จางเฉินอวี้ หลี่เยว่ซิน และเด็กๆ 3 คน ยุ่งอยู่จนถึงช่วงสาย ลูกค้าจึงบางตาลง เมื่อพวกเขามานั่งพัก หลี่เยว่ซินจึงนำโจ๊กไก่ฉีก สามชั้นตุ๋นน้ำแดง และนมอุ่นออกมาให้ทั้งหมดทานเป็นมื้อเช้า
“พี่อวี้ พี่เยว่ซิน ลูกค้าถูกใจอาหารของพวกพี่กันใหญ่เลยครับ” โจวเฟยหยางกล่าวอย่างยินดี
“เค้กไข่กับขนมเปี๊ยะก็ขายไปได้มากแล้วนะคะ พี่เยว่ซินยังมีอีกไหมคะ หนูเกรงว่ายังไม่ถึงบ่ายขนมก็คงขายหมดแล้ว” หวังเจียวมิ่งรีบบอก
“ใช่ครับ ลูกค้าพอใจกันมาก ยังบอกอีกด้วยว่าอาหารของพวกพี่อร่อย และขนมก็ไม่เหมือนใคร ที่สำคัญคือราคาไม่แพงครับ” โจวเฟยเทียนพูดพลางตักโจ๊กกินอย่างหิวโหย
“ถ้าวันนี้ถ้าพี่ไม่ได้พวกเธอมาช่วย พี่สองคนคงทำอะไรไม่ถูกกันเลยล่ะ” หลี่เยว่ซินกล่าวขอบคุณ และเดินเข้าครัวไปยกโจ๊กและสามชั้นตุ๋นน้ำแดงมาเติมให้เด็กๆ อีก เพราะกลัวว่ามื้อกลางวันพวกเขาก็คงจะไม่มีเวลากิน
ทุกคนนั่งกินข้าวด้วยกันจนเสร็จ หลังจากนั้นสองสามีภรรยาก็เริ่มยกอาหารสำหรับมื้อกลางวันออกมาเตรียมให้บริการ และนำขนมออกมาเติมในตู้กระจก โดยมีเด็กๆ ทั้งสามคนเข้ามาช่วย
“พี่สาว วันนี้ยุ่งมากเลยนะครับ ช่วงเช้าผมกับพี่ใหญ่ปั่นจักรยานไปส่งของผ่านมาเห็นคนคึกคักมากเลยนะครับ” หลี่เฉินเดินเข้ามาในร้านและร้องทัก
“พ่อ แม่ พี่ใหญ่ น้องเล็ก” หลี่เยว่ซินร้องทักด้วยความยินดี “ทุกคนมากันได้อย่างไรคะ แล้วที่ร้านโน้นมีใครดูแลหรือคะ”
“พวกเราปิดร้านเอาไว้น่ะ อย่างไรวันนี้ก็เป็นวันเปิดร้านของลูก พวกเราตั้งใจมาแสดงความยินดี และอยากมาดูเผื่อเอาไว้ว่าพวกลูกอาจจะมีอะไรให้ช่วย” พ่อหลี่กล่าวด้วยเสียงยินดี
“ช่วงเช้านี้ยุ่งมากจริงๆ ค่ะ แต่ยังโชคดีที่มีเด็กๆ ทั้งสามคนนี้มาช่วย” หลี่เยว่ซินตอบ
“คุณพ่อตา คุณแม่ยาย ทุกคนกินอะไรกันมาหรือยังครับ เดี๋ยวผมไปเตรียมให้” จางเฉินอวี้ทักทายพวกเขา
“ไม่ต้องลำบากนายหรอก พวกเรากินมาเรียบร้อยแล้วล่ะ วันนี้ตั้งใจจะมาช่วยพวกนายให้เต็มที่เลย” หลี่หยุนตอบพวกเขา
“วันนี้พ่อกับแม่ปิดร้านทางโน้นมา…มันจะดีหรือคะ ลูกค้าทางโน้นคงบ่นกันแย่แล้ว” หลี่เยว่ซินถามพวกเขา
“เราติดป้ายบอกไว้ตั้งแต่ 2 วันที่แล้วว่าจะปิดร้านวันนี้หนึ่งวันครับ พี่สาวไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนลูกค้าบางคนที่สั่งของไว้ ผมกับพี่ใหญ่ก็จัดการไปส่งให้เสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เช้าแล้วล่ะครับ” หลี่เฉินรีบตอบพี่สาวเพราะกลัวเธอเป็นกังวล
“พ่อกับแม่เข้าไปนั่งพักผ่อนในบ้านก่อนได้นะคะ หน้าร้านมีพี่ใหญ่ น้องเล็ก และเด็กทั้งสามคนช่วยก็พอแล้วล่ะค่ะ” หลี่เยว่ซินบอกให้พ่อกับแม่ของเธอเข้าไปพักในบ้าน อย่างน้อยวันนี้ร้านของพวกท่านหยุด พวกท่านก็ควรจะพักผ่อนบ้าง และตอนนี้หน้าร้านของเธอก็มีคนเพียงพอแล้ว
“พ่อกับแม่ขอนั่งดูสักพักก่อน หากลูกค้าเข้ามามากแล้ว พ่อกับแม่จะเข้าไปพักอย่างที่ลูกว่า คนในร้านจะได้ไม่แออัดเกินไปด้วย” แม่หลี่บอกกับเธอ
หลังจากนั้นลูกค้าก็เริ่มเข้ามาใช้บริการ มีทั้งนั่งกินที่ร้าน และห่อกลับบ้าน โดยเฉพาะขนมอบลูกค้าก็ซื้อเยอะเช่นกัน หวังเจียวมิ่งจึงยืนประจำที่ตู้ขนมไม่ได้ย้ายไปที่อื่นเลย
