ฉู่จวินหลันเดินลงจากเขามาได้ครึ่งทางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบวุ่นวายดังมาจากด้านหลัง
ฉู่จวินหลันสะดุ้งในใจหยุดเดินแล้วหันกลับไปเห็นหลวงจีนร่างกายกำยำที่ถือไม้พลองสิบแปดรูปวิ่งกรูเข้ามาล้อมนางเอาไว้ในพริบตา
ฉู่จวินหลันหัวเราะพรืด“พวกท่านไม่ใช่หลวงจีนหรอกหรือ เหตุใดถึงคิดจะมาฆ่าข้าเล่า”
“นางปีศาจ!หากเ้ายอมจำนนโดยดี อาจได้ทนทุกข์ทรมานน้อยลง!”
ฉู่จวินหลันปรบมือ “ดีดีมาก! พวกท่านช่างเมตตาเสียจริง คนหนึ่งเป็พระอาจารย์มีชื่ออีกคนก็เป็คนชราหน้าด้านที่อ้างนามเซียนตัดสินชีวิตผู้อื่นตามอำเภอใจพวกที่บำเพ็ญเพียรเป็เช่นนี้กันหรือ นับว่าทำให้ข้าเปิดหูเปิดตายิ่งนัก!”
“ศิษย์พี่จะพูดกับนางให้มากความไปทำไม!”
วูบ!
ไม้พลองกวาดมายังลำคอของฉู่จวินหลัน
นางก้มหลบอย่างฉับไว
ทว่ากลับมีอีกไม้หนึ่งฟาดเข้าที่เอวหากถูกเข้าคงกระดูกสันหลังหักเป็แน่ โชคดีที่นางเบี่ยงตัวหลบทันแต่ก็เกือบถูกอีกคนฟาดจนขาหัก
หลวงจีนสิบแปดรูปต่างประสานกันอย่างประณีตแต่ละรูปล้วนฝีมือเก่งกล้า
ฉู่จวินหลันอาศัยเพียงปฏิกิริยาอันว่องไวพลิ้วกายหลบหลีกไปมา
นางเพิ่งฟื้นขึ้นมาร่างกายจึงยังไม่ฟื้นตัวดี สามารถลุกเดินได้หลังจากที่หลับใหลมานานหนึ่งปีกว่าก็นับเป็ปาฏิหาริย์แล้วยามนี้ต้องต่อสู้กับหลวงจีนสิบแปดรูปพร้อมกันย่อมยากลำบากไม่น้อย
การต่อสู้ทวีความดุเดือดหลวงจีนสิบแปดรูปรุกคืบเข้ามาไม่หยุด แต่ละท่าล้วนหมายเอาชีวิต
เดิมทีฉู่จวินหลันยังคิดจะไว้ชีวิตพวกเขาแต่ยามนี้เพลิงโทสะพลุ่งพล่าน!
“หลวงจีนเหล่านี้ช่างไร้เหตุผลนัก!ฆ่าฟันผู้บริสุทธิ์เช่นนี้ ยังสมควรเรียกว่าผู้บำเพ็ญเพียรอีกหรือ!”
“หึ!นางปีศาจอย่ามาแก้ตัว! พุทธองค์มีวัชระปราบมาร!พวกเราจะต้องกำจัดนางปีศาจน่าชังนี้ให้สิ้น!”
“ปีศาจอย่างนั้นหรือเฮอะ!” ฉู่จวินหลันหัวเราะด้วยโทสะ แต่ในดวงตากลับเย็นเยียบจนชวนขนลุก“ในเมื่อพวกเ้าตราหน้าข้าเช่นนี้ เช่นนั้นข้าก็จะเป็ปีศาจให้พวกเ้าดูเสียเลย!”
ความเคียดแค้นอัดแน่นในอกไร้ทางระบายนางหยิบเข็มปักผ้าที่ซ่อนในถุงออกมา แล้วพุ่งเข้าหาพวกนั้นทันที!
