ย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย

    ตอนที่4 มาดูตลก

    “เห...ตัวจริงดูดีกว่าในรูปอีกนะเนี่ย” อีฟสำรวจดิวก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เธอเป็นสาวเหนือ แน่นอนว่าสาวเชียงใหม่ต้องผิวขาว แก้มฝาดแดงปลั่ง ริมฝีปากเล็กๆ ของเธอชวนสัมผัสดูดคลึง ใบหน้าน้องมลเคล้าอารมณ์รุนแรง
    “ขอบคุณครับพี่ ผมจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่ครับ” ดิวไม่กล้าใช้สายตาลามกโลมเลีย เขาไม่คิดเลยว่าอีฟจะเป็นคนสวยขนาดนี้
    จากที่มอสบอก อีฟได้แต่งงานมีลูกแล้วหนึ่งคน ธุรกิจร้านเหล้าเธอเพิ่งจะเปิดมาได้ไม่นาน ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักร้านนัก ส่วนอีกเหตุผลคือ ร้านนี้อยู่ในซอยที่ค่อนข้างจะลึก
    “เดี๋ยวก่อนสิ จากที่มอสบอก นายเสียงไม่ดีไม่ใช่เหรอ?” อีฟยักคิ้วอย่างสงสัย ในเมื่อร้องเพลงไม่เพราะแล้วทำไมถึงกล้ามาสมัครนะ ไปเอาความกล้าที่ว่ามาจากไหน มอสเองก็เหมือนกันคิดยังไงถึงได้ให้เพื่อนมาสมัครที่นี่ หรือว่าเพราะเห็นเป็นพี่สาวของมอส ถ้าคิดอย่างนั้นจริงล่ะก็ ฝันไปเถอะ!
    ดิวไม่รู้ว่าอีฟคิดอะไรอยู่ เเละเขาก็ไม่ตำหนิมอสแม้แต่นิดที่บอกอีฟมาอย่างนี้ จริงอยู่ที่เขาเสียงห่วย แต่นั่นมันเมื่อก่อนนะ
    “มอสมันเมาน่ะครับ พี่เองก็เห็นไม่ใช่เหรอว่ามอสเป็นยังไง” ดิวแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ ไม่คิดเลยว่าอีฟจะเชื่อด้วย
    “ก็จริงของนาย มอสเอาหัวราน้ำแทบจะทุกวัน แต่ถึงงั้นก็เถอะ ร้องเพลงให้ฉันฟังก่อน แล้วฉันจะบอกอีกที”
    ดิวไม่มีทางเลือกอื่น นี่มันก็เหมือนกับการสอบสัมภาษณ์นั่นแหละ ถ้าหากเขาไม่ผ่านคงเพราะเสียงห่วยเกินไป
    “ขอกีตาร์โปร่งตัวนั้นได้มั้ยครับ ร้องโดยไม่มีเครื่องดนตรีเลย มันรู้สึกเขิลๆ” ดิวเกาศีรษะอย่างเก้อเขิน จริงอยู่ที่เขาคิดตั้งคู่มือเสริมแล้ว แต่ถึงงั้นก็เถอะ นี่คือครั้งแรกที่จะร้องเพลงให้คนอื่นฟังหลังจากติดตั้ง เลยค่อนข้างจะประหม่า จึงอยากมีเครื่องดนตรีสักชิ้นมาอยู่ในมือเพื่อลดความประหม่าลง
    “ของนายล่ะ อย่าบอกนะว่าไม่มี?” อีฟมองดิวแปลกๆ ตอนนี้เธอเริ่มนึกเสียใจแล้วที่ให้ดิวร้องเพลง ถ้าเป็นอย่างที่มอสว่า หูของเธอได้แตกแน่
