"เอาวางไว้ตรงนั้น นั่นๆ หยุดๆ เจ้าระวังมือหน่อย ของพระราชทานเชียวนะ นี่ๆ ข้าบอกเจ้าไว้ว่าเช่นไร บอกให้เตรียมเอาไว้ตรงนั้นอย่างไรเล่า"เสียงเอะอะดังไปทั่วจวนอัครเสนาลู่ พ่อบ้านแห่งจวนได้แต่หมุนตัวไปมาราวกับลูกข่าง แน่นอน ยามนี้ฟ่านเสวียนนั่งอยู่ในเรือนของตัวเอง ก้มหน้านิ่ง คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามคือท่านอัครเสนาผู้เป็นบิดา
"แทนที่จะกลับมาให้ไว เจ้ามัวทำอะไรอยู่ หรือลืมบิดาคนนี้ไปแล้ว"เสนาลู่มองบุตรชายคนเดียวของตนด้วยสายตายากจะบรรยาย วันนี้ในจวนต่างวุ่นวายเพื่อตระเตรียมพิธีพระราชทานสมรสให้จวิ้นอ๋อง แน่นอน อันที่จริงถ้าเป็นชาวบ้านสามัญเช่นพวกเขาและต้องแต่งงานกับบุรุษ ทางจวนของเขาต่างหากที่ต้องส่งเกี้ยวไปรับตัวเจ้าสาว แต่ในเมื่อมีราชโองการ เขาจึงต้องให้บุตรชายตนเองกลายเป็นถูกส่งเกี้ยวมารับตัวเจ้าสาวแทน แค่คิดหนวดสีขาวปนเทาก็เริ่มกระตุกอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาต้องพ่ายแพ้เล่ห์เหลี่ยมให้แก่จวิ้นอ๋องผู้นั้น แค่คิดอาการปวดตึงต้นคอก็เริ่มขึ้นอีกแล้ว เขายกมือขึ้นนวดต้นคอตัวเองเบาๆ มองกลุ่มมวยผมที่อยู่ในกวานหยกสีขาว ใบหน้าขาวนวลก้มต่ำจนมองไม่เห็น เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลงๆ
"ข้า..ข้า"ฟ่านเสวียนได้แต่อึกอักพูดไม่เต็มคำ จะบอกบิดาตนเองได้อย่างไรว่าเป็นเพราะจื่อหลงที่ไม่ยินยอมให้เขาลงจากเตียงน้ำแข็งเลยสองสามวัน อีกทั้งเรี่ยวแรงที่จะลุกยังแทบจะไม่มีเนื้อตัวปวดร้าวรวมถึงเอวและขาที่อ่อนแรงไม่มีแม้กระทั่งแรงจะยืนให้มั่นคง แค่คิดใบหน้าก็แดงก่ำลามถึงใบหู เสนาลู่เห็นใบหูแดงเข้มก็นึกในใจว่า แน่นอนเจ้าลูกเขยตัวแสบนั่นคงจับลูกเขากลืนลงท้องไปแล้วแน่นอน แค่คิดลมจากช่องท้องก็ตีขึ้นอก
"เจ้า..เจ้านี่นะ! เฮ่ย"เสนาลู่จะด่าก็คาอยู่ที่ปากจากตีรึก็กลัวเจ้าบุตรเขยนั่นหาเรื่องกลั่นแกล้งเขาอีก ทำเช่นไรก็ไม่ถนัด
"เอาเถอะ วันนี้เจ้าต้องอยู่แต่ในเรือนห้ามพบผู้ใดยกเว้นบ่าว เข้าใจหรือไม่"เขากันเอาไว้เสียก่อนเพราะรู้ดีว่าเจ้านั่น...เอ่อบุตรเขยพระราชทานนั่นคงไม่อยากห่างจากบุตรชายเขาแน่ อีกแล้วหนวดเขากระดิกอีกแล้ว
"ขะ..ขอรับ"กลุ่มผมสีดำมันวาวผงกขึ้นลงไม่ยอมเงยขึ้นมาสบตาอยู่ดี