โชคดีที่วันนี้จางเฉินอวี้และหลี่เยว่ซินเตรียมอาหารและขนมไว้เป็นจำนวนมาก พวกเขาคิดว่าเพราะเป็นวันเปิดร้านวันแรก ควรจัดเตรียมไว้ให้มากสักหน่อย หากเตรียมน้อยไปแล้วไม่พอขาย จะทำให้ลูกค้าไม่พอใจได้
ผ่านมื้อเที่ยงอันแสนวุ่นวายไปจนถึงบ่าย อาหารและขนมก็ถูกขายออกไปจนหมด ไม่มีเหลือพอขายไปจนถึงเวลาปิดร้านอยู่ดี พวกเขากำหนดเวลาเปิดปิดร้านไว้ที่หกโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น แต่วันนี้บ่ายสามโมง พวกเขาก็ขายของออกไปจนหมดแล้ว เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาพวกเขาก็ได้แต่กล่าวขออภัย ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจและบอกว่าวันหลังจะกลับมาใหม่
ทุกคนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้วยท่าทางหมดแรง หลี่เยว่ซินเข้าไปในครัว และนำพายกรอบรูปผีเสื้อ และชามะนาวทั้งแบบร้อนและแบบเย็นออกมาให้พวกเขาทานเป็นของว่าง
“วันนี้ต้องขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะ หนูไม่คิดเลยว่าเปิดร้านมาวันแรกก็จะยุ่งขนาดนี้” หลี่เยว่ซินกล่าวขอบคุณทุกคน
“ผมก็ต้องขอขอบคุณทุกคนเหมิือนกันนะครับ และวันนี้ขอเชิญทุกคนอยู่กินอาหารมื้อเย็นกับเราก่อนด้วยนะครับ” จางเฉินอวี้กล่าวขอบคุณและเชิญพวกเขาอยู่ทานอาหารในมื้อเย็นด้วย เขารู้สึกเกรงใจทุกคนเป็นอย่างมาก ครอบครัวบ้านหลี่ถึงกับปิดร้านเพื่อมาช่วย เด็กๆ ทั้งสามเสียสละเวลาพักผ่อนสุดสัปดาห์ของพวกเขา
“ไม่ต้องเกรงใจกันถึงขนาดนั้นหรอกจ้ะ แม่เห็นการค้าของพวกเธอวันนี้แล้ว แม่อดรู้สึกดีใจแทนพวกเธอไม่ได้ เพียงแค่เปิดร้านวันแรกมา พวกเธอก็เป็นที่นิยมในย่านนี้แล้ว” แม่หลี่กล่าวอย่างชื่นชม
“พ่อต้องยอมรับเลยว่าลูกทั้งสองคน มีความสามารถในการทำการค้าจริงๆ” พ่อหลี่กล่าวชื่นชมลูกสาวและลูกเขย
“พี่เยว่ซินคะ พรุ่งนี้พี่จะทำขนมอะไรหรือคะ” หวังเจียวมิ่งติดใจในรสชาติขนมของหลี่เยว่ซินมาก
“พี่ตั้งใจว่าจะเค้กไข่ใส่องุ่นตากแห้ง และหมั่นโถวย่างราดซอสนมสดน่ะ” หลี่เยว่ซินตอบ
“พี่เยว่ซินคิดขนมน่าทานอย่างนี้ออกมาได้อย่างไรคะ แค่นึกถึงหนูก็หิวแล้วค่ะ” หวังเจียวมิ่งทำสีหน้าวาดหวัง
“โจ๊กกับอาหารกลางวันล่ะครับ พี่อวี้จะทำอะไร” โจวเฟยเทียนถามอย่างรอคอยคำตอบ
“พี่จะทำโจ๊กหมูสับใส่เส้นหมี่กรอบ ซี่โครงหมูตุ๋น แล้วก็ซุปไข่ใส่มะเขือเทศน่ะ แล้วก็จะเปลี่ยนจากหมั่นโถวนมสดเป็นหมั่นโถวฟักทอง” จางเฉินอวี้ตอบ
“ผมนับถือพี่ทั้งสองจากใจจริงเลยล่ะ รายการอาหารของพวกพี่นี่ชวนหิวจริงๆ เลยครับ” โจวเฟยหยางเอ่ยชมพวกเขาด้วยความนับถือ
หลังจากนั้นสองสามีภรรยาก็เข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็น พวกเขาตั้งใจว่าจะทานมื้อเย็นให้เร็วสักหน่อย เพราะแต่ละคนจะได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน
เมื่อทานอาหารมื้อเย็นเสร็จ ครอบครัวหลี่ก็เดินทางกลับร้านของตัวเอง เด็กๆ ทั้งสามแยกย้ายกับกลับบ้านของตัวเองเช่นกัน โดยเด็กทั้งสามบอกว่าพรุ่งนี้จะมาช่วยงานที่ร้านแต่เช้าเหมือนเดิม สองสามีภรรยากล่าวขอบคุณ พร้อมทั้งไม่ลืมที่จะนำอาหารฝากไปให้กับลุงโจวกับป้าหวังด้วย