ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 104 เจ้าหมูโง่ตัวหนึ่ง

            เมื่อเห็นท่าทีเขาเช่นนี้ผู้เฒ่านึกว่าเขาไม่พอใจกับตัวเลขนี้ จึงรีบอธิบาย “น้ำปราณแม้ว่าจะช่วยฟื้นฟูพลังปราณได้แต่นักฝึกตนที่พลังยิ่งสูง ความต้องการก็ยิ่งมาก อย่างเช่น จอมยุทธ์ระดับชั้นจันทราน้ำปราณหนึ่งหยดสามารถฟื้นฟูพลังปราณเขากลับมาได้แค่หนึ่งในห้าส่วนถ้าระดับสูงขึ้นก็ยิ่งต้องใช้มากขึ้น”

            แต่ถึงแม้จะเป็นแค่หนึ่งในห้าส่วนของพลังปราณกช่วยให้เอาตัวรอดได้ในสถานการณ์คับขันได้ ดังนั้นตัวเลขหนึ่งแสนนั้นต่ำสุดแล้วบวกกับเป็นการขายประมูล ถึงเวลานั้นยังไม่รู้ว่าจะสูงแค่ไหน

            โหยวเสี่ยวโม่พยักหน้าแกล้งทำเป็นรู้เรื่องสำหรับเรื่องนักฝึกตนเขายังไม่ค่อยรู้เรื่องมากนักรู้เพียงว่านักฝึกตนนั้นมีลำดับชั้นพลัง แบ่งเป็น ชั้นมนุษย์ ชั้นธรณี ชั้นสวรรค์ชั้นตะวัน ชั้นจันทรา ชั้นดวงดารา ชั้นอรุณ ชั้นวิญญาณ ชั้นราชัน ชั้นจักรพรรดิชั้นเทพ ชั้นพระเจ้า ทั้งหมดสิบสองลำดับชั้นคล้ายกับสิบสองลำดับขั้นของนักหลอมโอสถ

            ความหมายโดยรวมก็คือราคาต่ำสุดนี้ไม่ถือว่าสูงมาก

            ผู้เฒ่าเห็นสีหน้าเขาเรียบนิ่งก็โล่งอกเพราะความเป็นจริงของล้ำค่าเช่นน้ำปราณนี้ไม่ค่อยมีคนยอมเอาออกมาขายสักเท่าไรส่วนใหญ่จะเก็บไว้ใช้เอง เพราะเหตุผลนี้จึงเป็นที่ต้องการแต่ไม่มีแหล่งขาย

            “ราคาประเมินคร่าวๆ ออกมาแล้วไม่ทราบว่านายท่านต้องการขายน้ำปราณกี่หยด?”

            โหยวเสี่ยวโม่ไม่พูดให้มากความหยิบก้อนน้ำแข็งแกะสลักสูงพอกับคนออกมาสองตัวความเย็นจากน้ำแข็งแกะสลักนี้แผ่ซ่านจะเพิ่มความชื้นให้ห้องลับนี้อย่างมากแต่อุณหภูมิไม่ได้เปลี่ยนไปมาก

            ผู้เฒ่าเบิกตากว้างขณะที่เขาหยิบพวกมันออกมาตะลึงงันทันใด เขานึกว่าเจ้าหนุ่มนี่อย่างมากก็คงเอาออกได้เพียงห้าหกหยดเท่านั้นใครจะคิดว่ามีก้อนน้ำแข็งแกะสลักก้อนเบ้อเร่อขนาดนี้ แถมตั้งสองตัว

            ผู้เฒ่าตะลึงอย่างเห็นได้ชัดแม้ว่าจะเจอของน่าทึ่งมามากมายก็ตามฉงนอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ย “น้ำแข็งแกะสลักสองก้อนน่าจะหลอมเป็นน้ำปราณแท้ได้ราวเก้าสิบหยดแต่ข้าขอแนะนำท่านทั้งสองว่า ให้หลอมน้ำปราณออกมาก่อนแล้วค่อยขายประมูลดีกว่า”

