ข้าปกครองอาณาจักรที่เคยถูกแบ่งแยกเป็ 4อาณาจักร แต่ตอนนี้ได้ถูกรวมกลับคือมาเป็หนึ่งเดียวซึ่งก็คืออาณาจักรมหานาวาแต่เดิม การรวบรวมครั้งนี้ได้ริเริ่มตั้งสมัยเสด็จปู่ของข้า ได้ใช้วิธีทียุ่งยากเสียเวลา นั่นคือจะสร้างให้อาณาจักรยิ่งใหญ่ขึ้น ด้วยเศรษฐกิจจและกำลังทหารจากนั้นก็ค่อยๆกลืนแต่ละอาณาจักร สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ แต่ผลที่ได้อาณาจักรมหานาวาก็เติบโตขึ้นในทุกด้านเหนือกว่า 3 อาณาจักรที่เหลือ
มาในยุคเสด็จพ่อก็ยังใช้วิธีเดียวกับเสด็จปู่ แต่เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการใช้เผ่ามอนสเตอร์ เชื้อสายเทพเ้าต่างๆที่เหล่ามนุษย์ก็นับถือ มารวมที่อาณาจักรมหานที โดยคาดหวังให้เกิดคสามอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรมากที่สุด เพื่อดึงประชาชนให้เข้ามาอาณาจักร สร้างคสามน่าเชื่อถือการบริหาร แตผลที่ได้กลับตรงกันข้าม เมือนำเทพแห่งมอนสเตอร์มากักขังโดยไม่ใช่ความ้าของเทพมอนสเตอร์เอง จะก่อเกิดพิษโดยรอบบริเวณ ใน่หลายปีแรกๆเข้าใจว่าต้องใช้เวลา จนมอนสเตอร์ตายไปหลายต่อหลายตัว
เสด็จพ่อก็ยังเชื่อในวิธีการนี้ แต่พยายามสร้างรากฐานของกำลังนักรบไปด้วย โดยการส่งน้องชายเพียงคนเดียวของข้าไปร่ำเรียนวิทยายุทธที่สำนักค่าบดาบแสง แม้เดิมทีจะส่งข้สซึ่งเป็รัชทายาทไปเรียน แต่ด้วยสุขภาพและพร์ของข้ากับน้องชายที่แตกต่างตรงกันข้ามกัน ข้าผู้ไร้พร์ด้านวิทยายุทธด้วยสุขภาพที่อ่อนแอ แต่ช่ำชองด้านการศึกษา ส่วนน้องชายร่างกานแข็งแรง พร์ด้านวรยุทธล้ำเลิศ เคยร่ำเรียนวิทยายุทธของอาณษจักรมหานาวา อาณาจักรนภา อาณาจักรทิพย์ศิลา อาณาจักรราชันย์ปฐี ก็สำเร็จและจดจำเคล็ดวิชาได้ทั้งหมด ในเวลาเพียง 8 ปี จนอายุ 20 ปี เสด็จพ่อก็ติดต่อส่งไปสำนักค่ายดาบแสงที่มีชื่อเสียงโด่งดังทัดเทียมสำนัก 5 ดาบ
ในฐานะบุตรชายของพ่อค้าของอาณาจักรมหานาวาจนสำเร็จวิทยายุทธพลังลมปราณพลิกฟ้าไว้ดินขงอค่ายดาบแสงในระยะเวาที่ร่ำเรียนเพียง 3 ปี เมื่ออายุได้ 20 กว่าๆ ก็ได้เป็ถึงรองเ้าสำนักค่ายดาบแสงรวมถึงว่าที่เ้าสำนักคนต่อไป การปกปิดฐานะที่แท้จริงเป็ผลดีต่อน้องชายข้า เพราะหากไปในฐานะเ้าชายแห่งอาณาจักรมหานาวา อาจไม่ได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธขั้นสูง รวมถึงแผนการที่ข้าวางไว้ให้เค้าทำต่อไป
