'เมืองัฟ้า'
เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้ายังไม่สว่างดีนัก ซิ่วอิงและจ้าวเว่ยผู้เป็บิดา ใช้วิชาตัวเบาเดินทางออกจากหมู่บ้านไผ่งาม จุดหมายปลายทางคือเมืองัฟ้า
จุดประสงค์ของซิ่วอิงนั้น ้าทดสอบการปรุงโอสถเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ใช้โอสถ และขายโอสถทั้งสองชนิดที่ปรุงเก็บไว้ อีกทั้งยัง้านำน้ำทิพย์ดาราเข้าประมูล เพราะตอนนี้เธอ้าเงินจำนวนมาก เพื่อซื้อบ้านและที่ดินแล้วพาครอบครัวเข้ามาอยู่ในเมือง
ซิ่วอิง้าสร้างตระกูลจ้าวของเธอให้ยิ่งใหญ่ การค้าและเศรษฐกิจของแคว้น และตั้งใจจะขยายการค้าไปทั่วทวีป ให้สมกับที่เธอเคยเป็นักธุรกิจหญิงชั้นนำในโลกที่จากมา แต่พื้นฐานของทุกอย่างก็คือเงิน ไม่ว่าโลกไหนหากไม่มีเงินก็ทำอะไรไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือหาเงิน
สองพ่อลูกใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึงประตูเมือง ครั้งนี้ซิ่วอิงไม่ได้สวมหมวกปิดบังใบหน้า เพราะ้าใช้หน้าตาตนเองให้เป็ประโยชน์ อีกทั้งมีบิดามาด้วยจึงไม่ต้องเกรงกลัวมากนัก
จ้าวเว่ยยื่นป้ายประจำตัวให้ทหารยาม เป็ป้ายที่เคยใช้เข้าออกเมื่อครั้งที่ผ่านมา และจ่ายเงินอีกเล็กน้อยเพื่อซื้อป้ายเข้าเมืองให้บุตรสาว ทหารยามทุกคนมองหน้าซิ่วอิงตาแทบถลน แต่เมื่อััถึงพลังปราณระดับปฐีของจ้าวเว่ย พวกเขาก็พากันหลบหน้า แล้วอนุญาตให้ทั้งคู่เข้าเมืองได้
เมื่อเข้าไปถึงภายในเมือง ยามเช้าเช่นนี้ผู้คนมากมายต่างเดินไปมาขวักไขว่ แต่ละคนเดินไปก็อดเหลียวมองมายังสองพ่อลูกไม่ได้ ซิ่วอิงไม่อยากเสียเวลาจึงเอ่ยกับบิดาว่า
" ท่านพ่อ.. ลูก้าทดสอบการปรุงโอสถ ลูกจะไปได้ที่ใดเ้าคะ..”
" อิงเอ๋อร์.. นี่เ้าจะทดสอบเป็นักปรุงโอสถหรือ.."
จ้าวเว่ยอดเอ่ยถามไม่ได้ ทั้งที่รู้ถึงความสามารถของบุตรสาวมาแล้ว
" ลูก้าปรุงโอสถขาย จึงจำเป็ต้องมีใบรับรองของสมาคมเ้าค่ะ..”
" อืม.. จริงด้วย เ้ามีความสามารถในการปรุงโอสถระดับสูงอยู่แล้ว หากเ้าไปทดสอบที่หอโอสถ เ้าจะได้เหรียญตรารับรองของสมาคมนักปรุงโอสถ.. ทำให้โอสถที่เ้าปรุงขายถูกต้องตามระเบียบของเมือง ทั้งยังได้ราคาดีอีกด้วย "
" หอโอสถเช่นนั้นหรือ.. ท่านพ่อนำลูกไปเลยเ้าค่ะ..”
