ตอนที่ 14
องค์ชายใหญ่ที่รอจังหวะไป๋กุนหลาง
ฟาดกระบี่มาที่เท้า เขาได้ชักเท้ากลับและย่อตัวลงเปลี่ยนมือเป็กรงเล็บตะปบคว้ากระบี่ไม้แล้วกระชากดึงหวังให้ไป๋กุนหลางเสียหลัก
ในระหว่างที่องค์ชายใหญ่กำลังดีใจที่แผนของตัวเองประสบความสำเร็จ
ไป๋กุนหลางก็ได้ปล่อยกระบี่แล้วเปลี่ยนมือเป็ดัชนีใช้ออกด้วย
สำนึกกระบี่ทัศนา
เที่ยวชมบรรพต
ทิ่มแทงไปที่ลิ้นปี่ขององค์ชายใหญ่
จึก!!!!!
อ๊อก!!!!!
แรงทิ่มครั้งนี้ถึงกับทำให้องค์ชายใหญ่สำรอกน้ำย่อยและกระเด็นไปนอนดิ้นอยู่ที่พื้นห่างไกลเป็เมตร
"พี่ชายเก่งที่สุด!!!" ไป๋เหมยเซี่ยน
"เจ๋งเป้ง!!!" คุณชายหานและคุณชายติง
ในกลุ่มของหม่าชงซี
"เรารวยแล้ว!!!"
"เหลียนเอ๋อข้ามีเงินแต่งเ้าแล้ว!!!"
"ลูกพี่ท่านเก่งมาก!!!"
"ใช่ลูกพี่ท่านคือมหาปราชญ์ผู้รอบรู้!!!"
"มิได้….มิได้" หม่าชงซี
ทางฝั่งผู้แทงข้างองค์ชายใหญ่
"สหายข้าเ้าอย่าพึ่งเป็อะไรไปนะ!!!"
"ชีวิตข้าจบสิ้นแล้ว แล้วข้าจะอยู่ไปเพื่ออะไร"
"เฮ้ย!!!อย่าพึ่งคิดสั้น"
ด้านองค์ชายใหญ่ที่ความเ็ปเริ่มทุเลาก็ได้ลุกขึ้นมา ตอนนี้เขารู้สึกเสียหน้าและอับอายมาก
'ข้าคืออาจารย์ข้าเก่งกว่ามัน คนที่ล้มกลิ้งบนพื้นอย่างน่าสมเพชต้องเป็มันไม่ใช่ข้าสิใช่แล้วข้าแค่ประมาทไปเท่านั้นข้ายังไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริงของตัวเองเลย' เมื่อคิดได้อย่างนี้องค์ชายใหญ่แก็พูดขึ้นว่า "ไป๋กุนหลางเ้าอย่าได้ใจเกินไปเมื่อตะกี้ข้าไม่ได้เอาจริงด้วยซ้ำไปตอนนี้ลองรับมือกับพลังที่แท้จริงของข้าดู!!" ว่าแล้วก็ได้เร่งเร้าพลังวัตรจากภายในออกสู่ภายนอกจนมือของเขามีแสงสีทองจางๆเคลือบอยู่อันเป็เอกลักษณ์ของวิชาหมัดราชันระดับ
ขั้นอาจารย์ขึ้นไป
ไป๋กุนหลางที่เห็นอย่างนั้นก็ได้พูดขึ้นว่า "เ้าประกาศว่าจะใช้พลังแค่ในระดับนักสู้มิใช่หรือ??"