น้องชายข้ามาช่วยข้าทำงานในฐานะนักดาบของสำนักค่ายดาบแสง เคียงข้างข้าตลอดข้าเป็ผู้วางแผนการและสนับสนุนด้านทรัพยากรในการสร้างกองกำลัง น้องชายข้าฝึกนักรบต่างๆด้วยตัวเอง โดยการดัดแปลงวิทยายุทธของ 4 อาณาจักรที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง บัญญัติวิทยายุทธขึ้นมาใหม่ อีกหลายชุดให้กับควาถนัดของแต่คน นับเป็บอัฉริยะระดับปรมาจารย์ ที่หาได้ยากนัก น้องชายข้าก็พัฒนาตัวเองตลอดจนมีฝีมือสูงส่งเหนือกว่าทุกคน
และเค้าก็ยินดีในฐานะของนักรบแห่งอาณาจักรมหานที จนแผนการเื่การรวมอาณาจักรถึงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มแผน เพราะตอนนั้นอายุของข้าก็เกือบจะใกล้ 30 กว่าๆ เสด็จพ่อก็สละตำแหน่งาาให้ให้ปกครองต่อ เพราะเชื่อมั่นในความสามารถ พร้อมทั้งเหตุการณ์ต่างๆ ด้านความขัดแย้งของทั้ง 4 อาณาจักรก็สะสมมากขึ้นเรื่อยๆจากการสูญเสี เทพมอนสเตอร์ไปหลายๆตน ทำให้ทรัพยากรมีการแย่งชิงกันจากเดิมที่เคยแบ่งปันพึ่งพา โดยที่ไม่เคยทราบสาเหตุว่ามาจากอาณาจักรมหานทีของข้าเลย
ข้าดำเนิการแผนมาหลายปี จนมั่นว่าหากดำเนินแผนการจะมีผู้ต่อต้านน้อยที่สุด แผนสังหาร 3 าา คือาาแสงฟ้า อาณาจักรนภา าากุลนันท์ อาณาจักรทิพย์ศิลา ชยุตราแห่งอาณาจักรราชันย์ปฐี จึงเริ่มขึ้นระหว่างานเลี้ยงฉลองในการขับไล่ เผ่าลูกผสมออกจากน่านน้ำโดยรอบ 4 อาณาจักร โดยแผนการได้รัยร่วมมือจากขุนนางของทั้ง3 อาณาจักรที่ถูกสังหาร ข้ายื่นข้อเสนอที่พวกนั้นไม่อาจได้ คนเ่าั้ด้วยความโลภและเห็นถึงควาสำเร็จของอาณาจักรมหานทีของข้าจึงยอมร่วมมือ โดยไม่รู้ว่าในอนาคต อำนาจการปกครองเ่าั้จะตกเป็ของอาณาจักรมหานทีแต่เดิมตามแผนที่ข้าวางไว้ ทุกอย่างเป็ไปตามแผนที่วางไว้ ทรนงเป็แพะรับบาปทั้งหมด รวมถึงสำนัก 5 ดาบก็มีความขัดแย้งก็ 3อาณาจักรที่เหลือจากการกระทำของทรนงผู้เป็ศิษย์มากขึ้น แผนการในการสร้างกองกำลังนักรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเผ่านุษย์ให้น้องชายข้าก็ได้เริ่มขึ้นเมื่อเราได้สร้างมารทมิฬไร้ปฐี ให้เป็สิ่งชั่วร้ายที่ทุกคนต้องไล่ล่า
