เบื้องหลังของหูหลี่ไป๋คือกองโจรหุบเขานับร้อยชีวิต หากแต่เบื้องหลังของปรมะคือนักรบชุดเกราะเต็มอันตราศึกหลายพันนาย
บัดนี้บรรยากาศแห่งการฆ่าฟันปกคลุมอบอวลไปทั่วบริเวณ สายตาของพวกมันทั้งสองมองประสานกันและกัน ราวกับว่าต้องการหยั่งลึกถึงความคิดและแผนการของอีกฝ่ายให้ลุแจ้ง
แสงแดดสาดส่องลงมา ดวงตาของปรมะหดแคบ มันไม่พบจิตสังหารใดที่แพร่ออกมาจากศัตรูแม้แต่น้อย หรือเป้าหมายของกองโจรหุบเขาหาใช่การปะทะฆ่าฟันกัน???
“หูหลี่ไป๋ เจ้ากล้ามากที่ปรากฏตัวต่อหน้าขอแบบนี้” ปรมะกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็น
หูหลี่ไป๋ตอบ “ปรมะ วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อต่อสู้กับเจ้า แต่ข้ามาเพื่อเจรจา”
“เจรจางั้นรึ??”
หูหลี่ไป๋กล่าวแสดงความต้องการออกไปอย่างไม่ปิดบัง “ข้าต้องการเข้าพบกับหัวหน้ากองกำลังมหาโจรครองฟ้า”
ได้ยินดังนั้นปรมะระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น “ฮะฮาฮ่าๆ เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? หัวหน้าของพวกเรา หาใช่ตัวตนที่คนสามัญเช่นเจ้าคิดจะพบก็พบได้”
“ปรมะ...กองโจรหุบเขาของข้าเหนื่อยล้ามามากพอแล้ว เราต้องการที่จะหยุด ข้าจึงตัดสินใจยอมเข้าร่วมสวามิภักดิ์ ให้กองโจรหุบเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมหาโจรครองฟ้า”
ปรมะแย้มยิ้มเย้ยหยันพร้อมกล่าว “หูหลี่ไป๋ เจ้าไม่คิดว่าตนเอง คิดได้ช้าไปงั้นรึ?? ในอดีตพวกเราสองคนมีฐานะที่ทัดเทียม แต่ดูสารรูปของเจ้าตอนนี้สิ การมีอยู่หรือไม่มีอยูของกองโจรหุบเขา ไม่ส่งผลอันใดกับมหาโจรครองฟ้าอีกแล้ว”
หูหลี่ไป๋ยังคงตอบกลับด้วยเสียงเรียบ “ในเรื่องนี้ข้าเข้าใจดี หากไม่สามารถเข้าพบหรือยอมสวามิภักดิ์ต่อมหาโจรครองฟ้าได้ อย่างน้อยๆก็ขอให้พวกเราได้รอดชีวิต จะให้กองโจรหุบเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพผี ข้าก็ไม่มีอะไรจะปฏิเสธ”
อีกฝ่ายกล่าวมาถึงตรงนี้ ถึงกับทำให้ปรมะฉีกยิ้มกว้าง“หากกองโจรหุบเขาของเจ้า คิดจะเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพผี ข้าอาจรับไว้พิจารณาได้ แต่ว่านะ ข้าไม่เคยไว้ใจพวกเจ้าเลยนะสิ คนที่ยอมสู้จนพินาศย่อยยับ บริวารนับพันนับหมื่นหลงเหลือเพียงร้อย จะมายอมแพ้ง่ายๆเช่นนี้ได้อย่างไร? คิดรึว่าข้าเป็นพวกขาดเขลาเบาปัญญารึ??”
ได้ยินเช่นนั้นหูหลี่ไป๋พยักหน้าขึ้นลง “กองโจรหุบเขา จะขอแสดงความจงรักภักดี โดยการนำพากองทัพผีเข้าสู่เผ่าเอ้อหวินเค่อให้สำเร็จ”
ปรมะหรี่สายตาลงเล็ก มันมองไปที่อีกฝ่ายด้วยความเงียบ จงขุยลูกน้องคนสนิทที่อยู่ข้างกายกระซิบกล่าวถึงแผนการ “ให้พวกมันยอมเป็นทัพหน้า รับความเสียหายจากปืนใหญ่ดินดำ จะเป็นประโยชน์กับเรา มากกว่าฆ่าทิ้งไปเสียเปล่า”
ฟังดังนั้นปรมะจึงกล่าว “เจ้าจะยอมเป็นทัพหน้า บุกเอ้อหวินเค่อให้กับข้าหรือไม่??”
