บทที่ 2 ศึกา
นี่คือระดับจักรพรรดิิญญา เซี่ยวชิงเฉิน ก่อรวมพลังิญญาสีม่วงเข้มขึ้นมาในมือ มันทั้งแข็งแกร่งและทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ บัดนี้เธอสามารถต่อกรกับผู้นำฝ่ายธรรมะอย่าง เฉิงเสว่ ได้อย่างแน่นอน เดิมทีการฝึกฝนของเธอยังไล่ตามมันอยู่ก็เป็เพราะผู้ฝึกิญญาฝ่ายอธรรมนั้นเข่นฆ่าผู้คนไปเป็จำนวนมากเพียงเพื่อกลืนกินิญญาของพวกเขา นั้นย่อมผิดหลักการของตำหนักเทพเมฆา ซึ่งนั้นมุ่งเน้นการฝึกฝนโดยการรวบรวมอณูิญญา หรือกลืนกินเพียงิญญาที่ตกตายตามธรรมชาติเท่านั้น
สิ่งนี้ทำให้ตำหนักเทพเมฆาที่เปรียบดั่งฝ่ายธรรมะและตำหนักมารอสูรที่เปรียบดังฝ่ายอธรรมนั้นเป็ศัตรูกันมาหลายพันปี ผู้คนจำนวนมากล้วนตกตายในาอันไร้ที่สิ้นสุด
ตำหนักมารอสูรนั้นเลี้ยงดูผู้คนในการปกครองนั้นราวกับปศุสัตว์ ผู้ใดที่ไร้ซึ่งพร์ในการฝึกตนนั้นเป็ได้เพียงอาหารของผู้แข็งแกร่งกว่าก็เท่านั้น นั้นย่อมทำให้เป็ผู้ฝึกยุทธ์ฝ่ายอธรรมนั้นเป็ที่น่ารังเกียจในหมู่ผู้คน หากทว่าพวกมันก็สร้างความหวาดกลัวได้ไม่แพ้กัน
"ท่านอาจารย์ ข้าเป็หนี้บุญคุณท่านแล้ว" เซี่ยวชิงเฉิน กล่าวคำนับแก่อาจารย์ของตน บุญคุณนี้ใหญ่หลวงนัก หากไม่มีหญิงชราผู้นี้ เธอก็อาจจะไม่สามารถข้ามระดับชั้นิญญาจักรพรรดิได้ในชั่วชีวิตของเธอ การก้าวข้ามระดับชั้นิญญาจักรพรรดินั้นต้องผ่านการหลอมรวมกับิญญาชั้นสูงกว่าตนเองเท่านั้น สิ่งนี้เป็อันตรายอย่างมาก หากพลาดแม้เพียงนิดเดียวิญญาอาจสูญสลายหายไปตลอดกาล
“เรียกข้าท่านย่าเถอะ” หญิงชรายิ้มอย่างเอ็นดู เธอมองไปที่เซี่ยวชิงเฉิน อย่างภาคภูมิใจ นางคือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต เป็ดั่งพรจากสรวง์ที่ประทานพรมาให้ตะกูลเซี่ยวอย่างแท้จริง หากขาดเธอไปการทำศึกาหลายพันครั้งย่อมต้องมีผู้ตกตายเป็จำนวนมาก แต่เพราะความเฉลี่ยวฉลาดของนาง ทำให้มีผู้รอดชีวิตมากมายที่เป็หนี้บุญคุณนาง หญิงชราคิดก่อนจะเดินหันหลังกลับไปยังห้องของเธอ
"ข้าต้องพักฟื้นพลังิญญาซักหลายชั่วยาม เ้าจงไปเตรียมตัวให้พร้อมกับการรบในครั้งนี้ให้ดี เราจะต้องไม่แพ้อีก" หญิงชรากล่าวก่อนที่จะเดินจากไป
"รับทราบ ท่านย่า" เซี่ยวชิงเฉินกล่าว
ในอีกไม่กี่ชั่วยามนับจากนี้ ศึกครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างพรรคฝ่ายธรรมะและอธรรมจะเริ่มต้นขึ้น เธอหยิบกระบี่เทพ์ ก่อนจะผูกติดมันไว้ที่เอว กระบี่เทพ์นั้นเป็กระบี่ที่หลวมรวมิญญาสัตว์อสูรสายฟ้าลงไปในตัวกระบี่ ตัวมันย่อมมีความดื้อรั้นเป็ของตนเอง ก่อนหน้านี้ที่เธอเป็เพียงผู้ฝึกิญญาระดับราชันนั้นนับเป็เื่ยากที่จะควบคุมมันได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งยังคิดฏทำร้ายเธอในบางครั้งอีกด้วย แต่ครั้งนี้เพียงเธออัดพลังิญญาเข้าไปเล็กน้อย มันก็ยอมสยบลงแต่โดยดี
"เชื่อฟังข้า" เซี่ยวชิงเฉินกล่าวก่อนจะหยิบกระบี่เทพ์ขึ้นมาและฟาดฟันมันลงไปในอากาศ พลังอันมหาศาลของมันก่อให้เกิดการฉีกขาดของห้วงอวกาศในทันที กาลอวกาศถูกฟันจนขาดสะบั้น ก่อเกิดเป็รอยขาดสีดำทมิฬล่องลอยอยู่กลางอากาศ ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าิญญาที่เธอหลอมรวมนั้นย่อมไม่ใช้ิญญาธรรมดา
"ิญญาเทพ..??"