            “ทำไมล่ะ?” โหยวเสี่ยวโม่รีบถาม

            “เพราะมีแต่นักหลอมโอสถที่หลอมมันได้หากนักฝึกตนได้น้ำปราณเหลวเช่นนี้ไปเขาก็ต้องไปหานักหลอมโอสถมาช่วยหลอมมันให้เป็นน้ำปราณแท้อยู่ดีดังนั้นมูลค่าที่ควรจะเป็นหนึ่งแสนก็จะลดเหลือเก้าหมื่น แต่เรื่องนี้ต้องทำโดยด่วนเพราะการขายประมูลจัดขึ้นพรุ่งนี้” ผู้เฒ่าเอ่ยพลางลูบเคราด้วยสายตาฉายแสงประกาย

            โหยวเสี่ยวโม่ขมวดคิ้วเพียงแค่หลอมขั้นเดียว ราคาก็ตกไปหนึ่งหมื่น ชักจะเอาเปรียบเกินไปแล้วสู้เขาเอาไปหลอมเองดีกว่า แต่เวลาเหลืออยู่เพียงครึ่งวันอีกเดี๋ยวยังต้องไปซื้อของกับหลิงเซียวต่อ เวลาคงไม่ทันกาล ทำเช่นไรดี?

            โหยวเสี่ยวโม่จ้องหลิงเซียวออดอ้อนขอความช่วยเหลือ

            หลิงเซียวที่ได้รับสาส์นขอความช่วยเหลืออดไม่ไหว เผยรอยยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นกับผู้เฒ่า “มีเงื่อนไขอะไรว่ามาเถอะ”

            ผู้เฒ่ากระแอมทีหนึ่งแก้เขินมิอาจปิดบังสายตาของหนุ่มนี่ได้เลย หากไม่มีชายหนุ่มคนนี้ เขาคงมีวิธีหลอกล่อเด็กหนุ่มนี่เพราะเขาดูไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับการขายประมูลเลย

            แต่ชายหนุ่มนี่ต่างกันเขาให้ความรู้สึกที่ว่าไม่มีเรื่องอะไรปิดบังเขาได้ จากนั้นจึงเอ่ย “ข้าสามารถช่วยหาคนหลอมน้ำปราณพวกนี้ให้ท่านได้แต่หลังจบเรื่องข้าขอน้ำปราณแท้สามหยดเป็นการตอบแทน”

            โหยวเสี่ยวโม่รีบคำนวณน้ำปราณสามหยดเท่ากับสามแสน แม้ว่าจะเป็นราคาต่ำสุด หากเอาไปขายประมูลโดยตรงเขาต้องเสียตั้งเก้าแสน แบบนี้ให้ผู้เฒ่าช่วยหาคนหลอมดีกว่า

            “ศิษย์พี่หลิง แบบนี้พอได้…” โหยวเสี่ยวโม่ดึงแขนเสื้อหลิงเซียวเบาๆ

            หลิงเซียวอดมะเหงกใส่เขาไม่ได้ดูท่าทีก็รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ นึกว่าตัวเองได้เปรียบความเป็นจริงคืออีกฝ่ายแทบไม่เสียอะไรเลยมีบางคนแม้มีเงินแสนตำลึงก็ใช่ว่าจะหาซื้อน้ำปราณได้ง่ายๆ

            “สองหยด” หลิงเซียวเอ่ย น้ำเสียงไม่ผ่อนปรนใดๆ

            ผู้เฒ่าเดาได้ว่าคำตอบจะเป็นเช่นนี้จึงตอบอย่างไม่ลังเล “ตกลง แต่น้ำปราณแปดสิบแปดหยดนี่ไม่ถือว่าน้อยท่านทั้งสองต้องการแบ่งขายเป็นสองครั้ง สามครั้งหรือไม่?”

            หลิงเซียวยิ้มร้ายลึกแล้วเอ่ย “ไม่ต้องขายครั้งเดียวก็พอ”

            ผู้เฒ่าชะงักพลันส่ายหัวยิ้มเขาคาดเดาได้เลยว่าการขายประมูลพรุ่งนี้จะคึกคักเช่นไรน้ำปราณแปดสิบแปดหยดจำนวนมากมายเช่นนี้ หากประมูลไปได้ วันข้างหน้าหากเกิดศึกการต่อสู้ก็มีสิ่งรับประกันชีวิตแล้วพวกมีพลังอำนาจแข็งแกร่งไม่มีทางปล่อยโอกาสงามเช่นนี้ไปแน่

