แรงกดในโถงลึกไม่เคยหายไป มันเพียงแค่ “นิ่ง” ลง ราวกับสัตว์ร้ายที่หยุดขยับเพื่อเฝ้ามองเหยื่อ ผู้ที่ยังยืนอยู่ในพื้นที่นี้ รับรู้ได้ชัดเจนว่าการทดสอบยังไม่จบ สิ่งที่ผ่านมาทั้งหมด เป็เพียงการคัดทิ้งเบื้องต้นเท่านั้น
หลัวอวิ๋นยืนอยู่แถวหน้า เืที่เปื้อนเสื้อเริ่มแห้ง กลิ่นคาวยังติดปลายจมูก ร่างกายของเขาหนักอึ้ง แต่ยังมั่นคง กายโลหิตยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง ดูดซับความเสียหาย ซ่อมแซมส่วนที่รับแรงกด และปรับสมดุลอย่างเงียบงัน
เขารู้สึกได้ว่าหากแรงกดเพิ่มขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย ร่างกายเขาก็จะต้อง “เลือก” เลือกจะพังหรือเลือกจะเปลี่ยน
ผู้ควบคุมสนามก้าวออกมาข้างหน้าอีกครั้ง คราวนี้สีหน้าของเขาไม่เหมือนเดิม ความนิ่งเฉยยังคงอยู่ แต่แววตาลึกขึ้น ราวกับกำลังมองสิ่งที่ไม่ใช่แค่ร่างกายของผู้เข้าแข่งขัน
“รอบสุดท้าย” เขากล่าวเสียงเรียบ “ไม่มีการถอย”
คำพูดนั้นทำให้หลายคนเผลอกลืนน้ำลาย บางคนกำหมัดแน่น บางคนหายใจถี่ขึ้น แต่ไม่มีใครแสดงความลังเลออกมาอย่างเปิดเผย คนที่มาถึงจุดนี้ ไม่มีใครยังเป็คนธรรมดา
ผู้ควบคุมสนามยกมือขึ้นช้า ๆ พื้นหินด้านหน้าสั่นะเือย่างชัดเจน ประตูหินบานใหญ่ที่อยู่ลึกสุดของโถง ค่อย ๆ เปิดออก แรงกดที่ไหลออกมาครั้งนี้ ไม่ได้กระจายเป็วงกว้าง แต่พุ่งตรงเข้าหาผู้ที่ยืนอยู่ ราวกับคลื่นหนักที่ถาโถมใส่ร่างกายโดยไม่ให้ตั้งตัว หลายคนทรุดทันที
เสียงกระดูกแตกดังขึ้นต่อเนื่อง เืสาดออกมาจากปากและจมูกของจอมยุทธ์คนหนึ่ง เขาพยายามก้าวต่อ แต่เพียงยกเท้าขึ้น ร่างกายก็ไม่อาจรับแรงนั้นได้อีก กระดูกขาหักในเสี้ยววินาที ร่างล้มลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ
ไม่มีเสียงร้องขอ ไม่มีการช่วยเหลือ สนามนี้ไม่รับคำขอร้อง หลัวอวิ๋นรู้สึกได้ถึงแรงกดที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า มันไม่ใช่แรงที่กดจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เป็แรงที่แทรกซึมเข้าไปในร่างกาย เหมือนจะทดสอบโครงสร้างภายในทีละชั้น
หัวใจ กล้ามเนื้อ กระดูก กายโลหิตตอบสนองทันที เืในร่างไหลเวียนเร็วขึ้นโดยไม่ต้องสั่ง ความร้อนแผ่ซ่านจากอกไปถึงแขนขา เส้นเอ็นตึงแน่น แต่ไม่ฉีกขาด ความเ็ปแล่นผ่านสติอย่างชัดเจน แต่ไม่ถึงขั้นทำให้หลงทาง
เขาก้าวไปข้างหน้า ก้าวเดียวแรงกดเพิ่มขึ้นอีกระดับ ผู้เข้าแข่งขันอีกคนพยายามฝืนตาม แต่ยังไม่ทันก้าวครบ ร่างของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เสียงดังกรอบจากลำตัว เืพุ่งออกจากรูขุมขน ร่างนั้นล้มลงแน่นิ่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ตายโดยไม่ได้สู้
