หินพูดถึงความฝันของตัวเองให้พี่สาวฟังทั้งโยกตัวอย่างอารมณ์ดีขณะเคี้ยวอาหาร ปากเล็กฟันขาวขยับไปตามจังหวะการกินและพูด ส่วนยารินดาที่มองลูกอยู่ถึงกับขมวดคิ้วกลอกตานึกแต่ยังไม่ได้ขัด ทว่าจากเหตุการณ์เมื่อคืนวานเธอจึงคิดว่าบางทีหินอาจละเมอเดิน แต่ลูกก็ไม่เคยเป็เธอจึงนับไว้ในใจว่านี่เป็ครั้งแรก หากบ่อยเข้าอาจต้องพาไปพบแพทย์
ในรถระหว่างเดินทางไปโรงเรียนหินจ้อไม่หยุดจวบจนถึงหน้าประตู เธอส่งลูกถึงมือครูสาวเด็กน้อยไหว้อย่างนอบน้อมก่อนทรายจะหันกลับมาถามแม่และน้องชายก็หันตาม
“คุณแม่จะไปทันการแสดงไหมคะ”
“แม่ไม่รับประกันนะคะ แต่จะพยายามไปให้ทันแน่นอน แสดงให้เต็มที่นะลูก” ทั้งคู่แหงนมองแม่ฟังอย่างตั้งใจแล้วพยักหน้าแต่แววตายังคาดหวัง เธอรู้ว่าลูกอยากให้ไปทันแม้ไม่งอแงยกสองมือลูบหัวทั้งสองหวังว่าพวกเขาจะเข้าใจก่อนหันไปถามครู
“เด็กเริ่มแสดงกี่โมงคะ”
“คิวน้องๆ ขึ้นแสดง่สี่โมงเย็นค่ะ ตามที่คุณเอกภพบอกอาจมีเลทเล็กน้อย คุณแม่อย่าลืมมาให้ทันนะคะ”
ยารินดายิ้มแห้งทันทีเพราะสโมสรอยู่ไกลจากโรงเรียนและที่ทำงานของเธอหลายกิโลเมตรทั้งเป็่เลิกเรียนรถจะติดมาก
“ค่ะ” เธอลากเสียงอย่างไม่มั่นใจ “ฝากเด็กๆ ด้วยนะคะ แล้วเจอกันนะลูก” ทั้งสามโบกมือให้กัน เธอมองลูกน้อยเดินเข้าด้านในไปรวมกับเพื่อนๆ ก่อนเดินกลับไปขึ้นรถขับไปทำงาน
เมื่อถึงออฟฟิศยารินดาวางกระเป๋าสีดำลงย่อตัวนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งก่อนยกมือถือมาเปิดดูว่ามีแผนกไหนหรือบอสใหญ่ส่งข้อความหาเธอหรือไม่ ทว่ามือบางนิ้วเรียวบังเอิญกดเปิดประวัติการโทรเข้าออกจึงกดปิดขณะชื่อที่บันทึกไว้ว่า “ไม่รับ” เลื่อนผ่านตาหญิงสาวจึงกดเข้ามาดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“นี่มัน” สัญลักษณ์รูปโทรศัพท์ตรงหน้าที่ควรเป็สีแดงมันขึ้นเขียว เวลาที่แสดงเป็่สี่ทุ่มสี่สิบห้านาที เธอนึกย้อนกลับไปถึงเื่คืนที่ผ่านมาว่าตนลุกออกมาเข้าห้องน้ำตอนไหนจากนาฬิกาปลุกหัวเตียงที่บอกเวลาตอนเธอกลับเข้าไปนอน ตัวเลขนั้นชัดเจนเธอจำได้ขึ้นใจเพราะลูกชาย ห้าทุ่มสามสิบห้านาที
“นี่ตาหินรับโทรศัพท์เหรอ แล้วทำไมลูกนอนอยู่ตรงนั้นล่ะ สี่ทุ่มสี่สิบห้ากับห้าทุ่มสิบห้าลูกหลับตรงนั้นเกือบครึ่งชั่วโมง” เธอกลอกตาคิดคำนวณทบทวนเหตุการณ์
“อย่าบอกนะว่าคุยกันจนหลับ แล้วตาหินไปบอกอะไรเขาบ้างเนี่ย” หญิงสาวร้อนใจจนอยากโทรหาลูกชายผ่านเบอร์ครูสาวแต่ก็กลัวตัวเองเผลอดุลูกจนเขาร้องไห้อาจส่งผลถึงตอนเย็น ยารินดาจึงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ภายในใจและภาวนาว่าลูกจะไม่พูดอะไรมากมาย
