ในระหว่างที่กำลังเคลิ้มหลับอยู่ เฉินอันหลานก็ฝันถึงเหตุการณ์ที่เสมือนจริงมากเหตุการณ์หนึ่ง ในฝันนั้นเขากำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงเกลือกกลิ้งไปมากับผู้ชายคนนั้นตลอดทั้งคืน ตั้งแต่บนรถ ภายในรถแล้วก็ทั่วบริเวณของโรงจอดรถแทบทุกตารางนิ้ว… ทุกช่วงเวลาดำเนินไปอย่างบ้าคลั่ง สองร่างนัวเนียกันทุกกระบวนท่า อารมณ์ความรู้สึกดิบเถื่อนจากส่วนลึกในร่างกายถูกปลดปล่อย ริมฝีปากอิ่มส่งเสียงร้องครวญครางอย่างน่าอับอายออกมาทุกรูปแบบ ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองจะแทบไม่เคยแยกออกจากกันสักวินาทีเดียว
ความรู้สึกนั้นมันช่างยาวนานจนน่ากลัวจริง ๆ
“คุณชายสามกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาเลยล่ะ?”
“ตามหลักแล้วน่าจะกลับมาแล้วครับ”
“พี่ พี่จิน นั่นมันรถที่คุณชายสามขับออกไปไม่ใช่เหรอ?”
เสียงบทสนทนาของเหลยจินและลูกน้องคนหนึ่งดังขึ้นอย่างชัดเจนในโสตประสาทของเฉินอันหลาน
และตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเข้ามาใกล้เขามากขึ้น เรื่อย ๆ ยิ่งฟังก็ยิ่งชัดเจน... เฉินอันหลานลืมตาตื่นอย่างฉับพลัน เสียงฝีเท้ายังคงอยู่ เสียงบทสนทนาก็ยังไม่หายไปไหน ลางสังหรณ์นี้บ่งบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเวลานี้ไม่ได้เป็นเพียงความฝัน แต่เป็นค่ำคืนอันแสนสุขสมและน่าอับอายที่ยากจะลืมเลือนได้
“ตื่นแล้วเหรอ?”
น้ำเสียงที่สุขุมนุ่มลึกที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นข้างหู เฉินอันหลานสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หันหน้าไปมองทางด้านขวา วินาทีต่อจากนั้นดวงตาคมก็ปะทะเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทดูลึกล้ำจนยากจะคาดเดาได้คู่หนึ่งเข้าอย่างจัง ....ดวงตาของ ลานเซลอต
“ทำไมนาย…”
ยังไม่ทันที่เฉินอันหลานจะได้เอ่ยถาม ลานเซลอตก็รีบเอามือปิดปากคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ ตอนนี้เหลยจินกับลูกน้องกำลังตรงมายังจุดที่รถจอดของเฉินอันหลานจอดอยู่ ลานเซลอตปิดปากเฉินอันหลานไว้พร้อมกับโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเล็ก ๆ นั่น
“รถของนายมองเห็นจากข้างนอกไหม?”
จิตใต้สำนึกสั่งให้เฉินอันหลานก้มลงมองสภาพของตัวเองในตอนนี้ทันที ท่อนล่างของร่างกายสวมใส่กางเกงเรียบร้อยแล้ว แต่ท่อนบนยังคงเปลือยเปล่าอยู่เช่นเดิม อีกทั้งยังเต็มไปด้วยรอยข่วนแดงเป็นทางยาวจำนวนมาก หลักฐานจากการก้าวผ่านช่วงเวลาอันแสนเร้าใจ ไม่เพียงแค่นั้น ขนาดภายในรถคันนี้ก็ยังตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความใคร่และตัณหา ด้วยกลิ่นอายที่แพร่กระจายอยู่ภายในรถตอนนี้ แม้แต่คนธรรมดาก็เดาได้ไม่ยากว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น… เฉินอันหลานกัดฟันกรอด แต่ไม่ได้ส่งเสียงใด ๆ ออกมาก่อนจะมองลานเซลอตด้วยหางตา
“งั้นก็น่าจะมองไม่เห็นหรอก”
สิ้นสุดคำพูดนั้น ใบหน้าของลูกน้องของเหลยจินคนหนึ่งก็แนบชิดกับกระจกรถเพื่อส่องดูสิ่งที่อยู่ภายในรถ บางทีอาจเป็นเพราะพวกเขาไม่สามารถมองลอดฟิล์มกระจกดำทึบได้ จึงพยายามที่จะเคาะกระจก แต่หลังจากไม่มีใครตอบกลับมาพวกเขาก็ละความสนใจแล้วไปค้นหาต่อในรถคันอื่น
เมื่อเฉินอันหลานเห็นว่ารอดพ้นจากสถานการณ์คับขันได้แล้วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“กลัวเหรอ?”
เมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่ายดังเข้ามาในหู เฉินอันหลานจึงนึกขึ้นได้ว่าข้างกายของตัวเองยังคงมีบุคคลที่เป็นบ่อเกิดแห่งความหายนะครั้งใหญ่อยู่ ใจที่หล่นฮวบลงไปแล้วเพิ่งกลับมาเป็นปกติได้เมื่อสักครู่เหมือนถูกกระชากขึ้นมาลอยเคว้งกลางอากาศ เสียงหัวใจเต้นดัง ‘ตึกตัก ตึกตัก’ ก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน
ลานเซลอตกวาดตามองไปทางเหลยจินและพรรคพวกที่ยังคงเดินไปเดินมาอยู่ภายในโรงจอดรถ มือใหญ่ก็ยังไม่ได้ปล่อยออกจากปากของเฉินอันหลาน จากนั้นเขาก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามากระซิบข้างใบหูเล็กอีกครั้งด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“นายว่า ถ้าพวกเขาเห็นนายในสภาพนี้เข้าล่ะ?”
เฉินอันหลานออกแรงผลักมือที่ปิดปากตนเองออก ก่อนจะกัดฟันแล้วพูดด้วยเสียงกดต่ำ
“คุณกล้า?”
“อยากดูลองไหมล่ะ?”
มือของลานเซลอตเอื้อมไปแตะประตูรถอย่างท้าทาย
เฉินอันหลานจ้องเขม็งไปทางมือข้างนั้นของอีกฝ่ายพร้อมขมวดคิ้ว
“คุณทำแบบนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ต่อใครทั้งนั้นแหละ”
ลานเซลอตยิ้ม ก่อนจะเตรียมเปิดประตูรถออกไปโดยไม่พูดไม่จา
“เดี๋ยวก่อน!” เฉินอันหลานรีบร้องห้ามออกมาทันที
“พี่จิน พี่ได้ยินเสียงอะไรไหม? เสียงอะไร?”
“เหมือนกับเสียงคนคุยกันอย่างไรอย่างนั้น?”
“นายหูแว่วรึเปล่า ในนี้มีคนอื่นที่ไหนกันเล่า? หรือไม่ก็เป็นฉันที่หูไม่ดี?”
คู่ทำศึกทั้งสองนั่งนิ่งฟังบทสนทนาของเหลยจินและลูกน้องจากในรถไม่ไหวติง หลังจากที่แน่ใจว่ากำจัดความสงสัยของพวกเขาออกไปได้และคนเหล่านั้นเดินห่างออกไปแล้ว เฉินอันหลานจึงหันหน้าไปมองลานเซลอตแล้วพูดขึ้น
“บอกเงื่อนไขของคุณมา”
‘เงื่อนไข?’
ดวงตาสีดำทมิฬสะท้อนแววเคร่งขรึมทันที แต่ไม่นานก็เปลี่ยนกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ลานเซลอตทำทีไม่สนใจเฉินอันหลานและเตรียมจะเปิดประตูรถออกไปอีกครั้ง เมื่อเฉินอันหลานเห็นก็ร้อนใจอย่างหนัก เขารีบเอื้อมมือออกไปจับยึดมือใหญ่ที่กำลังจะเปิดประตูรถไว้โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง และสุดท้ายประตูรถก็ไม่ได้ถูกเปิด แต่ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเฉินอันหลานกลับล้มทับลงไปบนตักกว้างของลานเซลอตแทน
แทบจะในชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศภายในรถก็แปรปรวนอย่างฉับพลัน
เฉินอันหลานกำลังทับอยู่บนตักของลานเซลอต ฟีโรโมนอัลฟ่าที่แพร่กระจายออกมาจากร่างกายของเขามันมากพอที่จะทำให้หัวใจดวงน้อยระส่ำระสาย เลือดสูบฉีดอย่างรวดเร็ว บวกกับกลิ่นอายที่เกิดจากการมีอะไรกันเมื่อสักครู่ยังคงลอยตลบอบอวลไม่จางหายไปไหน ทั้งสองคนจึงตกอยู่ในสถานการณ์แนบชิดกันอีกครั้ง… ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่ใช่เพียงแค่หัวใจของเฉินอันหลานเท่านั้นที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ แม้แต่ร่างกายของเขาก็เริ่มเกิดอาการสั่นขึ้นมาเล็กน้อยด้วย
ลานเซลอตคลายมือที่จับประตูรถออก และถือโอกาสแตะไปบนแผ่นหลังบางของเฉินอันหลาน
เฉินอันหลานรีบเด้งตัวขึ้นมาจากตักกว้างเหมือนกับนกตื่นธนู[[1]] และกลับไปนั่งยังตำแหน่งเดิมของตัวเองจากนั้นก็รีบใส่เสื้อด้วยความรีบร้อน และนั่นก็ทำให้ โอเมก้าหนุ่มถึงกับติดกระดุมผิดจุด มือสั่นเทารีบปลดแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่อีกครั้งอย่างร้อนรน
ด้านนอกรถ เมื่อหาจนทั่วและแน่ใจว่าเฉินอันหลานไม่ได้อยู่ในโรงจอดรถจริง ๆ เหลยจินและลูกน้องจึงปิดประตูโรงจอดรถลง และคล้องกุญแจไว้ หลังจากล็อกกุญแจก็ยังไม่ลืมที่จะล่ามด้วยโซ่ด้วยอีกชั้นหนึ่ง เมื่อมั่นใจว่าล็อกอย่างแน่นหนาดีแล้วพวกเขาทั้งหมดก็เดินจากไป
“เหลย....”
