บทที่ 21
บทที่ 21 สุดชายป่าของหมู่บ้านห้าธาตุทัศนียภาพอันน่าเชยชม น้ำที่ตกลงมาจากเนินเขาขนาดใหญ่กำลังเกิดม่านน้ำอันสวยงาม เมื่อแสงแดดส่องจากมากระทบกระม่านน้ำนั้นทำให้เกิดแสงระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามกลางวัน จุดที่น้ำตกนั้นตกลงมาคือต้นลำธารของแม่น้ำที่จะไหลผ่านหมู่บ้านห้าธาตุ ลำธารขนาดใหญ่ที่น้ำภายในลำธารนั้นโปร่งใสจนสามารถมองลงไปเห็นถึงก้นลำธารได้ รอบๆถูกล้อมรอบด้วยต้มไม้สูงใหญ่มีสัตว์มากมายหลากชนิดอาศัยอยู่ล้อมริมลำธารขนาดใหญ่แห่งนั้น บุรุษชุดขาวงามสง่าได้เดินทางมาที่ริมลำธารแห่งนี้พร้อมกับสตรีในชุดสีม่วงอันเย้ายวน ทั้งสองเดินมาริมลำธารริมสวยงามแห่งนี้ ทัศนียภาพเบื้องหน้านั้นราวกับอยู่ในเทพนิยาย “ องค์ชายท่านเดินทางมาที่แห่งนี้ด้วยเหตุใดหรือเพค่ะ... ” สตรีในชุดม่วงได้เอ่ยถาม “ ข้าแค่อยากมาเดินเล่นเท่านั้นเจ้านั้นแหละเดินตามข้ามาด้วยเหตุใดกัน ” หยางหลงตอบกลับไปในขนาดที่ดวงตาของเขานั้นยังคงมองตรงไปด้านหน้า “ ท่านจะให้ข้าปล่อยท่านมาผู้เดียวได้อย่างไรกัน ” แม่นางเสวี่ยเฟยนั้นเอ่ย “ นี่เจ้าว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเช่นไรกัน ” เมื่อได้ยินคำถามแม่นางเสวี่ยเฟยที่ยืนอยู่ด้านหลังของหยางหลงก็ได้เดินขึ้นมายืนอยู่ข้างๆเขา ดวงตาของนางกวาดมองทัศนียภาพเบื้องหน้าอย่างช้าๆ “ สถานที่แห่งนี้ชั่งสวยงาม ” แม่นางเสวี่ยเฟยตอบกลับไป “ ข้าก็คิดเช่นนั้นถ้าเป็นไปได้บ้านปลายชีวิตของข้า ข้าเองก็อยากมาสร้างบ้านเล็กในที่แห่งนี้แล้วใช้ชีวิตอยู่จริงๆ ” หยางหลงได้เอ่ยออกมาด้วยความหลงใหลในทัศนียภาพเบื้องหน้า “ ท่านเป็นองค์ชายนะท่านจะมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไรกัน ” “ หื้อ!!! แล้วเจ้าละเหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ละ ” แม่นางเสวี่ยเฟยหันมองเมื่อได้ยินคำพูดของหยางหลง นางนั้นทำใบหน้าตื่นตระหนกแล้วมองไปที่ใบหน้าของหยางหลง “ ท่านหมายความว่าเช่นไร... ” ภายในใจของแม่นางเสวี่ยเฟยนั้นกำลังสั่นกลัว นางมีบางอย่างที่ปิดบังเอาไว้มาโดยตลอดแล้วคำพูดของเขานั้นราวกับเป็นกุญแจที่กำลังจะไขความลับที่เก็บซ่อนไว้อยู่ของนางออกมา ใบหน้าของบุรุษที่กำลังชื่นชมทัศนียภาพเบื้องหน้าอยู่นั้นได้หันกลับมามองใบหน้าของนาง