“ไว้ค่อยถามหลังไปรับก็แล้วกัน” เธอกดเปลือกตาสูดหายใจเข้าลึกวางโทรศัพท์ลงดึงแฟ้มมาตรวจงาน
“นี่เพื่อนนายจะไม่ตัดผมหน่อยเหรอ” โทชิถามเมื่อนั่งร่วมวงดื่มกาแฟในคอฟฟี่ช็อปของโรงแรม
“ก็ว่าจะตัดอยู่นะ รอให้ถึงเก้าโมงก่อนคงไปหาร้านตัดผมแถวนี้แหละ” ปฐีบอก
“นายบอกแม่หรือยังล่ะว่าถึงไทยแล้ว”
“ยังเลย หลังงานที่สโมสรเย็นนี้ฉันว่าจะไปเอารถจะได้พาพวกนายเที่ยวชมกรุงเทพได้สะดวก”
“ดีเลยเพื่อน ว่าแต่นายเลิกคิดจะตามหาเธอหรือยัง”
“ไม่เคยเลย นี่เมื่อคืนวานฉันลองโทรไป รู้ไหมฉันเจอเื่อะไร”
“อะไรเหรอ”
“มีคนรับสายสิ ครั้งแรกในรอบสามปีเลยนะ”
“เหรอใช่เธอไหม” โทชิรู้สึกตื่นเต้นดีใจไปกับเพื่อน
“ไม่ แต่เป็เด็ก”
“หา!!!” โทชิชะงักถ้วยกาแฟยังค้างจ่ออยู่ใกล้ปากกะพริบตาก่อนถามต่อ
“ผู้หญิงผู้ชาย”
“เด็กผู้ชาย เสียงยังดูเล็กมาก พูดจากระท่อนกระแท่นแต่เรียงประโยคยาวๆ ได้ รู้ไหมเขาเรียกฉันว่าอะไร”
“หืม อะไรล่ะ”
“คุณพ่อ”
คราวนี้โทชิเกือบสำลักกาแฟเขาย่นหน้าก่อนวางถ้วยเครื่องดื่มลง มองปฐีอย่างจริงจัง
“ลูกใครล่ะเพื่อน”
“ฉันไม่รู้ และไม่รู้ว่าเธอเปลี่ยนเบอร์ไหม ระบบเอาเบอร์มาเวียนใหม่หรือเปล่า เด็กคนนั้นอาจจะกำลังรอพ่อโทรหาฉันโทรไปถูกจังหวะเวลาหรือไม่ก็” ปฐีหยุดมองต่ำกลอกตาอยู่เหนือโต๊ะครุ่นคิด
“หรืออะไร” โทชิลุ้น
“นั่นอาจเป็ลูกเธอ เธอไม่เคยเปลี่ยนเบอร์แค่ไม่รับสายฉัน และ” เขาหยุดอีก ลังเลที่จะพูดประโยคนั้นออกมาขณะที่โทชิรอฟังอย่างตั้งใจ
“เธอแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว” ปฐีคอตกก้มหน้าต่ำกว่าเดิมหัวใจหล่นวูบ
“แล้วนายจะเอายังไงต่อถ้ามันเป็แบบนั้นจริงๆ”
“ฉันไม่อยากฟันธงหรอกนะ ยังไงซะต้องรู้ให้แน่ชัดก่อนแล้วค่อยคิด ถ้าเธอไม่รอฉันจริงๆ ฉันควรเคารพการตัดสินใจของเธอ” น้ำเสียงของเขาเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด ปฐีรู้ดีว่าตนก็มีส่วนผิด่เวลาที่ไม่ติดต่อเลยอาจทำให้เธอรู้สึกเดียวดาย เหงา เศร้า และคิดมากจึงตัดสินใจแบบนั้น
“อืม ฉันสนับสนุนนายพวก” โทชิบอกแล้วเปลี่ยนเื่เพราะไม่อยากให้เพื่อนจมอยู่ในอารมณ์นั้น ก่อนบ่นพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู
“ทำไมสามคนนั้นไม่ลงมาสักทีล่ะ ไม่หิวกันรึไง”
“สั่งอาหารเลยไหมนี่ก็แปดโมงแล้วนะ” ปฐีถาม