ยังไม่ทันที่จะพูดจบ ปากของเฉินอันหลานก็ถูกปิดสนิท แต่ครั้งนี้สิ่งที่ปิดลงมาไม่ใช่มือแต่กลับเป็นปากของใครอีกคน ลานเซลอตเอื้อมมือไปจับท้ายทอยของเฉินอันหลาน แล้วประกบปากลงไปอย่างรุนแรง
อัลฟ่าผู้หล่อเหลาใช้ลิ้นตวัดไล้ไปบนฟันขาวของอีกฝ่ายด้วยความชำนาญ เขาดูดดึงปลายลิ้นของคนตัวเล็กกว่าอย่างรุนแรงโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า ในตอนที่เฉินอันหลานได้สติและเตรียมจะใช้ฟันกัดลิ้นของคนรุกรานนั้น ลานเซลอตก็ได้เอื้อมมือบีบไปบนแก้มทั้งสองข้างของเขาจนหน้ายู่ เพื่อให้อีกฝ่ายไม่สามารถกัดฟันได้ ดังนั้นเฉินอันหลานจึงทำได้เพียงแค่ต้องยอมรับการปล้นจูบอันทรงพลังของเขาเท่านั้น
ผ่านไปครู่ใหญ่ ริมฝีปากอวบอิ่มก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดและหนึบชาและเป็นผลให้เจ้าตัวต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย เฉินอันหลานรวบรวมแรงแล้วผลัก ลานเซลอตออกไป จากนั้นก็รีบเปิดประตูและวิ่งออกไปยังประตูเหล็กด้านหน้าทันที เขาพยายามปลดโซ่ที่คล้องอยู่บนประตู ในเวลานี้สีหน้าของโอเมก้าหนุ่มย่ำแย่เกินกว่าจะพรรณนาออกมาได้ ——
‘เหลยจิน ไอ้เจ้าโง่!’
ลานเซลอตสวมเสื้อคลุมตัวนอกก่อนจะลงมาจากรถ
พื้นที่ข้างนอกนั้นแตกต่างจากพื้นที่แคบ ๆ ภายในรถอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอายภายในโรงจอดรถได้กระจายออกไปจากช่องหน้าต่างด้านบนจนแทบจะหมดสิ้นแล้ว เพราะอย่างนั้นในตอนที่เหลยจินและลูกน้องเดินเข้ามาในโรงจอดรถจึงไม่ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติใด ๆ หลังจากลงมาจากรถได้ ลานเซลอตก็เดินมายืนกอดอกพิงประตูมองดูเฉินอันหลานที่กำลังพยายามออกแรงปลดโซ่หนาเส้นนั้น
“เหนื่อยมาตลอดทั้งคืนแล้ว อย่าเสียแรงเปล่าเลย”
“ฉันไม่อยากคุยกับนาย”
เฉินอันหลานถลึงตาใส่คนน่าโมโห จากนั้นก็หมุนตัวกลับไปเปิดท้ายรถเพื่อหาอุปกรณ์ แต่เขาลืมไปว่าภายในรถของตัวเองนั้นไม่เคยมีอุปกรณ์ใด ๆ มาตั้งนานแล้ว เพราะเขาเชื่อมั่นในรถที่ผ่านการดัดแปลงแก้ไขอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งถ้าหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้นเขาก็สามารถโทรศัพท์ไปเรียกบริษัทให้มาลากรถไปซ่อมได้ตลอดเวลา… เฉินอันหลานพยายามเปิดท้ายรถของทุกคันในนี้ แต่ก็ไม่เจออุปกรณ์ที่สามารถงัดแงะหรือตัดโซ่ที่รัดประตูเหล็กได้อยู่เลย
‘ปัง——’
เฉินอันหลานออกแรงกระแทกปิดท้ายรถอย่างแรง เพื่อหวังให้เหลยจินนั้นได้ยิน
“หาไม่เจอ?”