            ถัดมาผู้เฒ่าก็หยิบแผ่นป้ายสีดำทองที่หลอมมาจากหยกให้หลิงเซียว “นี่คือป้ายสมาชิกที่โรงประมูลเจ็ดดาวทำขึ้นเป็นพิเศษเนื่องจากการซื้อขายของท่านทั้งสองมากกว่าห้าล้าน ซึ่งเป็นลูกค้าพิเศษของทางเรานี่คือหมายเลขที่นั่ง ถึงตอนนั้นท่านทั้งสองเพียงนั่งตามหมายเลขนี้ นอกจากนี้ป้ายนี้ยังสามารถใช้ได้กับทุกแผงร้านค้าและโรงประมูลด้านล่างของโรงประมูลเจ็ดดาวแห่งนี้ด้วย”

            ไม่ทันรอหลิงเซียวยื่นมือรับโหยวเสี่ยวโม่ก็รีบคว้ามาก่อนทันที

            ป้ายสีดำทองดูแล้วพิเศษด้านบนแกะสลักตราของโรงประมูลเจ็ดดาว ทำให้เขานึกถึงบัตรสมาชิกของห้างสรรพสินค้าแผ่นป้ายนี้ก็คงคล้ายกับการได้ส่วนลดอะไรประมาณนั้น อีกเดี๋ยวลองใช้เลยดีกว่า

            ผู้เฒ่าชำเลืองมองหลิงเซียวอีกฝ่ายนั้นใบหน้ายิ้มแย้มสง่า

            ในความรู้สึกเขานั้น เด็กหนุ่มคนนี้เป็นเพียงนักหลอมโอสถระดับล่างอาจจะแค่ขั้นหนึ่งหรือขั้นสองแต่ชายหนุ่มที่เขามาด้วยนั้นแทบจะรับรู้พลังเขาไม่ได้เลยนักหลอมโอสถขั้นสี่อย่างเขายังสัมผัสถึงพลังนั้นไม่ได้คนผู้นี้คงมีพลังไม่ต่ำกว่าชั้นจันทราแน่

            จอมยุทธ์เช่นเขากลับกล้าให้นักหลอมโอสถชั้นล่างมาแหย็มเขาความสัมพันธ์พวกเขาคงไม่ธรรมดา

            เมื่อทั้งสองจากไปผู้เฒ่ารีบเรียกสาวรับใช้เข้ามา แล้วกำชับนางเวลาไม่กี่ชั่วยามให้หลังห้ามผู้ใดเข้ามารบกวนเขาเด็ดขาดจากนั้นก็กลับเข้าห้องลับไปและปิดประตูลงกลอนแน่น

            น้ำปราณนั้นเป็นของดี แม้จะได้แค่สองหยดแต่ผู้เฒ่าก็ไม่คิดจะยกโอกาสแบบนี้ให้ใคร

            เพราะว่าน้ำปราณนอกจากจะช่วยนักฝึกตนฟื้นฟูพลังปราณได้แล้วยังช่วยให้นักหลอมโอสถหลอมยาได้สำเร็จและมีคุณภาพมากขึ้นโดยเฉพาะนักหลอมโอสถขั้นสูง ความผิดพลาดนั้นมีเยอะจนแทบแบกรับไม่ไหว แต่หากมีน้ำปราณนั้นผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิมแน่หากหลอมยาแล้วผสมน้ำปราณเข้าไปหยดเดียว ก็จะสามารถเพิ่มความสำเร็จได้เต็มร้อย

            ความสำเร็จสูงเพียงนี้คงไม่มีนักหลอมโอสถคนไหนไม่ใจเต้นเพราะมันแน่

             

            ……

             

            หลังออกจากโรงประมูล โหยวเสี่ยวโม่ยืนรอตรงริมถนนแต่ไม่เห็นแม้เงาของม้าเพลิงอัคคี

            หลิงเซียวไม่ได้เรียกมันมาแต่ตรงไปยังทิศที่ผู้คนพลุกพล่าน

            โหยวเสี่ยวโม่นิ่งชั่วครู่แล้ววิ่งตามเขาไป เขาเดาออกแล้วว่า ต่อจากนี้พวกเขาคงต้องเดินกันแทนแต่ของที่เขาจะซื้อนั้นเยอะพอสมควร หากนั่งรถม้าคงไม่สะดวกจริงๆ นั่นแหละ

            พวกเขากำลังอยู่ในย่านที่ครึกครื้นที่สุดในเมืองฮุยจี๋คนสัญจรไปมานั้นเยอะกว่าย่านได้สองเท่าได้ แม้ว่าถนนย่านนี้จะกว้างมากก็ตามกว้างกว่าถนนเมืองเหอผิงสองสามเท่า แต่ก็แลดูเบียดเสียดหากไม่ระวังอาจโดนเหยียบเอาได้