“ไม่ดีกว่าเพื่อนเผื่อพวกเขาไม่หิว”
“งั้นฉันไปหาร้านตัดผมนะเผื่อได้คิวเช้าหน่อย”
“อื้อไปสิ”
ปฐีแยกตัวออกไปคิดจะหาร้านที่เปิดแต่เช้า ทว่าเื่หนึ่งก็แวบเข้ามาในสมอง
“ไปบ้านเธอ จริงสิ” ว่าแล้วเขาก็มองหาแท็กซี่ประจวบเหมาะกับมีคันหนึ่งมาส่งลูกค้าพอดีจึงปรี่เข้าไปถาม
“ว่างไหมครับ มีคิวเรียกหรือเปล่า”
“เปล่าครับแต่ผมกำลังจะกลับเพราะวิ่งทั้งคืนต้องส่งรถแล้วครับผม”
“ว้าแย่จัง” คนขับแท็กซี่ร่างผอมวัยประมาณหกสิบมองหน้าเขาสักพักก่อนเปลี่ยนใจ
“ขึ้นมาสิครับผมให้คุณเป็คนสุดท้ายของรอบก็ได้”
“ขอบคุณครับดีเลย” เขาก้าวขึ้นรถบอกจุดหมายที่จะไป เมื่อรถออกตัวก็คุยกันไประหว่างทางจนถึงที่หมายและขอให้เขารอรับไปส่งปากทางเพื่อต่อรถคันใหม่แท็กซี่จึงตกลงรอ ชายหนุ่มก้าวลงรถเดินตรงไปยังบ้านเลขที่ที่จำได้ขึ้นใจ
ปฐียืนเกาะรั้วหน้าบ้านชั้นเดียวที่เคยมาหลับนอนค้างคืนกับหญิงต่างวัยผู้เป็ที่รัก บ้านขนาดกลางแสนคุ้นตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพียงแค่ััผิวขรุขระของรั้วภาพเก่าและเสียงครวญคร่ำครางครือก็สะท้อนกลับมาในห้วงนึกคิด ความทรงจำที่ได้แสดงความในใจผ่านสนามรักด้านในนั้นมันช่างรัญจวน เขาชะเง้อมองหาเงาใครสักคน ใครก็ได้ที่จะบอกอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเธอ
“เสื้อผ้าเด็ก ก็ไม่มีนี่นา” ชายหนุ่มอุบอิบมองไปยังจุดที่เธอเคยตากผ้า ท่าทางของเขาทำคนในบ้านสงสัยจึงเปิดประตูเดินออกมา ปฐีรู้สึกตื่นเต้นอย่างน้อยด้านในก็มีคนแต่ร่างที่ปรากฏก็ทำให้แปลกใจ
“ชาวต่างชาติเหรอ ใครกันนะ เอาเถอะถ้าเป็สามีเธอก็ถามให้รู้เื่ไปเลย”
“สวัสดีครับ” ชายร่างท้วมวัยสี่สิบห้าเอ่ยปากทักทายเป็ภาษาไทย
“สวัสดีครับ ขอโทษที่มารบกวนความเป็ส่วนตัวนะครับ”
“ไม่เป็ไรครับ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่า”
“ผม เอ่อ เ้าของบ้านหลังนี้ไปไหนครับ”
“อ้อ รินดา เหรอ” ปฐีได้ยินเขาเรียกเธอแบบนั้นก็กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ นึกกลัวไปต่างๆ นานา
“ครับ” เขาพยายามสะกดอารมณ์
“เธอไม่ได้อยู่ที่นี่นะครับ”
“เอ่อ...” เขาหันไปมองแท็กซี่รู้สึกเกรงใจลุงคนขับทั้งอยากคุยกับชายตรงหน้าต่อเผื่อได้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ชาวต่างชาติหวงแหนความเป็ส่วนตัวคงรุกล้ำเข้าในบ้านไม่ได้
“เธอไปไหนเหรอครับแล้วทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่ได้ ต้องขอโทษนะครับที่เสียมารยาท คือผมติดต่อเธอไม่ได้”
