ตอนที่19 พฤกษาจิ้งจอกเขียว
สวบ! สวบ!
ร่างของพฤกษาจิ้งจอกตัวราวๆหัวเข่าปรากฏขึ้นหลายตัวผิวของพวกมันหากพินิจดูก็จักรู้ว่ามันคือผิวของพฤกษาสีเขียวเข้มซึ้งยืดหยุ่นและมีพลังฟื้นฟูมากมายมิน้อยเลย
พฤกษาจิ้งจอกเขียวมันเหมือนกับจิ้งจอกตัวจริงมิมีผิดเพี้ยนมีแค่สีของมันที่เป็สีเขียวเข้มเท่านั้นที่มิเหมือนกับจิ้งจอกทั่วไปที่มีทั้งสีขาวและสีดำทมิฬหรือสีน้ำตาล
“พวกมันมีเยอะยิ่งนัก”เฟิงอี้กวาดตามองไปรอบก็ขมวดคิ้ว
“ดูเหมือนว่ามันจักมีอายุห้าร้อยกว่าปีแล้ว”พฤกษาจิ้งจอกเขียวนั้นยิ่งมันมีอายุเยอะก็จักยิ่งมีร่างแยกออกมาหลายตัวยิ่งขึ้น
พวกมันมีกันราวร้อยตัวเห็นจักได้
แก๋วๆ! แซด!
เส้นสายอัสนีสีเหลืองทองเปล่งประกายออกมารอบๆกายของเฟิงและทันใดนั้นมันก็ห่อหุ้มร่างกายของเฟิงอี้ก่อนจากปรากฏเป็อาภรณ์อัสนีเก้า์อันงดงามและดูเจิดจรัส
กลิ่นอายคุ้มกายที่แข็งแกร่งถูกะเิแผ่กระจายออกไปทั่วทิศทาง
แซด! ฟูมๆ!
พฤกษาจิ้งจอกเขียวนั้นมันมิได้มีพลังรบสูงส่งเท่าใดนักฉับพลันที่มันปะทะเข้ากับอาภรณ์อัสนีเก้า์ที่คุ้มกายของเฟิงอี้อยู่ตัวมันก็ไหม้เกรียมทันที
ร่างแยกหนึ่งร่างของพฤกษาจิ้งจอกเขียวแม้จักบอกว่ามันเป็แค่ร่างแยกแต่ทว่ามันก็มีิญญาเป็ของตัวเองแต่ทว่าก็เป็เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของร่างจริงเท่านั้น
วิ้ง!
ทันใดนั้นบนแขนของเฟิงอี้ก็ปรากฏอักขระบางอย่างขึ้นมันส่องแสงเล็กน้อยแล้วก็ดับวูบไปเหลือไว้เพียงอักขระบางอย่างตัวหนึ่ง
ตัวอักขระอักษรนี้หากมองดูดีๆแล้วมันก็คืออักขระาอักขระหนึ่งซึ่งมีชื่อว่าอักขระไท่กั๋ว
และประเภทของอักขระาไท่กั๋วนี้ดูเหมือนว่าจักเป็อักษรตัวเลข
ซึ่งเฟิงอี้ผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านอักขระยิ่งกว่าผู้ใดก็ถอดความหมายของมันได้
ตัวเลขนี้มองดูแล้วคล้ายๆเปลือกหอยกลมๆ
( ๑ )
มันมีความหมายว่าหนึ่ง!
ซึ่งหมายความว่ามันมีหนึ่งอันหรือลำดับที่หนึ่ง
"อักขระาอักษรไท่กั๋วงั้นรึ?"เฟิงอี้มองสำรวจที่แขนข้างซ้ายของตนที่ปรากฏอักขระาไท่กั๋วขึ้นมามันมีสีฟ้าขาวและเปล่งประกายเล็กน้อยเมื่อเงาตกกระทบ
ดูเหมือนว่าอักขระานี้จักเรืองแสงเสียด้วย!
กรร!
ยังมิทันที่เฟิงอี้จักได้ทำสิ่งใดต่อทันใดนั้นพฤกษาจิ้งจอกเขียวก็จู่โจมเข้ามา
ครานี้มันจู่โจมเข้ามาสองตัวพร้อมกัน!
ความรวดเร็วของพวกมันนั้นเรียกได้ว่ารวดเร็วยิ่งนักและรู้สึกว่าจักรวดเร็วยิ่งกว่าตัวแรกเล็กน้อยเสียอีก
“เหอะ!”
แซด! แซด!
เส้นสายอัสนีพุ่งพวยมือสองข้างของเฟิงอี้พุ่งออกไปพร้อมกันปะทะเข้าใส่ศีรษะของพฤกษาจิ้งจอกเขียวจนดังโครมคราม
ฟูม!