"เจ้าหนอเจ้า นอกจากจะไม่มีหลานให้พ่อแล้วยังต้องยกเจ้าให้ไปเป็น..ไปเป็น"คำพูดต่อไปค้างอยู่ในลำคออีกแล้ว ยังไม่ทันพูดให้จบประโยคเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
"ผู้ใด!"เสนาลู่ผู้พ่อตวาดถาม เขายังบ่นเจ้าลูกชายคนนี้ยังไม่จบก็ให้มีคนมาขัดจังหวะเสียแล้ว
"บ่าวเองขอรับ"
"บ่าวไหนชื่ออะไร"
"บ่าวชื่อหูขอรับ"คราวนี้คนทั้งคู่ที่อยู่ในห้องเงยหน้าแล้วหันไปมองประตูพร้อมกัน
"คนใหม่รึ"เสนาลู่ถามออกไป
"........"ไร้คำตอบจากด้านนอก เสนาลู่ผู้พ่อตวัดสายตามามองลูกชายตัวเองอีกครั้งแล้วเดินออกไปเปิดประตู
"เหตุใดถามแล้วมะ..."ร่างอวบอ้วนของเสนาลู่ยืนเซไปมาแล้วล้มคว่ำไปด้านหน้า นับว่ายังโชคดีที่บ่าวผู้นั้น? ประคองร่างเอาไว้มิให้ล้มคว่ำลงไป ฟ่านเสวียนเบิกตากว้างเมื่อเห็นผู้เป็นบิดาล้มลงเขารีบวิ่งไปดูเพราะเกรงว่า บิดาจะโกรธจนเป็นลม ทว่า คนที่ยิ้มเผล่อยู่ตรงหน้าเขาคือคนที่สนิทสนมคุ้นเคยดียิ่ง
"จื่อหลง!""
"ข้าคิดถึงเจ้า"ใบหน้าบานสดใสราวดอกโบตั๋นยามเช้าเอ่ยออกมา
"เราไม่ควรพบกันนะ"
"เหลวไหล เจ้ากับข้าข้ามขั้นไปถึงไหนแล้ว ต่อให้เจ้าต้องลงไปยมโลกข้าก็ไปลากเจ้ากลับมาอยู่ดี เรื่องเช่นนี้ข้าไม่ถือสา"จื่อหลงเอ่ยปากหัวเราะ พลางแบกร่างอวบอ้วนของเสนาลู่เข้าไปด้านในค่อยวางลงบนเตียงของว่าที่เจ้าสาวของตนเอง
"ท่านทำอะไรท่านพ่อ"
"ไม่ได้ทำแค่ใช้ผงสลบนิดหน่อย"
"ท่าน! นั่นบิดาของข้านะ"
"ข้ารู้แต่เขาชอบขัดขวางมิให้ข้าเจอเจ้านี่นา"ร่างสูงหนาหลังจากวางว่าที่ท่านพ่อตาลงนอนแล้วก็หันมารวบตัวคนรักเข้ามากอดจนอีกฝ่ายหายใจแทบไม่ออก
"อื้อปล่อยก่อน"จากนั้นเขาก็เห็นเพียงใบหน้าคมเข้มเลือนลางวูบลงมาประกบริมฝีปากกับเขาแน่นส่งลิ้นเข้ามาดูดกลืนลิ้นเล็กของเขาไม่หยุด
"อื้อออ อื้ออออ อ่อยก่อน"เขาพยายามทุบหลังหนาๆแต่ดูคล้ายไม่ได้ผล คนร่างสูงดูดกลืนอากาศจากปอดเขาจนพอใจแล้วถึงยอมคลายอ้อมกอด
"เมื่อคืนข้านอนไม่หลับ"เสียงทุ้มนุ่นตัดพ้อ
"เกิดเรื่องใดขึ้น"ฟ่านเสวียนนิ่วหน้าด้วยความกังวลเกรงคนรักจะได้รับบาดเจ็บ
"ไม่มีเจ้าให้กอดข้าก็ยากนักที่จะหลับตาลงได้"น้ำเสียงออกอ้นดังออกมาจากริมฝีปากหนาชุ่มชื้น ฟ่านเสวียนตวัดสายตามองจื่อหลงด้วยความโมโห
"เหลวไหล ท่านเป็นถึงอ๋อง แต่กลับทำผิดกฏมากมายเช่นนี้ได้อย่างไร"ฟ่านเสวียนผละตัวออกจากคนร่างสูง เขาอิดออดเล็กน้อยก่อนจะยอมคลายอ้อมกอดให้คนรักเดินไปนั่งที่เก้าอี้กลางห้อง
