นาตาลีถูกพามายังห้องโถงกว้างที่ตกแต่งงดงามไม่แพ้ห้องไหนๆนี่ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่เลยแต่เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ที่้ากลับเป็แรงกระตุ้นให้เกิดความมั่นใจ
บรรดานางและบ่าวรับใช้ตามรายทางต่างมองหญิงสาวเป็ตาเดียวแต่ไม่ได้เห็นเป็เป็หญิงแปลกหน้าหรือแปลกประหลาดแต่อย่างใด กลับตะลึงพรึงเพริดในความงามเสียมากกว่า
แผ่นหลังกว้างของคนร่างสูงที่ยืนนิ่งตรงบานหน้าต่างทำหัวใจเธอกระตุกหนึกแม้จะรู้สึกประหม่าเพียงใดก็พยายามเกริ่นขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ท่านคะ ดิฉันนาตาลีค่ะ ท่านคงรู้เื่ของฉันจากท่านอลันบ้างแล้ว” ชายผู้รักษาท่าทีในชุดสีน้ำเงินเข้มนั้นกลับเบือนหน้ามาเพียงนิด บอกสั้นๆว่า
“นั่งก่อนสิ”
เธอต้องเม้มริมฝีปากอย่างไม่เข้าใจ
ก็นอกหน้าต่างนั่นมีอะไรน่าสนใจนักหนานะ
หรือเพราะ โกรธ จนไม่อยากเห็นหน้าแต่อย่างน้อยก็ควรฟังกันบ้าง เขาวางแก้วเครื่องดื่มในมือลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีใกล้ตัวเธอสูดหายใจลึกเข้าปอด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม
“ท่านคะ ฉันมีเื่สำคัญต้องบอกท่าน”
ได้ผล
คู่สนทนาของเธอยอมหันมาเผชิญหน้ากันอย่างที่ควรจะเป็และนั่นก็ทำให้เซออนถึงกับตาเบิกกว้าง ถึงแม้ว่าเขาจะเก็บอารมณ์ไม่เก่งเท่าอลันแต่ครั้งนี้ก็ทำได้ดีในความประหลาดใจนั้นถูกความนิ่งสงบเป็ฉากบังหน้าไว้ได้แเี
มิน่าฟาลีถึงบอกว่ารอให้เห็นกับตาก่อนสรุปจะดีกว่า
“นางไม่แผกจากผู้ชาย ตัวดำ ล่ำบึ้ก”
น่าขัน!ช่างตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง หญิงงามผู้มีรูปร่างบอบบางผิวกายขาวสะอาด ทำคำพูดของชายหนุ่มขาดหายไปชั่วขณะส่วนหนึ่งนึกทึ่งกับวีรกรรมความเก่งกล้าเฉกเช่นชายชาตรี อย่างนี้นี่เองเนเรนถึงตอกย้ำความผิดพลาดของเขาราวกับไม่ควรเกิดขึ้นและอาจจริงหากเขาจะยอมตกหลุมกับดักของนางเสียเองอย่างไร้ข้อกังหา
“เื่สำคัญของเ้า ว่ามา”
“คือ..ฉันต้องขอโทษจริงๆ ค่ะที่ทำให้ท่านได้รับาเ็..เอ่อ..ตอนไปหมู่บ้านริมน้ำ”เซออนผ่อนลมหายใจยืดยาว ขณะที่ข้ารับใช้คนสนิทพากันทยอยออกอย่างรู้หน้าที่และฟาลีตามเข้ามาสมทบ
“สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นมันเป็เื่เข้าใจผิดของฉันเองค่ะด้วยความอวดดี ฉัน้าจับพวกโจรเพื่อพิสูจน์ให้คนในหมู่บ้านยอมรับในตัวฉันเพราะฉันไม่ใช่คนร้าย แล้วบังเอิญคืนนั้นท่านก็เข้ามาในเหตุการณ์ เลยทำให้ฉัน…เข้าใจผิดคิดว่า…”