นี่เป็เพียงสิ่งเดียวที่เธอคิดได้ การกลืนกินิญญานั้นสามารถรับเอาพลังส่วนหนึ่งของิญญาเมื่อครั้งยังมีชีวิตมาเป็ส่วนหนึ่งของพลังได้ แล้วเ้าของิญญาที่สามารถควบคุมมิติเช่นนี้เหตุใดจึงมาตกตายเหลือเพียงดวงิญญาอยู่บนโลกใบนี้ได้เช่นไร เซี่ยวชิงเฉินได้แต่คิดแล้วก็ต้องล้มเลิกมันไป มันสำคัญอะไรขอเพียงทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นก็พอแล้ว
ตอนนี้เธอต้องควบคุมมันได้ให้ได้เสียก่อน พลังมหาศาลเช่นนี้ย่อมยากที่จะควบคุมมันอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเธอเองได้หากไม่ระมัดระวัง พลังในการฝ่ามิติและกาลเวลานั้นในโลกนี้มีความรู้เกี่ยวกับมันน้อยมาก เพียงแต่มันทรงพลังเป็อย่างมากและสามารถบิดเบือนความเป็จริงได้
"นายหญิงชิงเฉิน" หญิงรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาแจ้งข่าวอย่างรวดเร็ว
"ตำหนักมารอสูรเคลื่อนไหวแล้ว เราต้องรีบจัดทัพโดยเร็ว"
"ออกคำสั่งจัดทัพโดยทันที" เซี่ยวชิงเฉินสั่งการ ครั้งนี้จะต้องเป็การรบครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน หลังทั้งสองฝ่ายได้ตระเตรียมกองกำลังมานานนับปี ผู้คนจำนวนมากจะต้องล้มตายในศึกาครั้งนี้
"ฉิงเสว่ ครานี้เราจะได้เห็นดีกัน" สีหน้าของเธอแปรเปลี่ยนเป็ เกรี่ยวกราดอย่างถึงที่สุด
เธอจำได้ดีถึงความอัปยศในคราก่อน เขาหยอกล้อเธอราวกับเธอเป็ลูกไก่ในกำมือ ครั้งนั้น เฉิงเสว่นั้นบรรลุถึงระดับิญญาจักรพรรดิมันสามารถกำราบเธอได้อย่างอยู่หมัด ทั้งยังข่มเห่งเธอราวกับเธอเป็เพียงของเล่นก็เท่านั้น
"ครั้งนี้ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่" เพียงเธอคิดถึงเื่ราวในครานั้นก็อยากจะสับมันเป็หมื่นๆ ชิ้น
"สั่งเรียกรวมกำลังพลซะ ผู้ฝึกิญญาระดับราชันทั้งหมดให้มาหาข้าที่ห้องโถง ครั้งนี้ข้าจะเป็คนนำรบเอง"
"แต่ นายหญิง หากท่านต้องปะทะกับเฉิงเสว่อีก..." ไม่ทันสิ้นเสียง กระบี่เทพ์ก็ลอยเฉียดหน้าของหญิงรับใช้ในทันที
แม้เธอเป็เพียงหญิงรับใช้ แต่การฝึกิญญาของเธอก็อยู่ในระดับนักรบขั้นสูงสุด เธอััได้ถึงพลังิญญาระดับจักรพรรดิที่สามารถสะบั้นหัวเธอได้เพียงเสี้ยววินาที
"ข้าน้อยผิดไปแล้ว ขอนายหญิงโปรดให้อภัย" เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนใบหน้าในทันที ความหวาดกลัวเกาะกุมจิตใจของเธอแต่ทว่ากลับมีความดีใจปะปนอยู่ด้วย ในที่สุดนายหญิงชิงเฉินก็สามารถบรรลุระดับพลังิญญาจักรพรรดิ เพียงเท่านี้การต่อสู้กับเฉิงเสว่นั้นก็มีโอกาสชนะขึ้นมามาก
"ไปซะ ข้าไม่อยากเห็นหน้าเ้าอีก"
"น้อมรับบัญชานายหญิง" หญิงรับใช้กล่าวก่อนหันหลังกลับและหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