นางดั่งิญญาไหววูบใช้ท่วงท่าที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน เอวอ่อนช้อยราวกิ่งหลิวฝีเท้าอันแ่เบาผสานกับเส้นผมที่ปลิวไหวดุจเซียนล่องลอย
แสงเงินแวบวาบสะท้อนสายตาไม่ทันได้หลบเลี่ยงก็ถูกนางจู่โจมจุดสำคัญรอบกายเข้าแล้ว
ไม่ถึงครึ่งถ้วยชาหลวงจีนสิบแปดรูปก็ล้มสิ้น
ฉู่จวินหลันหัวเราะเสียงเย็นเก็บเข็มปักผ้าคืนถุง
เมื่อหันกลับไปก็เห็นสามเณรน้อยรูปหนึ่งแอบมองนางด้วยแววตาหวาดหวั่นสุดขีดอยู่หลังต้นไม้
“ไปบอกเซียนเฒ่าของเ้าเสียนี่คือของขวัญแรกพบจากข้า เขาพร่ำสอนเื่เมตตาธรรมนักไม่ใช่หรือแต่เพราะการตัดสินผิดเพียงครั้งเดียว กลับทำให้สิบแปดชีวิตต้องดับสูญไปถามเขาดูเถิดว่าเขาพอใจหรือไม่”
พูดจบก็สะบัดผมแล้วผินกายจากไปอย่างสง่างาม
“ท่านบรรพจารย์! ท่านบรรพจารย์!แย่แล้วขอรับ!”สามเณรวิ่งกลับวัดต้าฉือไปอย่างตาลีตาเหลือก
“ว่าอย่างไรนะ!หลวงจีนสิบแปดรูปสิ้นชีพพร้อมกันหรือ!” พระอาจารย์ฮุ่ยฉือตกตะลึงจนสีหน้าซีดเผือด
“ใช่ขอรับ...”สามเณรปิดตาร้องไห้โฮ“นางยังบอกด้วยว่าหลวงจีนสิบแปดรูปนั้นตายเพราะการตัดสินผิดพลาดของเซียนเฒ่าทั้งยังให้ท่านถามตนเองว่าพอใจหรือไม่...ฮือๆๆๆ!”
ไต้ซือจงิพนมมือสีหน้าสงบไร้ยินดีหรือโทสะ “อมิตาภพุทธ นางคือปีศาจโดยแท้”
ฉู่จวินหลันจ้างรถม้ากลับเมืองหลวง
ตอนนางเข้าสู่ประตูเมืองเป็ยามบ่ายแดดยังคงอบอุ่น บนถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ทั้งช่างตัดผม คนหาบของ คนขายบะหมี่คนขายน้ำตาลปั้นหรือแม้แต่แผงขายเครื่องหอมและเครื่องประทินผิวต่างส่งเสียงเรียกลูกค้าดังก้องไปทั่ว
บรรยากาศที่มีชีวิตชีวานั้นทำให้อารมณ์ของฉู่จวินหลันดีขึ้นไม่น้อย
ในเมื่อออกจากจวนมาแล้วก็แวะร้านขายสมุนไพรสักแห่ง ซื้อสมุนไพรสักสองสามขนานแล้วกัน
นางเคยตรวจชีพจรของฉู่หวาถิงจึงเข้าใจถึงพิษที่ซ่อนอยู่ครานี้คงถึงเวลาลองหาวิธีแก้เสียที
ฉู่จวินหลันเป็คนลงมือทำอะไรรวดเร็วเมื่อคิดดังนั้นก็รีบเอ่ยถามคนที่เดินอยู่บนถนนเพื่อหาทางไปร้านสมุนไพรทันที
ชายหนุ่มที่ถูกนางขวางทางไว้ทีแรกยังมีท่าทีรำคาญแต่พอหันมาเห็นฉู่จวินหลันเข้าก็ถึงกับหน้าแดง พูดตะกุกตะกัก
“คะ...คุณหนู...เอ่อ...ท่านเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาที่สี่แยกตรงนั้นจะมีร้านสมุนไพรเฉินซื่อ ท่านหมอเฉินผู้เฝ้าร้านมีวิชาแพทย์สูงส่งอีกทั้งขายสมุนไพรในราคายุติธรรม”
“ขอบคุณมาก”ฉู่จวินหลันยิ้มพลางเอ่ยขอบคุณ แล้วเดินไปตามทางที่เขาบอก
ชายหนุ่มผู้นั้นใบหน้าขึ้นสีแดงจัดยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกสาปให้กลายเป็หิน
ตลอดทางฉู่จวินหลันไม่รู้เลยว่าตนดึงดูดสายตาผู้คนไปมากเพียงใด
ทว่าเมื่อนางเดินไปถึงร้านสมุนไพรเฉินซื่อกลับพบว่าร้านปิด
นางจึงถามไถ่ผู้คนอีกครั้งแต่ไม่ว่าจะตามหาอีกกี่ร้าน ทุกร้านล้วนปิดเงียบทั้งสิ้น
“ประหลาดเสียจริง!”
