บทที่ 13 มือกระบี่พิฆาตเหลียงซิงเฉิน
เมืองซีเยว่ในเวลานี้เป็ค่ำคืนแสนวุ่นวาย
ผู้คุ้มกันของตระกูลเซียวลาดตระเวนภายในเมืองตลอดทั้งคืน ค้นทุกซอกทุกมุม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะตามหาเซียวนั่ว
ในขณะที่ เ้าตัวอยู่ภายในห้องที่ได้รับการจัดเตรียมโดยผู้จัดการเหยียน
ชายหนุ่มไม่ได้พักผ่อน เพราะตนยังอยู่ภายในเมืองซีเยว่ จึงควรระมัดระวังตัวอยู่ตลอด
แสงเทียนบนโต๊ะวูบไหว ราวกับภูตน้อยเต้นระบำ
เซียวนั่วนั่งอยู่บนเตียง เขานั่งมองตำราในมือของตน
เพลงกระบี่เงาเหินเวหา
"เพลงกระบี่เงาเหินเวหานี้สมกับเป็เคล็ดวิชาระดับสูงจริง ๆ เนื้อหาของมันลึกล้ำกว่าเคล็ดวิชาดาบลักษณ์หมาป่ามาก… "
ต้นฉบับของจริงถูกขายให้กับหอการค้าว่านจินไปแล้ว และสิ่งนี้เป็เพียงฉบับคัดลอกเท่านั้น
ในเพลงกระบี่นี้มีเพียงสามกระบวนท่า
หนึ่งคือสะบั้นเงา สองคือลวงตาสังหาร และสามคือทลายกองทัพ
ทั้งสามกระบวนท่านี้ จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ และความยากในการฝึกฝนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
"แม้ว่าเพลงกระบี่เงาเหินเวหาจะเป็เพลงกระบี่ แต่ความจริงกลับเกี่ยวข้องกับทักษะการเคลื่อนไหวของร่างกายเป็หลัก ส่วนการเคลื่อนไหวของกระบี่เป็เื่รอง นั่นทำให้ข้าสามารถปรับเปลี่ยนมัน และแทนที่กระบี่ด้วยดาบได้..."
เซียวนั่วพลิกดูเนื้อหาทั้งหมดของเพลงกระบี่ และคิดเกี่ยวกับการดัดแปลงมันในใจ
เพลงกระบี่เงาเหินเวหาเน้นความเร็วซึ่งใช้ทักษะร่างกายที่หลากหลาย เพื่อแสดงกระบวนท่ากระบี่สังหารทั้งสามออกมา
การเคลื่อนไหวของมันมีความยืนหยุ่น นั่นหมายความว่าต่อให้เปลี่ยนไปใช้ดาบแทนกระบี่ ก็ยังสามารถใช้กระบวนท่าเหล่านี้ได้
หลังจากคิดวางแผนทั้งคืน เซียวนั่วก็พอจะมีหนทางคร่าว ๆ ในใจ
ในขณะนั้นเอง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก
“คุณชาย ท่านตื่นหรือยัง?" เสียงของผู้จัดการเหยียนดังขึ้นหลังบานประตู "ใกล้ถึงเวลาออกเดินทางแล้ว"
ชายหนุ่มเก็บเพลงกระบี่ จัดแจงเสื้อผ้าของตน จากนั้นจึงลุกไปเปิดประตู
“ดูท่านสิ คงไม่ได้นอนทั้งคืนเลยใช่หรือไม่?" ผู้จัดการเหยียนเอ่ย
เซียวนั่วไม่ตอบ แต่ถามกลับ "ข้าควรทำอย่างไรต่อ?"