" ถ้างั้นเราไปกันเลย"
จากนั้นจ้าวเว่ยพาซิ่วอิงตรงไปยังหอโอสถ ซึ่งเป็ที่ตั้งของสมาคมผู้ปรุงโอสถหนึ่งเดียวของเมืองัฟ้า กล่าวกันว่ามาตรฐานการทดสอบของสมาคมนี้ เป็ที่เื่ลือในเื่ความเข้มงวด และความยากของการทดสอบเป็อย่างมาก แต่ก็ทำให้โอสถที่ปรุงโดยสมาชิกของสมาคม เป็ที่ยอมรับของลูกค้าและมีราคาสูงมาก
ซิ่วอิงนั้น้าได้เหรียญตราของสมาคม ซึ่งนอกจากทำให้การขายโอสถได้ราคาสูงแล้ว เธอยัง้ากลุ่มอำนาจหนุนหลังอีกด้วย เพราะเท่าที่เธอรู้ถึงแม้บิดาจะมีความเป็มาไม่แน่ชัด แต่ตอนนี้ครอบครัวเธอนั้นเป็ครอบครัวชาวบ้านธรรมดา ไม่ใช่ตระกูลใหญ่หรือตระกูลเก่าแก่แต่อย่างใด
เมื่อจ้าวเว่ยและซิ่วอิงเดินทางเข้าสู่เขตใจกลางเมือง ดูแล้วช่างเป็เมืองที่ใหญ่โต มีกิจการร้านค้าต่างๆมากมาย ซิ่วอิงเดินดูความเจริญของเมืองด้วยความตื่นตาตื่นใจ ครู่นึงก็มาถึงที่หมาย
‘สมาคมผู้ปรุงโอสถเมืองัฟ้า’
“ อิงเอ๋อร์.. นี่คือหอโอสถซึ่งเป็ที่ตั้งของสมาคมผู้ปรุงโอสถ ”
จ้าวเว่ยหยุดเดินแล้วเอ่ยขึ้นมา
เมื่อซิ่วอิงมองตามสายตาบิดา ก็พบกับอาคารทรงจีนโบราณสูงสองชั้นหลังใหญ่ ภายในนั้นจัดแต่งอย่างหรูหราเป็อย่างมาก อีกทั้งยังมีผู้คนมากมายเดินเข้าออก รวมถึงผู้ที่กำลังจะเข้ารับการทดสอบเป็ผู้ปรุงโอสถอีกหลายคน
จากนั้นจ้าวเว่ยนำบุตรสาวเดินเข้าไปยังภายในหอโอสถ แล้วบอกให้ซิ่วอิงไปติดต่อที่โต๊ะที่มีพนักงานนั่งอยู่ ส่วนตัวเขาจะรออยู่ด้านนอก
ซิ่วอิงเดินเข้าไปแล้วเอ่ยขึ้น
“ พี่ชายท่านนี้.. ข้า้าเข้ารับการทดสอบเป็นักปรุงโอสถ ท่านช่วยแนะนำข้าได้หรือไม่”
ซิ่วอิงกล่าววาจาด้วยความสุภาพ กับพนักงานของสมาคมนักปรุงโอสถที่นั่งอยู่หลังโต๊ะ พนักงานชายผู้นั้นหันมองมาซิ่วอิงตาค้าง เพราะวันนี้เธอแต่งกายชุดจอมยุทธสีดำขลิบทองแบบเดิม แต่ต่างกันที่เธอไม่ได้ปกปิดใบหน้า ทำให้ใบหน้าที่งดงามเริ่มสร้างปัญหา
" นะ.. น้องสาวเ้าจะเข้ารับการทดสอบงั้นรึ.. นี่เ้าล้อข้าเล่นใช่หรือไม่ " หลังจากหายตะลึงกับความงามของสาวน้อยตรงหน้า พนักงานคนนั้นก็เอ่ยออกมา
" ข้ามิได้ล้อเล่นพี่ชาย ถึงจะเป็หญิงแต่ข้าก็คิดว่าตนเองมีความสามารถพอ.." ซิ่วอิงพยายามกล่าวอย่างสุภาพ
เมื่อเ้าหน้าที่ได้ฟังก็รู้สึกว่าเด็กสาวที่งดงามคนนี้ พูดจาท่าทางเป็ผู้ใหญ่และสุภาพมาก ดูจากเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายน่าจะมาจากตระกูลใหญ่ อีกทั้งยังสุภาพไม่แสดงถึงความหยิ่งยโสเลยซักนิดเดียว
" งั้นก็ได้.. เอาละข้ามีนามว่าหวางิ เป็เ้าหน้าที่ของสมาคม ข้าจะพาเ้าไปลงทะเบียนเอง"
" ขอบคุณพี่ชายหวางิมากเ้าค่ะ.."
