ตอนที่24การแข่งขันอันดุเดือด
ยามบ่ายภายในฮอกวอตส์ต่างคึกคักกันเป็พิเศษมากกว่าปกติเมื่อเหล่านักเรียนแต่ชั้นปีต่างพากันทิ้งตำราเรียนของตนเองมุ่งตรงสู่ทิศหนึ่งเส้นทางอันขรุขระเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนที่มุ่งเน้นมายังสถานที่แห่งนี้สนามควิดดิช เหล่านักเรียนหลายคนต่างพากันเดินไปยังทางเดินขึ้นไปยังอัฒจันทร์ควิดดิชสู่ที่นั่งมากมายที่ให้หลายคนได้นั่งกันอบิเกลเงยหน้ามองสถานที่ที่ได้แต่มองไม่ได้มาเดินดูเธอไม่คิดว่าจะได้มาเร็วแบบนี้แถมตอนนี้เธอมาที่นี่อย่างจำยอมเพียงเพราะพวกรุ่นพี่้าให้เธอได้มาชมการแข่งขันที่อาจจะเปลี่ยนความคิดของเธอในการร่วมแข่งขันในอนาคตแต่เธอก็ไม่ได้คาดหวังให้ตัวเองสนใจสิ่งพวกนี้เลยบนอัฒจันทร์ที่เรียงที่นั่งไล่ระดับนั้นพวกอบิเกลเดินมานั่งอยู่ข้างบนสุดเพื่อมองทุกอย่างที่อยู่ในระดับสายตาและที่ต่ำเธอจ้องมองข้างหน้าที่ทุกคนสนใจกัน เธอกลับตกอยู่ภายใต้ห้วงแห่งความคิดของตนเองแทนสนามตรงหน้า เธอนึกถึงเหล่าสัตว์วิเศษแสนน่ารักของเธอว่าตอนนี้เป็ยังไงตอนเธอไม่อยู่บ้านเธอขมวดคิ้วอย่างสงสัยเสียแล้วว่าอาของเธอให้อาหารพวกมันไหมภาพตรงหน้าไม่ได้ช่วยทำให้เธอหายกังวลใจลมหนาวกำลังพัดใส่ตามหอคอยไม้จนเกิดเสียงไม่ลั่นรวมไปถึงเสียงผู้คนที่น่ารำคาญจนเธออยากกลับบ้านพัก
“อยากกลับห้องไปอ่านหนังสือพวกสัตว์วิเศษแล้วสิ” อบิเกลบ่นด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ
“อย่าพูดแบบนั้นสิ อบิเกล” เอวากล่าวอย่างตื่นเต้น “เธอต้องลองดูก่อนว่าการแข่งขันเป็ไงมั้งนะ!!”
“จริงด้วย ใคร ๆ ก็อยากเป็นักเล่นควิดดิชนะ!!”
“ฉันไม่ได้อยากเป็นี่น่า...”