กองกำลังปราบมารได้รวบรวมนักรบจากสำนักวิทยายุทธทั่วทั้งแผ่นดินเผ่ามนุษย์ เป็สุดยอดกองกำลัง ที่หากอาณาจักรอื่นๆมีปัญหา้านักรบไปช่วยเหลือเราก็จะส่งไปดูแลด้วยค่าตอบแทนที่มหาศาลแลกกับความปลอดภัยของอาณาจักร และในหลายๆครั้งที่เราวางแผนให้เกิดเหตุเพื่อให้อาณาจักรนั้นจำเป็ยต้องพึ่งกองกำลังปราบมารในการแก้ปัญหา ตามนโยบายแผ่นดินสงบกองทัพไม่เกิดรายได้ จนเป็ความจำเป็ตลอดเกือย 40 ปีที่มีกองกำลังปราบมารคงอยู่ ที่นี้เหมือนสำนักวิทยายุทธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเผ่ามนุษย์ เด็กหนุ่มที่้ามีอนาคตหลายต่อหลายคนเข้าร่วใกองกำลังปราบมารเพื่อฝึกฝนตนเองหวังความก้าวหน้าในชีวิต มีหลายคนที่เราฝึกและส่งไปรับหน้าที่ในอาณาจักรอื่นๆ เป็สายลับเพื่อส่งข่าวมายัง 4อาณาจักร
รัชชทายาทของอาณาจักรต่างๆก็ค่อยสูญสิ้น ด้วยฝีมือน้องชายข้าและกองกำลังของเค้า ทำให้สายเืแห่งาาเหลือเพียงข้าที่ชอบตามธรรมเนียมข้ารวบรวมเครื่องราชกกุธภัณฑ์ มงกุฎทองคำราชันย์ ,คฑาทองคำราชันย์ ,ผ้าคลุมทองคำมหาราช เหลือเพียงเหรียญทองคำมหาราชของอาณาจักรนภา ซึ่งทั้ง 4 ชิ้นนี้เคยเป็ของาาบรรพบุรุษแหล่ง 4 อาณาจักรที่แบ่งให้รัชทายาททั้ง 4 ได้แต่ละชิ้นไว้เป็สมบัติประจำแต่ละอาณาจักร
โดยมีขุนนางที่ยอมสนับสนุนเป็ผู้ช่วยบริหาร ตลอดเวลาร่วม 40 กว่าปีข้าเดินทางไปทั่ว4 อาณาจักรแทบไม่ได้หยุดพัก เห็นถึงข้อบกพร่องในการปกครองรวมถึงแก้ไขได้เกือบทั้งหมด
แต่จะด้วยอะไรก็ตาม รัชทายาทของข้าที่เป็ชายทั้งหมด ถ้าไม่อายุสั้นก็จะมีอาการไม่สมประกอบ ไม่อาจดูแลอาจักรได้ น้องชายข้าเองก็ไม่มีความสนใจในราชสมบัติที่ยิ่งใหญ่นี้เลย เค้ามุ่งมั่นในความเป็เ้าวิทยายุทธ แต่เค้าก็มีความรักความผูกพัน ใช้ชีวิตส่วนหนึ่งเป็พ่อค้าตระเวรทั่วแผ่นดิน ได้พบรักและมีความสัมพันกับหญิงสาวชาวบ้านบริเวณ สำนักค่ายดาบแสง จนมีบุตรชายลับๆ 1 คน
ข้าทราบและดีใจมาก้าให้มาสืบราชสมบัติ แต่น้องชายข้า้าให้ลูกชายใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดามากที่สุด ให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนด้วยตำรามหานทีของอาณาจักรมหาทนี และส่งเข้าสำนักค่าบดาบแสง ผ่านศิษย์น้องของน้องชายข้าที่สนับสนุนให้เป็เ้าสำนักค่าบดาบแสงแทนน้องชายข้า ลูกชายน้องข้าพร์สูงล้ำทั้งวิทยายุทธและการปกครอง พวกเราพี่น้องสนับสนุนให้เึป็เป็เลิศในทุกๆด้าน เพื่อให้คู่ควรกับอำนาจที่จะได้รับในอนาคต