ซิ่วอิงกล่าวพร้อมกับกุมมือคำนับ
หวางิพาซิ่วอิงเดินเข้าไปด้านใน พร้อมกับบอกว่าการทดสอบของสมาคม จะมีการทดสอบอยู่ 2 ขั้นตอนคือ ความรู้ด้านสมุนไพรต่างๆ และการปรุงโอสถ โดยในขั้นตอนการปรุงโอสถ ผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องปรุงโอสถ ต่อหน้าผู้าุโของสมาคมทั้งหมด 4 ท่าน แต่ต้องผ่านการทดสอบรอบแรกก่อน จึงสามารถทำการทดสอบที่สองได้
เมื่อลงทะเบียนเสร็จ หวางิจึงนำซิ่วอิงไปยังห้องทดสอบแรก ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง ซิ่วอิงเห็นผู้เข้ารับการทดสอบสิบกว่าคน ทุกคนต่างก้มหน้าทำข้อสอบหน้าตาเคร่งเครียด ไม่มีใครสนใจใครทั้งสิ้น
" หวางิ.. สาวน้อยคนนี้มารับการทดสอบด้วยงั้นรึ"
ผู้าุโซึ่งเป็ผู้คุมสอบถามขึ้น
" ขอรับท่านต้าหวาง.."
หวางิเอ่ยอย่างนอบน้อม ก่อนจะพาซิ่วอิงไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่ แล้วเอ่ยว่า
" หากเ้าพร้อมสามารถเริ่มได้เลย.. มีเวลาครึ่งชั่วยาม เ้าจงเขียนรายชื่อสมุนไพรที่เ้ารู้จักออกมาให้ได้มากที่สุด เมื่อเสร็จแล้วนำกระดาษคำตอบส่งให้ผู้าุโต้าหวางที่นั่งอยู่หน้าห้อง"
" ขอบคุณพี่ชายหวางิเ้าค่ะ.."
ซิ่วอิงกล่าวขอบคุณหวางิ จากนั้นเธอก็นั่งลงแล้วหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง จึงเริ่มเขียนรายชื่อสมุนไพรต่างๆ ด้วยความมุ่งมั่นและมั่นใจอย่างมาก
ผ่านไปไม่นาน ผู้เข้ารับการทดสอบที่เข้ามาก่อนก็ทะยอยกันออกนอกห้องสอบ เมื่อเวลาผ่านไปถึงครึ่งชั่วยามที่สมาคมกำหนด ซิ่วอิงที่เหลือเป็คนสุดท้ายนำกระดาษปึกใหญ่ ส่งให้แก่ผู้าุโต้าหวางที่อยู่หน้าห้อง จากนั้นจึงเดินออกไปรอผลด้านนอก
หลังจากซิ่วอิงก้าวออกไปนอกห้องทดสอบ ผู้าุโต้าหวางจึงนำกองกระดาษของเธอมาตรวจอย่างรวดเร็ว ครู่นึงเขาก็อุทานขึ้น
" โอ์.. เด็กสาวที่งดงามคนนั้นมาจากตระกูลใดกัน ทำไมช่างอัจฉริยะถึงขนาดนี้.. ตอบได้คะแนนเต็มอย่างที่ข้าไม่เคยเจอมาก่อนเลย.."
ผู้าุโต้าหวางไม่อาจเก็บซ่อนความตื่นเต้นไว้ได้ รีบหอบกองกระดาษคำตอบของซิ่วอิง ตรงไปยังห้องของหัวหน้าสมาคมผู้ปรุงโอสถทันที
ภายในห้อง เมื่อผู้าุโหัวหน้าสมาคมรับมาดูก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เนื่องจากกระดาษรายชื่อสมุนไพรของซิ่วอิงนั้น มีรายละเอียดเหมือนออกมาจากตำราสมุนไพรไม่ผิดเพี้ยน จึงบอกว่าการทดสอบปรุงโอสถในรอบที่สอง เขาจะลงไปเป็กรรมการสอบด้วยเอง
เมื่อได้รับคำสั่งจากหัวหน้าสมาคม ผู้าุโต้าหวางจึงได้รีบให้หวางิไปบอกผลการสอบแก่ซิ่วอิง และพาไปห้องทดสอบที่สองทันที ในการทดสอบที่สองนี้ ทางสมาคมนักปรุงโอสถของหอโอสถ ถือได้ว่าเป็การทดสอบที่ยากที่สุด เพราะจะมีสูตรโอสถมาให้เป็ข้อทดสอบ โดยที่ผู้รับการทำสอบจะต้องเลือกสมุนไพรและส่วนผสมต่างๆด้วยตนเอง
‘ก็อกๆ’
" ข้าหวางิ นำผู้เข้ารับการทดสอบมาแล้วขอรับ"
" เข้ามาได้.."