อบิเกลจ้องมองภาพตรงหน้าที่ยังไม่มีใครออกมานอกจากเหล่านักเรียนบางคนที่กำลังจัดการกับจุดต่างๆ ในสนาม อบิเกลจ้องมองอย่างสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้นไหมก่อนที่เจนน่าจะเห็นว่าอบิเกลพยายามจะออกจากที่นี่โดยไม่สนใจใคร
“ให้ฉันเล่าเื่สัตว์วิเศษให้ไหม? ฉันเห็นสัตว์วิเศษหลายชนิดที่ไม่เคยเห็นเลยด้วยนะ”
“จริงเหรอ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ บอกลักษณ์มาหน่อยสิ” อบิเกลหันไปมองเจนน่าด้วยสีหน้าตื่นเต้น
เหล่าเพื่อน ๆต่างมองสองคนผู้คลั่งใคร่ในเื่สัตว์วิเศษหันไปพูดถูกขอกันทำเอาพวกเธอนั้นไปไม่เป็สกอร์เปียสที่อยู่ตรงนั้นได้แต่มองเขาอยากเป็คนที่ได้คุยกับอบิเกลมากกว่าเจนน่าเสียงฮือฮาดังก้องไปทั้งอัฒจันทร์การแข่งขันในครั้งนี้เป็การแข่งระหว่างสองบ้านแรกที่จะได้แข่งในรอบแรกของเทอมนี้แล้วบ้านที่ว่าได้แก่ บ้านเรเวนคลอและสลิธีรินทุกคนต่างพนันเงินเข้าข้างเรเวนคลอกันยกใหญ่เพราะปีก่อนพวกบ้านเรเวนคลอชนะบ้านฮัฟเฟิลพัฟและบ้านกริฟฟินดอร์ชนะบ้านสลิธีรินทำให้ทุกคนคิดว่าครั้งนี้บ้านสลิธีรินคงแพ้อีกแน่ๆ เสียงฮือฮานั้นทำให้เด็กบ้านสลิธีรินได้ยินขุ่นเคืองใจมาก ๆที่ทุกคนประเมินนักเล่นควิดดิชบ้านสลิธีรินต่ำมาก ๆแต่ก็น่าคิดถ้ายังมีคนคนนั้นอยู่ในทีม แม็กนัส โคลสันเสียงซุบซิบของคนบ้านสลิธีรินได้ยินจนมาถึงพวกเด็กปีหนึ่งที่อยู่แถวนั้น
อบิเกลที่นั่งอยู่กับเจนน่าก็ได้ยินก็แอบฟังเธอคิดว่าคงเพราะแม็กนัสคนเดียวที่ทำให้คนทั้งบ้านต่างเอือมระอากับการกระทำไม่ให้เกียรติบ้านตัวเองระหว่างนั้นเอวาได้ยินสิ่งที่บ้านอื่นเอ่ยพูดก็ลุกขึ้นทันทีพร้อมกับพูดสิ่งที่ไม่คาดคิด
“ฉันพนันบ้านสลิธีริน 1 พันเกลเลียน!!”
ทุกคนต่างมองเอวาที่เอ่ยพูดแบบนั้นไม่คาดคิดแล้วหนึ่งพันเกลเลียนเป็อะไรมากกว่าใครจะมีจริง ๆ
“เอวาจะบ้าเหรอ? มันเยอะมากเลยนะ!!” ลูน่าตาโตอย่างใ
“ช่างสิ! ฉันอยากให้บ้านตัวเองชนะแล้วฉันคิดว่าครั้งนี้บ้านเราจะชนะแน่ ๆ”
“เอาจริงดิ...” ลูน่ามองอีกฝ่ายที่คิดอะไรถึงพนันแบบนั้นออกไป
พวกแพนซี่ต่างหันหน้าหนีไปเลยว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนของตนในตอนนี้เพราะถ้าไม่มีเงินคงหันมาหาพวกเธอแน่ ๆอบิเกลก็คิดว่าอีกฝ่ายก็ไฟแรงเกินไปที่อยากเห็นบ้านตัวเองชนะแต่เธอคนหนึ่งที่คงยังไม่อยากเข้าข้างบ้านตัวเอง ถ้ายังมีคนคนนั้นอยู่ระหว่างนั้นเองนกหวีดก็ดังขึ้นเหล่านักเล่นควิดดิชพุ่งออกมาจากอุโมงค์ใต้อัฒจันทร์สู่ท้องฟ้าอันเจิดจ้าเสียงเฮฮาของทุกคนหันไปสนใจเหล่านักเล่นที่พุ่งตัวออกมาค่อยที่จะบินไปรอบ ๆ สนามสีเสื้ออันโดนเด่นเมื่ออยู่ท่ามกลางท้องฟ้าสีฟ้า
“ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่การแข่งขันควิดดิชในรอบปี 2017 ของฮอกวอตส์ ผม จิมมี่จากบ้านกริฟฟินดอร์จะเป็ผู้บรรยายให้แก่ทุกคนฟัง!!”