หูหลี่ไป๋ ส่ายหน้าปฏิเสธอีกครั้ง “ไม่ ข้ามีความคิดที่ดีกว่า สายของข้ารายงานว่า เจ้าสามารถจับตัวผู้นำเผ่าเอ้อหวินเค่อมาได้ ข้าจึงจะขอรับหน้าที่เกลี้ยกล่อมมันผู้นั้น รับรองว่ามันจะต้องยอมศิโรราบแก่กองทัพผีภายในหนึ่งคืน”
ได้ฟังดังนั้น จงขุยระเบิดเสียงหัวเราะดัง “เจ้า คิดว่าตัวเองสามารถทำในสิ่งที่พวกเราทำไม่ได้งั้นรึไง?? เอ้อหวินซาง มันทนรับทัณฑ์ทรมานสารพัดอย่าง แต่ก็ยังไม่ยอมจำนนให้กับเรา”
หูหลี่ไป๋ตอบกลับ “หากข้าสามารถทำได้ ค่อยรับเราเข้าร่วมกองทัพผีก็ไม่สาย แต่หากทำไม่ได้ กองโจรหุบเขาจะยอมรับความตาย โดยไม่ขัดขืนแม้แต่คนเดียว”
ได้ยินเช่นนั้นปรมะ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสั่งการออกไป “นำตัวนักโทษออกมา”
เวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป ม้าตัวใหญ่ได้ลากกรงเหล็กที่ใช้กักขังสัตว์ใหญ่ออกมา หากแต่ในกรงไม่ได้เป็นสัตว์ป่า แต่เป็นร่างกำยำของชายวัยกลางคน เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมาก ผมเผ้ารุงรังแห้งกัง ใบหน้ามีรอยแส้จำนวนมากปรากฏอยู่มันผู้นี้คือหัวหน้าคนปัจจุบันของเผ่าเอ้อหวินเค่อ นามว่า เอ้อหวินซาง
เอ้อตูเล่อหลางเห็นสภาพของลุง ถึงกับไม่สามารถข่มสะกดความโกรธไว้ได้ มันเกือบจะพุ่งตัวออกไป หากแต่คมดาบที่จ่อคอของมันอยู่ ได้กดลึกลงไปทำให้ผิวสีขาวเผยให้เห็นรอยกรีดสีแดง
ฉีเต๋อผู้ที่กำลังใช้ดาบจ่อคอของอีกฝ่ายได้กล่าว “อย่าโทษข้า พวกเราได้รับมอบบทบาทผู้คุมกับนักโทษ หากเจ้ายังแข็งขืน ข้าก็จำต้องลงดาบเรียกเลือดของเจ้าออกมา” ได้ยินเช่นนั้นเอ้อตูเล่อหลางจึงค่อยๆสงบสติอารมณ์ลง
เวลาเดียวกันปรมะมองไปยังกรงขังนักโทษและกล่าว “หูหลี่ไป๋ หากเจ้าไม่สามารถทำให้มันยอมจำนนได้ดั่งที่ปากพูด วันนี้กองโจรหุบเขาของเจ้า จะต้องกลายเป็นหุ่นเชิดผีดิบทั้งหมด”
หูหลี่ไป๋หาได้สนในคำขู่ของอีกฝ่าย มันเริ่มสั่งการออกไป “ฉีเต๋อ นำคนออกมา” กล่าวจบร่างของบุรุษหนุ่มได้ปรากฏต่อสายตาของกองทัพปรมะ จากนั้นฉีเต๋อได้ลดคมดาบปล่อยให้เอ้อตูเล่อหลางวิ่งเข้าหาผู้เป็นลุงด้วยความรู้สึกเป็นห่วง
เมื่อเอ้อหวินซางเห็นอีกฝ่าย มันเกิดอาการที่สับสน คลุ้มคลั่ง และหวาดกลัว ผิดแปลกไปจากที่เคย หูหลี่ไป๋ปล่อยเวลาให้คนทั้งสองสนทนากันเพียงหนึ่งถึงสองประโยคก่อนจะตะโกนออก “เอ้อหวินซาง ตัวเจ้าสามารถทนรับการทรมานแสนสาหัสได้ แต่ข้าคิดว่าหลานชายวัยเยาว์ของเจ้าไม่เหมือนกัน หากยังไม่ยอมทำตามที่พวกเราต้องการ ข้าคงต้องมอบทัณฑ์ทรมานพร้อมกับความตายให้เจ้าเด็กนี่แล้ว”
ได้ยินเช่นนั้นปรมะจ้องมองไปยังบุรุษหนุ่ม ใบหน้าของอีกฝ่ายละม้ายคล้ายกับศัตรูที่มันได้สังหารไป “เป็นอย่างนี้นี่เอง เจ้าเป็นบุตรชายของเอ้อตูเล่อหลานผู้นำคนก่อนสินะ”
คำขู่ของหูหลี่ไป๋ คล้ายทำให้สติของเอ้อหวินซางขาดสะบั้น มันตะโกนร้องเสียดัง “พวกเจ้าฆ่าน้องชาย มาวันนี้ยังคิดจะฆ่าหลานของข้า ชั่วช้าต่ำทราม สวรรค์จะต้องลงโทษพวกเจ้า”
หากแต่หูหลี่ไป๋กล่าวออกเพียงสั้นๆ “กุนซือ” ได้ยินเช่นนั้นหนิงเทียนคว้าจับเกาทัณฑ์ขึ้นมา มันรั้งยิงออกไป ลูกธนูพุ่งตรงเสียบทะลุหัวไหล่ซ้ายของเอ้อตูเล่อหลางในพริบตา
ฉัวะ!!!