    “ครับ แหะๆ”
    “เฮ้อ...ให้ตายสิ เอาไป” อีฟส่ายหน้าอย่างหน่ายๆ เธอยืนหลังพิงกำแพง ก่อนจะจุดบุหรี่ ไม่ได้มองดิวแม้แต่น้อย คล้ายกับว่ารู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง
    ดิวเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกโกรธ เขาหยิบกีตาร์โปร่งขึ้นมา ปรับสายสักเล็กน้อยแล้วลองเล่นดู
    ดิวยังไม่ชำนาญนัก แต่เพราะเขามีพื้นฐานดนตรีระดับต่ำ ซึ่งสามารถเล่นเครื่องดนตรีในโลกได้ทุกชนิด แต่หากจะให้เทพเลยต้องซื้อในหมวดย่อยที่เฉพาะเจาะจง อย่างกีตาร์ก็ต้องเลือกซื้อกีตาร์นั่นเอง ถ้าไม่อย่างนั้นต่อให้ซื้อคู่มือเสริมพื้นฐานดนตรีระดับสูง มันก็ยังเป็นแค่พื้นฐานเครื่องดนตรีเท่านั้น
    เมื่อปรับจนรู้สึกว่าดีพอแล้ว ดิวก็ร้องเพลงที่ตัวเองชอบออกมา เสียงของเขาฟังดูค่อนข้างเซ็กซี่ มันเป็นเสียงที่แหบ แต่ไม่ใช่ไม่เพราะ คือมันเป็นเสียงแหบแบบมีสเน่ห์
    อีฟที่ยืนสูบบุหรี่ถึงกับตกใจในสิ่งที่ได้ยิน เธอค่อยๆหันกลับมามองดิวอย่างช้าๆ ด้วยอารมณ์หลากหลาย ดวงตาของเธอสั่นไหวไปกับเสียงร้องของเขา เสียงกีตาร์ที่บางเบาลงตัวไปกับเสียงร้อง ทำเอาเธอเคลิ้มเลยทีเดียว
    “อีฟครับ พี่อีฟ” เนิ่นนานจึงได้สติเพราะเสียงปลุก อีฟโยนบุหรี่ในมือทิ้งก่อนจะพูดว่า
    “ร้องจบแล้วเหรอ?”
    “ใช่ครับ พี่ไม่ได้ฟังเลยเหรอ?” ดิวเองก็ไม่ได้สังเกตอีฟเช่นกัน ตั้งแต่เริ่มเล่นเขาก็ตกอยู่ในอารมณ์ของเสียงเพลง จึงลืมสังเกตรอบข้าง ครั้นพอเห็นสีหน้าของอีฟ ดิวเลยเข้าใจไปว่าทำให้เธอไม่พอใจเข้าแล้ว
    “หรือว่าเราจะซื้อคู่มือระดับต่ำเกินไปนะ เธอเลยไม่พอใจ...” ดิวคิดอยู่ในใจ ซึ่งต่างกับอีฟที่กำลังคิดอยู่เลย
    เมื่อครู่นี้เธอตกอยู่ในอารมณ์ของท่วงทำนอง รู้สึกว่าตัวเองนั่งฟังเพลงอยู่ริมหาด มีกีตาร์หนึ่งตัวกับเสียงคลื่นทะเลซัดสาด กับเสียงร้องของเขาที่เหมือนกับน้ำเย็นๆ
    “ฟังสิ งั้นเริ่มงานวันนี้เลยแล้วกัน” อีฟเผยรอยยิ้มหวาน เธอไม่คิดเลยว่าเพื่อนของน้องชายตัวดีจะมีฝีมือแบบนี้ อย่างนี้คงต้องไลน์ไปบอกสักหน่อยว่าเสียงเพราะมากเลย
    “ขอบคุณครับ แล้วผมจะได้เท่าไหร่?”