“เกวียนขนส่งสินค้าถูกเตรียมพร้อมแล้ว คุณชายเพียงต้องซ่อนตัวภายในกล่อง เราจะวางสินค้าบางส่วนทับเอาไว้"
"เข้าใจแล้ว"
“คุณหนูสั่งให้ข้านำสิ่งนี้มามอบให้กับท่าน..." ผู้จัดการเหยียนส่งขวดหยกขนาดเล็กให้กับอีกฝ่าย “ในนี้มีเม็ดยาพลังปราณอยู่ 15 เม็ด และยาปรับรากฐานสามเม็ด”
เซียวนั่วประหลาดใจเล็กน้อยและปฏิเสธทันที "แค่น้ำใจของแม่นางกงซุนก็ช่วยข้ามากแล้ว"
“คุณชายเซียวไม่ต้องเกรงใจไป คุณหนูของเรากล่าวว่ามีเพียงศิษย์สายในของสำนักพยับเร้นลับเท่านั้นที่ได้รับทรัพยากรที่ดี การปฏิบัติต่อศิษย์สายนอกนั้นค่อนข้างแย่ ยาเหล่านี้จะช่วยให้คุณชายได้เลื่อนขั้นเป็ศิษย์สายในเร็วขึ้น"
โดยไม่รอให้เซียวนั่วเอ่ยอะไรอีก ผู้จัดการเหยียนยัดขวดยาใส่มือของอีกฝ่ายโดยตรง
“อย่าพูดอะไรอีกเลย จะสายแล้ว รีบออกเดินทางโดยเร็วที่สุดเถอะ"
"นี่? ก็ได้! เช่นนั้นก็ฝากขอบคุณแม่นางกงซุนแทนข้าด้วย!"
"ยินดีอย่างยิ่ง!"
รุ่งอรุณใกล้มาถึง ท้องฟ้าเริ่มส่องสว่าง
ตามแผนการ เซียวนั่วจะซ่อนตัวอยู่ในคณะเดินทางของหอการค้าว่านจิน
เมื่อเดินทางผ่านประตูเมืองซีเยว่ พวกเขาก็ได้พบเข้ากับการตรวจค้นของตระกูลเซียว
แต่เนื่องจากสถานะของตระกูลกงซุน ตระกูลเซียวจึงทำได้เพียงมองมันอยู่สองสามครั้งเท่านั้น
ใกล้เที่ยงวัน เมื่อคณะเดินทางของตระกูลกงซุนเคลื่อนตัวผ่านเส้นทางูเา กล่องสินค้าใบหนึ่งก็ตกลงมา
ผู้คุ้มกันของคณะเดินทางดูเหมือนว่าจะไม่เห็นกล่องใบนี้ ไม่มีผู้ใดสนใจมัน และยังคงเดินหน้าต่อไป
เมื่อคณะเดินทางจากไปไกล กล่องใบที่ตกจากเกวียนก็เปิดออก และเซียวนั่วที่ซ่อนอยู่ภายในนั้นได้ะโออกมา
ด้วยความช่วยเหลือของกงซุนฉิง เซียวนั่วสามารถออกจากเมืองซีเยว่ได้สำเร็จ!
สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือเดินทางไปยังสำนักพยับเร้นลับ
……
เมืองซีเยว่
ตระกูลเซียว
“ให้ตายเถอะ ไอ้สารเลวนั่นระเหยไปจากโลกหรืออย่างไรกัน?" เซียงสยง ประมุขตระกูลเซียว มีสีหน้ามืดมน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
สมาชิกาุโของตระกูลเซียวที่อยู่ภายในห้องโถงไม่กล้าเอ่ยอะไรสักคำ
“สามวัน! เป็เวลาสามวันเต็ม! พวกเ้าตรวจค้นเมืองเป็เวลาสามวันสามคืน แต่จนถึงตอนนี้กลับยังไม่มีข่าวคราวใด ๆ แล้วข้าจะเก็บขยะอย่างพวกเ้าเอาไว้ทำไมกัน!?"
