วันนี้ผกากาญจน์รู้สึกใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาซะเลย ั้แ่เมื่อเช้านี้แล้ว ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวเร็ว วาบหวามยังไงชอบกล เมื่อคิดไปถึงตอนที่เธอถูกดึงเข้าไปนั่งบนตักแกร่ง ของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุด เหนือผู้คนแห่งประเทศที่เขาปกครอง
“ไหวหรือเปล่าเธอ!!??”
จิตละมัยหันมาร้องถามเพื่อนด้วยความเป็ห่วงเป็ใย เพราะรู้สึกว่า ผกากาญจน์ มีสีหน้าอิดโรยซีดบ้างและแดงบ้างในบางครั้ง เหมือนไม่ค่อยมีสติสะตัง จิตใจล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไร ซึ่งเสียงของเพื่อนที่ถามมานั่นก็ทำให้ ผกากาญจน์ สะดุ้งใได้เลยทีเดียว
“ดูสิจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจริงด้วย ฉันถามแค่เนี้ยถึงกับสะดุ้งเลยนะเธอ”
ผกากาญจน์ยิ้มแหย่งๆ มาให้เพื่อนอย่างลุแก่โทษ
“ฉันรู้สึกเพลียๆ และมีเื่ให้คิดน่ะ”
ผกากาญจน์บอกกล่าวแก่เพื่อนร่วมงานไปตามความจริง
“นี้ก็เที่ยงแล้วฉันว่าเธอไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันรอให้แววดาวมาเปลี่ยนที่นี่เอง”
จิตละมัยบอกให้เพื่อนไปพักเที่ยงก่อน เพราะเป็ห่วง กลัวว่าจะมาเป็ลมเป็แล้งไปซะก่อน เดี๋ยวจะยุ่งเข้าไปใหญ่
“เอาอย่างนั้นเหรอ!!??”
ผกากาญจน์ถามเพื่อนร่วมงานอย่างไม่แน่ใจ เธอไม่อยากกินแรงเพื่อน
“เอาอย่างนี้แหละ ไปเถอะ”
จิตละมัยก็รู้แหละว่าผกากาญจน์เกรงใจ หากเป็เวลาปกติเธอก็ไม่ได้เป็อย่างนี้หรอก เพราะเธอไม่ให้ใครเอาเปรียบได้ง่ายๆ อยู่แล้ว แต่ดูสภาพเพื่อนแล้ว เหมือนจะไม่ไหวจริงๆ เธอจึงยอมได้
“ถ้างั้นฉันไปรอเธอที่ห้องเก็บของนะ”
ผกากาญจน์ว่าแล้วก็ลุกจากเก้าอี้ ผละเดินห่างออกไปจากเคานเตอร์ประชาสัมพันธ์ ผกากาญจน์เดินไปได้ยังไม่ทันถึงครึ่งทาง เธอก็เห็นองครักษ์ของชีคซาเรสเดินตรงมาหาเธอ ด้วยท่าทางมาดมั่น ผกากาญจน์หัวใจตุ้มๆ ต่อมๆ และเต้นแรงรัวเร็ว
‘จะมีอะไรอีกล่ะเนี๊ย!!’ พลางคิดคร่ำครวญอยู่ในใจ
“คุณผกากาญจน์ครับ ท่านชีคให้มาเชิญคุณไปร่วมรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน ที่ห้องอาหารของโรงแรมครับ”
อาบูลเดินเข้ามาใกล้ๆ ผกากาญจน์ โค้งคำนับนิดหนึ่ง แล้วค่อยเอ่ยบอกจุดประสงค์ที่มาให้รับทราบ
“เอ่อ!! ตอนนี้ฉันอยู่ในชุดพนักงาน และเป็่ปฏิบัติงาน คงไม่เหมาะที่จะไปร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับท่านชีคได้หรอกค่ะ มันเป็กฎของที่นี่น่ะค่ะ”
ผกากาญจน์เกร็งมากที่องครักษ์ของชีคซาเรส มาโค้งคำนับเธอ ผู้คนที่เดินกันขวักไขว่รวมทั้งพนักงานก็ต่างพากันเมียงมองมาที่เธอกับองครักษ์ผู้นี้อย่างสนอกสนใจ จนเธอแทบทำอะไรไม่ถูก
และยิ่งเกร็งเข้าไปใหญ่เมื่อได้ถูกเชื้อเชิญให้ไปร่วมรับประทานอาหารเที่ยงกับชีคซาเรสอย่างนี้ และที่เธอกล่าวมานั้นก็เป็กฎของที่โรงแรมนี้จริงๆ ไม่ได้โกหกแต่อย่างใด เพราะที่นี่เขาห้ามพนักงานที่อยู่ระหว่างปฏิบัติงาน และสวมใส่ชุดพนักงานอยู่ นั่งโต๊ะรับประทานอาหารร่วมกับแขกผู้มาพักอาศัยโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เสียภาพลักษณ์ขององค์กรเอาได้
“อันนี้คุณผกากาญจน์คงต้องไปบอกกับท่านชีคเองแล้วล่ะครับ เพราะผมมีหน้าที่ทำตามคำสั่งของท่าน ให้เชิญคุณไปร่วมรับประทานอาหารกันเพียงเท่านั้น เชิญครับ”
อาบูลไม่รับฟังเหตุผลที่ผกากาญจน์กล่าวปฏิเสธแต่อย่างใดทั้งสิ้น เขามีหน้าที่เชิญและจะต้องพาเธอไปให้ได้ตามคำสั่งของเ้านายเหนือหัวของเขา
“โอเคค่ะ”
ผกากาญจน์จำต้องยอมไปกับองครักษ์ของชีคซาเรส ที่มาเชื้อเชิญ ไปร่วมรับประทานอาหารเที่ยงอย่างเสียไม่ได้
“งั้นเชิญครับ”
อาบูลผายมือให้ผากากาญจน์เดินไปยังลิฟต์ เพื่อโดยสารขึ้นไปยังห้องอาหารของโรงแรม
๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