องค์ชายใหญ่ได้ยินก็ชะงักแต่สักพักก็กล่าวขึ้นว่า "นี่คือการประลองทุกๆคนต้องใช้พลังที่แท้จริงของตนเองถ้าเ้ากลัวพลังที่แท้จริงของข้าก็ยอมแพ้ไปซะ"
'นั้นลิ้นหรืออะไรน่ะพลิกได้ไวฉิบหาย' ไป๋กุนหลางคิด
"ท่านพูดถูกแล้วพี่ใหญ่ ใช้พลังที่แท้จริงของท่านสั่งสอนเ้าสาระเลวนั้นเลย" องค์ชายรองพูดขึ้นโดยมีองค์หญิงสี่และเพื่อนๆสนับสนุน
"ใช้แล้วการประลองต้องใช้พลังที่แท้จริงสิ" ผู้ชมก็เห็นด้วย ความจริงถ้านี่เป็สถานการณ์ปกติพวกเขาคงร่วมด้วยช่วยกันดูถูกและประณามผู้ที่สัปปรับกลับกลอกเช่นนี้แต่ว่าตอนนี้อนาคตของพวกเขาจะกลายเป็เศรษฐีหรือยาจกก็ขึ้นกับผลแพ้ชนะในครั้งนี้เพราะฉะนั้นชีวิตของพวกเขาก็ต้องมาก่อนสิถูกไหม
"หน้าด้าน!!"ไป๋เหมยเซี่ยนหลุดด่าออกไป
"ไอ้เวรตะไล" คุณชายหานด่าส่วนคุณชายติงมองไป๋กุนหลางอย่างเป็ห่วง
"แย่แล้วลูกพี่"สมุนคนหนึ่งพูด
กับหม่าชงซี
"อย่าห่วงองค์ชายห้าไม่มีทางแพ้"
หม่าชงซียืนยันหนักแน่น
"เฮอะ!!นี่น่ะรึว่าที่จักรพรรดิองค์ต่อไปหรือราชอาณาจักรแสงสว่างจะตกต่ำลงเสียแล้ว" ชายผมแดงพูดขึ้น
"ข้าไม่คิดว่าเขาจะได้เป็นะ" ชายผมดำ
"ข้าก็ว่าอย่างนั้นคนหน้าไม่อายแบบนี้ไม่มีทางได้เป็จักรพรรดิหรอก" หญิงสาว600 ซีซีว่า
ด้านองค์ชายใหญ่ก็พุ่งเข้าหาไป๋กุนหลางทันทีตอนนี้้าแค่ชัยชนะเื่อื่นไว้ว่ากันทีหลังส่วนไป๋กุนหลางก็ได้ใช้วิธีหลบแล้วดูเชิงไปก่อนไม่ได้รีบร้อนโจมตีแต่อย่างใดแล้วก็…..
'เอ๊ะ!นั้นก้าวเท้าผิดนี้ , นั้นย่อตัวผิดจังหวะนั้นก็ออกหมัดเร็วไปหน่อยนะ...นี่ตูกำลังทำอะไรอยู่วะเนี้ย!!' ไป๋กุนหลางคิดอย่างงงๆเพราะตอนแรกเขาคิดจะหลบแล้วหาโอกาสสวนแต่พอเข้ารอบสองใจเขามันก็อยากจะดูว่าองค์ชายใหญ่รำได้สวยเป๊ะเหมือนเดิมหรือไม่ ขอสรุปคืออาจจะเป็เพราะต้องแบ่งสมาธิไปควบคุมพลังวัตรมากกว่าเดิม
เลยทำให้องค์ชายใหญ่ออกกระบวนท่าไม่ได้เป๊ะเหมือนเดิม
ตอนนี้ไป๋กุนหลางกำลังมองดูองค์ชายใหญ่ที่เหนื่อยหอบเป็หมาหอบแดดเพราะครั้งนี้องค์ชายใหญ่ไม่สามารถก้มหน้าก้มตารำมวยอย่างเดียวได้ เขาต้องแบ่งสมาธิไปควบคุมการปล่อยพลังวัตรออกมาจากร่างกายด้วยทำให้การรำมวยแค่สองรอบก็ได้ทำให้องค์ชายใหญ่เหนื่อยจนแทบสิ้นสติ