“นายน้อยโอดิน คุณอย่าลืมว่าตัวเองก็ถูกขังอยู่ในนี้ด้วย”
“แต่ฉันไม่ได้รีบร้อนออกไปนี่”
เฉินอันหลานหลับตาลงพร้อมกับกัดฟันกรอดอย่างอดกลั้น แต่ในตอนที่ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็กดข่มความโกรธที่อยู่ในใจเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย จากนั้นก็หันไปมองลานเซลอตที่กำลังยืนพิงประตูรถคันหนึ่งอย่างสบายอารมณ์
“นายเอาโทรศัพท์มือถือมาด้วยไหม?”
ลานเซลอตยังคงยืนกอดอกนิ่งเฉย พลางมองสบดวงตาของเฉินอันหลานด้วยความสนใจ
เฉินอันหลานแทบระเบิดอารมณ์ใส่คนตรงหน้า
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็พยายามกัดฟันข่มเอาไว้ และพยายามถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้ง
“นายน้อยโอดินครับ ขอถามหน่อยครับว่าคุณเอาโทรศัพท์มือถือมาด้วยไหม?”
“เอามา” ลานเซลอตตอบเพียงสั้น ๆ จากนั้นก็ทำท่าล้วงไปหยิบโทรศัพท์มือถือจากในกระเป๋ากางเกง แต่ยังไม่ทันที่เฉินอันหลานจะเอ่ยปากขอยืม คนตัวโตก็ปล่อยให้โทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นลงไปยังพื้น ลานเซลอตยกเท้าข้างหนึ่งขึ้น แล้วเหยียบบดลงไปจนหน้าจอดับสนิท “แต่ก็ใช้ไม่ได้แล้ว”
เฉินอันหลานจ้องเขม็งไปทางคนกวนประสาทที่ใส่เสื้อสูทและรองเท้าหนัง มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นอยู่ข้างลำตัว พยายามข่มอารมณ์กรุ่นโกรธเอาไว้ภายในใจ เขากลัวว่าตัวเองจะพุ่งเข้าไปชกอีกฝ่ายอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
“ดูท่าพวกเราน่าจะออกไปไม่ได้แล้วล่ะ”
“นายตั้งใจ”
“มองออกนี่”
เฉินอันหลานกัดฟันกรอด ก่อนจะแค่นเสียง ‘หึ’ อย่างเย็นชา จากนั้นก็เดินไปสำรวจในโรงจอดรถ ประตูหน้าและประตูหลังถูกเหลยจินล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา แต่หน้าต่างบานหนึ่งที่อยู่สูงขึ้นไปจากพื้นประมาณสามเมตรยังเปิดอยู่ เฉินอันหลานกวาดตามองดูรถที่อยู่ใกล้กับหน้าต่างบานนั้นที่สุดพร้อมคาดคะเน เขากระโดดขึ้นไปบนหลังคารถได้ แต่ด้วยระดับความสูงขนาดนั้น แค่นี้คงยังไม่พอ… ลำพังแค่แรงของเขาคนเดียวเขาเชื่อว่าคงไม่มีทางกระโดดออกไปจากหน้าต่างบานนั้นได้ แต่ถ้าเป็นสองคน…
ความคิดที่จะกระโดดออกทางหน้าต่างถูกเฉินอันหลานสลัดทิ้งในชั่วพริบตา แทนที่จะมานั่งคาดหวังให้ผู้ชายที่สวมสูทเรียบหรูไร้รอยยับคนนี้มาช่วยเขาให้กระโดดออกไป ไม่สู้หานาฬิกาของตัวเองที่ตกอยู่ภายในรถให้เจอไม่ดีกว่าเหรอ ถึงตอนนั้นยังพอจะติดต่อหาเหลยจินได้ ——
‘แน่นอนว่า นี่เป็นความคิดที่โง่มาก’
แต่เฉินอันหลานไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้ว เขาไม่อยากติดอยู่กับอัลฟ่าชั้นสูงเพียงลำพังภายในนี้ เขากลัวว่าเขาจะควบคุมร่างกายของตัวเองไม่อยู่หากได้รับ แรงกระตุ้น เขากลัวเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้จากหัวใจที่มองไม่ออกของผู้ชายคนนี้
“ไม่อยากออกไปแล้วเหรอ?”
