จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    ตอนที่ 147 ดันเจี๊ยนระดับ10

                   จากคำบอกเหล่าของ อิเกล หุบเขาต้องห้ามอยู่ห่างไม่ไกลจากหมู่บ้านแห่งนี้มากนักระหว่างทางผ่านภูเขาและป่าทึบมากมายเป็นทางที่สลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก หรือแม้แต่บางครั้งต้องพบเจอกับการปะทะกับพวกสัตว์อสูรแต่พื้นที่แห่งนี้ก็ไม่ได้มีตัวตนที่แข็งแกร่งมากนัก แม้แต่ทางด้านอิเกล เองก็สามารถที่จะจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย


    หากเซย์รินไม่ได้ผู้นำทางที่ดีพอเขาอาจจะต้องเสียเวลาไปเป็นวันๆกว่าจะเดินทางไปถึงหุบเขาต้องห้ามถึงแม้ระยะทางจะไม่ไกลกันนักแต่สถานที่แห่งนี้กับมีขุนเขาและป่าทึบเต็มไปหมดไม่รู้ว่าทางไหนเป็นทางไหนในที่สุดเซย์รินก็เริ่มที่จะรู้สึผลของการเปลี่ยนแปลงเพราะอยู่ๆอุณหภูมิพื้นที่บริเวณโดยรอบกับพุ่งขึ้นสูงจนหน้าตกใจพร้อมทั้งภาพตรงหน้ากับมีภูเขาไฟที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่


    “ข้าคงสามารถส่งพวกท่านได้เพียงเท่านี้ บริเวณที่พวกเรายืนอยู่นั้นเป็นอาณาเขตของหุบเขาต้องห้าม”

    อิเกล พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ ปรนความหวาดกลัวเพราะมันเข้าใจความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดีถ้าหากไม่เป็นเพราะตัวมันที่อยากจะช่วยเหลือเด็กน้อยผู้นั้นละก็ ต่อให้มีคนจ่ายค่าจ้างที่แสนแพงมันก็ไม่มีทางมาสถานที่แห่งนี้เป็นอันขาด

    “ขอบคุณท่านมากที่อุส่านำทางพวกเรามายังสถานที่แห่งนี้ทั้งที่จิตใจของท่านเต็มไปด้วยความหวาดกลัวข้าคิดว่าตัวท่านนั้นมีความกล้าหาญเป็นอย่างมากที่สามาถเอาชนะความกลัวในจิตใจได้เพื่อที่จะช่วยเหลือเด็กตัวเล็กๆผู้หนึ่ง ตัวข้าเซย์ริน ขอยกย่องท่านจากใจจริง หลังจากที่ท่านกลับไปหมู่บ้านแล้วรอฟังข่าวดีจากข้าได้เลย”


    “การที่จะได้รับคำชมจากท่านนั้นก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ข้าคงต้องขอตัวลาก่อน และได้โปรดระวังตัวของพวกท่านให้ดีถึงแม้ว่าพวกท่านจะเป็นถึงนักผจญภัยระดับแรงค์s แต่สถานที่แห่งนี้ก็อันตรายอย่างแท้จริง”

                 เมื่อนักผจญภัยผู้นั้นพูดจบตัวมันก็รีบเดินทางจากไปในทันทีเพราะมันก็ไม่อยากที่จะอยู่สถานที่แห่งนี้ไกลนักทางด้านเซย์รินและกัสยังคงเดินทางมุ้งหน้าต่อไปที่หุบเขาแห่งต้องห้ามยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่อุณหภูมิก็ยิ่งที่จะสูงขึ้นเท่านั้นถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นแต่ที่นี่ก็มีสมุนไพรที่แปลกประหลาดมากมายขึ้นเต็มไปหมดแต่สิ่งของเหล่านี้มันกับไม่มีค่าเพียงพอที่จะให้เซย์รินต้องสนใจเพราะภายในแหวนมิติของเขานั้นมีสมุนไพรระดับสูงมากมายที่เก็บเกี่ยวมาจากทวีปมืด เป้าหมายหลักของการมาเยือนสถานที่แห่งนี้มีอยู่2 ประการ คือช่วยชีวิตเด็กและ เพื่อรู้ให้แน่ชัดว่าสถานที่แห่งนี้มันเป็นเช่นไรกันแน่แล้วมันมีตัวตนเช่นไรอาศัยอยู่ภายในนี้จริงหรือไม่