เซี่ยวชิงเฉิน ้าเวลาเล็กน้อยในการปรับสมดุลร่างกายก่อนเข้าและเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้พลังมิติของเธอก่อนที่จะเข้าสู่าจริงเธอนั่งขัดสมาธิลงก่อนที่จะพยามเรียนรู้ถึงสิ่งที่เธอได้รับมา พลังมิติและกาลเวลานั้นแตกต่างกับพลังธาตุทั่วไปเป็อย่างมาก เธอต้องควบคุมมันให้ได้ก่อนศึกที่จะมาถึง
ท่ามกลางห้องโถงขนาดใหญ่ เหล่าผู้ฝึกิญญาราชันนับร้อยคน กำลังรอการปรากฏตัวของ เซี่ยวชิงเฉิน อย่างใจจดใจจ่อ
บัดซบ หากนางไม่เป็หลานของท่าน เซียวเทียนเจ๋อ มีอย่างรึนางจะมาสั่งการข้าได้ ชายหนุ่มร่างั์กล่าวอย่างไม่พอใจ นับั้แ่การเรียกรวมพล นี่ก็ผ่านมาเกือบสองชั่วยามแล้ว
ทั้งๆ ที่นางกำหนดเองแท้ๆ ว่าภายในครึ่งชั่วยาม ผู้ฝึกิญญาอีกคนสถบ
ครั้งก่อนนางก็ถูกเ้า เฉิงเสว่ เล่นงานซะอยู่หมัด แถมยังโดนหยอกล้อราวกับเป็ของเล่น ไม่ถูกมันจับแก้ผ้ามาทำเป็ของเล่นก็บุญโขแล้ว ครั้งนี้นางยังเสนอหน้ามาสั่งการพวกเราอีกงั้นรึ สิ้นคำพูดของชายร่างั์ เขาก็หัวเราะดังลั่นไปทั่วห้องโถง ทำเอาผู้ฝึกิญญาจำนวนมากเงียบกริบ
เ้านั้นพูดเกินไปแล้วถึงอย่างไรนางก็เป็ถึงผู้นำของพวกเรา ชายผู้หนึ่งกล่าว เขาอยากจะสั่งสอนชายร่างั์นั้นให้อยู่หมัด แต่อย่างไรเสียมัน ตู่กู่ หรือชายร่างั์นั้นก็เป็ถึงราชันิญญาระกับ 7 เป็การยากที่จะสังหารเขาได้โดยง่าย
สิ้นเสียงหัวเราะของ ตู่กู่ มันกลับแปรเปลี่ยนสีหน้าเป็โกรธจัดในทันที
หากต้องรอนานกว่านี้รากข้าคงงอกอยู่ในห้องโถงแล้วกระมั้ง เซี่ยวชิงเฉิน เ้ามัวล้อเล่นอะไรอยู่!!!
เสียงะโดังไปทั่วห้องโถง มันและเซี่ยวชิงเฉินระดับพลังต่างกันไม่มากนัก ทำให้มันไร้ซึ่งความเคารพใดๆ แก่นางเลยแม้แต่น้อย ทั้งในใจยังมีความรังเกียจพร์ของนางเสียอีก เพียงอายุได้ยี่สิบ กลับนำหน้ามันไปได้ ในใจมันรู้สึกริษยาหญิงนางนี้เป็อย่างมาก
เ้าเรียกข้างั้นรึ เสียงอันเย็นะเืโผล่มาจากด้านหลัง ตู่กู่รู้สึกถึงความหนาวสะท้านไปถึงกระดูก ภายในห้องโถงกลับเงียบสงัดก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างแ่เบา
ตุ๊บ...
เสียงกระทบของแข็งบางอย่างกับพื้นดังไปทั่วทั้งห้องโถง ทันใดนั้นเองศรีษะของ ตู่กู่ ขาดสะบั้นลงในทันที ปรากฏเป็ร่องรายขาดของมิติระหว่างคอของมัน เืจำนวนมากพวยพุ่งออกจากร่างกายของชายดังกล่าว แต่กลับไม่มีซักหยดที่กระเด็นลงสู่พื้น ห้วงมิติสีดำทมิฬดูดกลืนเืทุกหยดของมันลงไป ก่อนที่ร่างั์จะล้มลงไปที่พื้น ดวงิญญาสีฟ้าครามปรากฏออกจากร่างของมันในทันที มันถูกดึงดูดไปยังพื้นที่หน้าสุดของห้องโถง หญิงสาวในชุดสีแดงสดคว้ามันเอาไว้ก่อนที่จะบีบมันจนแหลกสลายจนกลายเป็อณูิญญา
ิญญาสกปรกเช่นนี้ แม้กลิ่นอายยังน่าสะอิดสะเอียนนัก
เชี่ยวชิงเฉินกล่าวอย่างไม่แยแส ก่อนจะมองลงไปยังเบื่องล่างอย่างเ็า สายตาอันของเธอมองผ่านร่างของผู้ฝึกิญญาระดับราชันทะลุปรุโปร่ง เหล่าผู้ฝึกิญญาทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัว
ยังมีผู้ใดสงสัยในพลังของข้าอีกหรือไม่…?