เมื่อได้รับอนุญาตหวางิก็นำซิ่วอิงเข้าไปในห้อง ไปถึงซิ่วอิงประสานมือคารวะให้กับผู้าุโทั้ง 4 ซึ่งหนึ่งในนั้นคือผู้าุโต้าหวางนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีาุโเก๋อหยุน หัวหน้าสมาคมมาประเมินการทดสอบด้วยตัวเอง
" ในการทดสอบที่สองนี้ ทางสมาคมมีโจทย์ของโอสถที่จะเป็โอสถทดสอบ เขียนอยู่บนกระดาษที่โต๊ะปรุงโอสถ จากนั้นเ้าไปเลือกสมุนไพรได้ที่หลังห้อง แล้วเริ่มทำการปรุงได้ทันที "
ผู้าุโเก๋อหยุนเป็ผู้กล่าวด้วยตนเอง
“ เ้าค่ะ..”
ซิ่วอิงรับคำพลางกุมมือคำอย่างสุภาพ แล้วเดินไปที่โต๊ะกลางห้อง หยิบกระดาษที่มีชื่อและสูตรโอสถขึ้นมาดู เมื่ออ่านรายละเอียดทุกอย่างเป็ที่เรียบร้อย ซิ่วอิงจึงวางกระดาษลง แล้วเดินไปหลังห้องเพื่อเลือกสมุนไพร
ซิ่งอิงใช้เวลาไม่นานในการคัดเลือกสมุนไพร และส่วนผสมอื่นแต่ละชนิดที่จะนำมาหลอมโอสถ เมื่อได้สมุนไพรครบจึงเดินมาที่โต๊ะตัวเดิม เพื่อเตรียมปรุงโอสถด้วยเตาหลอมที่สมาคมได้เตรียมไว้ให้
เมื่อเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว ซิ่วอิงจึงเริ่มทำการปรุงโอสถทันที
‘พรึ่บ’
ซิ่วอิงควบรวมพลังปราณบนฝ่ามือ แล้วเปลี่ยนเป็เปลวเพลิงบริสุทธิ์สีทองเพื่อใช้ในการปรุงโอสถ โดยที่ไม่ได้ปิดบังแต่อย่างใด เนื่องจากเธอ้าแสดงให้ทุกคนเห็น ถึงพร์และความชำนาญในการปรุงโอสถของตนเอง
แล้วก็เป็อย่างที่เธอ้า เมื่อผู้าุโคุมสอบทั้ง 4 เห็นดังนั้น ก็พากันแตกตื่นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
" นี่.. พวกท่านเห็นเหมือนที่ข้าเห็นหรือไม่.. นังหนูนี่สามารถเรียกเปลวเพลิงสีทองออกมาได้"
ผู้าุโเก๋อหยุนหัวหน้าสมาคมกล่าวเสียงสั่น
" หะ..เห็นสิ.. สมาคมผู้ปรุงโอสถของเรามียอดอัจฉริยะเกิดขึ้นแล้ว.. ฮ่าๆๆๆ"
ผู้าุโทุกคนต่างก็คิดเช่นเดียวกัน
‘พรึ่บบบ’
หลักจากสร้างเปลวเพลิงขึ้นมา ซิ่วอิงก็เริ่มปรุงโอสถด้วยการนำส่วนผสมทุกตัวใส่ลงไปพร้อมกัน ตามวิธีการของอาจารย์ที่ฝึกมาจนชำนาญ แล้วเร่งเร้าพลังปราณเพื่อเพิ่มความแรงของเปลวไฟ ในการเข้าสู่ขั้นตอนของการหลอมรวมส่วนผสมแต่ละตัวเข้าด้วยกัน ซึ่งวิธีการปรุงของซิ่วอิงนั้น สร้างความตกตะลึงให้ผู้คุมสอบทั้ง 4 เป็อย่างยิ่ง
“ นะ..นี่.. เป็การปรุงแบบใดกัน ถึงได้ใส่สมุนไพรเข้าไปพร้อมกันทั้งหมดเช่นนี้ ”
าุโเก๋อหยุนอุทานออกมา เหมือนกับคนอื่นๆที่ตาค้างกับการกระทำของซิ่วอิง แต่พวกเขาต่างก็รู้ว่าแต่ละคนก็มีอาจารย์ และวิธีปรุงเป็เฉพาะของตนเอง สิ่งสำคัญคือโอสถที่จะออกมาเท่านั้น
ซิ่วอิงปรุงโอสถไปเรื่อยๆสบายๆ ไม่มีความกดดันอะไร ครู่นึงความหอมของสมุนไพร ลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้องทดสอบ เหล่าผู้าุโทั้งหลายทราบว่า การปรุงโอสถของสาวน้อยคนนี้ อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว จึงจำเป็ต้องใช้สมาธิ พลังปราณ และการควบคุมเปลวไฟที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก หากผิดพลาดโอสถที่ได้จะเสียหาย จนไม่สามารถนำมาใช้ได้
หลังจากนั้นไม่นาน
‘ ปุ้งง..’
