"เ้าตัวปัญหา กรรมอะไรของข้าต้องมาอยู่กับตัวซวยเช่นเ้า"หญิงวัยกลางคน นามฟางเหนียงได้ตะคอกบุตรของตนแบบนี้ประจำและตามด้วยเสียงทุบตี
ฟางเหนียงเป็หญิงที่สามีตายในาพาบุตรชายมาอาศัยที่หมู่บ้านห่างไกลที่แสนยากจน ผู้คนที่นี้ทำไร่ทำนาส่วนฟางเหนียงนั้นก็อาศัยรับจ้างเก็บเกี่ยวพืชผล หรือรับจ้างช่วยปลูกพืชต่างๆเลี้ยงสัตว์ให้กับผู้ใหญ่บ้านอีกทีทั้งสองคนได้มาอาศัยอยู่หมู่บ้านนี้เป็ระยะเวลาสองปีแล้วผู้คนต่างมองนางเป็หญิงเสียสติ
เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านเป็คนดีมีศีลธรรมสงสารเด็กชายและนางจึงช่วยเหลือให้อยู่กระท่อมที่ปลูกทิ้งไว้ที่ริมเขาและให้งานทำแต่พออยู่ไปนานๆ ก็เริ่มเห็นพฤติกรรมชอบทุบตีบุตรและด่าทอเป็ประจำบางครั้งก็ขังไว้ในกรงไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง
ชาวบ้านที่เห็นต่างพากันเห็นใจแต่ช่วยอะไรไม่ได้เพราะเคยมีคนเข้าไปช่วยเด็กน้อยทำให้นางโกรธคว้ามีดในครัวมาไล่ฟันคนผู้นั้น ผู้ใหญ่บ้านจึงต้องมาไกล่เกลี่ย พอเื่เหมือนจะเงียบก็ไปจุดไฟจะเผาบ้านคนๆนั้นอีกดีที่มีคนมาเห็นทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว บางคนคิดว่านางสติไม่ดีจึงไม่ควรยุ่งด้วยส่วนผู้ใหญ่บ้านได้แต่ปวดหัวถ้าขับไล่นางออกไปเด็กน้อยผู้น่าสงสารก็ต้องลำบากไปอีกได้แต่แอบช่วยให้อาหารเด็กชายบางเป็บางครั้งบางคราว
วันนี้ก็เช่นกันฟางเหนียงทุบตีลูกชายอีกแล้ว
"นางมันบ้าไปแล้ว ตีลูกชายตนเองอย่างกับไม่ใช่ลูกข้าสงสารเด็กนั่นจริงๆ"หญิงวัยกลางคนกล่าวกับเพื่อนที่มาด้วยกันเนื่องจากต้องขึ้นเขาจึงต้องผ่านบ้านของฟางเหนียงผู้นั้น
"เ้าอย่าไปยุ่งกับคนบ้าเลย เ้าไม่เห็นหรือว่านางสร้างปัญญามากมายขนาดไหนคงเป็กรรมของเด็กคนนั้นที่เกิดมาเป็ลูกของนาง"หญิงอีกคนกล่าวพร้อมถอดถอนหายใจ
"เ้ามันตัวไร้ค่า ทำให้ข้าต้องเดือดร้อน จำเอาไว้ข้าลำบากเพราะเ้าไอ้ตัวซวย" ฟางเหนียง
"ฮือ ฮือ ฮือ ท่านแม่อย่าทำลูกเลย ลูกเจ็บ"เด็กชายอายุ 7 ปี นามหลานเซ่อ กล่าวพร้อมทั้งพยายามหนีจากการทุบตีซึ่งเหตุผลในครั้งนี้คือเขาได้อาหารมาน้อยจากการที่ไปขอจากคนในหมู่บ้านซึ่งฟางเหนียงได้ให้เขาไปขอไม่ต่างจากขอทานซึ่งถ้าเด็กน้อยไม่ทำก็จะถูกทุบตีไม่ให้ข้าวให้น้ำ
"เ้าโง่ ข้าให้เ้าไปขออาหารหรือของมีค่า ถ้าพวกมันไม่ให้เ้าก็ต้องขโมยมาสิโง่จริงๆ ต้องให้ข้าสอนสักกี่ครั้ง" ฟางเหนียงะโด่าหลานเซ่ออย่างบ้าคลั่งพร้อมเอาท่อนฟืนฟาดไปที่เด็กชายหลายต่อหลายครั้ง