ฉู่จวินหลันไม่ยอมแพ้นางตั้งใจหาร้านสมุนไพรต่อไป จนกระทั่งมีคนผู้หนึ่งพูดถึงร้านเล็กๆ ที่มีชื่อว่า ‘ร้านสมุนไพรซานจี้’
ร้านสมุนไพรแห่งนี้มีขนาดเล็กกว่าหลายแห่งที่นางดูมาเมื่อครู่ไม่น้อย
ขณะนั้นเอง มีชายหนุ่มที่สวมชุดเต๋าสีเทาอ่อนคนหนึ่งกำลังถือแผงไม้เตรียมจะปิดร้าน
“สหาย ช้าก่อน”ฉู่จวินหลันรีบก้าวเข้าไปเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ข้าอยากซื้อสมุนไพรสักหน่อย”
“ต้องขออภัยคุณหนูวันนี้ท่านหมอมีธุระกะทันหัน จึงต้องปิดร้าน พรุ่งนี้ค่อยมาซื้อเถิด”
“ท่านหมอมีธุระรีบไปจัดการแล้วอย่างไรข้าไม่ได้มาหาท่านหมอเสียหน่อย ข้า้าซื้อสมุนไพรนิดหน่อยเท่านั้นไม่เสียเวลามากหรอก”
ชายหนุ่มผู้นั้นหันกลับมามองฉู่จวินหลันก่อนเอ่ยอย่างจนใจ“ความจริงแล้วหมอและลูกจ้างของร้านสมุนไพรซานจี้...ก็คือข้าเอง”
“เช่นนั้นข้าก็เสียมารยาทแล้วสิท่านหมอ ได้โปรดช่วยข้าได้หรือไม่” ฉู่จวินหลันยกมือคารวะอย่างสง่างาม
ชายหนุ่มหัวเราะพรืดกับท่าทีของนางก่อนจะกล่าวว่า “เช่นนั้นเชิญเข้ามา ข้าขอปิดประตูก่อน”
ฉู่จวินหลันพยักหน้าแล้วก้าวตามเข้าไป
ฉู่จวินหลันหยิบพู่กันกับกระดาษที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาพอนางเขียนเทียบยาเสร็จ ชายหนุ่มก็ปิดประตูร้านเรียบร้อยพอดี
เขารับเทียบยาจากนางกวาดตาเพียงชั่วครู่ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที “เทียบยานี้...แก้พิษสลายเืคั่งอีกทั้งยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ช่างวิเศษนักข้าไม่เคยเห็นการจัดตำรับเช่นนี้มาก่อนเลย”
เมื่อได้เห็นเทียบยานี้เขาก็มีชีวิตชีวาขึ้นไม่น้อย รีบหยิบเครื่องชั่งมาเตรียมสมุนไพรอย่างคล่องแคล่ว
ฉู่จวินหลันเอนตัวพิงโต๊ะจัดสมุนไพรพลางยิ้มถาม“ท่านหมอนามว่าอะไรหรือ”
“ผู้น้อยสกุลเวิง”
“อ้อ ท่านหมอเวิง ร้านสมุนไพรซานจี้ใหญ่โตถึงเพียงนี้เหตุใดจึงมีเพียงท่านคนเดียวเล่า”
หมอเวิงหันหลังตักสมุนไพรต่อโดยไม่ตอบคำถามของฉู่จวินหลัน
ฉู่จวินหลันจึงไม่ได้ซักต่อแต่เปลี่ยนไปคุยเื่เทียบยาแทน