"เมื่อไหร่ท่านพ่อจะฟื้น"
"อีกหนึ่งชั่วยาม"จื่อหลงเดินไปนั่งข้างคนรัก คว้ามือเรียวมาจับคลึง
"คืนนี้เจ้าไปนอนกับข้าที่จวนนะ"
"ไม่ได้!"แน่นอน เสียงตอบมิได้กังวาลใสเฉกเช่นทุกครั้งทว่ากลายเป็นเสียงขุ่นเขียวไม่พอใจ
"เห!!!! ท่านพ่อตาเหตุใดท่านจึงตื่นแล้วเล่า"จื่อหลงเสแสร้งเบิกตากว้างท่าทีตกใจ เขาย่อมรู้ดีแก่ใจว่ายานั่นเพียงแค่ครึ่งเค่อก็ฟื้นแล้ว และเขาจงใจให้ท่านพ่อตาท่านนี้เห็นเขาและฟ่านเสวียนอยู่ด้วยกัน เพียงแต่ผิดจังหวะเล็กน้อย สิ่งที่เขานึกในใจคือให้ท่านพ่อตามาเห็นฉากวาบหวามต่างหากเล่า
"นี่ท่านตั้งใจจะใช้ไม้มาตีแยกยวนยางหรือขอรับ"จื่อหลงใช้น้ำเสียงเศร้าสร้อย มองสบตาคนรัก
"เจ้า..เจ้า.. ท่านอ๋อง ท่านยึดถือประเพณีเสียบ้างเถอะ"เสนาลู่ออกปากอยากด่าแต่นึกขึ้นได้ว่า นั่นมีศักดิ์ถึงจวิ้นอ๋องเขาจะกล้าล่วงเกินได้อย่างไร ยิ่งคิดลมก็ยิ่งตีขึ้นอก
"แต่เขาผ่านคืนวสันต์กับข้าแล้ว เช่นนี้ก็ถือว่าเข้าพิธีไปแล้วครึ่งหนึ่งนะ"จื่อหลงเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
"นั่นท่านล่วงเกินลูกชายข้าต่างหาก"
"ล่วงเกินตรงไหน เขายินยอมข้าก็ยินยอม เป็นข้าต่างหากเสียเปรียบเขา"
"หนิ..นี่ท่าน ไหนบอกมาลูกข้าเอาเปรียบเจ้าเช่นไร"พอกันทีกับอ๋องผู้นี้ ไม่มีความเกรงใจอีกแล้ว นั่นลูกชายเขา แถมตอนนี้ยังต้องตกเป็นเจ้าสาว! เจ้าสาวเชียวนะแค่คิดลมก็จับอีกแล้ว เขารีบลุกขึ้นจากเตียงมากระชากแขนฟ่านเสวียนให้ซ่อนอยู่ด้านหลังตัวเอง
"มานี่ เจ้าออกไปก่อน เด็กๆ เด็กๆ อยู่ไหน มาพาตัวคุณชายใหญ่ไปห้องของข้าเดี๋ยวนี้"สิ้นเสียงและเวลาผ่านไปจนเขารู้สึก
"เด็กๆหายหัวไปไหนกันหมด"เสนาลู่หนวดกระดิกซ้ำ เมื่อเขาหันมามองร่างสูงใหญ่ก็ต้องตาขุ่นเขียว เพราะเจ้าเขยตัวแสบนั่นทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมยืนแคะเล็บราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือตน
"บอกมา คนของข้าหายไปไหนหมด"
"หวกเขางานคงยุ่งขอรับ"
"งานยุ่งบิดาเจ้าสิ"เพียงเขาสบถออกมาก็สะดุ้งเอง เพราะบิดาของเจ้าลูกเขยนี่อยู่เหนือผู้คนทั้งแผ่นดิน
"ข้าพูดผิด งานยุ่งหาเจ้าสิ"เสนาลู่กลับคำทันที
"บอกมาคนไปไหนหมด"
"คนที่อยู่ระแวกนี้ล้วนแต่เหนื่อยอยากพัก ข้าเลยให้เขาหลับพักผ่อนเต็มที่ ส่วนคนที่ตกแต่งจวนด้านนอกข้าก็ให้ปู้เฉินนำทหารมาช่วยแล้ว ท่านพ่อตาอย่าได้เกรงใจๆ"คราวนี้เขารู้สึกควันร้อนๆกรุ่นอยู่เหนือศีรษะตัวเอง หางตากระตุกไม่หยุด