หลัวอวิ๋นไม่หยุด เขาก้าวต่อไปอีกครั้ง ลมหายใจเริ่มหนัก แต่ยังคงควบคุมได้ กายโลหิตดูดซับแรงกดส่วนใหญ่เอาไว้ ความเจ็บจึงถูกกดไว้ลึก ไม่ะเิออกมา
เขารู้สึกได้ว่าแรงกดนี้ไม่ใช่เพื่อฆ่า แต่มันกำลัง “ถาม” ถามว่า
ร่างกายนี้ทนได้แค่ไหน
ผู้ที่เหลืออยู่มีเพียงสองคน นอกจากหลัวอวิ๋น อีกคนคือชายร่างสูงที่ลมปราณนิ่งลึก ดวงตาเ็า แต่ตอนนี้ สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยน เหงื่อไหลลงมาตามขมับ แขนสั่นเล็กน้อย
เขาก้าวไปพร้อมหลัวอวิ๋นแต่ช้ากว่าและหนักกว่า ก้าวถัดมา ชายร่างสูงคำราม พยายามะเิลมปราณออกมาเพื่อฝืนแรงกด แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม ร่างกายที่แข็งแรงก่อนหน้านี้ ไม่อาจรับแรงบิดที่แทรกซึมเข้ามาได้อีก เสียงกระดูกแตกดังสนั่น ร่างนั้นล้มลงกับพื้น เืไหลนอง เขายังไม่ตายแต่ไม่อาจลุกขึ้นได้อีก ผู้ควบคุมสนามไม่หันไปมองแม้แต่น้อย
“จบแล้ว” เขากล่าว
หลัวอวิ๋นยืนอยู่เพียงลำพังหน้าประตูที่เปิดอ้า แรงกดจากภายในโถงลึก เปลี่ยนรูปแบบอีกครั้ง ไม่รุนแรงขึ้น แต่ “เฉพาะเจาะจง” มากขึ้น ราวกับกำลังตรวจสอบเขาเพียงคนเดียว
เืไหลจากมุมปากหยดลงพื้น แต่ร่างกายของเขา ยังไม่พัง ในเสี้ยววินาทีนั้น เขารู้สึกได้อย่างชัดเจน สิ่งที่อยู่ด้านในรับรู้ถึงเขาแล้ว ไม่ใช่เพราะพลัง ไม่ใช่เพราะระดับ แต่เพราะร่างกายนี้ ยังยืนอยู่ ความเงียบในโถงลึก ไม่ได้สื่อถึงความปลอดภัย
ตรงกันข้าม มันคือความเงียบก่อนพายุ หลัวอวิ๋นยืนอยู่หน้าแท่นหิน มือข้างหนึ่งกำวัตถุหนักในมือแน่น น้ำหนักของมันกดลงบนฝ่ามืออย่างชัดเจน ไม่ใช่เพราะมันหนักเกินไป แต่เพราะมัน “มีตัวตน” ราวกับมวลทั้งหมดของมันไม่ยอมถูกถือโดยใครง่าย ๆ
แรงกดจากรอบตัวหายไปแล้ว แต่แรงกดจากอาวุธในมือยังคงอยู่เขาหายใจลึก ปรับจังหวะลมปราณอย่างระมัดระวัง กายโลหิตยังคงทำงานต่อเนื่อง ซ่อมแซมความเสียหายจากการฝืนขีดจำกัดเมื่อครู่ ร่างกายของเขายังเจ็บ ยังหนัก แต่ไม่พัง
“ค้อนั์ อาวุธระดับตำนาน ปรากฏกายให้เห็นเด่นชัด”
หลัวอวิ๋นรู้ดีตอนนี้เขายังไม่พร้อมสู้เต็มที่ ตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเข้าโถง
ไม่ใช่เสียงเดียว แต่หลายเสียง พร้อมกันนั้น ลมปราณที่หนักแน่นกว่าผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดก็แผ่เข้ามาอย่างไม่ปิดบัง แรงกดใหม่ทับซ้อนลงบนพื้นที่ ทำให้บรรยากาศในโถงเปลี่ยนไปทันที
หลัวอวิ๋นหันกลับไปช้า ๆ ผู้ควบคุมสนามไม่ได้มาเพียงลำพัง ชายเสื้อคลุมสีเข้มหลายคนก้าวออกมาจากเงามืด ลมปราณของแต่ละคนมั่นคง หนาแน่น และสูงกว่าเขาอย่างชัดเจน
“วางอาวุธลง” ผู้ควบคุมสนามพูดเสียงเรียบ แต่แฝงคำสั่ง “เ้าเสร็จหน้าที่แล้ว”
