และแล้ว เมื่อผู้เข้าสู่เส้นทางการฝึกยุทธ์มาเยือนหน้าหมู่บ้านฟ้าคำราม รับตัวเด็กสาว ไปคัดเลือกยังสำนักธาร์ ในวันรุ่งก็มาถึง…
เฉินหนาน ตั้งใจคิดจะมาส่งน้องสาว พร้อมกับหัวหน้าหมู่บ้าน จางเสวี่ยนเป็ครั้งสุดท้าย ทว่าไม่คิดจอมยุทธ์ที่มารับ ซุ่ยปิงไปคัดเลือก จะเป็ศิษย์พี่หญิง เจียเจีย
ในตอนนั้นที่เฉินหนานออกจากสำนักธาร์ เกรงว่าจะมีแค่ ศิษย์พี่หญิง เจียเจีย ที่เห็นใจเขาจากใจจริง
ครั้นเมื่อเจียเจีย มารับคนจากหมู่บ้านฟ้าคำราม เกิดปรากฏการณ์ประหลาด แทบไม่ได้ใส่ใจอะไร ทว่าเมื่อเห็นเด็กหนุ่มผิวแห้งกร้าน สวมใส่ชุดหนังสัตว์หยาบๆ พร้อมรองเท้าขาด ก็คล้ายนางไม่มีทางลืมศิษย์น้องเฉินหนานคนนี้
เจียเจีย พลันเผยสีหน้าใ เล็กๆ เมื่อเรียกขานนามอีกฝ่ายขึ้นมา “เฉินหนานงั้นหรือ?”
ซุ่ยปิงเด็กสาว ประสานฝ่ามือก้มหน้า ต้อนรับจอมยุทธ์ พลันสะกิดแขนพี่ชาย เบาๆ “คนรู้จักของท่านพี่ เช่นนั้นหรือ?”
เฉินหนาน ประสานฝ่ามือ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น จ้องมองศิษย์พี่หญิง เจียเจียอย่างพิจารณาด้วยสายตาเ็า แล้วกล่าวแบบขอไปที “ข้าไม่รู้จักท่าน”
สตรีผู้งดงามคิ้วโค้งเป็คันศร หน้าอกกระเพื่อมไหว เล็กๆ เมื่อหายใจแรง “เฮ้อ! ผ่านไปร่วมเดือนเ้าก็ลืมข้า ศิษย์พี่เจียเจียเสียแล้ว”
เฉินหนาน เองก็ผ่อนลมหายใจ ครั้นรับรู้สถานะตนเองดี เขาพลันเผยสายตาเล็กแคบ เท่ารูเข็ม “ท่านคิดจะดูถูกข้างั้นหรือ ศิษย์พี่เจียเจีย”
สตรีหัวเราะเล็กๆ “ไม่ใช่อย่างนั้นเสียหน่อย ขอข้าพูดคุยกับเ้าเป็การส่วนตัว จะได้หรือไม่”
ครั้นพวกเฉินหนานปลีกตัวออกไปพูดคุยเป็การส่วนตัว นางก็กล่าวขอโทษเฉินหนาน “สำนักธาร์ ไม่อาจ มอบความยุติธรรมให้เ้าได้ เื่นี้ข้าจำเป็ต้องขอโทษเ้าด้วย หากเ้าไม่ว่าอะไร ไปที่ตระกูลของข้า…”
เฉินหนานเอ่ยเสียงเรียบ ตัดฉับทันควัน “ไม่จำเป็ ศิษย์พี่เจียเจีย ไอ้ตี้เทียน มันต้องชดใช้สิ่งที่มันกระทำ” เมื่อแววตาเฉินหนาน มีไฟความแค้นสุมทรวง ปรากฏในดวงตาบ้าคลั่ง
เจียเจีย กล่าวเสียงคล้ายบอกให้อีกฝ่ายอย่าคาดหวัง กับสิ่งที่เป็ไปไม่ได้ “ตี้เทียนบัดนี้ เขามีแต่จะรุ่งโรจน์ ก้าวเดินไปข้างหน้าราวกับราชัน พยัคฆ์ติดปีก”
“ส่วนเ้าเปลี่ยนไปไม่น้อยเลยนะ ศิษย์น้องเฉินหนานผู้ร่าเริงของข้า แต่เ้าอย่าลืมสถานะของเ้าในตอนนี้ ข้าเตือนด้วยความหวังดี” เมื่ออีกฝ่ายเตรียมยื่นของบางสิ่งออกมาให้
เฉินหนานกล่าวปฏิเสธด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่จำเป็ศิษย์พี่หญิงเจียเจีย แต่ข้าฝากท่านดูแล น้องสาวของข้าแทนจะได้หรือไม่?”
