ตงหลินฟานเทียนในตอนนี้เจอปัญหาใหญ่แล้ว ปัญหาใหญ่มากๆด้วย
“พวกสตรีเหล่านี้เป็อะไรไปกันหมด”
ฟานเทียนในตอนนี้ได้พาฮัวร์หลินและฮัวร์หลานเพื่อมาซื้อเสื้อผ้าเด็ก ทว่าเนื่องจากทั้งสองเป็ิญญาจึงไม่มีใครสามารถมองเห็นทั้งสองได้ ยกเว้นแต่ผู้ที่มีพลังจิต หรือเกี่ยวข้องกับฟานเทียนเท่านั้น
การที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับฟานเทียน และได้รับการยอมรับจากเขา เพียงเท่านั้นพวกเขาก็จะได้รับพลังิญญาเพิ่มขึ้นจากออร่าของฟานเทียนแล้ว
เขาที่มาเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าตามคำแนะนำของยานเยี่ยหยิน ไม่ได้เตรียมตัวที่จะมาพบเจออะไรแบบนี้
“เห้ นี่ดูพี่ชายคนนั้นซิ หล่อจังเลยนะ นี่ๆคิดว่าเขาเป็ดาราหรือเปล่า”
“ดารา? ดาราอะไรกัน หล่อแบบนั้นมันมากกว่าการเป็ดาราแล้ว”
ตงหลิวฟานเทียนถอนหายใจออกมา เมื่อก่อนนั้นก็มีสตรีที่มาชอบเขามากอยู่พอสมควรเลย ทว่าพวกเธอไม่ได้แสดงท่าทีที่โจ่งแจ้งแบบนี้
‘น่ากลัวจริงๆ หากสมัยเมื่อสามพันปีก่อน เหล่าจอมยุทธ์หญิงเป็แบบพวกเธอละก็ จะต้องมีการนองเืแน่ๆ’
เขาไม่อยากจะคิด การต่อสู้ของจอมยุทธ์หญิงระดับปราณจันทราสามารถทำลายล้างทั้งแคว้นได้อย่างไม่ยากเย็น หากพวกเธอต่อสู้กันเพื่อเขาละก็ มีแต่เขาเท่านั้นที่จะหยุดพวกเธอได้
“จะว่าไปแล้ว ข้าจำได้ว่ามีจอมยุทธ์หญิงผู้หนึ่งที่ตามติดเราเกือบห้าร้อยปีก่อนที่เราจะหลับไป ป่านนี้นางจะเป็ยังบ้างนะ ตอนนั้นนางมีระดับแค่ปราณปฐีเท่านั้นเอง”
เขาช่วยเธอไว้จากการทำลายล้างของสำนักมาร และจากนั้นจนถึงก่อนที่เขาจะหลับไปสามพันปี เธอได้สาบานต่อฟ้าดินว่าเธอจะรอเขา
อายุขัยของผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณปฐีมีเพียงแค่พันปีเท่านั้น เธอใช้เวลาไปแล้วกว่าห้าร้อยปีในการติดตามเขา หากเธอ้าจะรอเขาให้ตื่นขึ้นจากการหลับไหลสามพันปี เธอจะต้องมีระดับต่ำสุดอยู่ที่ระดับปราณนภา ซึ่งตอนนั้นเธอจะมีอายุขัยมากกว่าห้าพันปี
การที่เขาตื่นขึ้นมาและไม่สามารถรับรู้ได้ถึ่งกลิ่นอายของผู้ฝึกยุทธ์ นี่คงหมายความว่าเธอนั้นทำไม่สำเร็จ
ฟานเทียนที่กำลังลำลึกความหลังอยู่นั้น รู้สึกได้ว่ามีใครมากระตุกแขนเสื้อของเขา เขามองลงไป พบว่าคนที่กระตุกแขนเสื้อของเขาก็คือฮัวร์หลิน
“ป๊ะป๋า หลินเอ๋ออยากได้เสื้อผ้าตัวนั้น”