หลัวอวิ๋นไม่ตอบ เขามองพวกมันด้วยสายตานิ่งสงบ นิ้วกำด้ามอาวุธแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แรงสั่นะเืเล็กน้อยแล่นผ่านแขน ราวกับอาวุธรับรู้ถึงความตั้งใจของเขา
“การแข่งขันทั้งหมด” ชายอีกคนหนึ่งพูดขึ้น น้ำเสียงเ็า “ก็เพื่อหาคนแบบเ้า”
“คนที่เอามันออกมาได้”
คำพูดนั้น ไม่ได้ทำให้หลัวอวิ๋นใ แต่ยืนยันความรู้สึกที่เขามีมาั้แ่ต้น เขาหัวเราะเบา ๆ เสียงแหบต่ำ
“พวกเ้าคิดว่า ข้าจะส่งมันคืนง่าย ๆ งั้นรึ ถ้าอยากได้นัก ก็ลองเข้ามาเอาเอง”
ผู้ควบคุมสนามขมวดคิ้ว แรงสังหารแผ่ออกมาในทันที
“อย่าทำให้เื่ยาก”
คำเตือนนั้น คือสัญญาณเริ่มต้น ในเสี้ยววินาทีถัดมา หลัวอวิ๋นขยับตัว อาคมพรางกายถูกเปิดขึ้นทันที ภาพร่างของเขาบิดเบี้ยว พร่ามัว ก่อนจะถอยออกจากตำแหน่งเดิม เสียงะเิของลมปราณฟาดลงบนพื้นหินแทนตำแหน่งที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ พื้นแตก เศษหินกระเด็น
“อย่าให้มันหนีไปได้!” เสียงะโดังขึ้น
หลัวอวิ๋นไม่พยายามปะทะตรง ๆ เขารู้ดีว่าตอนนี้ นั่นคือการฆ่าตัวตาย เขากระชับอาวุธในมือ ใช้มันเป็จุดถ่วงร่าง พุ่งหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
ใบไม้แห้งบนพื้นถูกเขาเตะขึ้นกลางอากาศ อาคมต่อแตนถูกเสกทันที ฝูงต่อแตนพุ่งกระจาย สร้างความโกลาหล ปิดทัศนวิสัย เสียงสบถดังขึ้นจากกลุ่มศัตรู บางคนยกแขนขึ้นป้องกัน บางคนชะงักไปชั่วขณะ
หลัวอวิ๋นใช้จังหวะนั้นหนี แต่ไม่ใช่หนีเปล่า เขาพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุด ใช้ค้อนในมือฟาดเข้าใส่โดยสัญชาตญาณ แรงกระแทกหนักหน่วงกว่าที่คาดไว้หลายเท่า เสียงกระดูกแตกดังชัด ร่างนั้นกระเด็นถอยไป เืสาดกระจาย
หลัวอวิ๋นเองก็เซถลา แขนชาไปทั้งข้าง ค้อนนี้หนักเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้เต็มที่ เขากัดฟันฝืนเคลื่อนไหวต่อ
“อย่าให้มันเข้าประชิด!”
เสียงคำสั่งดังขึ้นพร้อมการโจมตีจากรอบทิศ หลัวอวิ๋นถูกบีบให้ถอย อาคมพรางกายถูกใช้ซ้ำ แต่ผลเริ่มลดลงเมื่อศัตรูระดมลมปราณกดพื้นที่
เืไหลจากมุมปากอีกครั้ง ลมหายใจเริ่มหนัก เขาไม่คิดจะชนะ แต่เขาคิดจะรอด
หลัวอวิ๋นเหวี่ยงค้อนั์ใส่พื้นอย่างแรง ไม่ใช่เพื่อโจมตี แต่เพื่อสร้างแรงะเื พื้นหินแตกเป็รอยลึก เศษหินกระเด็นขึ้นสูง บดบังสายตาชั่วขณะ
เขาใช้จังหวะนั้นหนีอีกครั้ง อาคมพรางกายถูกเปิดจนสุดที่ทำได้ ร่างของเขาพร่ามัวไปกับเงาโถง เสียงฝีเท้าของศัตรูดังไล่หลังมาไม่ห่าง
“ตามมันไป!”
แต่เมื่อพวกมันพุ่งออกจากโถง ร่างของหลัวอวิ๋น ก็หายไปแล้ว เหลือเพียงร่องรอยเืบาง ๆ และรอยแตกของพื้นหิน
ผู้ควบคุมสนามยืนอยู่หน้าประตู สีหน้ามืดครึ้ม เขามองเข้าไปในโถงลึกอีกครั้ง ก่อนจะสบถออกมาเสียงต่ำ
“มันหนีไปได้…”
อาวุธในตำนานถูกพาออกไปแล้ว และจากวินาทีนั้นการไล่ล่า จึงเริ่มต้นขึ้น