"แฮกแฮก...ไป๋กุนหลางแฮกแฮก...นี่เ้าทำเป็แค่หลบหนีไปมาอย่างคนขี้ขลาดเท่านั้นรึ แฮกแฮก...ถ้าเ้าแน่จริงก็มาสู้กันตรงๆอย่างลูกผู้ชายสิ..แฮกแฮก.." องค์ชายใหญ่ที่ตอนนี้มีเหงื่อท้วมตัวพูดขึ้น
เมื่อได้ยินอย่างนี้ไป๋กุนหลางก็พุ่งเข้าไปแทงกระบี่ใส่องค์ชายใหญ่ทันทีโดยไม่สนใจอะไรแล้วเพราะการต่อสู้กับองค์ชายใหญ่ครั้งนี้ได้ทำให้เขารู้สึกเหมือน สมาธิกำลังจะแตกซ่าน ธาตุไฟกำลังจะเข้าแทรกเพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองเป็บ้าเขาจึงคิดจะจบการต่อสู้ครั้งนี้ให้เร็วที่สุด
ด้านองค์ชายใหญ่ที่เห็นไป๋กุนหลานพุ่งเข้ามาก็ต่อยหมัดสวนออกไปทันทีโดยไม่สนใจกระบี่ที่ทิ่มแทงมาที่เขาเพราะเขาได้สังเกตดูแล้วว่ากระบี่นี้ไร้ซึ่งพลังวัตรห่อหุ้มทำให้เขาคิดว่าไป๋กุนหลางเป็เพียงแค่นักสู้ และกระบี่ของนักสู้ก็ไม่อาจแทงทะลุพลังคุ้มครองกายของเขาได้
แต่องค์ชายใหญ่คิดผิดเพราะกระบี่นี้ของไป๋กุนหลางได้ใช้ออกด้วย
สำนึกกระบี่ทัศนา
ประจักษ์ห้วงสมุทร
ทำให้พลังวัตรเปรียบเสมือนคลื่นใต้น้ำที่ลวงตาผู้มองดูให้ถูกหลอกด้วยความสงบนิ่งของผิวน้ำ
กว่าองค์ชายใหญ่จะรู้ตัวก็คือตอนที่
กระบี่ััผิวกายของเขาแล้วซึ่งตอนนั้นเขาก็หมดสิทธิ์ที่จะแก้ไขอะไรแล้วทำได้แค่เบิ่งตามองดูและรับพลังกระบี่เข้าไปเต็มๆ
เปรี้ยง!!!!!
องค์ชายใหญ่ที่รับพลังกระบี่ไปเต็มๆ
ก็กระเด็นไปไกลนับสิบเมตรและเพราะว่าบริเวณที่ทิ่มแทงอยู่แถวหัวไหล่ทำให้ตอนองค์ชายใหญ่กระเด็นนั้นเกิดการหมุนคว้างในแนวตั้งเหมือนลูกข่างประมาณ สี่ถึงห้ารอบแล้วตกกระแทกพื้นสลบเหมือดไป
ผู้ชมในสนามประลองล้วนแล้วแต่นิ่งอึ้งเพราะต่อให้พวกเขารู้แล้วว่าองค์ชายใหญ่ไม่ได้เก่งจริงแต่อย่างไรเขาก็เป็ถึงระดับอาจารย์การต่อสู้ไม่ควรจบลงอย่างง่ายดายขนาดนี้
"เ้า!! เ้าก็เป็ระดับอาจารย์ เ้าสาระเลว!! เ้าหลอกลวงพวกข้า!!" องค์ชายรองะโขึ้นด้วยความโกรธหลังจากเข้าใจเื่ราว
ด้านไป๋กุนหลางที่ได้ยินก็ตอบกลับไปว่า "ข้าไปหลอกลวงพวกเ้าตอนไหน? มีแต่พวกเ้าที่เข้าใจกันไปเองว่าข้าเป็แค่นักสู้ หรือว่าที่พี่ชายเ้ากล้าท้าประลองกับข้าเพราะเข้าใจว่าข้าเป็แค่นักสู้จึงหวังจะใช้พลังที่แข็งแกร่งมาข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่า ถ้านี่เป็เื่จริงทั้งเ้าทั้งพี่ชายก็ควรไปหากระโปรงมาใส่แทนกางเกงซะ!!!"
