูลกู้ช่วยปูทางให้พี่สาวคนโตของเขาครอบครองตระกูลเฉียวอย่างเบ็ดเสร็จ


            สิ่งที่ชายหนุ่มต้องการไม่ใช่กู้เซียงเวย แต่เป็นตัวตนของลูกสาวคนที่เจ็ดแห่งตระกูลกู้ต่างหาก


            เขาไม่สนใจว่ากู้เซียงเวยจะไปเล่นกับใคร แต่เขาต้องจำกัดการกระทำของผู้หญิงคนนี้ให้ดี และคอยควบคุมตระกูลกู้ให้เข้ารูปเข้ารอยเป็นครั้งคราว


            ยกตัวอย่างเช่นในตอนนี้


            ภาพถ่ายนี้ทำให้พ่อลูกตระกูลกู้สงบปากได้สำเร็จ


            ห้องนั่งเล่นกลายเป็นสถานที่อันเงียบสงัด แม้แต่เสียงหายใจแผ่ว ๆ ยังไม่มีใครได้ยิน และที่เฉียวเหอมาหาตระกูลกู้ในวันนี้ มันไม่ใช่เพราะเขาอยากจะอยู่เห็นสุนัขกัดสุนัขตามสันดานของมัน พอเสร็จธุระจึงปรบมือด้วยความพึงพอใจ


            “ลุงกู้ ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ อ้อ แล้วอย่าลืมเตรียมอธิบายเรื่องนี้ให้ผมฟังหลังจากนี้ด้วยนะครับ”


            พอเอ่ยจบเขาก็หัวเราะเบา ๆ และออกจากตระกูลกู้ไป


            ออกไปจากห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเย็นยะเยือก


            …


            ทันทีที่เขาจากไป ตระกูลกู้ก็เร่งจัดการประชุมฉุกเฉินขึ้นมาทันที


            แน่นอนว่าการประชุมนี้โม่เชียนไม่สามารถเข้าร่วมได้


            อย่างไรเสียเธอก็ยึดห้องนั่งเล่นและปฏิเสธที่จะจากไปตามคำสั่ง กู้ซิงกั๋วจึงต้องพาลูกชายและลูกสาวของเขาขึ้นไปยังห้องหนังสือด้วยใบหน้าหม่นมืดอย่างเสียไม่ได้


            ทันทีที่ทั้งสามเข้าไปในประตู กู้ซิงกั๋วก็กระแทกโต๊ะ


            “นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น! ”


            พ่อเฒ่าซึ่งปกติมักจะอ่อนโยนอยู่เสมอ ตอนนี้กลับกลายเป็นชายอารมณ์เสียซึ่งมีบรรยากาศน่ากลัวไปเสียแล้ว


            กู้เซียงเวยกัดริมฝีปากล่าง ครุ่นคิดในใจว่าควรเปิดเผยเรื่องที่เธอตั้งครรภ์ออกไปหรือไม่


            มันเป็นความผิดของไอ้สารเลวเฉียวเทียนรุ่ยนั่น! ตอนแรกมันสัญญาว่าจะแค่เล่นสนุกกับเธอเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่ในท้ายที่สุดกลับจงใจเจาะถุงยางเพื่อทำให้เธอท้องป่อง!


            เมื่อกู้เซียงเวยไปหาเพื่อชำระบัญชี ชายคนนั้นกลับแสดงความรู้สึกเสียใจออกมาอย่างสุดซึ้ง ปากบอกว่าเขาไม่อยากเห็นเธอแต่งงานกับเฉียวเหอ ชายที่กำลังป่วยและจะตายในไม่ช้า


            ซึ่งในเวลานั้นกู้เซียงเวยก็ไม่ต้องการแต่งงานกับเฉียวเหอจริง ๆ


            เพราะใครเล่าจะอยากเป็นม่ายทันทีที่แต่งงาน?


            เฉียวเหอยืนด้วยขาทั้งสองข้างของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ นั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึงขาที่สาม ใครเล่าจะรู้ว่ามันยังใช้การได้อยู่หรือไม่?


            แต่ตอนนี้เฉียวเหอดูสบายดีกลับมาเป็นปกติแล้ว


            ถ้าเธอไม่แต่งงานกับเฉียวเหอผู้สืบทอดในอนาคตของตระกูลเฉียวแล้วไปแต่งงานกับเฉียวเทียนรุ่ยคนเกียจคร้านประจำตระกูลเฉียวแทน สมองของเธอคงมีสภาพไม่ต่างไปจากก้อนเนื้อที่ถูกลาเตะจนเละ!


            กู้เซียงเวยทั้งหนักใจและเป็นกังวล และความรู้สึกยิ่งเต็มไปด้วยความเกลียดชังยามนึกถึงหญิงชั่วร้ายนามโม่เชียนที่ชั้นล่าง


            ทั้งหมดเป็นความผิดของนังนั่น!


            ถ้าไม่มีนังนั่น เรื่องคงไม่มีวันถูกเปิดโปงแบบนี้!