            โหยวเสี่ยวโม่ดึงแขนเสื้อหลิงเซียวไว้เดินตามประชิดไม่ห่าง คงกลัวว่าจะเดินหลงทางไปกับผู้คนที่เบียดแน่นสวนไปมาสายตาคู่นั้นพลันมองไปมาอย่างใคร่รู้

            หลิงเซียวแม้ไม่ได้หันมามองแต่ก็เดาท่าทางเขาออก มุมปากยิ้มโค้งขึ้นอย่างอารมณ์ดี จากนั้นหยุดเดินคนด้านหลังก็ชนเข้าเต็มแรง หันกลับมามองเขาที่กำลังถูจมูก กำลังจะพูดด้านหน้าก็มีเสียงอึกทึกดังขึ้น

            “ถอยไป หากไม่อยากตายถอยไปให้หมด!”

            คนกลุ่มท่าทางโหดเหี้ยมมีมีดปังตอคาดเอว จู่ๆก็เดินแหวกกลุ่มคนมา

            คนเดินนำกลุ่มนั้นเป็นชายกลางคนรูปร่างท้วมจากกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาให้ความรับรู้ได้ว่าเขาน่าจะเป็นผู้มีพลังชั้นจันทรา

            ตอนนี้เองคนกลุ่มนั้นเดินตรงรี่มายังทิศทางของพวกเขาอย่างกำแหง

            โหยวเสี่ยวโม่โผล่มาจากหลังหลิงเซียวมองไปแวบเดียวก็ต้องเบิกตาโต เขารู้จักคนที่เดินอยู่ด้านหลังชายอวบอ้วนคนนั้นเพราะไม่นานมานี้ พวกเขาพึ่งเจอกันหน้าประตูเมือง จึงรีบหดหัวกลับไปเหมือนเดิมกลัวว่าพวกเขาจะจำได้

            แต่เขาลืมไปว่า คนพวกนั้นจำลักษณะท่าทางหลิงเซียวได้ดีกว่ารูปลักษณ์เขามากนักรวมถึงราศีของหลิงเซียวนั้นโดดเด่นกว่าผู้คน ยืนอยู่ท่ามกลางคนจึงเห็นได้ง่ายคนพวกนั้นเห็นเขาตั้งแต่อยู่ห่างไปสิบกว่าเมตรแล้ว

            “ลูกพี่ มันนั่นเอง!”

            “ใช่แล้วมันนั่นแหละที่ทำร้ายรองประมุขพรรค”

            คนพวกนั้นท่าทีกล้าๆ กลัวๆชี้มายังหลิงเซียว ท่าทางไม่ได้ผวาแต่อย่างใด แต่กลับกลายเป็นกำเริบเสิบสานได้ใจสายตาที่มองหลิงเซียวนั้นอำมหิตกว่าเดิม กล้าแตะต้องคนของแก๊งเขี้ยวหมาป่าวันนี้ต้องเอาคืนเขาเป็นร้อยเท่า

            เวลาอันรวดเร็วคนกว่ายี่สิบคนก็พุ่งมาหน้าหลิงเซียว ชายกลางคนหยุดห่างไปราวสองสามเมตรบนบ่านั้นแบกขวานอันใหญ่ไว้เดินนำหน้ามาไม่กี่ก้าว กระตุกกล้ามเนื้อบนใบหน้าเอ่ยอย่างโหดเหี้ยม “พวกแกคือคนที่ทำร้ายน้องรองข้างั้นรึ?”

            น้องรองที่ว่ายื่นหัวออกมาดูอีกรอบสายตาจดจ้องชายกลางคนหลายรอบ จากนั้นบ่นอุบอิบ “ไม่เห็นเหมือนกันเลย”

            หลิงเซียวได้ยินเสียงเขาอุบอิบก้มหน้ายิ้มบางๆ มองเขา จากนั้นเลื่อนสายตาไปยังชายกลางคน ยิ้มแล้วเอ่ย “ขออภัยข้าไม่รู้จักน้องรองของเจ้า แต่ไม่นานนี้ข้าได้เจอหมูโง่อยู่ตัวนึง หรือว่าเขาเป็นน้องเจ้าเองหรอกหรือ?”

            “คิก…” โหยวเสี่ยวโม่กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663