“คิดว่าข้าเป็โจร” ดวงตาคมฉายวาบระคนหัวเราะฮึในลำคอนาตาลีเหลือบมองคนเข้ามาใหม่แวบหนึ่ง ผู้ชายที่นี่ทำไมถึงมีสายตาคมกริบอย่างกับใบมีดอย่างนี้นะ
“ยอมรับว่าฉันตาไม่มีแววเอาซะเลย ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเป็เหตุให้เกิดเื่ไม่ดีกับท่าน” พูดจบเธอก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นแบออก
ตราประจำตัว
“ตราอันนี้ฉันเจอมันตกอยู่กับพื้นข้างดาบของท่าน ตอนนั้นกำลังชุลมุนฉันก็เลยเก็บมาด้วยไม่คิดว่าจะเป็ของสูงค่าของแผ่นดินที่ทำไปไม่ได้คิดลบหลู่หรือดูิ่ศักดิ์ศรีของท่านนะคะ” มือเล็กๆยื่นส่งตรงหน้า
“ของสำคัญอย่างนี้ฉันจึงตั้งใจนำมาคืนค่ะ ขอท่านโปรดยกโทษให้ด้วย” เธอก้มหน้าอย่างคนสำนึกผิด ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ย่อมรับได้เสมอ
“เอาล่ะ ข้ายกโทษให้เ้า” คำนั้นทำให้นาตาลีเงยหน้าเปื้อนรอยยิ้มขึ้นมองเซออนยื่นมือไปรับของคืนมา หากแววตาเผยรอยเล่ห์ลึก
“แต่สูงสุดแห่งแผ่นดินจะยกโทษให้เ้าหรือไม่นั้น คงอีกเื่หนึ่ง” คนฟังใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม “แล้วข้าจะช่วยพูดให้แต่เ้าต้องถูกกักตัวไว้ก่อน จนกว่าจะได้รับการยกโทษจากท่านเนเรน”
“กักตัว!”
“ใช่” ฟาลีช่วยย้ำให้คนฟังขนลุกเกรียวเลยทีเดียว
“และข้าได้รับหน้าที่นั้น” เซออนถึงกับนิ่งอึ้งนึกเอะใจั้แ่เห็นเพื่อนรักเดินเข้ามาในห้องแล้ว คงไม่ได้แค่มาดูการรับคืนตราประจำตัวของเขาเพียงอย่างเดียว
นาตาลีก้มหน้างุดภายใต้ภาวะกดดัน ไม่สิ! ควรพลิกวิกฤตให้เป็โอกาสมากกว่าเื่อะไรจะยอมปล่อยไปตามกระแส เธอไม่ได้ทำผิดร้ายแรงสักหน่อย
“ขอบคุณค่ะที่เมตตา” คนหน้าสวยเผยยิ้มบาง “ต้องฟ้าถือเป็สถานที่กักตัวที่ดีที่สุด เพราะมีนักรบมากมายคอยเฝ้าอย่างเข้มงวดแถมยังมีลินดากับวารีคอยประกบไม่ห่าง ถ้าคิดจะหนีคงทำไม่ได้ง่ายๆหรือพูดให้ถูกก็คือ ไม่มีทาง และที่สำคัญฉันดีใจมากกว่าที่ท่านยกโทษให้แล้วส่วนท่านเนเรนจะว่าอย่างไรคงไม่สำคัญแล้วค่ะ ท่านส่งคนไปตามฉันได้ทุกเวลานะคะฉันพร้อมจะพบท่านเนเรนเสมอ”
เ้าหล่อนสรุปความเอาดื้อๆให้คนฟังนิ่งงันเหมือนยอมรับอยู่ในที แล้วใครจะยอมพลาดโอกาสทองนี้เล่า
“ขอบคุณค่ะที่กรุณา”
นั่นปะไร!