    สำหรับนักร้องกลางคืนนั้นจะเล่นเป็นชั่วโมง ดิวได้ทำการศึกษาในอินเตอร์เน็ตคร่าวๆ ก่อนมาที่นี่ ในความคิดของเขาราคาถูกสุดน่าจะอยู่ประมาณเจ็ดร้อยบาท สำหรับดิวที่เป็นนักร้องโนเนม แถมยังไม่มีเครื่องดนตรีติดตัวเลยสักชิ้น เรทราคาจึงน่าจะอยู่ต่ำสุด
    “ชั่วโมงละพัน” อีฟชูหนึ่งนิ้ว ต้องบอกก่อนเลยว่านี่คือเงินที่มากสุดแล้วที่เธอสามารถให้ดิวได้ ก่อนหน้านี้มีนักร้องในร้านคนหนึ่ง เรทราคาก็อยู่เท่าดิวแต่เสียงร้องห่วยมาก นักร้องคนนั้นทำให้ลูกค้าไม่พอใจนัก คิดว่าจะมานั่งกินเหล้าฟังเพลงสบายๆ แต่ที่ไหนได้กับได้ฟังเสียงลูกสุนัข
    เมื่อเห็นว่าดิวไม่ตอบอีฟก็รู้สึกลังเล สำหรับนักร้องกลางคืนส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับเสียงร้องเหมือนกัน และเธอกลัวว่าดิวจะไปร้านอื่น หากเป็นอย่างนั้นจริงคงแย่แน่
    “ดิว นายไม่มีเครื่องดนตรีเลยสักชิ้น ราคาที่ฉันบอกไปน่ะสมเหตุสมผลแล้ว จะไม่เอาก็ได้นะเพราะหากไปร้านอื่น...อาจจะได้ไม่ถึงหนึ่งพันเลยก็ได้” อีฟเดิมพัน ด้วยรายจ่ายที่มากกว่ารายรับ ทำให้เธอไม่สามารถนำเงินตรงนี้มาจ้างนักร้องเรทราคาสูงกว่านี้ได้ ได้แต่หวังว่าดิวจะยอมรับข้อเสนอ
    “ผมตกลง ผมจะเล่น!” ดิวไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเขาดีใจมากๆ ที่ได้รับงานนี้ ดิวมองอีฟด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่มีเครื่องดนตรีสักชิ้นเธอยังให้ชั่วโมงละหนึ่งพัน อีฟกลายเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจอ่อนโยนในสายตาดิวทันที
    “ดี ส่วนกีตาร์ตัวนี้มันเป็นของฉันเอง แต่วันนี้จะให้ยืมไปก่อนแล้วกัน แต่วันหลังต้องหามาเองนะ” อีฟเผยรอยยิ้มเล็กๆ เท่านี้ปัญหาก็ถูกจัดการไปได้หนึ่งอย่าง ในระหว่างนั้นเอง เธอได้ไลน์ไปหามอส มอสที่รู้ข่าวถึงกับตกใจ เพื่อนพนักงานคนอื่นเองก็ตกใจไม่แพ้กัน
    “แตกตื่นอะไรกัน มีเกมใหม่ๆ ออกมาเหรอ?” หัวหน้าถามมอส เขาเป็นคนที่ชื่นชอบเกมเอามากๆ ถึงแม้ตอนนี้จะมีอายุ 35 ปีแล้วก็ตามที
    “เปล่าครับหัวหน้า พอดีไอ้ดิวเนี่ยสิ มันไปสมัครเป็นนักร้องที่ร้านของพี่ผม” มอสตอบ ด้วยท่าทางแปลกๆ
    “จริงดิ มันบ้าหรือเปล่า มีงานดีๆ ทำไม่ทำ กับออกไปร้องเพลงข้างนอก แล้วแบบนี้ยังไปแนะนำร้านพี่สาวอีกนะ แกก็รู้ไม่ใช่หรอว่าเสียงของมันห่วย พี่สาวแกคงไล่ตะเพิดมันไปเลยสิ” หัวหน้าเผยรอยยิ้มขบขัน
    ในเมื่อมอสรู้ว่าเสียงดิวห่วยแต่ทำไมยังเเนะนำไปร้านพี่สาวนะ หรือว่าอยากให้ธุรกิจเจ๊งกัน ไม่ใช่แค่หัวหน้าคนเดียวเท่านั้นที่คิดอย่างนี้ คนอื่นๆ ในแผนกก็คิดเหมือนกัน