“ไม่เกี่ยวกับนาย”
เฉินอันหลานเดินมาตรงหน้ารถที่ตัวเองชอบที่สุดคันนั้น แต่เมื่อเห็นของเหลวบาง ๆ บนฝากระโปรงหน้ารถ โอเมก้าหนุ่มก็นึกถึงเหตุการณ์สุดเหวี่ยงกับผู้ชายคนนี้ขึ้นมาได้ทันใด ส่งผลให้เท้าที่กำลังก้าวออกไปหยุดชะงักลงในทันที
ลานเซลอตปรายตามองแววตาของเฉินอันหลานแวบหนึ่ง จากนั้นก็หมุนตัวกลับไปหยิบนาฬิกาของอีกฝ่ายที่อยู่ในรถออกมา เขาไม่ได้ส่งให้เฉินอันหลานในทันทีแต่กลับควงนาฬิกาเรือนนั้นเล่นก่อนจะยื่นออกไปตรงหน้าอีกฝ่าย
“เหลยจินเป็นคนของเฉินหยินชิงใช่ไหม?”
มือที่กำลังเอื้อมไปคว้านาฬิกาหยุดชะงักลงทันที หลังจากที่หยุดค้างไปหลายวินาทีเขาก็เงยหน้าไปมองลานเซลอตด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความงุนงง
“ถ้าเหลยจินลงมา เฉินหยินชิงก็จะรู้เรื่องของเราสองคน”
“แล้วไง?”
“ก็ไม่แล้วไง”
ลานเซลอตยื่นนาฬิกาไปตรงหน้าของเฉินอันหลาน
เฉินอันหลานจ้องหน้าลานเซลอตหลายวินาที หลังจากรับนาฬิกามาและเตรียมจะติดต่อหาเหลยจิน คุณชายสามตระกูลเฉินกลับหยุดชะงักลงทันใด เขายืนถือนาฬิกาค้างอยู่ที่เดิม
“ฟ้าใกล้สว่างแล้ว” ลานเซลอตเงยหน้ามองท้องฟ้า
“รอให้ฟ้าสว่างก่อน ถ้าหมิงจวงเห็นว่าฉันไม่อยู่บ้าน เขาต้องมาตามหาฉันแน่ ๆ”
“...แล้วฟ้าจะสว่างเมื่อไหร่?”
“กี่โมงแล้วล่ะ?”
“หกโมงสิบห้า”
“อีกสองชั่วโมงเอง”
ใบหน้าเฉินอันหลานเคร่งเครียดลงทันใด เพราะเขาจะต้องถูกขังอยู่ในนี้ไปอีกสองชั่วโมง ——
กับผู้ชายที่อันตรายที่สุดคนนี้
[[1]] ผู้ที่เคยตกใจหรือผ่านเหตุการณ์ร้ายมาก่อน เมื่อพบกับเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่ใกล้เคียงกัน ก็จะรู้สึกตื่นตระหนก หวาดกลัว
ประกาศแจ้งข่าว Hot!!!!
เพื่อเอาใจแฟนคลับรับหน้าร้อนอันแสนร้อนแรงนี้ สำนักพิมพ์มีข่าวดีมาแจ้งค่าาาา >> ตอนนี้แฟน ๆ ยอดสายลับโอเมก้าสามารถติดตามอ่าน "ยอดสายลับโอเมก้า รายตอน" แบบฟรี!!!ไม่มีติดเหรียญ ในจำนวนตอนที่มากกว่าเว็บไซต์อื่นถึง 5 ตอน ได้ที่เว็บไซต์ Novel Kingdom ซึ่งเป็นเว็บไซต์เปิดใหม่ในเครือเดียวกับสำนักพิมพ์ ดังนั้นทางสำนักพิมพ์จึงอยากอ้อนวอนและเชิญชวนแฟนคลับของน้องเฉิน-พี่ลานรวมถึงเดอะแก๊งค์ทั้งหลาย เข้ามาเยี่ยมชม และใช้บริการเพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราค่ะ ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้ยอดสายลับโอเมก้าต่อไปเรื่อย ๆ นาน ๆ ด้วยนะคะ แล้วพบกันที่ Novel Kingdom.co นะคะ
พิกัดเว็บไซต์ >> https://novelkingdom.co/