รถลีมูซีนคันงามสีดำเงาปราบที่หญิงสาวร่างเล็กกำลังก้าวเท้าเข้าไป มันเรียกสายตาร้อนผ่าวจากผู้คนแถวนั้นได้ไม่ยากหากแต่เ้าหล่อนกลับไม่รู้สึกถึงความหรูหราและราคาอันแสนแพงลิบลิ่วแม้แต่น้อย
“สวัสดีค่ะคุณลุง”วันชัยรับไหว้พร้อมยิ้มบางให้กับคนอ่อนวัยที่เข้ามาแทรกตัวนั่งฝั่งตรงข้าม
“เป็ไงเรา ได้ยินว่าใกล้สอบแล้ว สอบเสร็จคราวนี้ก็จะพ้นชีวิตนิสิตสาวแล้วนะ”
“แหม! ฟังดูเหมือนหนูจะแก่ไปอีกขั้นยังไงก็ไม่รู้นะคะ”
“ชีวิตต้องเดินต่อไปต่างหาก” คนฟังอมยิ้มอดคิดไม่ได้ว่า ผู้ใหญ่ มักมีแง่คิดดีๆ สอดแทรกอยู่ในคำพูดเสมอและนั่นก็ทำให้เธอได้ประโยชน์ทุกครั้งเมื่อนำกลับไปทบทวนและปฏิบัติตาม
“ค่ะ แม้ที่ผ่านมาหนูอาจจะเคยท้อแต่ก็ไม่เคยถอย อย่างที่คุณลุงบอกไว้เป๊ะเลย” มือหนาเอื้อมมาโยกศีรษะเล็กๆ อย่างเอ็นดู
“ฉลาดนะเราเนี่ย”
“แต่ไม่เท่าหลานรักของคุณลุงหรอกมังคะ คนอะไร๊เรียนแค่สามปีครึ่งก็จบสงสัยมีสมองลิงอยู่ในหัว” เรียกเสียงขบขันจากคนฟังแทบทันทีไม่สนใจแม่หลานตัวน้อยที่เริ่มทำหน้าหงอ
“ขยันเปรียบเทียบจริงนะเรา”
“เื่เรียน หรือเื่สมองลิงคะ” กองฟางย้อนถามเสียงซื่อรู้ดีว่า..จะประเด็นแรกหรือประเด็นหลังก็ขอยกธงขาวให้เพราะเธอตั้งใจเรียนเป็ปกติอย่างคนทั่วไป ไม่ได้สอบตกซ้ำชั้นเสียเมื่อไหร่ ไอ้ครั้นจะเร่งให้จบเร็วอย่างนายนั่นก็ใช่ที่..ไม่มีความจำเป็
ส่วน สมองลิง ใครอยากมีเล่า สมองมนุษย์น่ะ..ประเสริฐสุดแล้ว
“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ” คนฟังหัวเราะแหะ ก่อนมองคนตรงหน้าอย่างค้นหา
ตกลงประเด็นของวันนี้คืออะไร
“่นี้จะไปนอนที่บ้านใหญ่ไหม ให้นายหนึ่งช่วยติวหนังสือก่อนสอบ”
หา!
กองฟางส่ายศีรษะแรงแทบหัวหลุดกันไปข้างหนึ่งหากมันจะหลุดได้
“รบกวนเขาเปล่าๆ ค่ะคุณลุง ที่สำคัญคุณป้าคงไม่...”