เซียงสยงตวาดกร้าว
คนทั้งหมดก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา
พวกเขาเองก็สับสนอย่างมาก ตลอดสามวันที่ผ่านมา ตระกูลเซียวแทบจะพลิกเมืองซีเยว่ แต่เซียวนั่วกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับบินขึ้นไปบนฟ้า
ความโกรธของเซียวสยงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ หากเขารู้ว่ามันจะเป็เื่ยากขนาดนี้ วันนั้นไม่น่าปล่อยให้อีกฝ่ายเดินออกไปจากตระกูลเซียวเลย
ทันใดนั้น ร่าง ๆ หนึ่งวิ่งเข้ามา
“ท่านประมุข! ทางเราเพิ่งได้ข่าวมาว่าพบบุคคลต้องสงสัยคาดว่าเป็ 'คนทรยศเซียวนั่ว' ปรากฏตัวในเมืองเมฆาขอรับ!”
เมืองเมฆา?
ทันทีที่ได้ยินเช่นนี้ คนทั้งหมดในห้องโถงต่างตกตะลึง
"เ้าแน่ใจหรือ?" ผู้าุโคนหนึ่งถาม
"มันไม่สามารถแน่ใจได้ทั้งหมด แต่มีความคล้ายคลึงอย่างน้อยเจ็ดส่วนขอรับ" ผู้มาใหม่ตอบ
คนทั้งหมดมองหน้ากัน อีกฝ่ายหนีไปเมืองเมฆาเลยหรือ?
"มันหนีออกไปได้อย่างไร? ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เราเฝ้าระวังมันอย่างเข้มงวดแล้วแท้ ๆ!"
“ไม่ต้องสนใจว่ามันหนีไปได้อย่างไร อย่างไรเราก็ต้องเอาตัวมันกลับมา!"
“ช้าก่อน! เมืองเมฆาอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจของสำนักพยับเร้นลับ"
เมื่อได้ยินคำว่าสำนักพยับเร้นลับ สีหน้าของคนตระกูลเซียวก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย สายตาของเซียวสยง ประมุขของตระกูล ก็เฉียบคมยิ่งขึ้น
“อย่างที่รู้ สำนักพยับเร้นลับและสำนักกระบี่ขุนพล์เป็ศัตรูกัน ดูเหมือนเ้าคนทรยศจะไปพึ่งการคุ้มกันจากสำนักพยับเร้นลับ"
"เช่นนั้นเราควรจะทำอย่างไร? ปล่อยไปเช่นนี้หรือ?" คนผู้หนึ่งเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยว
“ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด! หากเ้าเด็กนี่ไม่ถูกกำจัด ตระกูลเซียวจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
“หากมันเข้าสำนักพยับเร้นลับ เราจะไม่สามารถทำอะไรมันได้อีก"
ขณะที่เหล่าผู้าุโของตระกูลเซียวกำลังพูดคุยกัน น้ำเสียงเรียบเฉยก็ดังมาจากทางประตู
“ต่อให้มันซ่อนตัวอยู่ที่ปลายขอบโลก ข้าก็จะตามไปฉีกร่างมันเป็ชิ้น ๆ!"
ทุกสายตาจับจ้องไปทางประตู ผู้ที่เดินเข้ามาคือเซียวอวี่เว่ย
นางเอ่ยกับเซียวสยง “ท่านพ่อ ข้าจะกลับไปที่สำนักกระบี่ขุนพล์ ท่านแค่รอฟังข่าวอยู่ที่นี่ก็พอ ไม่เกินสามวัน หัวของเ้าคนทรยศเซียวนั่วจะถูกนำมาวางตรงหน้าน้องชายข้าอย่างแน่นอน!”