เสียงผู้ประกาศดังขึ้นผู้คนต่างหันไปมองผู้บรรยายที่เป็นักเรียนจากกริฟฟินดอร์กำลังกล่าวบรรยายออกมา
“วันนี้เป็การแข่งขันระหว่างบ้านเรเวนคลอและสลิธีรินขอให้ทุกคนรอรับฟังกติกาและคำสั่งกับอาจารย์แอนเดรีย!!”
อาจารย์แอนเดรียขี่ไม้กวาดลอยอยู่เหนือเหล่านักเล่นควิดดิชที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศกัน
“กติกาแสนง่ายที่พวกเธอน่าจะจำกันได้ดีแต่เราจะบอกเหล่าเด็กปีหนึ่งที่ไม่รู้กัน การแข่งขันขึ้นอยู่กับพวกเธอจะเล่นยังไงแต่จงอย่าเล่นสกปรกเช่นการนำไม้กายสิทธิ์เข้ามาในสนามแห่งนี้ทีมไหนทำแต้มได้สูงสุด!! จะได้ไปแข่งกับอีกบ้านที่ชนะในการแข่งรอบต่อไป!!”
เหล่านักเล่นควิดดิชแต่ละคนมองหน้ากันอย่างชอบใจในปีนี้แต่ละคนตั้งเป้าให้ตัวเองได้ไปแข่งกับบ้านที่พวกเขาคาดหวังที่จะแข่งด้วยแม็กนัสฟังคำว่าห้ามเล่นสกปรก แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามเล่นอะไรที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นทำให้เขายกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ แต่ทว่าชาร์ลีบินมาอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่ายพร้อมกับจ้องมองเขาด้วยสายตาไม่ชอบใจกับรอยยิ้มนั้น
“มีอะไร!?”
“นายห้ามทำในสิ่งที่คิด แม็กนัส!! จำไว้ถ้านายเล่นอะไรผิดกฎเหมือนครั้งก่อนที่ทำเราแพ้อีก!!นายจะโดนไล่ออกจากตำแหน่งทันที!!” ชาร์ลีกล่าวพร้อมกับลอยตัวไปอยู่ประจำตำแหน่ง
รอยยิ้มที่เคยประดับบนใบหน้าของแม็กนัสเลือนหายไปในทันทีเขามองตามหลังชาร์ลีไปด้วยสายตาที่วาวโรจน์ด้วยความขุ่นเคืองแหนงกรามของเขาขบเข้าหากันจนแน่น แผนการในหัวยังคงอยู่แต่ความกดดันจากคำขู่เื่โดนไล่ออกทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกบีบคอเขากำหมัดแน่นก่อนจะพึมพำกับตนเอง
“กล้ามาขู่ฉันงั้นเหรอ!? แกจะเป็รายแรกที่โดนไล่ออกชาร์ลี!!”