"ข้า...ข้า..ข้าจะพูดอย่างไรกับเจ้าดีนะ"
"ข้าก็แค่คิดถึงภรรยาข้า ท่านพ่อตาก็อย่ากลายเป็นคนใจร้ายสิขอรับ"
"ไม่ได้! วันนี้เจ้าจะจบหน้าลูกข้าไม่ได้"
"เอ๋!! แต่ข้าเห็นแล้วนะขอรับ"เขายกมือขึ้นใช้สองนิ้วจับที่คางคนรักหันใบหน้าไปมา
"นี่ไงขอรับ"เสนาลู่ตากระตุกเขม่นมองท่าทางกวนๆนั่น
"จื่อหลง"คราวนี้น้ำเสียงนุ่มเอ่ยเรียกชื่อเขาตรงๆ
"กลับไปก่อนเถอะ ทำเช่นนี้แล้วจะดูไม่ดี"
"แต่ว่า.."จื่อหลงค้าน
"จะไปหรือไม่ไป อย่าคิดว่าได้รับราชโองการแล้วข้าไม่กล้าขัดขืนนะ หากท่านยังดื้อเช่นนี้ เช่นนั้นก็ล้มเลิกพิธีเถอะ"สิ้นคำสองเสียงก็ประสานกัน
"ไม่ได้//ไม่ได้"ประโยคแรกคือจื่อหลงที่ร้อนใจ ประโยคหลังคือเสนาลู่ผู้พ่อที่กลัวจะต้องโทษฐานขัดพระราชโองการ ซ้านขวาล้วนมิใช่สิ่งดี
"เอาล่ะๆลูกฟ่านเจ้าใจเย็นก่อนนะ"เสนาลู่เข้าประคองลูกตนเองไปนั่ง จื่อหลงรีบหาพัดมาโบกให้
"เจ้าอย่าใจร้อน ข้าไม่ดีเองรอให้ข้าดูว่าเจ้าไม่เป็นไรแล้วข้าจะกลับไป"จื่อหลงบอกด้วยน้ำเสียงรัวเร็วเกรงคนรักจะยืดเวลาไม่ยอมแต่งเข้าจวน คราวนี้ทั้งท่านพ่อตาและว่าที่ลูกเขยสบตากันแล้วรีบเอาใจคนที่นั่งอยู่ ฟ่านเสวียนปรายตามองคนที่ตนเองรักทั้งคู่ด้วยความอ่อนใจ แน่นอนเขาเพียงต้องการขู่คนทั้งคู่เท่านั้น และรู้ดีว่าจื่อหลงชอบแกล้งบิดาตนเองที่สุด ฝ่ายบิดาของเขาก็เต้นตามทุกครั้งที่ถูกอีกฝ่ายกลั่นแกล้ง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ท่านพ่อ ท่านออกไปดูคนเตรียมงานเถอะขอรับส่วนจื่อหลงข้าจะให้เขากลับเอง เพียงแต่ข้าขอพูดกับเขาเพียงครู่"น้ำเสียงเด็ดขาดนี้ทำให้ไม่มีใครกล้าคัดค้าน เสนาลู่ได้แต่ตบหลังลูกชายตนเองเบาๆ
"ได้ๆเจ้าก็ใจเย็นสักนิดก่อนนะค่อยเจรจากันล่ะ"ฟ่านเสวียนไม่ตอบคำบิดาเพียงแต่ยิ้มกว้างเต็มใบหน้าแต่กลับไม่เลยไปถึงดวงตา จื่อหลงเห็นอาการของเขาแล้วอดกลืนน้ำลายคงคออย่างฝืดคอ ด้วยรู้ดีว่าตนเองคงต้องเจอพายุนี้แน่นอน
"นั่งสิ"น้ำเสียงเข้มเอ่ยขึ้นหากยังหวานหูของเขาอยู่ดี จื่อหลงนั่งลงตามสั่งและทันได้เห็นสีหน้าเยาะเย้ยของท่านพ่อตา เขานับความแค้นนี้เอาไว้ในใจรอคิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว
"อย่าโกรธข้านะอาเสวียน เสวียนเอ๋อร์คนดี ที่ข้าทำไปเพราะคิดถึงเจ้าจริงๆ"