ร่างกายข้าทรุดโทรมตามวันเวาลา แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อกว่า 10 ปีก่อนมีหมอพเนจรเข้ามาเสนอเปิดร้านขายยาในอาณาจักรมหานที นามกษิ โดยเช้าวังค์มาได้เกือบ10ปี แรกเริ่มเข้าเพื่อมาแก้ปัญหาเื่สุขภาพให้ข้าผู้เป็าาจากโรคประจำตัวจนร่างกายแข็งแรงดีขึ้นเรื่อยๆ และอายุยืนยาวถึงปัจจุบัน ด้วยฝีมือการแพทย์ที่สูงส่งเหนือแพทย์ใดๆใน4อาณาจักร เคล็ดลับคือสามารถผสานเซล์จากเผ่ามอนสเตอร์ เผื่อรักษาอาดารผิดปกติจากปอดของข้าให้หายได้ ข้าเหมือมีชีวิตใหม่อีกครั้ง ทั้งยังสมารถฝึกวิทยายุทธได้ด้วย จนพอมีฝีมืออยู่บ้าง แม้อายุจะมากแล้ว ข้ามีทุกอย่างที่บุรุษ้ายากเว้นแต่ฝีมือวิทยายุทธ จนอายุที่มากกลับได้ฝึกสร้างความสุขใน่อายุ 70 กว่าปีสร้างสุขให้แก่ข้ามาก
หมอกษิ ทำการทดลองต่างๆ สร้างความหวังในการมีชีวิตของข้ามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความไว้วางใจ ข้ามอบอำนาจในการบริหารอาณาจักรบางส่วนให้บริหาร ซึ่งก็เป็ไปด้วยดี โดยมีน้องชายข้าดูแลเื่กองกำลัง ทำให้ข้ามีโอกาส ได้ใช้ชีวิตส่วนตัวมากขึ้น และเื่ข่าวคราวรัชทายาทของอาณาจักรต่างๆที่เงียบหายไป ก็เริ่มมีข่าวเข้ามาบ้าง ข้าออกตามหาผ่านกองกำลังปราบมาร แต่ก็ไม่ได้ความคืบหน้า กองกำลังปราบมารที่ก่อตั้งมานาน ทำทั้งความดีและความชั่วมากมายออกติดตามไล่ล่า ทรนงมารไร้ปฐี ชายหนุ่มที่หวังความสำเร็จ ต้องสิ้นชีวิตด้วยเพลงดาบ 7 ดาบทมิฬ ไปมากมาย
แต่แล้วผู้ที่คอบปกป้องดินแดนเผ่ามนุษย์กลับกลายเป็ ทรนงมารไร้ปฐี ที่ทุกคนออกตามไล่ล่า ซึ่งก็เป็ผลดีกับอาณาจักรของข้า แต่สิ่งที่น้องชายข้าสนใจมากกว่าคือเคล็ดวิชา 7ดาบมารทมิฬ ที่มีคนฝึกไม่ถึง 5 ปีกว่ามีวรยุทธส่งกว่านักรบกองกำลังปราบมารที่ฝึกวิชากว่า 10 ปี หากได้วิชานี้ไว้ศึกษาต้องสร้างความแข็งแกร่งกับกองกำลังปราบมารได้มากขึ้นแน่ ข้าเชื่อมั่นใจในความสามารถของผู้เป็หลานชายเช่นเดียวกับน้องข้า เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับผู้สามารถจับกุมศิษย์ของทรนงมารไร้ปฐี ผู้ที่ถูกตั้งค่าหัวเช่นเดียวกับผู้เป็อาจารย์ใน นาม ศรันย์มารทมิฬไร้ปฐี าาอิสสระมักบันทึกข้อความเป็ปนะจำเพราะมั่นใจว่าเป็รประโยชน์ในอนาคตต่อไปกับลูกหลานด้วยข้อความที่เป็จริงไม่บิดเบื่อน แม้จเป็ผลทำให้ตัวเองดูไม่ดีก็ตาม