    “กลับกันเลยสิครับหัวหน้า พี่ผมบอกว่าดิวเสียงดีมาก แถมยังให้มันร้องที่ร้านแล้วด้วย...” มอสยิ้มเจื่อน เขาไม่รู้เลยว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้ ตอนนั้นแค่แนะนำเล่นๆ ใครจะคิดล่ะว่าดิวจะไปจริงๆ แต่ที่บ้ากว่านั้นคือพี่สาวของเขา ไม่คิดว่าหูของเธอจะเพี้ยนขนาดนี้ ถึงขนาดที่ว่าฟังเสียงห่วยๆ เป็นเสียงที่เพราะได้
    “อะไรนะ? ไอ้ดิวเสียงดี ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันว่าแกน่าจะบอกให้พี่สาวแคะขี้หูซะบ้างนะมอส จะได้รู้ว่าเสียงดีเป็นยังไง ตอนนี้ฉันว่าในหูของเธอ คงตันไปหมดแล้วแหละ” ไม่ใช่แค่หัวหน้าคนเดียวเท่านั้นที่หัวเราะ พนักงานคนอื่นๆ เองก็เหมือนกัน
    มอสได้แต่ยิ้มแย้ม แต่ภายในเขากลับโกรธอย่างถึงที่สุด ว่าดิวน่ะว่าได้แต่กับมาว่าพี่สาวของเขานี่สิแต่มอสไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น เขาเก็บอารมณ์อยู่ ปล่อยให้พวกนั้นหัวเราะไป จะมองหรือว่ายังไงก็ช่าง เพราะหากเขาทำอะไรวู่วามแล้วคงถูกไล่ออกจากงาน และประวัติงานคงไม่ดีนักหากมีเรื่องชกต่อยกับหัวหน้างาน ถึงตอนนั้นไปทำที่ไหนคงยาก
    “ดี หัวเราะซะให้พอใจ เดี๋ยววันนี้กูจะไปอัดคลิป จะได้รู้ว่าไอ้ดิวเสียงดี!” มอสได้ตัดสินใจแล้ว หลังจากเลิกงานจะรีบไปที่ร้านบุษบาทันที เขาอยากจะทำให้คนพวกนี้หน้าหงาย แต่เขาก็ยังลังเล เพราะเสียงของดิวที่ร้องผิดคีย์ยังก้องอยู่ในหัว มันยังตามหลอกหลอนอยู่ทุกวันนี้
    “เอางี้มั้ยหัวหน้า ทำไมวันนี้เราไม่ไปร้านบุษบาล่ะ จะได้รู้ไปเลยว่าเป็นยังไง” ในที่ทำงาน ไม่ว่าจะองค์กรไหนๆ ต่างก็มีพวกประจบสอพลอทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ช่างด้วยกันเอง
    หนุ่มเป็นคนที่ชอบประจบหัวหน้า ไอ้หมอนี่มันร้าย หัวหน้าก็ชอบชะเลียซะเหลือเกิน ไม่รู้ว่าหลังเลิกงานแอบไปกินถั่วเหลืองกันหรือเปล่า
    “เป็นความคิดที่ดี” หัวหน้าเห็นด้วย “ดีล่ะงั้นวันนี้เราไปร้านบุษบากัน ฉันจะเป็นคนเลี้ยงเอง!”“จริงเหรอหัวหน้า”“หัวหน้านี่ใจปล้ำจริงๆ”“หัวหน้าของเราดีที่สุดแล้ว ในโรงงานนี้จะมีใครดีเท่ากับเขา”
    หัวหน้าเผยรอยยิ้มอ่อน เขารู้สึกดีจริงๆที่ได้รับคำชมจากลูกน้อง
    “แย่แล้ว แบบนี้ต้องรีบเอาไอ้ดิวไปไว้ที่อื่น จะให้มันร้องเพลงไม่ได้เด็ดขาด!” มอสถึงกับลืมเรื่องเมื่อก่อนหน้านี้ที่ต้องการอัดคลิป ตอนนี้เขาเพียงอยากพาดิวออกมาจะได้ไม่เป็นที่ขายหน้า
    หลังจากเลิกงานมอสก็รีบบึ่งรถมาที่ร้านบุษบาทันที แต่ที่แย่กว่านั้นคือหัวหน้าดันขับรถเก๋งตามมาติดๆ นี่สิ หลังจากมาถึงร้าน มอสก็รีบจอดลงไว้แล้ววิ่งเข้าไปในร้านทันที
    “หัวหน้าดูไอ้มอสสิครับ สงสัยมันจะวิ่งไปบอกเพื่อนรักมัน” หนุ่มยังเลียขาไม่เลิก
    “หึหึ ไปดูกัน ตัวตลกวันนี้จะแสดงอะไรน๊าา” พวกเขาเข้าไปในร้านบุษบาเพราะอยากดูการแสดงตลกๆ ของดิว แต่ทว่าเมื่อหัวหน้าก้าวเท้าเข้าไปแล้ว...