แม็กนัสจ้องมองตามหลังชาร์ลีด้วยสายตาอาฆาตราวกับจะกินเืกินเนื้อเขาหันไปสบตากับเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนซึ่งทั้งคู่ต่างพยักหน้าตอบกลับมาเป็เชิงรู้กันถึงแผนที่พวกเขาคิดก่อนหน้านั้นกลายเป็ว่าสมาชิกสองในเจ็ดคนเป็พรรคพวกของแม็กนัสที่พร้อมจะเล่นนอกลู่นอกทางไปด้วยกันเขากระชับปรับอุปกรณ์ป้องกันตามร่างกายพลางตรวจสอบความเรียบร้อยเป็ครั้งสุดท้ายรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าเมื่อคิดถึงความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้นทุกคนแยกย้ายไปประจำจุดของตนทันทีที่เสียงปืนใหญ่แผดเสียงคำรามกึกก้องเป็สัญญาณเปิดฉาก ลูกบอลทุกลูกก็ถูกปล่อยออกสู่ท้องฟ้า
อาจารย์แอนเดรียโยนลูกควัฟเฟิลขึ้นไปในอากาศเธอรอจังหวะเพียงชั่วครู่ก่อนจะเหวี่ยงไม้เบสบอลขนาดเล็กในมือเข้าใส่ลูกบอลอย่างแม่นยำส่งมันพุ่งทะยานออกไปในทิศทางที่กำหนดเหล่าเชสเซอร์ต่างเร่งความเร็วไม้กวาดพุ่งเข้าหาลูกควัฟเฟิลเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการครองบอลท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มจากอัฒจันทร์อบิเกลที่เพิ่งละสายตาจากการสนทนากับเจนน่าหันกลับมามองสนามด้วยความสนใจแต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไม่ใช่การปะทะอันวุ่นวายของเหล่าเชสเซอร์แต่เป็ร่างของบุคคลสองคนในตำแหน่งซีกเกอร์ แม็กนัสกับโดมินิค ทั้งสองคนกำลังบินโฉบเฉี่ยวไล่ตามลูกโกลเด้นสนิชด้วยความเร็วที่น่าหวาดเสียว
สายตาของโดมินิคจับจ้องเพียงจุดเดียวตลอดการแข่งขันนั่นคือประกายสีทองวับแวมของโกลเด้นสนิช ทันทีที่มันปรากฏแก่สายตาเธอไม่รอช้าที่จะพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงสุดอันเป็เอกลักษณ์โดมินิคบินไล่ล่าลูกบอลทองคำโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แต่เธอกลับหารู้ไม่ว่าตนเองกำลังตกเป็เป้าสายตาของใครบางคนแม็กนัสจ้องมองเธอราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังเฝ้าดูเหยื่อติดกับเขาจับด้ามไม้กวาดแน่นก่อนจะพุ่งตัวเข้าสู่เส้นทางเดียวกับเธอด้วยเจตนาร้ายแม็กนัสไม่ได้กะจะแซงหน้า แต่เขากลับจงใจพุ่งเข้าใส่เพื่อให้เธอเสียหลักจนร่วงหล่นทว่าโดมินิคยังไหวตัวทันเธอเหลือบเห็นร่างที่พุ่งเข้ามาจากหางตาจึงรีบหักหลบกะทันหันอย่างแม่นยำแรงส่งของแม็กนัสทำให้เขาถลำพุ่งผ่านร่างเธอไปจนเกือบจะปะทะเข้ากับหอคอยสูงอย่างน่าหวาดเสียวโดมินิคไม่ได้ใส่ใจกับความพ่ายแพ้ของอีกฝ่ายเธอรีบเร่งความเร็วพุ่งไปข้างหน้าต่อทันที
“แกจะหนีไปไหน!” แม็กนัสคำรามลอดไรฟันเหมือนสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง
เขารีบกู้จังหวะการบินแล้วพุ่งตามเธอไปติด ๆดวงตาของเขาฉายแววมุ่งร้ายจนโดมินิคที่หันกลับมามองถึงกับใจสั่นเธอต้องรีบจับลูกโกลเด้นสนิชให้ได้เพื่อจบเกมที่อันตรายนี้เสียทีทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังไล่ล่ากันอย่างดุเดือดอบิเกลที่เฝ้ามองอยู่บนอัฒจันทร์กลับสังเกตเห็นความผิดปกติ กลุ่มควันสีดำจาง ๆเริ่มแผ่ออกมาจากตัวของแม็กนัสมันดูชั่วร้ายและคุ้นตาเหมือนกับสิ่งที่เธอเคยเห็นตอนเผชิญหน้ากับอีรัมเพนท์และนันดุไม่มีผิด
“แย่แล้ว...” อบิเกลอุทาน
“มีอะไรเหรอ?” สกอร์เปียสถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ
อบิเกลหันไปมองอีกฝ่ายสายตาจับจ้องอย่างพินิจว่าตนเองนั้นควรที่จะพูดอะไรออกมาไหมแต่ก่อนที่อบิเกลจะได้อธิบาย เสียงกรีดร้องแหลมก็ดังแทรกขึ้นมาจากกลางสนามทุกสายตาหันขวับไปตามเสียงนั้นทันที ร่างหนึ่งร่วงหล่นจากท้องฟ้ากระแทกพื้นสนามดังตุบ ต่อหน้าต่อตาผู้คนนับร้อย สมาชิกทีมสลิธีรินนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นหญ้า
“คามิว!”