"ข้าไม่อยากเป็ขโมย ท่านแม่โปรดเข้าใจการขโมยของคนอื่นเป็สิ่งไม่ดี" หลานเซ่อโต้แย้งกลับ ถึงเขาจะไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีความรู้แต่ก็พอจะรู้ว่าการที่ฟางเหนียงสอนให้ลักขโมยเป็สิ่งไม่ดี
"ทำเป็คนดี การเป็คนดีทำให้อิ่มท้องหรือไร" ฟางเหนียง
หลานเซ่อพยายามหลบหนีแต่เด็กน้อยรูปร่างผอมแห้งอดอาหารมาไม่ต่ำกว่าสามวันแล้วจะสู้กับแรงผู้ใหญ่ได้หรือจึงได้แต่ถูกทุบตีและร้องไห้ด้วยความเ็ป
พอนางตีจนพอใจก็จับหลานเซ่อโยนเข้ากรงที่นางทำไว้"วันนี้ไม่ต้องกินข้าว นอนสำนึกผิดในนั้นและ"พูดเสร็จนางก็เดินกลับเข้าไปในบ้านปล่อยให้หลานเซ่อนอนตากน้ำค้างอยู่ในกรงไม้เช่นเดิม
"ฮือ ฮือ ฮือ ทำไมท่านถึงไม่เคยรักข้าบ้างเลยข้าเกิดมาทำให้ท่านต้องลำบากขนาดนี้เลยหรือ ข้าผิดอะไร์ได้โปรดเห็นใจช่วยทำให้ข้าหลุดพ้นสักที ข้าทรมานเหลือเกิน"หลานเซ่อได้แต่นอนกอดตัวเองไว้แน่น
ณ.บ้านของผู้ใหญ่บ้าน
"ท่านพ่อ พรุ่งนี้ลูกขอไปกับท่านด้วยได้หรือไม่ขอรับลูกอยากไปรับน้องเย่วเสี่ยงกับท่าน" หลี่จิ้ง บุตรชายเพียงคนเดียวของผู้ใหญ่บ้าน
"555เ้าอยู่เป็เพื่อนกับท่านแม่เถอะ พ่อรู้ว่าเ้าอยากเจอน้องเร็วๆแต่พ่อไปคนเดียวดีกว่า" ผู้ใหญ่บ้าน นามหวังฟาง
"ท่านพี่ก็รู้ว่าลูกอยากเจอหน้าเยว่เสี่ยงขนาดไหน ยังจะแกล้งลูกอีก"ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน นามหลี่น่า
"ข้าไม่ได้แกล้ง แต่ข้าจะไปรับเย่วเสี่ยงคนเดียวจริงๆเ้าอยู่เป็เพื่อนแม่นะดีแล้ว" หวังฟาง
"ท่านพ่อใจร้าย ข้าโกรธท่านแล้ว" หลี่จิ้งกล่าวและลุกเดินออกไปยังห้องนอนของตน
"ท่านพี่ไม่ให้ลูกไปด้วยหรือ ท่านก็รู้ว่าลูกเราชอบเยว่เสี่ยงขนาดไหน"หลี่น่า
"ก็รู้นะสิ เฮ้อ.... แต่เขาต้องห้ามใจตนเอง เย่วเสี่ยงเป็ลูกของสหายข้าเพราะความไว้วางใจสหายข้า อันฉี ถึงได้ฝากเยว่เสี่ยงให้มาอยู่กับเราสามเดือน"หวังฟางกล่าวกับภรรยา
"เข้าใจเ้าค่ะ แต่ถ้าเด็กชอบพอกันก็ไม่ควรกีดกันนะเ้าค่ะ" หลี่น่า
"ข้ารู้ แต่ข้าไม่อยากให้ลูกของเราหวังสูงเกินไปเย่วเสียงเป็ถึงลูกของผู้ตรวจการอันฉี ถ้าอันฉีไม่ใช่สหายข้าแต่ครั้งยังเยาว์วัยพวกเราคงไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมดังเช่นเวลานี้" หวังฟาง