"เสวียนเอ๋อร์ท่านน่ะสิ"ฟ่านเสวียนถลึงตามอง เม้มปากแน่น
"อย่าโกรธๆ เจ้ากำลังเป็นเจ้าสาวเดี๋ยวสีหน้าจะหมองคล้ำนะ"จื่อหลงรีบรินชาลงจอกแล้วเลื่อนส่งให้คนที่นั่งหน้าตึงอยู่ อีกมือก็ไม่หยุดพัด หารู้ไม่ว่าคนที่เอียงตัวเองหูแนบประตูฟังด้วยความสะใจ
"สมน้ำหน้าแล้ว"แน่นอนคนที่อยู่ด้านในรวยุทธล้ำเลิศมีหรือจะไม่ได้ยิน เพียงแต่เขากำลังยุ่งในการทำให้คนรักหายขุ่นเคืองอยู่
"หึ! รอข้าเสร็จธุระก่อนเถอะอย่าคิดว่าหนี้แค้นนี้จะหายไปง่ายๆ"
"เจ้าพึมพำอะไรอยู่"ฟ่านเสวียนถามเสียงแข็ง
"เปล่าเปล่า ข้าแค่บอกว่าจะหาของขวัญอะไรให้เจ้าดี จึงจะถูกใจเจ้า
"เหอะ"ฟ่านเสวียนส่งเสียงในลำคอ ยกมือขึ้นบิดหู จื่อหลงมิได้เจ็บหากไม่กล้าขัดขืนได้แต่เอียงตัวแล้วร้องเสียงหลง
"เจ็บๆ ข้ากลัวแล้ว ข้ากลัวแล้ว"
"ยังจะแกล้งท่านพ่ออีกหรือไม่"
"ไม่แล้ว ไม่แล้ว"
"จะกลับไปดีๆหรือไม่"
"กลับกลับ ข้ากลับแน่นอน แต่ก่อนกลับขอข้าตรวจตราความเรียบร้อยเสียก่อนทางจวนเจ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อย"
"ได้! เจ้าออกไปตรวจให้เรียบร้อย พรุ่งนี้ถึงค่อยให้เกี้ยวมารับข้า"
"ได้อย่างไร ข้าต้องมารับเจ้าด้วยตัวเองสิ ข้าย่อมต้องให้เกียรติเจ้าอยู่แล้ว"เพียงคำนี้ทั้งคนที่อยู่ด้านนอกและตัวเขาเองมีสีหน้าพึงพอใจไม่น้อย
"เสี่ยวเสวียน ข้ารักเจ้า ย่อมต้องเกียรติต่อเจ้า เจ้าจะแต่งให้ข้า แต่งเข้าจวนอ๋องในฐานะของชายาเอก ข้าจะไม่ทำให้เจ้าเสียใจเด็ดขาด อยู่กันจนผมขาวลงโลงไปพร้อมกันเข้าใจหรือไม่ ที่ข้ามาเพียงเพื่อจะบอกเจ้าว่า คำสัญญานี้ข้ามีให้เพียงเจ้าเท่านั้น เจ้าจะไม่มีวันเสียใจ ข้ายืนอยู่ข้างหน้าเจ้าก็ยืนอยู่เคียงข้างข้าเช่นกัน มิต้องหลบซ่อนต่อผู้ใดทั้งสิ้นในแผ่นดินนี้"กล่าวจบเขาจับมือสองข้างของฟ่านเสวียนรวบเอาไว้ในมือตนเองบีบแน่นเพื่อให้คำสัญญา ทางด้านเสนาลู่เองที่อยู่ด้านนอกอดที่จะน้ำตาซึมไม่ได้เพราะคำพูดนี้ เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ข้าตายตาหลับแล้ว ลูกเขยข้าคนนี้รักลูกข้าจริงๆ แต่ว่า...เรื่องที่เขากลั่นแกล้งข้าอย่าคิดว่าจะลืมกันไปง่ายๆไม่มีทาง"
#โอยน่อ ท่านพ่อตากับลูกเขยเขาเล่นอะไรกันอยู่นะ 55555 พิเศษตอนที่2 จะเป็นงานวิวาห์ของพวกเขาแล้วน๊า อย่าลืมคอมเมนต์ให้กันด้วยนะคะ รับรองป่วนไม่แพ้ตอนนี้เลยค่ะ