เซียวอวี่เว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เซียวสยงพยักหน้า “ตกลง ท่านประมุขน้อยมีอำนาจกว้างขวาง ข้าเชื่อว่าเ้าคนทรยศนั่นจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน"
ใบหน้าของเซียวอวี่เว่ยติดจะเ็า นางไม่เอ่ยอะไรอีก จากนั้นจึงเดินทางกลับไปยังสำนักกระบี่ขุนพล์
……
พระอาทิตย์เคลื่อนตัวลับขอบฟ้า แสงสีแดงของมันดูราวกับเปลวเพลิง
นี่คือเมืองซาเฉิง หนึ่งในเมืองโบราณ
“แม้ว่าเมืองซาเฉิงแห่งนี้จะอยู่ห่างออกมาหลายพันลี้ แต่ทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ตกดินยังคงงดงามเสมอ"
เหนือหอคอยสูง ชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินมองไปยังท้องฟ้าสีแดงทางทิศตะวันตก
แผ่นหลังของเขาตั้งตรง คิ้วคมราวกับกระบี่และดวงตาที่เปล่งประกายราวกับดวงดาว แม้จะถูกมองจากด้านหลัง ทว่าชายหนุ่มก็ยังแผ่ความสง่างามอันน่าเกรงขามออกมา
“ศิษย์พี่ซิงเฉิน ท่านมายืนดูพระอาทิตย์ตกอีกแล้วหรือ?" ในเวลานี้ ชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งก็เดินเข้ามา
ชายหนุ่มคนดังกล่าวมีรอยยิ้มสดใส ในขณะที่หญิงสาวนั้นค่อนข้างงดงาม
ชายชุดสีน้ำเงินผู้มีนามว่า ‘ซิงเฉิน’ หันไปมองและเอ่ย "เ้ากลับมาั้แ่เมื่อไหร่? ไม่ใช่ว่าเ้าไปสืบความเคลื่อนไหวของสำนักกระบี่ขุนพล์หรอกหรือ?
อีกฝ่ายโบกมือไปมา “ผู้คนของสำนักกระบี่นั้นซื่อตรงมาก เ้าไม่ต้องกังวล"
หญิงสาวเองก็หัวเราะเสียงใส "เมืองแห่งนี้มี 'มือกระบี่พิฆาตเหลียงซิงเฉิน' ผู้โด่งดังคอยคุ้มกันอยู่ สำนักกระบี่ขุนพล์จะกล้าบุกเข้ามาได้อย่างไร?"
เหลียงซิงเฉินยิ้ม และไม่เอ่ยอะไรออกมา
เหลียงซิงเฉิน หรือที่รู้จักกันในนามมือกระบี่พิฆาต
เขาคือหัวหน้าของศิษย์สายในหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่สุดทั้งสิบคนของสำนักพยับเร้นลับ บุตรแห่ง์ผู้โด่งดัง และเป็ผู้เก่งกาจชื่อกระฉ่อน
สำนักพยับเร้นลับและสำนักกระบี่ขุนพล์ได้ต่อสู้กันในเมืองซาเฉิงมาเป็เวลาหลายปี เพียงเพราะ ‘สายแร่หินทอง’ อันอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ภายในเมืองซาเฉิงแห่งนี้
“ข้าอยากกลับสำนักโดยเร็วที่สุด อึดอัดจริง ๆ ที่ต้องอยู่ในเมืองซาเฉิงแห่งนี้เป็เวลานาน ผิวของข้าแห้งกร้านกว่าแต่ก่อนมาก..." หลินอวี้เอ่ยอย่างเป็ทุกข์เล็กน้อย
อวี๋คั่งเอ่ย “หากเ้าอยากจะกลับ เ้าก็ต้องยึดครองเมืองซาเฉิงให้ได้โดยสมบูรณ์เสียก่อน”
“ความหวังช่างริบหรี่ สำนักกระบี่ขุนพล์ไม่มีทางยอมรามือจากสายแร่หินทองแน่" หลินอวี้ถอนหายใจออกมา
ทันใดนั้นเอง...
ปราณกระบี่อันทรงพลังก็ถาโถมลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับเสียงคำรามดังกึกก้อง!
อวี๋คั่งและหลินอวี้ตกตะลึง
“มันคือวิชาควบคุมกระบี่ของสำนักกระบี่ขุนพล์!"