แม้เอ้อตูเล่อหลางจะใช้เวลาสั้นๆในการกล่าวอธิบายกับผู้เป็นลุงแล้ว แต่ถึงกระนั้นเพื่อความสมจริงและทำให้ปรมะยอมเชื่อใจ บุรุษหนุ่มไม่หวาดกลัวที่จะเล่นแผนเจ็บตัว แต่ด้วยความแม่นยำของผู้รั้งสายเกาทัณฑ์เป็นหนิงเทียน ลูกธนูที่ดูเหมือนจะฉีกกระชากหัวไหล่ของเด็กหนุ่มกลับกลายเป็นแทงทะลุเนื้อหนังโดยไม่กระทบถูกกระดูกแม้เพียงหนึ่งชุน
เอ้อหวินซางก็ไม่ใช่คนโง่เขลา ถึงมันจะไม่เชื่อใจพวกโจร แต่มันเชื่อมั่นในตัวของหลานชายมากกว่าใคร ด้วยเหตุผลและโอกาสอันน้อยนิด จึงไม่รีรอที่จะพ่ายเรือตามน้ำ“ตกลง ตกลง ข้าจะนำพาพวกเจ้าเข้าไปในเผ่าเอ้อหวินเค่อ แต่พวกเจ้าต้องรับปาก ห้ามทำอันตรายใดๆหลานชายของข้าเป็นอันขาด”
ได้ยินเช่นนั้นหูหลี่ไป๋มองกลับไปที่ปรมะและกล่าว “ข้าสามารถเกลี้ยกล่อมเอ้อหวินซางได้แล้ว ที่นี่เจ้าจะยอมรับพวกเราเป็นส่วนหนึ่งได้หรือยัง??”
ปรมะจับจ้องไปที่อีกฝ่ายอย่างไม่วางตา “อันดับแรก หูหลี่ไป๋ เจ้าควรเปลี่ยนคำเรียกตัวข้าก่อนนะ”
หูหลี่ไป๋สูดลมหายใจเข้าลึก พร้อมกล่าวออกมา “ท่านปรมะ โปรดรับพวกเราเข้าร่วมกองทัพผีของท่านด้วย”
อีกฝ่ายฉีกยิ้มด้วยความพึงพอใจ หากแต่มันมิได้ตอบรับในทันที แต่ปรมะได้กล่าวไปว่า “ให้ข้าทดสอบความสามารถของเจ้า ว่าคู่ควรเป็นทหารเลวของข้าหรือไม่?” สิ้นเสียงปรมะยกมือขวาขึ้นมา มันพึมพำอักขระอาคมจำนวนมากและเป่าลมเข้าไปในฝ่ามือ จากนั้นมันใช้ฝ่ามือขว้างปาออกมา ทหารเดินเท้าของมันสามคน จากระดับความแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธขั้น1พุ่งขึ้นมาเป็นขั้นที่3ในทันที
จากนั้นทหารเดินเท้าทั้งสามพุ่งร่างเข้าใส่ม้าศึกของผู้นำกองโจรหุบเขาอย่างคลุ้มคลั่งราวกับคนไร้สติ
ดวงตาของหูหลี่ไป๋หดแคบ มันมองไปยังความสามารถของปรมะพร้อมกับพึมพำออกมา “หุ่นเชิดผีดิบ” จากนั้นมันตะโกนสั่งการออกไป “ฉีเต๋อจัดการ”
เงาร่างกำยำของจอมหมัดฉีเต๋อพุ่งมาจากทางด้านหลัง พลังวัตรและพลังกาย ในขั้น3 ระเบิดออกมา หนึ่งหมัดของฉีเต๋อระเบิดศีรษะของหุ่นเชิดผีดิบ จากนั้นสองมือของฉีเต๋อคว้าจับศีรษะของอีกสองตนที่เหลือก่อนจะออกแรงกระชากศีรษะให้ขาดออกจากร่างกายในทันที