ดวงตาของทั้งสองนั้นกำลังมองลึกเข้าไปภายในดวงตาของอีกฝ่าย เสียงของน้ำที่ไหลลงมาจากด้านบนเสียงของสายลมอ่อนที่พัดโชยอยู่ตลอดเวลาและเสียงของเหล่าหมู่มวลสัตว์ต่างๆได้ดังขึ้นเพราะความเงียบ “ เจ้าคงจะไม่ใช่คนธรรมดาหรอกข้ารับรู้ได้ทันทีตั้งแต่เห็นเจ้าครั้งแรก ” หยางหลงนั้นเปิดปากพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ บุรุษผู้นั้นำได้ยื่นมือไปสัมผัสเข้าไปที่แขนของแม่นางเสวี่ยเฟย เขาได้ใช้ปลายนิ้วของตนลูบผิวอันขาวผ่องของนาง “ ทั้งผิวกายของเจ้าที่ไม่มีแม้แต่รอยหยาบกร้าน ใบหน้าของเจ้าที่งดงามขนาดนี้ และยังสติปัญญาและความรู้ของเจ้าอีกที่จากผู้คนทั่วไป ” “ เพียงแค่นั้นข้าก็รู้แล้วว่าจะไม่ใช่คนธรรมดา ” เมื่อหยางหลงนั้นกล่าวความคิดของตนเองจบ แม่นางเสวี่ยเฟยก็ผงะด้วยความตกใจนางกำลังก้าวถอยหลังไป ในขนาดที่นางกำลังจะก้าวถอยหลังไปนั้นหยางหลงได้คว้าแขนเล็กๆของนางเอาไว้ก่อนจะออกแรงดึงร่างของนางเข้ามาหาตน “ อุ้ย!!! ” ร่างเล็กๆของนางถูกดึงเข้ามาในอ้อมแขนของหยางหลง แขนทั้งสองข้างได้โอบร่างเล็กๆของสตรีในชุดม่วงเอาไว้ แม่นางเสวี่ยเฟยนั้นทำหน้าตื่นตระหนกเมื่อถูกหยางหลงนั้นดึงเข้าไปในอ้อมแขนของเขา “ ข้าจะบอกกับเจ้าให้เมื่อเป็นผู้หญิงของข้าแล้วไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็หนีข้าไม่พ้นหรอก ” หยางหลงกระซิบเบาๆข้างหูของสตรีที่อยู่ในอ้อมแขน ลมเบาๆที่ออกมาจากปากกระทบเข้ากับหูของแม่นางเสวี่ยเฟย นั้นทำให้หัวใจของนางสั่นระรัวขนทั่วทั้งร่ายกายลุกพองแก้มทั้งสองข้างเริ่มแดงก่ำ ไม่ความเขินอายนั้นก็ค่อยๆหายไปเมื่อนางอยู่ในอ้อมกอดนั้นนานขึ้น ความเขินอายเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น ใบหน้าของนางบ่งบอกได้ทันทีว่าบัดนี้นางกำลังรู้สึกอบอุ่นเมื่อถูกชายผู้นี้อ้อมกอดเอาไว้ นางไม่ได้รู้สึกปลอดภัยเช่นนี้มานานขนาดไหนแล้วนางเองก็ไม่รู้เหมือนกัน “ เมื่อก่อนข้าเคยเป็นคุณหนูของแคว้นๆหนึ่ง มีทั้งอำนาจเงินทองและบรรดาข้ารับใช้มากมาย แต่แล้ววันหนึ่งความมั่นมีนั้นก็หายไปชั่วพริบตา ” น้ำตาที่เริ่มไหลซึมออกมาจากรอบดวงตาของนาง “ ตระกูลของข้าถูกใส่ร้ายค่ำคืนอันแสนหนาวเหน็บนั้นภายในค่ำคืนนั้นคืนเดียวทุกอย่างก็หายไปในพริบตา อำนาจเงินทองและทุกๆอย่าง ” นางได้ระบายความอัดอั้นที่อยู่ภายในใจมานานออกมาทั้งน้ำตา เสียงสะอื้นของหญิงสาวที่กำลังดังขึ้นอย่างไม่หยุด “ เจ้ารู้จักธุรกิจหรือเปล่าล่ะ ” บุรุษชุดขาวได้เอ่ยออกมา คำพูดที่ผิดแปลกนั้นทำให้เสียงสะอื้นของนางนั้นหยุดลง ใบหน้าอันงดงามของนางได้เงยขึ้นมามองใบหน้าของบุรุษที่กำลังโอบกอดร่างของนางอยู่ “ ธุรกิจคืออันใดกัน ” นางเอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย “ นั้นสินะท่าจะให้อธิบายออกมาเป็นคำพูดของยุคสมัยนี้คงยาก แต่ข้าจะยกตัวอย่างสิ่งที่ธุรกิจนั้นสามารถสะท้อนเกี่ยวกับเรื่องอำนาจของยุคนี้แล้วกัน ทุกอย่างล้วนมีขึ้นลงมันก็เหมือนกับอำนาจที่เจ้าเคยมีนั้นแหละ ผู้ชนะจะได้รับทุกอย่างผู้แพ้จะสูญเสียทุกอย่างนั้นคือเกมส์ของธุรกิจ ” “ แต่เจ้าเชื่อข้าหรือเปล่าเมื่อเจ้ามายืนข้างข้าแล้วเจ้าจงมั่นใจว่าเจ้านั้นจะไม่มีทางแพ้ เพราะว่าข้าก็ไม่เคยแพ้เหมือนกันอันสิ่งที่แรกว่าเกมส์ของธุรกิจน่ะ ” เวลานั้นล่วงเลยยามราตรีได้มาถึงหยางหลงและแม่นางเสวี่ยเฟยนั้นเดินทางกลับมาที่เมืองหลวงเรียบร้อยแล้ว บ่อนในยามค่ำคืนยังคงเป็นให้บริการเช่นเดิมชาวเมืองนั้นก็ต้องหลั่งไหลเข้ามามากมาย ดวงจันทราสีขาวนวลที่ลอยเด่นเต็มดวงอยู่กลางฟากฟ้า ดวงดาวระยิบระยับยามท่ามกลางฟากฟ้าอันมืดมิด ในราตรีสายลมที่พัดผ่านเมืองหลวงแห่งนี้ชั่งหนาวเย็น บุรุษชุดขาวงามสง่าได้นั่งอยู่บนหลังคาบ่อนที่มีความสูงถึงสามชั้น หลังคาแห่งนี้นเป็นจุดที่สูงที่สุดในบริเวณนั้นแล้ว ใบหน้าที่กำลังเงยหน้ามองพระจันทร์สีขาวนวลที่กำลังเต็มดวงข้างกายนั้นมีถาดสุราตั้งอยู่อย่างใกล้ มือขวาของบุรุษผู้นั้นได้ยกถ้วยสุราขึ้นมาลิ้มลองรสชาติของมัน “ ว้าว!!! อร่อยดีนี่ ” บุรุษผู้นั้นกล่าวหลังจากสุราเข้าปาก สุราขวดนี้เป็นสุราที่ชาวบ้านของหมู่บ้านห้าธาตุนั้นทำขึ้นมาเอง เขานั้นมอบให้หยางหลงหลังจากกลับมาหมู่บ้านของพวกเขา สุรารสดีแม้จะเทียบกับไวน์ชั้นเยี่ยมให้ยุคที่เขานั้นจากมาไม่ได้แต่มันก็พอจะทดแทนกันได้ ในยุคนี้มีแต่อากาศดีๆฉันละชอบจริงๆเลย ได้นั่งมองพระจันทร์ที่ขาวนวลเช่นนี้อย่างไม่มีมลพิษจากโรงงานมาบดบังความสวยงามของมัน ได้นั่งดื่มเหล้าชั้นเยี่ยมในขนาดมองมันยิ่งทำให้จิตใจเบิกบาน บุรุษชุดขาวกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศโดยรอบอย่างเพลิดเพลินใจ ดวงตาทั้งสองของหยางหลงนั้นหลับลงเขายกสุราในมือขึ้นมาดื่มอีกครั้ง ในขณะนั้นเองเมื่อประสาทสัมผัสการมองเห็นนั้นถูกปิดไป ประสาทสัมผัสทางอื่นของเขานั้นก็เฉียบคมขึ้นมาอย่างกระทันหัน กลิ่นควันไฟและกลิ่นคาวเลือดได้ลอยมาตามสายลมที่กำลังพัดผ่านเมืองหลวงแห่งนี้ เมื่อรับรู้เช่นนั้นดวงตาทั้งสองที่กำลังปิดอยู่ได้ลืมขึ้นอย่างทันควัน บุรุษชุดขาวที่อยู่ในท่านั่งรีบดีดตัวขึ้นไปอยู่ในท่ายืน เขานั้นมั่นใจว่าเมื่อสักครู่เขาไม่ได้คิดไปเองกินเหล้านั้นได้ลอยมาตามสายลมทางทิศเบื้องหน้าของเขา เมื่อเริ่มประเมินดูแล้วกลิ่นของควันไฟและคาวเลือดนั้นอยู่ไกลจากเมืองหลวงไป เพราะเพียงแค่ตรงจุดที่เขานั้นยืนอยู่ก็แทบจะไม่ได้กลิ่นของมันแล้ว ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มากมายบุรุษผู้นี้ก็ห้ามใจของตนเองไม่ได้ บุรุษชุดขาวได้กระโดดไปตามหลังคาบ้านเรือนต่างๆอย่างรวดเร็ว วิชาตัวเบาของหยางหลงนั้นก้าวหน้าขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อสิบวันก่อน มันอาจจะเป็นเพราะว่าลมปราณของเขานั้นเพิ่มมากขึ้นการเคลื่อนไหวรวดเร็วและเฉียบคม การเคลื่อนไหวไปบนหลังคาที่รวดเร็วนั้นเพียงครู่เดียวเขาก็ได้เดินทางมาถึงประตูเมืองหลวงทางทิศตะวันออก ประตูบานใหญ่สีแดงที่ถูกปิดไว้อย่างมิดชิด ในขณะที่ยืนอยู่บนหลังคา หยางหลงเริ่มสังเกตรอบๆบริเวณแห่งนี้มันน่าประหลาดบริเวณแถวนี้กลับไม่มีชาวเมืองอาศัยอยู่เลยแม้แต่คนเดียว ในขนาดนั้นเองเสียงกรีดร้องมากมายได้ดังขึ้นมาจากภายนอกกำแพง เสียงกรีดร้องเหล่านั้นได้ลอยมาตามลมหูของหยางหลงได้ยินเสียงกรีดร้องเหล่านั้นชัดแจ๋ว หยางหลงนั้นไม่มีทางเลือกเขาคงจะต้องออกไปดูภายนอกด้วยตาของตนเอง แต่ประตูบานใหญ่สีแดงได้ถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา เขาคงจะต้องปีนกำแพงอันสูงใหญ่ดีขึ้นไปด้านบน บุรุษสีขาวไม่รอช้าได้เขาเริ่มกระโดดขึ้นไปบนกำแพง หยางหลงได้ใช้เท้าของตนเองวิ่งไปบนกำแพงขึ้นสู่ด้านบน ด้วยวิชาตัวเบาของเขามันก็ไม่ยากเลยที่จะขึ้นสู่ด้านบนได้อย่างง่ายดาย เมื่อขึ้นไปยืนบนกำแพงเมืองอันใหญ่โตของแคว้นหลี่แห่งนี้แล้ว เมื่อมองลงไปด้านล่างหมู่บ้านเล็กๆนอกเมืองหลวงนั้นกำลังถูกเปลวเพลิงลุกไหม้ทั่วทั้งหมู่บ้านจนจะกลายเป็นทะเลเพลิง จบบท