สุรีย์ที่ทุกคนเข้าใจในนามผู้บัญชาการกองกำลังปราบมาร แท้จริงเป็ถึงน้องชายคนสำคัญของาาอิสสระ มีฐานะอันสูงส่งมักคงเข้ามาเยี่ยมเยียนาาอิสสระเป็ประจำ เพื่อดูแลพี่ชายทั้งยังปรึกษาเื่งาน สุรีย์ที่ตอนนี้มีฝีมือบรรลุ 7 ดาบอัศจรรย์ ขั้นปราณดาบเทวดา ด้วยอายุ 70 กว่าปี เช่นเดียวทรนงศัตรูคู่อาฆาต มั่นใจในลิขิต ผู้ที่แท้จริงเป็ถึงบุตรชายคนเดียว ที่มีฝีมือเป็ถึง 1ใน5 เทพยุทธ ว่าต้องจับศรันย์มารทมิฬไร้ปฐี มาได้อย่างแน่นอนเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต ที่จะเป็ประโยชน์กับตัวลิขิตเองด้วย ในตำแหน่งรัชทายาทแบบลับๆที่รู้กันเพียง าาอิสสระกับสุรีย์
หมอกษิก็มักจะอยู่ไม่ห่างกับาาอิสสระ ยกเว้นเวลาส่วนพระองค์ที่าาอิสสระร้องขอในบางครั้ง เป็ชายที่มีความสามารถแต่แฝงด้วยความลึกลับ ซึ่งสุรีย์ก็ยังไม่ไว้ใจแม้จะอยู่ด้วยกันมากว่า 10 ปีแล้วก็ตาม อายุของกษิจากการคาดเดาน่าจะไม่ต่ำ 50ปี คล่องแคล้วว่องไว และไม่มั่นใจในเื่วิทยายุทธว่าสูงต่ำเพียงใด แต่ก็ยอมรับในความสมารถด้านการแพทย์ที่สามารถรักษาอาการป่วยของาาอิสสระผู้เป็พี่ชายได้ แม้อายุยะมากแล้วก็ฝึกวิทยายุทธได้ตามความใฝ่ฝันที่มักพูดคุยกับสุรีย์อยู่เสมอว่าอยากมีวิทยายุทธที่สูงส่งเหมือนเช่นสุรีย์
สุรีย์ถ่ายทอดวิชาปรารณพลิกฟ้าไว้ดินของสำนักค่ายดาบแสงที่ไม่เคยบรรจุเคล็ดวิชานี้ลงใน กองกำลังปราบมาร เพราะหวงแหน าาอิสสระสาราถฝึกได้ในระดับกลาง ใช้ควบคู่กับกับเพลงดาบพลิกมหานทีของอาณาจักร ก่อเกิดอนุภาพสูงเยี่ยม โดยมีหมอกษิ ดูแลใกล้ชิดตลอดวชิธีผสานมอนสเตอร์กับพลังเวทย์ที่ใช้ในการรักษานั้นได้ผลดีเยี่ยม แม้ใน่แรกเริ่มสุรีย์คัดค้าน แต่เมื่อเห็นผลตัวอย่างเด็กชายที่มีการป่วยคล้ายาาอิสสระ ได้รับการรักษาจนหายเป็ปกติแข็งแรง และตอนนี้เด็กคนนั้นก็อยู่ในทีมงานแพทย์ของกษิ โดยเป็ยผู้ช่วยและแพทย์ฝึกหัด สุรีย์ก็ช่วยฝึกสอนชี้แนะวิชาดาบขงอกองกำลังปราบมารให้ด้วยเสมอ ด้วยความรู้สึกที่คิดถึงบุตรชายของตนที่ส่งไปเรียนและห่างไกล แม้จะมีภรรยาของตนคอยช่วยดูแลบุตรชายที่อยู่ห่างไกลแล้วก็ตาม
ขบวนของสมาผ่านเข้าเขตอาณาจักรทิพย์ศิลา ที่เป็อาณาจักรด้านนอกสุด หากจะไปอาณาจักรมหานทีที่เป็อาณาเมืองหลวงต้องผ่านทั้งเข้า-ออก อาณาจักรทิพย์ศิลาก่อน ยกเว้นเดินทางโดยทางทะเล การเดินทางนับเกือบเดือน สร้างความอิดโรยแก่ศรันย์ที่ถูกกุมขังตลอด ยกเว้นให้ออกอาบน้ำล้างตัว ส่วนการขับถ่ายก็จะใช้ช่องเล็กด้านหลังกรงขังให้ใช้ขับถ่ายระหว่างทางได้เอง ส่วนการกินอยู่ก็จะอยู่แต่ภายในกรง าแที่บอบช้ำหายไปอย่างรวดเร็วภายใน 3 วันด้วยพลังปราณมารทมิฬที่ศรันย์ใช้ใน่ที่ทุกคนหลับนอน แม้ศรันย์ไม่ต้องเดินเองแต่การต้องอยู่ภายในกรงก็ทำให้ร่างกายไม่ค่อยได่ออกกำลังเต็มที่ ซ้ำแสงแดดยังยังโดยไม่ได้รับปกป้องยกเว้นผ้าห่มที่ ลิขิตให้ไว้ ใช้ทั้งบังแดดในเวลากลางวันและห่มคลายหนาวในเวลากลางคืน
ศรันย์เฝ้ามองทั้ง 6 คนพิจารณากลุ่มของสมา มักมีลับลมคมใน กับลูกน้องทั้ง 4 เสมอโดยปิดบังไม่ให้ลิขิตสังเกตความนัย ศรันย์เคยทวงถามเศษดาบมารทมิฬที่หักไป ก็ได้รับคำตอบจากลูกน้องทั้ง 4 ของสมาแนวเยาะเย้ย หลายต่อหลายครั้ง ศรันย์ ไม่่เคยเดินทางไกลเกินกว่าอาณาจักรชายแดน เมื่อมาถึง อาณาจักรทิพย์ศิลา ที่มีบ้านเรือนแลกตาด้วยการออกแบบตกแต่งใช้ก้อนหินหลากหลายสีและขนาดมาสร้างและตกแต่ง บางอาคาร เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เปลี่ยนสีสันได้หลากหายแปลกตา โดยที่ศรันย์คิดในใจหากนำหินพวกนี้มาสร้างและตกแต่งร้านของตนที่จะสร้างใหม่ในอาณาพฤกษาก็คงจะดีไม่น้อยการแต่งตัวของผู้คนก็ดูหรูหราแปลกตาอย่างไม่เคยพบเห็น เมื่อเข้าเมืองมาผู้คนมากมายก็เข้ามามุง มีเสียงชื่มชมยินดีโห่ร้อง ให้กับกองกำลังปราบมาร และลิขิต ส่วนศรันย์ได้แต่รับคำด่าสาปแช่งในฐานะศรันย์มารทมิฬไร้ปฐี และ1ในโจรพยัคฆ์ทะเลทราย
ตามข้อกล่าวหาที่พวกสมายัดเยียดให้ โดยไม่มีโอกาสแก้ตัว ศรันย์มองผู้คนด้วยสายตาเ็าต่อคำด่าทอที่ไร้เหตุผล อย่างเศร้าใจ เพราะั้แ่เกิดมาไม่เคยถูกการด่าทอด้วยความเกลียดชังขนาดนี้มาก่อน เพราะอย่างมากก็แค่โดนพวกน้าเพิ่มแกล้งสมัยเด็ก ที่ตนชอบแอบขโมยหินอัญมณีเก็บไว้ให้นรี แต่กก็ต้องขอโทษด้วยการปรุงอาหารพร้อมกับแกล้มสุราเลี้ยงคืนให้เสมอ