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!”
“คามิว!!” เพื่อนร่วมบ้านคนหนึ่งะโสุดเสียงก่อนจะะโลงจากอัฒจันทร์แล้ววิ่งตรงดิ่งไปที่ร่างนั้นด้วยความตระหนกขีดสุด“คามิว ไม่เป็ไรนะ!!”
คำถามของคนรอบข้างไร้ซึ่งเสียงตอบจากผู้าเ็อาจารย์รีบตรงดิ่งเข้าไปดูอาการของเด็กสาวที่นอนแน่นิ่งทันทีในขณะที่ชาร์ลีซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดมาั้แ่ต้นเงยหน้าขึ้นมอง ‘ต้นเหตุ’ด้วยสายตาโกรธจัด
“อเล็กซ์! นายทำบ้าอะไรของนาย! โจมตีพวกเดียวกันเองทำไม!” ชาร์ลีตวาดลั่นจนเสียงก้องไปทั่วสนาม
“ฉันไม่ผิดซะหน่อย ยัยนั่นไม่ยอมหลบเองต่างหาก” อเล็กซ์ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านแถมยังเหยียดยิ้มเ้าเล่ห์ “กะว่าจะสอยพวกบ้านฟ้าสักหน่อยแต่ยัยนั่นดันขวางทางเอง”
“ว่าไงนะ!” ชาร์ลีจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็งมือที่กำไม้กวาดสั่นเทาด้วยความโมโห
ขณะที่สนามกำลังวุ่นวายนั้นร่างของคามิวถูกพาลำเลียงออกไปปฐมพยาบาลอย่างรวดเร็วอบิเกลเฝ้ามองอยู่สักพักก็รู้สึกเป็ห่วงรุ่นพี่จนทนรั้งท้ายไม่ไหวเธอรีบผุดลุกจากที่นั่งและวิ่งลงจากอัฒจันทร์ทันทีสกอร์เปียสที่เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้าที่จะสาวเท้าตามไปติด ๆ ฮิวโก้ที่กำลังยกยิ้มอย่างชอบใจที่บ้านเขียวได้รับาเ็นั้นสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่สองคนที่กำลังลงมาจากอัฒจันทร์อย่างน่าสงสัยทำให้ต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเขาทำงานจนต้องลุกออกจากอัฒจันทร์ตรงดิ่งไปตามทางเดิน
อบิเกลวิ่งมาจนถึงเต็นท์พยาบาลชั่วคราวและพรวดพราดเข้าไปด้านในด้วยความร้อนใจ“รุ่นพี่คามิวเป็อย่างไรบ้างคะ!?”