“ป้านรี ป้าอุษา แล้วก็ยัยอันไปทัวร์ยุโรปกับพวกสมาคมคุณหญิงคุณนายกันเป็เดือนไม่มีปัญหาหรอก”
ว่าแล้ว
ป้านรีภรรยาของคุณลุงที่ขยันดูแคลนและรังเกียจเธออย่างกับอะไรดีแต่ที่เธอสามารถแวะเวียนเข้าไปทำอาหารเช้าที่บ้านวรากรณ์ได้ทุกวัน เพราะมันเป็สิ่งเดียวที่เธอทำอยู่ก่อนที่คุณนรีจะเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในบ้าน
จึงได้รับการอนุโลม..แบบหัวฟัดหัวเหวี่ยง พอกันกับป้าอุษาผู้น้องจัดว่าเป็กองหนุนหลักเลยทีเดียวพี่สาวว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น..มิเคยขัด สุดท้าย อารยา หรือ พี่อัน บุตรสาวเพียงคนเดียวของป้านรีกับสามีเก่า..กลับมีนิสัยตรงข้าม
ค่อยคุยด้วยได้
ส่วนเื่จะให้นายนั่นช่วยติวข้อสอบให้น่ะ
“ไม่ดีกว่าค่ะ”
จนแล้วจนรอดคนที่ปฏิเสธเสียงแข็งั้แ่นั่งอยู่ในรถคันโก้ก็ถูกลากตัวมานั่งแปะบนเตียงในห้องนอนแสนสวยระดับผู้มีอันจะกินเนรมิตให้เป็วิมานชั้นดีได้
“อยู่ห้องนี้นะลูก เพราะมันใกล้ห้องนายหนึ่งที่สุด” คนฟังกรอกตาขึ้นเพดาน
โอ๊ยตาย! ทำไงดี
เธอนิ่ง คิด
“คุณลุง! แล้วยายกับน้าล่ะคะ ไม่รู้ว่าหนูหายไปไหนเดี๋ยวได้เป็ห่วงกันแย่”
“นั่นน่ะเหรอปัญหา” สาวเ้าหน้าเจื่อนทันตาเห็นเมื่อมุขแรกของเธอแป๊กไม่เป็ท่าก็ฝ่ายคุณลุงเล่นยกโทรศัพท์มือถือขึ้นกดหลาอย่างนั้น ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังโทร.หาใคร
แทนที่คนคุยจะเป็ฝ่ายเดินไปเดินมาหาคลื่นกลับหย่อนตัวลงนั่งตรงโซฟาให้อีกฝ่ายได้ลุกจากเตียงแล้วเดินพล่านเป็เสือติดจั่นแทน
เอาไงดีว้า
เมื่อเครื่องมือสื่อสารไร้สายถูกหย่อนลงกระเป๋ากางเกงเ้าหล่อนจึงหันมาแสยะยิ้ม
อีกมุขละกัน
“หนูไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาสักตัวเลยค่ะโดยเฉพาะส่วนจำเป็ของผู้หญิงน่ะคุณลุง”วันชัยยกยิ้มมุมปากบอกให้รู้ว่านั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอีกเหมือนกัน
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูเรียกทุกสายตาในห้องได้ในคราวเดียววันชัยส่งเสียงอนุญาต
“เข้ามา ฉันรออยู่” พลางหันมาพยักเพยิด “นั่นไงสิ่งที่เรา้ามาแล้ว”กองฟางถึงกับอ้าปากค้าง
“คะ?”
คนมาใหม่หอบกล่องพลาสติกสีฟ้าอ่อนใบเขื่องมาวางตรงโต๊ะเตี้ยพร้อมกับแจกรอยยิ้มกว้างเกินเหตุจนน่าหมั่นไส้
“ชมพู่เตรียมทุกอย่างให้คุณฟางเรียบร้อยแล้วค่ะ ดีใจจังเลยที่คุณฟางจะมาค้างที่นี่”คนฟังเท้าเอวฉับ เริ่มฉายแววตาพิฆาต
“ฉันควรจะขอบใจเธอใช่มั้ย”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณฟางรู้ไหมว่าพอคุณท่านบอกปุ๊บ ชมพู่ก็ทิ้งมีดในครัวปั๊บแล้วบึ่งไปห้างในทันที ได้ทุกอย่างครบภายใน 1 ชั่วโมง” คนจะคอขาดอยู่รอมร่อยังไม่รู้ตัวกลับสาธยายเหยียดยาวจนคนสูงวัยต้องลอบซ่อนรอยขบขันไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งขรึม
“เอาล่ะ..ชมพู่ออกไปก่อนไป มีเวลาอีกเป็อาทิตย์ให้คุยกัน” ส่งผลให้คนถูกไล่ระยะเผาขนต้องเก็บริมฝีปากสนิททั้งที่อยากขยับต่อเต็มแก่
เมื่อคล้อยหลังเด็กรับใช้วัยกระเตาะวันชัยจึงหันมา
“แค่อาทิตย์เดียวน่ะลูก ลุงขอ อยากให้เราได้เต็มที่กับการสอบ” แล้วใครจะกล้าปฏิเสธได้ลงคอละหนอ
“ค่ะ”