ฮัวร์หลินชี้นิ้วไปยังชุดตัวหนึ่ง มันเป็ชุดที่น่ารักมากๆ
ฟานเทียนมองดูชุดนั้น มันเป็ชุดที่น่ารักดีมากๆ การออกแบบแตกต่างจากชุดที่เขามีแบบสุดขั้ว
ชุดที่ฮัวร์หลิน้าเป็ชุดที่มีลายหมีน้อยสีชมพู กางเกงยีนส์ขาสั้น รองเท้าขนาดใหญ่กว่าเท้าของเธอทว่าดูแล้วน่าจะใส่ได้พอดีและสบาย
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาชุดนั้นก็แล้วกัน”
ตงหลินฟานเทียนทำการดีดนิ้ว เสื้อผ้าของฮัวร์หลินเปลี่ยนไปตามที่เธอ้า เธอยิ้มออกมาด้วยความสุข
ต่อมาก็ถึงตาของฮัวร์หลาน เธอ้าชุดคล้ายๆกับชุดของฮัวร์หลิน แต่เป็ลายลูกสุนัขที่มีสีฟ้า กางเกงและรองเท้าเป็แบบเดียวกับฮัวร์หลิน ทั้งสองเมื่อยืนข้างๆกัน ทำให้ความน่ารักเพิ่มทวีคูณขึ้นไปอีก
ฟานเทียนช่วยไม่ได้ที่จะอุ้มทั้งสองขึ้นก่อนที่จะกอดทั้งสองด้วยความเอ็นดู
“ฮิๆ หลินเอ๋อดีใจที่ป๊ะป๋าชอบ แต่หลินเอ๋อ้าเสื้อผ้าหลายๆตัว ป๊ะป๋าเสกเสื้อผ้าให้หลินเอ๋อมากกว่านี้หน่อยน้า”
ฮัวร์หลินเหมือนกับเด็กหญิงทั่วๆไป เธอ้าอ้อนป๊ะป๋าของเธอ
ฮัวร์หลานเองก็ด้วย ทว่าเธอนั้นไม่แสดงออกมาอย่างชัดเจน ทว่าส่งสายตาอ้อนวอนไปที่ฟานเทียน แน่นอนว่าฟานเทียนนั้นย่อมตอบตกลง เขามีภูมคุ้มกันต่อสิ่งที่น่ารักทั้งหลายน้อยมากๆ
“ได้ซิ ป๊ะป๋าจะซื้อเสื้อผ้าทั้งหมดนี่เลย”
ฟานเทียนจากนั้นก็เริ่มซื้อเสื้อผ้าจริงๆ ถึงแม้ว่าพวกเธอจะใส่มันไม่ได้ แต่เยี่ยเยี่ยสามารถใส่ได้ เขาซื้อทั้งหมดนี้ไปเพื่อเยี่ยเยี่ยด้วย
เยี่ยเยี่ยน่าเสียดายที่เป็หวัดจึงไม่สามารถมากับฟานเทียนและพี่น้องฮัวร์ได้ เขาสามารถรักษาหวัดของเยี่ยเยี่ยได้ด้วยการดีดนิ้วเท่านั้น ทว่าเยี่ยหยินห้ามเอาไว้ เธอบอกว่าหากเขาทำแบบนั้นอาจจะส่งผลระยะยาวก็เป็ได้
การป่วยเล็กๆน้อยๆในวัยเด็ก จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่ป่วยง่ายเมื่อโตขึ้น เธอไม่ยอมใช้ยาแผนปัจจุบัณในการรักษาด้วย แต่ใช้วิธีตามธรรมชาติแทน ซึ่งการเป็หวัดสามารถรักษาด้วยวิธีทางธรรมชาติอย่างไม่ยากเย็น
“มีอะไรอีกหลายๆอย่างที่เราไม่รู้แหะ หลับไปสามพันปีมีสิ่งใหม่ๆเต็มไปหมด จะต้องหาวิธีเรียนรู้เกี่ยวกับพวกนี้ซะแล้วซิ”
ตอนนี้ร้านเสื้อผ้าที่ฟานเทียนเข้าไปเหมาจะต้องปิดตัวลงชั่วคราว เนื่องจากไม่มีเสื้อผ้าเหลืออยู่แล้ว พนักงานขายในร้ายยิ้มแก้มปริ ค่าคอมมิชชั่นที่จะได้มากกว่าเงินเดือนหลายเท่า ใครบ้างจะไม่ชอบ