"เ้า!!..เ้า!!..เ้าสาระเลว!!!" องค์ชายรองไม่สามารถหาคำใดมาอธิบายได้เพราะสิ่งที่ไป๋กุนหลางพูดมาเป็ความจริงพวกเขาคิดว่าไป๋กุนหลางเป็แค่นักสู้จึงกล้าให้พี่ใหญ่ของเขาท้าทายและป่าวประกาศไปทั่วทั้งเมืองเพื่อให้ทุกๆคนเห็นไป๋กุนหลางที่
ถูกพี่ใหญ่เขาซ้อมจนต้องร้องไห้หาพ่อหาแม่แต่ตอนนี้เื่ทุกอย่างมันกลับตาลปัตรไปหมดจนเขาไม่รู้จะทำยังไงดี
องค์หญิงสี่ที่เห็นว่าพี่ชายไม่สามารถ
เถียงสู้ไป๋กุนหลางได้จึงได้กล่าวช่วยเหลือว่า "น้องห้าอะไรที่ทำให้เ้าคิดแบบนี้ที่พี่ใหญ่ท้าสู้เ้าหาใช่เพราะเห็นว่าเ้าอ่อนแอไม่แต่เพราะโกรธที่เ้าทำร้ายพี่ชายรองจนาเ็สาหัสแล้วไม่สำนึกรู้สึกเสียใจ แต่กลับไปเที่ยวหาความสำราญอยู่ในหอสราญรมย์และในเมื่อเ้าชนะแล้วก็อย่าได้เหยียบย่ำซ้ำเติมพี่ชายของเ้าได้หรือไม่ยังไงพวกเราก็เป็พี่น้องกันนะ"
เหล่าเพื่อนๆของพวกสามร้ายที่ได้ยินอย่างนี้ก็ร่วมด้วยช่วยกันด่าทอ
ไป๋กุนหลางยกเว้นลี่อินกับลี่ิ
"เฮอะ…" ไป๋กุนหลางี้เีต่อปากต่อคำกับพวกสามร้ายก็ได้เดินลงเวทีไป
ด้านผู้ชมเมื่อเห็นไป๋กุนหลางเดินลงเวทีก็เข้าใจว่าการประลองครั้งนี้รู้ผลแล้วทำให้พวกที่แทงข้างองค์ชายใหญ่จนหมดตัวถึงกับเป็ลมสลบเหมือดกันหมดเลย
ส่วนพวกหม่าชงซีต่างก็ยินดีกันถึงขนาดถ้ามีปะทัดพวกเขาคงจุดไปแล้ว
"พี่ชายท่านเก่งมากๆเลยเ้าคะ"
ไป๋เหมยเซี่ยนทันทีที่เห็นไป๋กุนหลางเดินเข้ามา
"องค์ชายเก่งมากเลยเ้าค่ะ" ปินปินและชูหลิง
"ไม่อยากจะเชื่อเลยที่แท้ท่านก็บรรลุระดับอาจารย์แล้ว" คุณชายติงพูดขึ้น
"ขอบใจท่านมากเพื่อนยากที่ช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าข้า ปะไปเลี้ยงฉลองกันวันนี้ข้าเลี้ยงเอง" คุณชายหานเอ่ยชวน
"ได้งั้นไปกันเลยแต่ต้องร้านอาหาร
ชั้นหนึ่งนะ" ไป๋กุนหลางพูด
"ฮ่าฮ่าฮ่า...ตกลง" คุณชายหานตอบ
และแล้วพวกเขาก็ได้เดินทางไปร้านอาหาร