พอเอ่ยถึงเื่นี้หมอเวิงก็มีชีวิตชีวาขึ้นมา ก่อนที่ทั้งสองคนจะพบว่าพวกเขาพูดคุยกันถูกคอยิ่งนัก
แม้ชาติก่อนฉู่จวินหลันจะเป็สายลับแต่นางก็มาจากตระกูลแพทย์แผนจีน เติบโตมาท่ามกลางกลิ่นสมุนไพรและตำราทั้งครอบครัวของนางล้วนคลั่งไคล้ในวิชาแพทย์ยามพูดถึงวิชาแพทย์ดวงตาจึงเปล่งประกายเช่นเดียวกับหมอเวิงที่อยู่ตรงหน้า
การที่นางพลีชีพในครานี้เกรงว่าคงไม่เหลือแม้แต่ร่างให้กลับไป ด้วยฐานะของนางถูกปิดเป็ความลับสูงสุดจึงไม่ต้องหวั่นว่าจะมีใครคิดแก้แค้นเพียงแต่ไม่รู้ว่าหากครอบครัวได้รับข่าวการตายของนางจะเ็ปเพียงใด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ขณะฉู่จวินหลันกำลังเหม่อลอยพลันมีเสียงเคาะประตูดังสนั่นจนนางสะดุ้งโหยง
หมอเวิงวางตาชั่งกับสมุนไพรลงและรีบเดินออกไปที่ประตู“มาแล้วๆ ร้านปิดแล้ว...”
แต่ประตูกลับถูกผลักกระแทกอย่างรุนแรงจากนั้นชายฉกรรจ์ในชุดองครักษ์ซึ่งดูมีฐานะสูงส่งหลายคนจึงบุกเข้ามา
“หมอเวิงใช่หรือไม่”
“ใช่พวกท่านเป็ใคร...”
“เร็ว!รีบพาตัวพวกเขาไป! หากชักช้าแล้วคุณชายเป็อะไรไปองค์หญิงใหญ่จะโมโหเอาได้ถ้าเป็เช่นนั้นจะไม่มีผู้ใดรอดแน่! เร็วๆ!”
เมื่อหัวหน้าองครักษ์เสียงกร้าวเหล่าองครักษ์ก็กรูเข้ามาผลักทั้งหมอเวิงและฉู่จวินหลันออกไป
ฉู่จวินหลันรีบอธิบาย“ข้าเพียงมาซื้อสมุนไพรเท่านั้น...”
“เงียบ!”องครักษ์ที่เหงื่อเต็มใบหน้าผู้หนึ่งตวาดอย่างหงุดหงิด“พวกเรามาจากจวนองค์หญิงใหญ่ หากยังมัวเสียเวลาแล้วคุณชายเป็อะไรไปพวกเ้าจะรักษาชีวิตไว้ได้หรือ!”
คุณชายแห่งจวนองค์หญิงใหญ่ล้มป่วยย่อมต้องหาหมอหลวง ทว่าแม้แต่หมอหลวงก็จนปัญญาจึงกวาดหมอทั้งเมืองหลวงไปรวมตัวที่จวนองค์หญิงใหญ่ทั้งหมดและนี่เป็สาเหตุที่ทำให้ร้านสมุนไพรทั้งหลายปิดเงียบ
โรคภัยอันใดกันถึงร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้
ฉู่จวินหลันเลิกคิ้วหากอยากจะหนี นางย่อมหนีได้แต่ยามนี้กลับอยากรู้ยิ่งนักว่าคุณชายผู้นั้นป่วยด้วยโรคใดจึงยอมขึ้นรถม้าไปโดยไม่ขัดขืน