มือทั้งสองข้างของเฟิงอี้จับศีรษะของพฤกษาจิ้งจอกเขียวเอาไว้ทำให้พฤกษามิสามารถดิ้นหลุดได้แม้จักดิ้นเท่าไหร่ก็ตาม
“ตาย!”เฟิงอี้เอ่ยเสียงเย็นก่อนที่เส้นสายอัสนีจักเจิดจรัสยิ่งทันใดนั้นศีรษะของพฤกษาจิ้งจอกเขียวทั้งสองก็แตกกระจายออกไปเป็ขี้เถ้าไหม้ดำก่ำ
พลังอัสนีลุกลามแผ่กระจายพลังทำลายล้างออกไปปกคลุมทั้งตัวของพฤกษาจิ้งจอกเขียวทันใดนั้นร่างของพฤกษาจิ้งจอกก็สลายเป็เถ้าธุลีไปทันใด
ฟึบ! ฟึบ!
เฟิงอี้เปลี่ยนกระบวนท่าเพราะว่าพฤกษาจิ้งจอกเขียวอีกหลายตัวกำลังพุ่งเข้ามาจู่โจมอีกคราดูเหมือนว่าพวกมันจักเริ่มบ้าคลั่งเสียแล้ว
แก๋ว! แซด! เปรี้ยง!
เฟิงอี้ก็บ้าคลั่งแล้วเฉกเช่นเดียวกันเขาได้สำแดงกระบวนท่าออกมามากมายโดยที่มิรู้จักเหน็ดเหนื่อยพลังทำลายล้างที่ถูกสำแดงออกมารุนแรงจนพื้นปฐีรอบๆสั่นะเืเล็กน้อยเมื่อก้าวเท้าออกกระบวนท่า
…
ณ ดินแดนหิมะอันหนาวเหน็บมีบุรุษสตรีกลุ่มหนึ่งกำลังเดินผ่านทะเลสาบน้ำแข็งซึ่งกว้างใหญ่เป็อย่างมาก
“ศิษย์พี่ที่แห่งนี้มีปลาเขาแดงอยู่เช่นนั้นรึ?”บุรุษหน้าหวานร่างบางราวกับสตรีเอ่ยขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณอย่างระมัดระวัง
“อืม…ข้าคิดว่าจักเป็เช่นนั้นตามคำบอกเล่าของเหล่าคนที่เคยเข้ามาสำรวจก่อนหน้านี้บอกว่าที่นี่คือที่เก็บคะแนนจิตอสูรที่ดีมิน้อยสัตว์อสูรปลาเขาแดงมิได้แข็งแกร่งมากเท่าใดนัก”บุรุษร่างกำยำนั่งยองยองลงก่อนที่จักเอ่ยขึ้นมือหนึ่งพลันทุบลงไปบนพื้นน้ำแข็งจนเกิดเสียงดังกึกก้อง
ตูม!
แกร๊ก!
พื้นน้ำแข็งเกิดรอยราวแตกแขนงออกไปเป็บริเวณกว้างกว่าหนึ่งเมตรเป็เส้นผ่านศูนย์กลาง
ฟึบ!
บุรุษร่างกำยำดีดตัวขึ้นออกจากท่านั่งยองๆออกไปนอกบริเวณพื้นที่แตกร้าว
แกร๊ก! แกร๊ก!
ครื้น!
พื้นน้ำแข็งพังทลายลงเผยให้เห็นน้ำที่มิได้แข็งตัวข้างใต้ทันใดนั้นก็พลันมีบางอย่างพุ่งขึ้นมาจากน้ำด้วยความเร็ว
ฟิ้ว!
เป็ร่างปลาประหลาดชนิดหนึ่งมันมีเกล็ดสีเงินทว่ามีเขาสีแดงฉานอยู่บนหัวของมันช่างดูแหลมคมราวกับคมมีดที่อาบด้วยโลหิตก็มิปาน
“ศิษย์น้องระวัง!”ความเร็วของมันช่างร้ายกาจแต่ทว่าบรุษหน้าหวานร่างบางผมเงินก็มิช้ารวดเร็วอย่างยิ่งฉับพลันเข้าป้องกันศิษย์น้องของเขาได้อย่าทันท่วงที!
เคร้ง!
มีดสั้นเข้าปะทะกันกับเขาสีแดงฉานของปลาเขาแดงจนเกิดเป็สะเก็ดไฟหรืออัคคีพุ่งประกายออกไปทั่วทิศทางพลังปะทะกันของเขาปลาและมีดสั้นช่างน่าหวาดหวั่นมิน้อยเลย!
จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…