"เฮ้อ... ลูกเราต้องช้ำใจเป็แน่ คิดแล้วเยว่เสี่ยงก็รูปงามนักหนาสติปัญญาก็ดี มีความรู้มากมาย เฉลียวฉลาด นอบน้อมไม่ถือตน จะหาใครดีเท่านี้ได้แล้วหากลูกรักจริงคงต้องพยายามมากโขเลยทีเดียว...เฮ้อ" หลี่น่า
"เ้าอย่าคิดแทนลูกเลย หากบุญมีวาสนาส่งอาจทำให้เทพจันทราผูกด้ายแดงให้ก็ได้" หวังฟาง
"เ้าค่ะถ้าเช่นนั้นน้องไปเตรียมที่พักและตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนนะเ้าค่ะ ว่ามีอะไรขาดตกบกพร่องอะไรหรือไม่ก่อนที่คุณชายน้อยเยว่เสี่ยงจะมา"หลี่น่า
"เ้าไปเตรียมการเถอะ แต่การมาครั้งนี้แบบลับๆคุณชายน้อยเยว่เสี่ยงมาในนามหลานชายของเ้าที่มาจากต่างแดนนะอย่าลืมกำชับทุกคนในบ้านละ" หวังฟาง
"เ้าค่ะ ท่านพี่ก็รีบเข้านอนเพราะต้องเดินทางแต่เช้า" หลี่น่า
"อืม"หวังฟาง
่เช้าผู้ใหญ่บ้านได้ออกเดินทางไปรับหลานจากต่างแดนซึ่งอีกสามสี่วันถึงจะกลับมาชาวบ้านต่างมาออกดูการเดินทางในครั้งนี้เพราะผู้ใหญ่บ้านนำผู้ชายร่างกายแข็งแรงและใหญ่โตติดตามไปด้วยอีกสี่คน
"หลานชายของท่านที่มาจากต่างแดนต้องมีฐานะมากๆถึงได้พาคนไปด้วยเช่นนี้" หญิงชราคนหนึ่งกล่าวกับหลี่น่า
"เป็ลูกพ่อค้าต่างแดนนะ พ่อแม่เขาเป็คนค่อนข้างขี้กลัวเลยต้องพาคนไปด้วยเพื่อความสบายใจ" หลี่น่า
"แล้วทำไมต้องพามาอยู่กับท่านละ ที่นี้กันดารและห่างไกลผู้คน"หญิงชาวบ้าน
"หลานข้าร่างกายอ่อนแอ ้าที่สงบๆ และมีอากาศบริสุทธิ์เพื่อรักษาตัวอยู่แค่ไม่กี่เดือนอาการดีขึ้นก็กลับแล้ว" หลี่น่า
"เช่นนั้น ๆ" หญิงชาวบ้าน
"แยกย้ายได้แล้ว ไปทำงานของพวกเ้าเสีย" หลี่น่า เมื่อกล่าวจบก็กลับเข้าไปในบ้าน
"ท่านพ่อไปแล้วหรือขอรับ" หลี่จิ้ง
"ไปแล้วทำไมเ้าไม่ออกมาส่ง" หลี่น่า
"ข้ายังคงโกรธที่ท่านพ่อปฏิเสธไม่ให้ข้าไปด้วย" หลี่จิ้ง ทำหน้าง้อ
"เฮ้อ ลูกรักเ้าก็รู้ว่าพ่อเ้าไม่เห็นด้วยเื่ที่เ้าชอบเยว่เสี่ยงเด็กคนนั้นเป็ลูกของสหายรักของพ่อเ้า" หลี่น่า
"ลูกรู้ แต่เยว่เสี่ยงเป็ดังรักแรกพบของลูกเลยนะขอรับเมื่อกาลก่อนที่พบกันยังตราตรึงในจิตใจของลูก ถึงใครจะว่าว่าลูกเป็คางคกอยากกินเนื้อหงส์ก็เถอะ" หลี่จิ้งใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าเยว่เสี่ยงสูงกว่าเขาขนาดไหนแต่ทำเช่นไรเมื่อเพียงพบหน้าแค่ครั้งเดียวก็ติดตราตรึงใจเขาขนาดนี้จะให้ลืมคงไม่ง่ายเลย
"เฮ้อ...แม่ก็อยากให้เ้าสมหวัง สามเดือนนี้ถ้าเ้าได้ใจของเขามาครองก็ไม่มีผู้ใดขวางทางเ้าได้" หลี่น่า
"เช่นนั้นลูกจะทำให้น้องเยว่เสี่ยงรักลูกให้ได้"หลี่จิ้งกล่าวด้วยความมุ่งมั่น