    หลังจากนั้นไม่นานเซย์รินก็หยุดเดินอยู่ที่หน้าปากถ้ำภูเขาไฟแห่งนี้เขาสัมผัสได้ว่ามีพลังแรงกดดันที่เบาบางแต่มันก็ไม่รอดพ้นจิตสัมผัสของมันไปได้หลังจากนั้นมันก็ตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปเพียงไม่นานนักพื้นที่บริเวณโดยรอบก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมีม่านพลังสีขาวโปร่งแสงที่เบาบาง มันคือบาเรียที่สุดแสนจะทรงพลัง เพื่อที่จะปิดกลั้นทางออกของเหล่าผู้คนที่หลงทางเข้ามาภายยังสถานที่แห่งนี้


    “บัดซบที่สุดมันคือสถานที่ต้องห้ามบ้าบออะไรกัน นี่มันคือดันเจี๊ยนระดับ 10”

                  หลังจากที่เซย์รินนั้นถูกกักกันมันก็ได้มีข้อความโปร่งแสงแสดงข้อความออกมาเป็นการกล่าวถึงสถานที่แห่งนี้มีเพียงแต่จะต้องเคลียร์ในแต่ละด่านให้ได้จนหมดสิ้นเท่านั้นถึงจะมีชีวิตรอดออกไปสู่โลกภายนอกได้มันไม่แปลกใจเลยที่ทำไมผู้คนเข้ามายังสถานที่แห่งนี้นั้นแล้วไม่ได้กับออกไปอีกเพราะสถานที่แห่งนี้นั้นมันเป็นถึงดันเจี๊ยนระดับ10


    แม้แต่ตัวของเซย์รินเองก็ยังรู้สึกเป็นกังกลด้วยเช่นกันว่าดันเจี๊ยนระดับนี้นั้นมันจะทรงพลังขนาดไหนเพราะเท่าที่มีการได้ถูกค้นพบภายดินแดนของมนุษย์นั้นเต็มที่มันก็เป็นดันเจี้ยนระดับ7 เท่านั้นและความแข็งแกร่งของพวกมันทุกตัวล้วนอยู่ในระดับตำนานขั้นต้นกันทั้งนั้นแล้วยังมีด้านทดสอบต่างๆมากมายเสียอีกที่จะต้องค่อยๆเคลียร์ไปในแต่ระด่านในเมื่อคิดมากไปมันก็ไม่มีประโยชน์มีเพียงแต่ต้องเดินไปข้างหน้าเท่านั้นถึงแม้ว่าจะอยู่ภายในถ้ำแต่มันก็มีแสงสว่างอยู่ตลอดเวลาเพราะสถานที่แห่งนี้มันเต็มไปด้วยเปลวเพลิงและลาวาอันร้อนแรง


                “อ่า…สถานที่แห่งนี้ช่างร้อนยิ่งนักมันร้อนไม่ต่างจากขุมนรกเลยขืนอยู่ต่อไปนานกว่านี้ตัวข้าจะต้องละลายเป็นแน่เลย นายท่านว่าแต่ตัวท่านไม่ร้อนบ้างเลยเหรอ”

               “กัสเจ้าเองก็ระวังตัวด้วยสถานที่แห่งนี้มันอาจจะอันตรายกว่าที่พวกเราคิดเจ้าอย่าได้ประมาทเป็นอันขาดเพราะพวกเราไม่รู้เลยว่าสถานที่แห่งนี้มันจะมีตัวอะไรซ่อนอยู่บ้าง”

    เซย์รินกล่าวเตือนกัสด้วยความเป็นห่วงเพราะมันรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยของสถานที่แห่งนี้

    หวืด หวืด หวืด “ระวัง กัส….”