คนที่ได้แต่กรอกตามองกันต้องผ่อนลมหายใจทิ้ง
“เพื่อนของฉันที่มาด้วยกัน ตอนนี้เขาป่วยมาก ถ้าท่านจะกรุณาฉันจะขออนุญาตไปดูเพื่อนนะคะ”เซออนค่อยๆ พยักหน้าคล้ายเป็การอนุญาต หญิงสาวโปรยยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนย่อตัวทำความเคารพฟาลีหัวเราะฮึในลำคอพลางส่ายหน้า
“จนมุมเสียแล้วนะ ท่านจอมโจร” เซออนยักไหล่
“ช่วยไม่ได้จริงๆ นางฉลาดเกินตัว ว่าแต่เ้าเถอะคราวนี้พลาดกว่าข้ามากนะมามือเปล่าก็กลับมือเปล่าละกัน เพราะดันปล่อยนักโทษไปต่อหน้าต่อตา”
“แล้วใครจะจับนางเข้าคุกมืดได้ลงคอเล่าเซออน หรือเ้ากล้า” คนถูกท้าส่ายหน้า
“รอเนเรนเถอะ”
“ข้ากลัวแต่ว่าคนของเราจะเป็ฝ่าย ถูกขัง เสียมากกว่า”
“เราคงต้องช่วยกันดูแลท่านให้ดี ศึกหนักทางกายเนเรนไม่เคยเกรง แต่ศึกหนักทางใจยังไม่เคยผ่านเลยสักครั้ง”
อ่อนหัด ว่าอย่างนั้น
“แล้วเนเรนเป็ยังไงบ้าง”
“าเ็เอาการทีเดียว ซ้ำยังเป็ไข้ด้วย แต่นักยาชาลดูแลแล้วล่ะ ตอนนี้อยู่ที่ห้องเล็กซีกขวา”เซออนเลิกคิ้วฉงน
“ห้องเล็กซีกขวา?”
“บทพิสูจน์ใจใครบางคนของเนเรนกระมัง”
นาตาลีจ้ำอ้าวไปหาคนป่วยโดยมีลินดาและวารีตามไปติดๆ
“เ้านี่หัวไวจริงนะ เล่นเอาท่านพี่ของข้ากับท่านเซออนอึ้งไปเลย แต่ก็กล้าเกินไปหน่อย”ลินดาออกปากติชม
“ฉันไม่อยากอยู่ในคุกต่างหาก ขืนช้าท่านฟาลีก็จับฉันเข้าคุกมืดเท่านั้นสิ”
“คุกหรือ? ไม่มีใครอยู่ในนั้นนานแล้วอย่าว่าแต่จะขังใครได้เลย เปิดลูกกุญแจออกหรือเปล่าก็ไม่รู้”สองพี่น้องช่วยกันพูดถึง ‘คุก’ สถานที่กักขังนักโทษของต้องฟ้าซึ่งทิ้งร้างว่างเปล่ามานาน
“อีกอย่างท่านพี่ข้าไม่ใจร้ายให้เ้าไปอยู่ในนั้นหรอก” คนฟังได้แต่กรอกตาไปมา
ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะไม่มีการขังนักโทษ
หญิงสาวหันขวับเมื่อหยุดลงตรงหน้าประตูห้อง ทำคู่แฝดที่ก้าวตามอย่างสม่ำเสมอเสียจังหวะจนเกือบจะชนกัน
“จะหยุดก็ไม่บอก”
“นั่นสิ พวกข้าเกือบชนเ้าแล้วไหมล่ะ”
“ก็ถึงแล้วนี่จ๊ะ ขืนไม่หยุดก็เลยน่ะสิ” นาตาลีกระเซ้าให้สองสาวพากันเหวอรับประทาน