เจียเจีย นางหันกลับมามอง ซุ่ยปิง รู้สึกพี่น้องสองคนนี้แปลกๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เมื่อเอ่ยให้คำมั่น “ได้เฉินหนาน ข้าจะช่วยดูแล นางให้เอง”
เมื่อเจียเจียเดินทางจากไปพร้อมซุ่ยปิง จวนมองไม่เห็นแผ่นหลังของทั้งคู่ ขี่เรือเหาะลำเล็ก ลับสายตาไป…
เฉินหนานก็ถึงกับถอนลมหายใจออกมายาว “หวังว่าเ้าจะไม่ลืมคำพูดข้านะ ซุ่ยปิง”
พร้อมสายตาเฉินหนานเผยความมุ่งมั่น เมื่อเขาเตรียม เริ่มฝึกฝนตนเองอย่างจริงจังอีกครั้ง ต่อให้ขีดจำกัดร่างกาย จะไปถึงจุดสูงสุดของคนธรรมดา เขาก็จะทะลวงข้ามขีดจำกัด มัน ซ้ำๆ
แม้แต่หัวหน้าหมู่บ้านจางเสวี่ยน ยังรู้สึกแปลกใจ เมื่อเห็นเ้าเฉินหนาน ปีนป่ายขึ้นหน้าผาสูง ออกไปเก็บสมุนไพร สถานที่อันตรายอย่างไม่หวาดเกรง
เห็นได้ชัดเจนว่า เขามีความคล่องแคล่ว ชำนาญเหนือกว่าในยามก่อนมากโข ทำให้ผู้คนต้องประหลาดใจ กับกำลังแขนของเ้าเฉินหนาน
เพียงครึ่งวัน…เขาก็สามารถไต่หน้าผาสูง ขึ้นไปยังจุดเหนือเมฆได้
เฉินหนานใช้เวลาปีนป่าย หน้าผาทั้ง 5 คล้ายนิ้วมือขนาดใหญ่ ตลอด่3-4วัน ทุกครั้งที่กลับลงมา เขาจะเอาสมุนไพร อายุหลักร้อยปี ลงมาปลูกบริเวณหน้าผา ใต้เมฆที่มีอายปราณพลังแปลกประหลาด สามารถให้เหล่าชาวบ้าน เข้ามาเก็บคว้ามันไปได้
สิ่งนี้จะมีประโยชน์สำหรับ ผู้เปิดเส้นชีพจร ภายภาคหน้าแน่
ส่งผลให้เฉินหนานขึ้นลง หน้าผาสูงอยู่ตลอด กำลังนิ้วมือของเขา พุ่งทะยานขึ้นมาไม่น้อย หินก้อนเล็ก สามารถถูกฝ่ามือ เขาบดขยี้ ให้กลายเป็ผุยผง ในเสี้ยวพริบตา
ครั้นลองรีดเค้นพลังงานโกลาหล ภายในจุดตันเถียน นิ้วมือที่แข็งกร้าวเป็สีม่วง ก็ปรากฏกรงเล็บใบมีด ขึ้นมาถึง4นิ้ว ทำให้เฉินหนานคลี่ยิ้ม แปลกประหลาดขึ้นมาได้
“สิ่งนี้น่าจะเป็ไม้ตาย การเอาตัวรอดของข้า่นี้ได้”
ครั้นเฉินหนาน ยืนบนยอดผาสูงเหนือเมฆ สูดลมหายใจเข้าไปลึกจนเต็มปอด เขาก็ลอง ปา กรงเล็บใบมีด แหวกอากาศ จนเกิดเสียงหวีดหวิว
ฟิ้ว! ฟิ้ว! เมื่อเมฆแหวกเป็เส้น 4 สาย พุ่งออกไป
เฉินหนานยกยิ้มเล็กๆ ก่อนจะมองไปทิศทาง ที่ตั้งของสำนักธาร์ “เกรงว่าน้องสาวข้า จะเข้าสำนักธาร์สำเร็จแล้วกระมัง?”
ทันใดร่างหนุ่มน้อย เหงื่อไหลโทรมกาย จะฝึกฝนต่อไป เมื่อปล่อยเพลงหมัดพื้นฐารของสำนักธาร์
เท้าที่ย่างก้าว กระแทกหมัดออกไปเบื้องหน้า วูม! ก่อนหมุนตัวกลับมา ชกสองหมัดพร้อมกัน แล้วหมุนคลื่นธาราดึงศัตรูกลับมาในตอนท้าย เมื่อซัดฝ่ามือสาดน้ำออกไปให้ยอดหญ้าพัดไหว
ภาพการออกกระบวนท่าพื้นฐาน ของเฉินหนาน ล้วนอยู่ในสายตา ผู้ขี่กระบี่วิเศษมาเยือนทั้งสอง
เมื่อสตรีถือน้ำเต้า มีผ้าบางๆ ปกปิดใบหน้า กระดกน้ำเต้าเข้าปาก ราวกับเทพเซียน หลุดออกมาจากภาพวาด แผ่ออร่าปราณพลังเยือกเย็นมาตลอดทาง
ใบหน้างามรูปไข่ เผยความทรงเสน่ห์มาแต่ไกล อายุนางน่าจะราวๆ 16-17ปี แต่แฝงไว้ด้วยความเ็า จากสายตาอย่างถึงที่สุด
อาภรณ์สีขาวสวยหรูของนางก็ไม่เหมือนผู้คนที่นี่ เมื่อเฉินหนาน มองสตรีกับชายหนุ่ม บินทะยานขี่กระบี่ ผ่านเขาไปในเสี้ยวขณะ
อีกฝ่ายก็มองเขาอย่างพิจารณา ชนิดหยุดชั่วครู่ ก่อนจะโยนน้ำเต้าหล่อเลี้ยงลงมา เมื่อสตรีนางนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง และโอหังออกมาในตอนท้าย “เ้าจะใช้มันได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับโชควาสนาของเ้าแล้ว”
เฉินหนานได้แต่ผสานฝ่ามือค้อมกายลงต่ำ ครั้นรับรู้ตัวตนของพวกเขา ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
อย่างน้อยๆ สตรีนางนั้นก็น่าจะเข้าสู่วิถียุทธ์9ขั้น ถูกเรียกจอมยุทธ์ได้อย่างเต็มปาก ในขั้นพลังขั้นเซียนยุทธ์เป็อย่างต่ำ