เสียงเอ่ยถามนั้นทำให้อาจารย์เงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นว่าเด็กหญิงที่ไม่เกี่ยวข้องโผล่มา
“เมอร์รัล!? เธอมาทำอะไรที่นี่กลับไปที่อัฒจันทร์เดี๋ยวนี้เลย!”เสียงอาจารย์ที่ดูแลอยู่ดุขึ้น
“ไม่ค่ะ หนูไม่กลับ หนูอยากรู้ว่ารุ่นพี่เป็อะไรมากไหม...”อบิเกลหันไปเถียงอาจารย์ที่ดุเธอ
“ฉัน... ไม่เป็ไรมากหรอก...”เสียงแหบพร่าของคามิวดังขึ้นเบา ๆ
อบิเกลรีบถลาเข้าไปข้างเตียงแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอใจคอไม่ดี เพราะถึงแม้คามิวจะพยายามพูดแต่ร่างกายของเธอยังคงนอนนิ่งสนิท ไม่แม้แต่จะขยับปลายนิ้ว
“รุ่นพี่... ไม่เป็อะไรมากจริง ๆ แน่นะคะ?” อบิเกลถามซ้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นสภาพที่แท้จริงของรุ่นพี่สาว
“อืม...ไม่ต้องห่วง...ขยับได้เล็กน้อย...แต่ฉันก็คงต้องนอนพักไปอีกสักระยะเธอกลับไปที่นั่งของเธอเถอะ”
สีหน้าของอบิเกลรู้สึกเป็ห่วงอีกฝ่ายมาก ๆ เธออยากช่วยแต่ทว่าเหล่าอาจารย์ก็ไล่เธอและสกอร์เปียสออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างงุนงง
“รุ่นพี่ดูอาการแย่นะ...”
“ฉันกลัวว่าเส้นประสาทจะมีปัญหามากกว่า...ขอให้พวกอาจารย์รักษารุ่นพี่ได้นะ”
อบิเกลหันกลับไปมองที่เต็นท์พยาบาลอีกครั้งเธอแอบภาวนาในใจขอให้รุ่นพี่ปลอดภัยความรู้สึกปั่นป่วนมวนในท้องทำให้เธอแทบจะทนไม่ไหวแต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของคนที่ทำให้รุ่นพี่คามิวต้องตกอยู่ในสภาพนี้เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นก็ลุกโชนขึ้นมาแทนที่ เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อจัดการคนพวกนั้นให้หลาบจำเธอกวาดสายตาหันกลับไปมองสนามควิดดิชเบื้องหน้าอย่างใช้ความคิด
“สกอร์เปียส...”
“มีอะไรเหรอ?”
“ชุดควิดดิชสำรอง... ต้องไปเอาที่ไหน?”
“เธอจะทำอะไรน่ะ!”สกอร์เปียสถามด้วยความใเมื่อเห็นประกายตาที่มุ่งมั่นผิดปกติ
“ฉันจะเข้าไปจัดการพวกที่กล้าทำร้ายแม้กระทั่งทีมตัวเองน่ะสิ!”
สิ้นคำพูดอบิเกลก็สาวเท้าตรงไปยังอุโมงค์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็ทางเข้าสำหรับผู้เล่นทันทีโดยไม่สนคำทัดทานใด ๆ
ขณะเดียวกันฮิวโก้ที่เพิ่งตามลงมาจากอัฒจันทร์กลับไม่พบใครนอกจากความว่างเปล่าบริเวณหน้าเต็นท์พยาบาลเขาลองเดินไปตรวจสอบภายในเต็นท์หรือรอบ ๆ ก็ไร้วี่แววเงาของพวกเมอร์รัลทำให้เขารู้สึกเจ็บใจที่ไม่เจออีกฝ่ายเดิมที่เขาอยากซ้ำเติมพวกนั้นให้สติแตกถึงเื่บ้านสลิธีรินที่กำลังแตกคอกันแต่ความสงสัยก็ผุดขึ้นมาว่าทั้งสองคนนั้นหายไปไหน
สถานการณ์ในสนามควิดดิชบานปลายจนปั่นป่วนไปหมดเพียงไม่กี่นาทีหลังจากคามิวถูกโจมตีโดยคนในบ้านเดียวกันแม้คะแนนของทั้งสองบ้านจะเริ่มทิ้งห่างกันไปแต่ในวินาทีนี้แต้มเ่าั้กลับไม่มีความหมาย เมื่ออันตรายแฝงอยู่ในทุกทิศทางเหล่านักกีฬาบ้านเขียวเริ่มคลุ้มคลั่งพวกเขาใช้ทั้งลูกควัฟเฟิลและบลัดเจอร์เข้าโจมตีใส่ทุกคนอย่างไม่เลือกหน้าไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกันเอง
“ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!”