“ที่นี่มีคนครัวทำอาหารให้ไหม หรือว่าฉันต้องทำเอง” ถามตรงๆอย่างคนรู้น้อย เพราะการที่ลินดากับวารีเคยบอกไว้ว่าใครก็ตามที่เข้ามาในต้องฟ้าจะได้รับการดูแลนั้นดูแลแค่ไหน อย่างไร
“ไม่ต้องไปทำเอง แค่บอกพวกข้าว่า้าอะไร จะให้บ่าวจัดการ” คนฟังยิ้มแฉ่ง
“งั้นฉันขอข้าวต้มร้อนๆ สักถ้วย อ้อ! แล้วก็ผ้าชุบน้ำหมาดๆด้วย ช่วยหน่อยนะ”
“เื่เล็ก”
“เดี๋ยวพวกข้าจัดการให้”
“ขอบคุณมากจ๊ะ”
เมื่อสองสาวผละไป หญิงสาวจึงเข้ามาดูแลชายหนุ่มที่ยังนอนซมจมกองไข้บางครั้งเขาก็ขยับตัวยุกยิกให้เธอรีบถลาเข้ามาดูใกล้ๆ ด้วยคิดว่าเขาจะตื่นแต่ก็กลับหลับนิ่งไป
สักครู่สองสาวก็โผล่มา
“ถ้าฉันไม่พักที่ห้องนั้น จะเป็ไรไหม” นาตาลีเกริ่นให้สองสาวหันพรืดมามอง
“มีอะไรขัดข้องหรือเปล่าห้องนั้นจัดได้ว่าเป็หนึ่งในแปดห้องที่ดีที่สุดของต้องฟ้าเชียวนะ”
“ไม่ใช่ไม่ดี ออกจะดีเกินไปด้วยซ้ำ แต่ว่ามันไกล”
นาตาลีชี้มือมาทางคนป่วย เพราะจากที่นั่งคำนวนดูแล้วระยะทางเดินเท้าไปมาระหว่างสองห้องต้องใช้เวลาพอควร สองสาวฝาแฝดสบตากันอย่างรู้ทัน
“เ้าอยากดูแลเขา” นาตาลีชู่ปากเพราะแม่เ้าประคุณเล่นเร่งเดซิเบลเสียงเกินพิกัดไปหน่อย “ก็คนป่วยจะใจจืดใจดำทิ้งกันลงได้ยังไง แล้วเท่าที่รู้เขาก็ไม่มีใครนี่เธอสองคนรู้จักเนลดีไม่ใช่เหรอ” เล่นเอาสองสาวอึกอักทำหน้าไม่ถูกจนต้องชิงตัดบทไปเอง
“ไม่สนิทก็ไม่เป็ไร แค่ถามดูเฉยๆ”
“อย่างนั้นเราสามคนก็ช่วยกันเฝ้าอยู่ที่นี่ล่ะ” ลินดาเสนอวารีลอบสะกิดเป็เชิงถามว่าจะดีหรือ
“เอาเถอะน่า หรือจะให้นางอยู่ตามลำพังเล่า”
“ดีสิ! ฉันก็อยากให้เธอสองคนอยู่เป็เพื่อนฉันด้วย เผื่อคับขันจะได้ช่วยกันไง”
เมื่อตกลงกันได้สองสาวจึงแยกไปจัดเตรียมเครื่องนอนมาเพิ่ม แล้วเลือกจับจองพื้นที่ตรงมุมห้องด้านหนึ่งส่วนนาตาลีเลือกอีกมุมที่ใกล้คนเจ็บมากที่สุด
นาตาลีมองคนป่วยด้วยความรู้สึกห่วงใยและหนักใจไปพร้อมกันก็เขายังไม่รู้สึกตัวสักทีนี่นา..ทำได้ดีที่สุดคือช่วยเช็ดตัวให้ ส่วนข้าวต้มบัดนี้เย็นชืดหมดคงต้องกินเอง เธอเหลียวมองทางสองสาว