"รีบไปแจ้งคนอื่นเดี๋ยวนี้!"
ทว่าสายเกินไปแล้ว ในเวลานี้ กระบี่เล่มหนึ่งได้พุ่งลงมายังแท่นด้านหน้าของคนทั้งสาม!
พรึ่บ!
ปราณกระบี่แพร่กระจายออกไปรอบทิศราวกับั คลื่นอากาศที่รุนแรงก็ปะทุออกมา เว้นแต่เหลียงซิงเฉินที่นิ่งเฉยราวกับูเาลูกใหญ่ อวี๋คั่งและหลินอวี้ต่างถูกผลักให้ถอยห่างออกไปหลายจั้ง
"ปราณจักรพรรดิเก้าชั้นฟ้า!" อวี๋คั่งมองอย่างระแวดระวัง
หลินอวี้เองเตรียมตั้งรับ
ด้านข้างของกระบี่เล่มดังกล่าว ปรากฏร่างของชายชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่ เขาไว้เครายาว ดวงตาเฉียบคมราวกับอินทรี
เหลียงซิงเฉินยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง ชายหนุ่มหันไปมองพวกของอวี๋คั่งกับหลินอวี้ที่อยู่ด้านหลังและเอ่ยว่า "ไปตรวจสอบที่อื่นเสีย"
หัวใจของหลินอวี้ตึงเครียดขึ้น “ศิษย์พี่ซิงเฉิน แล้วท่านล่ะ?"
"ไม่เป็ไร!" เหลียงซิงเฉินยกมือขึ้น “เขามาคนเดียว มีแค่เขาที่ต้องตาย!"
คำพูดดังกล่าวเต็มไปด้วยความมั่นใจ
อวี๋คั่งกับหลินอวี้มองหน้ากัน ทั้งสองไม่เอ่ยอะไรอีก และรีบลงจากหอคอยเพื่อไปตรวจสอบสถานที่อื่นทันที
เหลียงซิงเฉินยกแขนขึ้นกอดอก ชายหนุ่มไม่สนใจชายชุดดำ “เ้าสามารถลงมือก่อนได้เลย หากให้ข้าลงมือก่อน เกรงว่าเ้าจะไม่มีโอกาสได้ลงมืออีก"
ชายชุดดำมองเหลียงซิงเฉินด้วยสีหน้าที่ปราศจากความกลัว "นายน้อยของข้า้าจะทำข้อตกลงกับเ้า"
"หึ!" มุมปากของเหลียงซิงเฉินยกยิ้มขึ้นอย่างเ้าเล่ห์ สายตาพลันเยือกเย็นขึ้น กระบี่ยาวที่อยู่ในฝักพุ่งมาอยู่ในมือ
พรึ่บ!
กระบี่เล่มดังกล่าวยังไม่ถูกดึงออกมาจากฝัก แต่พลังของมันก็ได้แพร่กระจายออกไปโดยรอบแล้ว
"แค่กระบวนท่าเดียวก็เพียงพอแล้ว!"
ฟึ่บ!
ตัวกระบี่ขยับออกมาเพียงนิด ประกายแสงเย็นะเืของมันสว่างวาบ
รูม่านตาของชายชุดดำหดเกร็งเล็กน้อย “นับแต่นี้ไป อำนาจการปกครองของเมืองซาเฉิงจะถูกมอบให้กับเ้า"
"หืม?" เหลียงซิงเฉินเก็บกระบี่ของตน ดวงตาฉายแววประหลาดใจ
ชายชุดดำเอ่ยต่อ “ตราบใดที่เ้าสังหารใครบางคนได้ เมืองซาเฉิงแห่งนี้... เราจะยอมรามือ!"
"ผู้ใด?"
“คนผู้นั้น หากไม่มีอะไรผิดพลาด ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาจะปรากฏตัวขึ้นภายในสำนักพยับเร้นลับ"