    “บัดซบมันคือค่ายกลภาพลวงตา โชคดีนักที่พวกเรามีพลังจิตที่แข็งแกร่งเพียงพอไม่งั้นพวกเราอาจจะตกอยู่ภายในภวังค์แห่งภาพลวงตานี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด”

    “นายท่านดูตรงนั้นดูเหมือนมันจะเป็นเด็กที่พวกเรากำลังตามหาอยู่ สภาพการณ์ของมันในยามนี้นั้นช่างย้ำแย่นักและพื้นที่บริเวณนี้นั้นมีซากศพสิ่งมีชีวิตเต็มไปหมด”


                    ที่ไม่ไกลจากเซย์รินและก็กัสนั้นพวกมันพบก็เด็กชายผู้หนึ่งที่กำลังนอนน้ำฟูมปากอยู่ร่างของมันนั้นชักกระตุกเพียงเล็กน้อยดูเหมือนจะเกิดอาการช๊อกจากสภาพอากาศภายในดันเจี๊ยนที่สูงจนเกินไปจนร่างของเด็กน้อยผู้นี้รับไม่ไหวพร้อมทั้งเด็กน้อยผู้นี้ยังโดนกับดักค่ายกลลวงตาที่อาจจะต้องติดอยู่ภายในภวังค์ตลอดกาล


    เพียงแค่เริ่มต้นก็ต้องพบกับซากศพที่ไร้วิญญาณเหล่านี้เต็มไปหมดมันไม่ต่างอะไรไปจากสุสานดีๆนั้นเองผู้คนที่จบชีวิตลงโดยส่วนมากจะเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น ที่พลัดหลงเข้ามาหรือแม้แต่ผู้ที่มีพลังอันแข็มแข็งก็อาจที่จะต้องนำชีวิตของตนมาทิ้งยังสถานที่แห่งนี้เพราะความแข็งแกร่งของตนเองนั้นไม่เพียงพอกับดันเจี๊ยนระดับ10ยิ่งความยากของดันเจี๊ยนสูงเท่าไรผลตอบแทนก็จะเป็นเงาตามตัว


    “จงคลาย!!!”

                เซย์รินช่วยคลายผนึกค่ายกลลวงตาให้กับเด็กชายผู้น่าสงสารที่พลัดหลงเข้ามาพร้อมทั้งใช้พลังเวทแห่งแสง เพื่อช่วยรักษาฟื้นฟูอาการของเด็กผู้นี้นั้นฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วอันเป็นผลมาจากเวทแห่งแสงของเซย์รินถึงจะเป็นอย่างนั้นเด็กผู้นี้ก็ยังไม่สามารถลืมตาตืนขึ้นมาอันเป็นผลจากการเหนื่อยล้ามากจนเกินไป

    “กัสข้าจะเปิดประตูใช้งานมิติโลกเสมือนให้เจ้าจงดูแลเด็กผู้นี้ให้ดีสภาพร่างกายของมันนั้นไม่อาจที่จะทนรับสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายเช่นนี้ได้ส่วนที่เหลือข้าจะเป็นผู้จัดการเองเมื่อพวกเจ้าออกมาเราคงออกจากที่นี่แล้ว”


    “แต่นายท่านตัวท่านจะไม่เป็นอะไรแน่เหรอสถานที่แห่งนี้มันช่างให้ความรู้สึกที่อันตรายนัก”

    กัสบอกกล่าวด้วยความรู้สึกเป็นกังวลเพราะสถานที่แห่งนี้มันเป็นที่พวกตนไม่รู้จัก และนี่มันก็อาจจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับเซย์รินได้ทุกเมื่อในการที่มันจะต้องเข้าไปหลบอยู่ภายในมิติโลกเสมือนนั้นมันดูเหมือนเป็นการเอาเปรียบผู้เป็นนายจนเกินไปและนั่นก็ทำให้มันรู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก

    “วางใจเถอะตัวข้าไม่เป็นอะไรไปง่ายๆหรอกหากเจ้าอยู่ก็อาจจะเป็นภาระของข้าเปล่าๆ ที่เหลือข้าจะเป็นผู้จัดการเองพวกเจ้าก็ไปกันได้แล้วอย่าทำให้ข้าต้องรู้สึกเสียเวลา”

    หวืด….หวืด…. หวืด….


                         เด็กหนุ่มไม่พูดจาให้มากความมันจับส่งกัสและเด็กน้อยผู้นั้นเข้าไปอยู่ภายในมิติโลกเสมืนในทันดีและเขาหันมาให้ความสนใจกับภาพตรงหน้าในเหตุการณ์ปัจจุบันที่เต็มไปด้วยซากกระดูกมากมายเมื่อมันประมาทเมื่อใดมีเพียงความตายเท่านั้นที่อาจจะรออยู่ตรงหน้า

    คล้ายกับเรื่องจงเรียกข้าว่าจอมราชัน ที่คุณอ่าน