ปรมะมองไปที่อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “จอมหมัดฉีเต๋อแม้จะอยู่ในขั้น3 แต่สามารถฝึกพลังวัตรและพลังกายไปพร้อมกันได้ หากเลือกฝึกอย่างใดอย่างหนึ่งคงจะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธในขั้น5ไปแล้ว”
จงขุยที่อยู่ข้างกายพึมพำด้วยความเบื่อหน่าย “ก็แค่พวกขยะไม่ใช่หรือไง” กล่าวจบ มันพุ่งทะยานร่างออกไป อาวุธของจงขุยคือดาบเหล็กคู่ เมื่อสองมือกระชับดาบเหล็กคู่ ศัตรูที่ขวางหน้าจะถูกผ่าออกเป็นสองส่วน
ด้วยระดับพลังที่แตกต่างกัน จงขุยเป็นถึงผู้ฝึกยุทธขั้น7 แม้ฉีเต๋อจะเป็นผู้ฝึกยุทธสองสาย ก็หาใช่คู่ต่อสู้ของมันไม่ พลังวัตรของทั้งสองแตกต่างกันเกินไป
เห็นเช่นนั้น หนิงเทียนที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่บนอาชาศึก สะบัดแขนเสื้อออกไปหนึ่งครั้ง ก้อนหินขนาดเท่าหนึ่งกำปั้นพุ่งตรงขัดขวางเส้นทางดาบของจงขุย
ฟิ้วววววว!!!! เปรี้ยงงงง
ก้อนหินธรรมดาไม่อาจรับความคมของคมดาบได้ หากแต่ทิศทางที่หนิงเทียนซัดออกไปกระทบเข้ากับด้านแบนของดาบ จงขุยได้รู้สึกถึงน้ำหนักอันมหาศาล ทิศทางที่ฟาดฟันจึงแฉลบออกห่างจากร่างของฉีเต๋อไปคนละทาง
สายตาของจงขุยจ้องมองกลับมาที่ผู้ซัดก้อนหินใส่มันทันที เห็นเช่นนั้นหนิงเทียนยกยิ้มตอบกลับโดยไม่ได้กล่าวคำใดออกมา
เป็นเวลาเดียวกันกับที่เสียงคำรามของปรมะดังขึ้น “หูหลี่ไป๋ คนที่ข้าต้องการรู้มากที่สุด ก็คือความแข็งแกร่งของเจ้า” จากนั้นร่างของปรมะ ทะยานออกจากคชสารศึก อาวุธของนักบวชผีผู้นี้คือประคำเหล็ก พลังวัตรในขั้นที่7 เสริมกำลังการโจมตีในฉับพลัน หูหลี่ไป๋ไม่รอช้า มันวาดดาบฆ่าพยัคฆ์เข้าปะทะ
เปรี้ยง!!!
พลังวัตรของทั้งสองคน คู่คี่สูสีกันเป็นอย่างมาก แรงสะท้อนดีดร่างของปรมะให้กลับมายังคชสารศึก ส่วนแรงปะทะทำให้อาชาของหูหลี่ไป๋ร่นถอยไปถึงสิบก้าว
หูหลี่ไป๋ประเมินความแข็งแกร่งของศัตรูได้ในพริบตา พลังวัตรของพวกมันเท่าเทียมกัน สิ่งที่จะตัดสินผลแพ้ชนะ คงขึ้นอยู่กับว่า พลังกายและความเร็วของมัน จะสามารถตอบโต้คุณไสยที่อีกฝ่ายเรียนรู้ได้มากเพียงใด
อึดใจต่อมา เสียงระเบิดหัวเราะของปรมะดังขึ้น “ฮาฮ่าๆ ดีมาก ดีมาก หากกองโจรหุบเขายอมเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพผี ไม่ช้านาน ข้าปรมะจะกลายเป็นผู้นำของเหล่าห้าดารา ความฝันที่จะเป็นอันดับสองของมหาโจรครองฟ้าอยู่ไม่ไกลแล้ว”...