            ใบหน้าของกู้เซียงเวยเดี๋ยวเปลี่ยนเป็นสีเขียวบ้าง สีแดงบ้าง ทางกู้ซิงกั๋วจึงพยายามคาดเดาถึงความเป็นไปได้โดยดูจากสีหน้าของลูกสาวตัวเอง


            เขากำหมัดแน่นและทุบโต๊ะอีกสามครั้ง


            “บัดซบที่สุด! กู้เซียงเวย ลูกนี่มันน่าขายหน้าซะจริง! บอกพ่อมาเดี๋ยวนี้ว่าลูกท้องจริงหรือเปล่า? แล้วลูกคบกับเฉียวเทียนรุ่ยมาตั้งแต่เมื่อไหร่! ”


            กู้เซียงเวยกัดปากตัวเองจนทิ้งรอยฟันขาวไว้บนริมฝีปากสีแดงสด

    เธอลังเลครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายก็พยักหน้ายอมรับอย่างช่วยไม่ได้


            เธอรู้ดีว่าถ้ายังไม่ยอมรับตอนนี้ สุดท้ายพ่อและพี่ชายของเธอก็จะรู้ความจริงอยู่ดี


            กู้ซิงกั๋วโกรธมากจนยกมือขึ้นมากุมหน้าอก ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


            เขาชี้ไปที่ใบหน้าของกู้เซียงเวยแล้วพูด “ลูกกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง! ถ้าคุณปู่รู้เข้า ทั้งบ้านของเราคงตกที่นั่งลำบากหนีไปไหนไม่รอด มันไม่สำคัญหรอกว่าปู่จะทุบตีเราหรือเปล่า แต่เขาจะไม่มีวันปล่อยลูกไปแน่หากเกิดปัญหาขึ้น เขาจะสั่งโกนหัว แล้วโยนให้ลูกไปบวชเป็นแม่ชีตลอดชีวิต! ”


            ผู้เฒ่าตระกูลเฉียวเป็นคนอารมณ์รุนแรง กระทั่งกู้ไป๋เหยี่ย ยามอยู่ต่อหน้าเขายังเป็นได้เพียงแกะตัวน้อยแสนเชื่อง


            ตั้งแต่เล็กจนโต กู้เซียงเวยไม่เคยถูกดุ ไม่เคยเห็นฉากที่พ่อพูดจาโหดร้ายกับเธอมาก่อน จมูกของหล่อนกระตุก จากนั้นก็เริ่มร้องไห้ ร้องไห้หนักมากจนขนตาปลอมอาบไปด้วยน้ำตา และหลุดออกมาติดคาอยู่บนใบหน้าของเธอ


            “แล้วทำไมถึงอยากให้หนูแต่งงานกันนักล่ะ คุณปู่เป็นหนี้บุญคุณตระกูลเฉียว แต่ทำไมเขาต้องให้หนูเสียสละด้วย! เฉียวเหอป่วยหนัก หนูเองก็ไม่ได้ชอบพอเขามาตั้งแต่แรกเริ่ม มันมีใครบ้างที่อยากแต่งงานทั้ง ๆ ที่รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะต้องเป็นม่าย! ”


            กู้เซียงเวยร้องไห้คร่ำครวญอย่างเสียใจ


            ยิ่งคิดถึงเฉียวเหอที่กำลังขุดหลุมกลบฝังเธอ หญิงสาวก็ยิ่งรู้สึกโกรธมากขึ้น อยากจะร้องไห้ให้หนักยิ่งขึ้น น้ำตาของเธอไหลเอ่อออกมาราวสายฝน


            เมื่อกู้ซิงกั๋วและกู้ไป๋เหยี่ยเห็นเธอร้องไห้ หัวใจของพวกเขาจึงอ่อนนุ่มลงในทันที


            ขนาดผู้เป็นพ่อยังโทษตัวเองว่าทำไมเขาถึงได้โหดร้ายขนาดนี้


            ทั้งพ่อทั้งลูกชายพากันเกลี้ยกล่อมลูกสาวเพียงหนึ่งเดียวของครอบครัว ก่อนจะเพิกเฉยต่อเหตุผลว่าทำไมถึงเรียกเธอมาคุย


            การพูดคุยอันดุเดือดกลับกลายเป็นการปลอบประโลมกู้เซียงเวย ความผิดทั้งหมดไปตกอยู่ที่เฉียวเหอแค่เพียงคนเดียว


            ก็ใครใครใช้ให้เขาป่วย ใช้ให้เขาปฏิเสธที่จะยุติการหมั้นกันล่ะ?


            การที่พวกเขาจะหวงแหนแก้วตาดวงใจของตัวเองมันผิดตรงไหน?


            อย่างไรก็ตาม ยิ่งหนึ่งพ่อหนึ่งลูกชายคู่นี้นึกถึงว่าที่เขยคนนี้มากเท่าไร ความไม่พอใจก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นมากเท่านั้น...


            …


            เช้าวันรุ่งขึ้น โม่เชียนลงไปกินข้าวชั้นล่าง พร้อมสวมชุดสวยที่เฉียวเหอมอบให้


            กางเกงขายาวสีไพลิน เสื้อสีแดงเข้มประดับด้วยสัญลักษณ์ประจำชาติ หมวกเบเร่ต์แบบมีหมุดประดับบนศีรษะ และรองเท้าผ้าลายจุดที่มีโบว์ตรงเท้า


    เรียกว่าเป็นการผสมผสานที่ไปคนละทิศคนละทางกันเลย...


            เห็นได้ชัดว่าเสื้อผ้าที่เฉียวเหอส่งมาให้นั้นเข้าชุดกันดีแล้ว แต่โม่เชียนไม่ชอบมัน...


    คล้ายกับเรื่อง(จบ) บ้านนี้โชคดีมีลูกสาวเป็นหมอดูอัฉริยะแห่งลัทธิเต๋า ที่คุณอ่าน