เสียงประทุดังออกมาจากเตาหลอม พร้อมกับกลิ่นโอสถที่ส่งกลิ่นหอมกระจายอยู่ทั่วห้อง ซิ่วอิงเปิดฝาเตาด้วยท่าทีสบายๆ ใบหน้างดงามเผยรอยยิ้มพอใจเมื่อเห็นโอสถที่ตนปรุง ก่อนจะนำโอสถที่หลอมได้ทั้งหมดใส่ขวดและปิดฝา จากนั้นจึงนำไปส่งให้ผู้าุโคุมสอบ
“ เรียนผู้าุโ.. ข้าปรุงโอสถเสร็จแล้วเ้าค่ะ.. เชิญตรวจสอบ..”
เมื่อได้รับขวดบรรจุโอสถ ผู้าุโเก๋อหยุนเทออกจากขวดลงบนถาด ทันทีที่เม็ดโอสถออกมาจากขวดนั้น ทำให้ผู้าุโทั้ง 4 มีสีหน้าตื่นใ ไม่เว้นกระทั่งหวางิที่ยังอ้าปากค้างั้แ่เห็นเปลวไฟสีทอง
" ์.. นี่ จะ จะ.. เ้าปรุงโอสถออกมาได้ 5 เม็ด ความบริสุทธิ์ 10 ส่วนเต็ม ด้วยสมุนไพรและส่วนผสมเพียงชุดเดียว "
ผู้าุโทั้ง 4 ตกตะลึงแทบลืมหายใจ เพราะถึงจะเป็พวกตนก็ยังไม่สามารถทำได้ขนาดนี้ หลังจากทำใจยอมรับอยู่ขั่วครู่ ผู้าุโทั้ง 4 จึงให้หวางิพาซิ่วอิงไปรอที่ห้องของผู้าุโเก๋อหยุน
เมื่อหวางิพาซิ่วอิงออกไปแล้ว ผู้าุโทั้ง 4 ได้ทำการประชุม เพื่อประเมินระดับเหรียญตราให้แก่ซิ่วอิง
" ทุกท่านเห็นหรือไม่.. นางเป็เด็กสาวอายุเพียงเท่านี้ กลับปรุงโอสถระดับสูงความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วน อีกทั้งยังใช้สมุนไพรเพียงชุดเดียวเท่านั้น "
ผู้าุโต้าหวางเอ่ยขึ้น
" สมาคมผู้ปรุงโอสถของเรา ควรสนับสนุนเด็กคนนี้นะท่านเก๋อหยุน.. ผู้เยาว์คนนี้สามารถปรุงโอสถได้ดีกว่าพวกเราเสียอีก "
ผู้าุโอีกคนนึงเอ่ยขึ้น
" อืม.. ข้าคิดเห็นเช่นเดียวกับพวกท่านทั้งหลาย.. เพียงแต่ข้ากำลังคิดว่า หากเราให้เหรียญตราัฟ้า มันจะสร้างความวุ่นวายให้นังหนูนั่นหรือไม่ "
ผู้าุโเก๋อหยุนหัวหน้าสมาคม กล่าวด้วยท่าทางครุ่นคิด
" ท่านเก๋อหยุน.. ถ้าเราไม่ให้นางในวันนี้ ข้าเกรงว่าอัจฉริยะน้อยผู้นี้ อาจจะตกไปอยู่กับสมาคมอื่นได้นะท่านเก๋อหยุน.. และข้าก็เป็อีกผู้หนึ่งที่สนับสนุน "
ผู้าุโทั้ง 3 รีบกล่าวเสริม
"เอาละ.. เมื่อเป็เช่นนั้น ทางสมาคมจะรับรองความสามารถของนังหนูนี่ ด้วยเหรียญตราระดับสูงสุด.. ผู้ปรุงโอสถ'เหรียญตราัฟ้า' "
ไม่นานก็หารือจนได้ข้อสรุปเรียบร้อย ผู้าุโทั้ง 4 จึงได้รุดออกจากห้อง เพื่อไปแจ้งผลการทดสอบแก่ซิ่วอิงทันที
……………………………..