“ถ้าพวกเธอง่วงก็นอนก่อนเลยนะ” แต่ดูแล้วไร้วี่แววก็ไอ้ที่นั่งตาแป๋วจ้องกันอยู่นั่นบอกได้ชัดกว่าอะไรทั้งหมดไม่รู้จะเคร่งครัดต่อหน้าที่ไปถึงไหน เธอไม่แอบหนีไปตอนใครหลับอยู่แล้ว
ทว่า..คนทำฝืนตาแข็งได้ไม่นานก็เริ่มเอนตัวล้มนอนไปทีละคนนาตาลีแอบชำเลืองมองอย่างขบขัน นึกว่าจะแน่ พลันสะดุ้งเมื่อคนใกล้ตัวครางพึมพำให้ได้ยิน
“ท่านแม่”
เธอหย่อนผ้าผืนหมาดลงในอ่างน้ำ ก่อนเอียงตัวไปฟังใกล้ๆ
“ท่าน..แม่”
“แม่” ทวนคำตามเบาๆ แล้วมองเขาอย่างเห็นใจ
คงคิดถึงพ่อกับแม่มากล่ะสิ
คงอยากให้พวกท่านมาอยู่ใกล้ๆ นาตาลีเผยยิ้มเศร้าเธอเองก็เคยเป็อย่างนี้เหมือนกัน จำได้ว่าตอนนั้นเธอเป็ไข้หวัดใหญ่หลังจากไปเที่ยวน้ำตกกับเพื่อนๆต้องนอนให้น้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาลเกือบสองวันเต็ม แม้จะมีพี่ชายมาเฝ้าอยู่ตลอดแต่ก็ยังอยากให้พ่อกับแม่มาอยู่ด้วยมือเล็กๆ ที่กำลังเอื้อมไปดึงผ้าห่มถูกรวบไว้หมับ
“อยู่กับข้า” เธอบุ้ยปากอย่างเสียมิได้
ฉันไม่ใช่ท่านแม่นะคุณ
แต่จะใจร้ายทิ้งเขาไปได้ยังไง
รุ่งสางของวันใหม่ เนเรนค่อยๆ ปรือตาขึ้นช้าๆก่อนเลื่อนมากุมขมับ
ปวดหัว
ไม่ใช่แค่ส่วนบนเท่านั้นที่รู้สึกหนักตรงท่อนขาก็ด้วย เขาผงกหัวขึ้นมองด้วยความแปลกใจ แลเห็นคนตัวเล็กฟุบนิ่งอยู่นั่นเองและอีกฟากตรงมุมห้องยังมีอีกสองคนนอนอยู่ด้วย
มาทำอะไรกันที่นี่
แม้เขาจะค่อยๆ ขยับตัวเพราะไม่อยากปลุกให้ใครตื่นแต่บางคนก็ความรู้สึกไว
“เนล เป็ยังไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นไหม” นาตาลียกหลังมือขึ้นหวังอังหน้าผากของเขาแต่ถูกมือหนาสะกัดไว้
“ดีขึ้นละ ขอบใจมาก”
เสียง ช่วยปลุกสองสาวให้ตื่นด้วยเช่นกันมือเล็กๆ รีบชักคืน
“ถ้าไข้ลดลงฉันก็เบาใจ นึกอยู่เหมือนกันว่าถ้าไม่ดีขึ้นจริงๆ คงต้องตามนักยามาดูกลางดึก”นาตาลีบอกแล้วหันไปทางสองสาวที่ถลันลุกมาดูคนป่วยใกล้ๆ
“ค่อยยังชั่วหน่อย”
“ใช่ ไม่อย่างนั้นคนที่แย่คงเป็พวกเรา..ท่าน...”ลินดาลอบหยิกให้วารีได้ฮุบลมแทนคำพูด
“เดี๋ยวข้าจะให้คนมาเปลี่ยนเ้านะ จะได้พักบ้าง”
“ไม่เป็ไร แค่นี้ฉันไหว..”
“ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงข้า”
“จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง เมื่อวานคุณไข้กินหนักมากรู้หรือเปล่าขนาดฉันเช็ดตัวให้ผ้ายังแห้งคามือเลย” เขาหัวเราะฮึในลำคอ
“ไข้กินคนไม่ได้หรอก เ้ากลัวข้าตายหรือไง”
“ทำนองนั้น”
“คนที่นี่ไม่ตายง่ายๆ อยู่แล้ว” นาตาลีแอบมองค้อน
ฟังพูดเข้า! มันน่าหมั่นไส้จริงๆคนอุตส่าห์หวังดี
แต่อย่างน้อยถ้าลองได้ต่อปากต่อคำแบบนี้ ก็รับรองได้ว่ากลับมาเป็คนเดิมแล้ว
เสียงเคาะประตูเรียกทุกสายตาได้ชะงัดนาตาลีลุกพรึบไปเปิดด้วยตนเอง ขืนช้าเดี๋ยวคนป่วยะโลงจากเตียงไปเปิดเองจะยุ่ง ชายหนุ่มหลังบานประตูน้อมศีรษะเล็กน้อยก่อนแนะนำตัว“ข้าชื่อชวนทายเป็…” คนมาใหม่ยังไม่ทันได้พูดจนจบก็ถูกคนป่วยขัดขึ้น
“เป็เพื่อนข้าเอง เข้ามาเถอะ” หญิงสาวยืนมองตาปริบๆ
คงเป็คนมาเปลี่ยนเธอแหงๆ
“งั้นฉันคงต้องไปจริงๆ แล้ว”
คล้อยหลังสาวร่างเล็กไม่นานนัก สามนักรบคนสนิทก็มาเยือน
“อลัน เ้ากลับมาเมื่อไหร่”
“สักพักใหญ่ ก่อนสว่าง” เมื่อการสนทนาเริ่มขึ้นชวนทายจึงค่อยๆ ถอยห่างอย่างรู้งาน
“คงไม่ต้องถามหรอกมั้งว่าทางหมู่บ้านด่านท่าคงเรียบร้อยดี”
ก็รู้อยู่
“และเ้าก็สบายใจเื่เหมืองได้ เพราะเรียบร้อยเช่นกัน” ฟาลีได้ทีสมทบ
“ได้ยินว่าเ้าาเ็” อลันถามขณะหย่อนตัวลงนั่งใกล้ๆฟาลีรีบเสริมแบบไม่ขาด่
“แต่หายไวกว่าคนปกติทั่วไป”
“เนเรนร่างกายแข็งแรง แค่นี้ไม่ทำให้ล้มหลายวันหรอก เอ…หรือว่าเป็เพราะยาของนักยาชาล” เซออนทำท่าครุ่นคิดพลางหันมาทางฟาลี
“ยาดีที่หายาก หยุดพิษไข้ชะงักในฉับพลัน”
“ยาอะไร ทำไมมียาตัวใหม่เข้ามาถึงไม่รายงานข้า” เนเรนติงเซออนถึงกับตบเข่าฉาดใหญ่
“แล้วกัน! นักยาชาลนี่แย่จริงๆยังไม่นำรายงานมาให้เ้าอ่านได้อย่างไร ทั้งที่ข้าก็กำชับแล้ว” แต่ยังไม่ทันรู้เื่ดีก็หุนหันออกไปด้วยท่าทางเอาเื่ส่งผลให้ฟาลีร้องตาม
“เอ้า! ใจเย็นสิเซออน นักยาชาลงานยุ่งนะ่นี้”
เนเรนมองตามคนทั้งคู่ไปจนลับสายตาแล้วตวัดคืนมาทางคนที่เหลือ
“เ้ารู้เื่หรือเปล่า”
“ข้าว่า..ข้าพอรู้นะ” ท่าทางนิ่งๆนั้นทำคนอื่นคาดเดาความคิดยากอยู่แล้ว ยังใช้คำพูดคลุมเครืออีก ยิ่งชวนให้คนรอฟังอยากรู้เป็ทวีคูณ
“ว่ายังไง! อลัน” เสียงแหบแต่ดังแปลว่า ‘ให้ตอบเดี๋ยวนี้’
“ยาตัวใหม่ที่สองคนนั่นพูดถึง คงจะเป็ยา..ยาใจกระมัง” คนเฉลยข้อข้องใจหันมาคำนับให้กับคนเจ็บที่เป็ทั้งเพื่อนรักและเหนือหัวที่เคารพในเวลาเดียวกัน
ถือเป็การปิดฉากการสนทนา่เช้าได้อย่างสมบูรณ์
ทิ้งให้คนป่วยรู้สึกชาวาบไปทั้งตัวคล้าย ‘ไข้’ จะกลับมาเยือนอีกครั้ง