“บ้านเขียว! ดูแลคนของตัวเองหน่อยสิ!”
“พวกนายน่าจะรู้อยู่แล้วนี่ว่าไอ้พวกนี้มันคุมยากแค่ไหน!”ปีเตอร์จับด้ามไม้กวาดอย่างแน่นก่อนที่จะหลบการโจมตีที่พุ่งมาจากไหนไม่รู้ “รอจบการแข่งพวกแกตายแน่!! อเล็กซ์!!”
“ปากดีจังนะ ปีเตอร์!!” อเล็กซ์ที่อยู่ห่างออกไปส่งซิกหาอีกคนพวกนั้นก็เตรียมขวางลูกควัฟเฟิลใส่ปีเตอร์ทันที
ปีเตอร์ที่หันไปมองก็รับลูกนั้นอย่างรวดเร็วความรุนแรงของลูกที่โดนขวางทำให้เอาเขารู้สึกถึงแรงอันรุนแรงนั้นจากลูกบอลว่าพวกนั้นอยากจะให้เขาโดนขวางจนตกแต่ไม่มีวันที่เขาจะปล่อยไว้แบบแน่ ๆ เขาจับได้นั้นก็รีบตรงดิ่งไปที่ฝั่งตรงข้ามพวกบ้านเรเวนคลอพยายามที่จะขัดขวางอีกฝ่ายด้วยการดันหน้าแต่ปีเตอร์ใช้ความสามารถของตนเองหลบการขัดขวางนั้นแล้วขวางเข้าห่วงไปเสียงระฆังดังขึ้นทันที
“บ้านสลิธีรินได้ไป 10 แต้ม!! ตอนนี้คะแนนคือ50 ต่อ 40 อีกไม่นานก็จะสูสีกันแล้วครับ!!”
อเล็กซ์ได้แต่ทำหน้าไม่พอใจพวกเขาอยากให้พวกนั้นเห็นความฉิบหายมากกว่าเอาชนะแม็กนัส้าเห็นบ้านเรเวนคลอแพ้ไป แต่ก็อยากจัดการบ้านตัวเองเช่นเดียวกันระหว่างนั้นเองชาร์ลีที่กำลังมองดูความวุ่นวายด้วยความเหลืออดเขาคว้าไม้ของตำแหน่งบีตเตอร์ในมือไว้แน่น ก่อนจะเหวี่ยงฟาดลูกบลัดเจอร์ที่พุ่งเข้ามาด้วยแรงโทสะเสียงไม้กระทบลูกบอลเหล็กดังสนั่น
ปัง!
ลูกบลัดเจอร์เปลี่ยนทิศทางพุ่งวาบเข้าหาอเล็กซ์อย่างรวดเร็วราวกับะุปืนอีกฝ่ายที่ไม่ทันตั้งตัวถูกแรงปะทะเข้าเต็มรักจนร่างกระเด็นตกจากไม้กวาดร่วงสู่พื้นทันที
“นี่สำหรับคามิว!” ชาร์ลีะโก้องอย่างสะใจ
ชาร์ลีกำลังดีใจที่ตัวเองจัดการอเล็กซ์ที่ทำให้บ้านของเขาต้องได้รับาเ็แต่ทว่าเขาก็ไม่รู้ว่ายังมีอีกคนที่กำลังรอลูกควัฟเฟิลที่โดนโยนมาทางนี้ขวางไปหาชาร์ลีทันที
“จบเกมล่ะ!! ชาร์ลี!!”
“!!!”
เสียงนั้นทำให้เขาหันไปมองแต่เพียงเสี้ยววินาทีชาร์ลีรีบหันกลับไปมองแต่ก็พบกับลูกบอลที่พุ่งเข้าใส่กลางหลังด้วยความเร็วสูง
“อ๊ากกกกกกกกกกกก!”
“ชาร์ลี!!”
จบตอนที่ 24 โปรดติดตามตอนที่25 ต่อไป