“ไม่เป็ไรครับ แต่ผมไม่รู้ว่าเธอไปอยู่ไหน ผมเป็แค่ผู้เช่าเซ็นสัญญาเช่ารายปีอีกสองเดือนก็จะหมดสัญญาแล้ว ตอนนั้นเธอถึงจะมาที่นี่อีกครั้งเพื่อเซ็นสัญญาใหม่หรือมาดูบ้านก่อนและหลังผมย้ายออก”
“เอ๋ เอ่อ อีกสองเดือนเหรอครับประมาณวันที่เท่าไหร่”
“นับจากวันนี้ไปเลยครับ” ชายผู้เช่าบอก ปฐีหันไปมองแท็กซี่อีกครั้งคราวนี้เห็นเขาเอนหลังหลับอยู่จึงหันมาถามต่อ
“คุณมีเบอร์ติดต่อเธอไหมครับ”
“ขอโทษนะครับ เพื่อความปลอดภัยของเธอผมต้องถามก่อนหวังว่าคุณคงเข้าใจ”
“ครับ ถามมาได้เลย”
“คุณเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ”
“ผมกับเธอเราเคยรักกันมาก่อน แต่ว่าเธอขอให้ผมไปเรียนเมืองนอกตามความ้าของแม่และเพื่ออนาคตของตัวผมเอง ่สองสามปีแรกก็พอติดต่อได้แต่หลังจากนั้นอีกสามปีกว่าผมติดต่อเธอไม่ได้อีกเลย”
“คุณไปเรียนนานขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ครับ เจ็ดปี ปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาฟิล์ม ผมย่นเวลาได้สั้นสุดเท่านั้นจริงๆ”
“ว้าว เธอเป็ผู้หญิงที่ดีนะ ไม่ถ่วงรั้งอนาคตคุณไว้”
“ครับเธอน่ารักมาก”
“คุณยังรักเธออยู่หรือเปล่า” เขาถาม ปฐีพยักหน้าแต่ถูกชายชาวต่างชาติจ้องกลับเขม็ง
“ผมไม่เคยลืมความรู้สึกที่มีต่อเธอเลย” ปฐีบอกอย่างมั่นใจและหนักแน่น เมื่อได้ยินแบบนั้นเขาก็ยิ้มผ่อนคลายลงก่อนยื่นมือให้แล้วปฐีก็ยื่นมือจับตอบ
“ผมเจฟฟี่ ฮัมเบอร์เป็ครูสอนภาษามหาวิทยาลัยใกล้ๆ นี้ ยินดีที่ได้พบนะครับคุณ...”
“ยินดีที่ได้พบเช่นกันครับ ผมปฐีหรือจะเรียกดินก็ได้”
“ดินเหรอ ชื่อคุณพ้องกับเขาจังเลยนะ”
“พ้อง!! เขา!! ใครเหรอครับ” เสียงชายหนุ่มแ่และขาด่เมื่อได้ยินเจฟฟี่พูดถึง เขา เขาคือใครนั่นทำให้ชายหนุ่มสงสัยหนัก แต่ชายชาวต่างชาติก็ไม่ตอบเพียงยิ้มอ่อน
“คุณรอผมสักครู่นะผมจะเข้าไปเขียนเบอร์เธอให้”
“โห ดีเลยครับ”
ปฐียิ้มกว้างรู้สึกเหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว มองเจฟฟี่เดินหายเข้าไปในบ้านไม่นานเกินรอเขาก็เดินออกมาและยื่นกระดาษแผ่นเท่าฝ่ามือให้
“ขอบคุณมากเลยครับผมกำลังอยากรู้ว่าเธอเปลี่ยนไปใช้เบอร์ไหน”
ปฐีมองเขาทั้งฉีกยิ้มกว้างก่อนก้มลงมองกระดาษบางขาวสะอาดรอยเปื้อนเดียวมีเพียงตัวเลขสีน้ำเงินสิบตัวในมือแล้วรอยยิ้มเบิกบานก็ค่อยๆ หุบลง
“เอ๋ เอ่อ นี่มันเบอร์เก่านี่ครับ”
“เบอร์เก่าเหรอครับผมไม่เคยรู้ว่าเธอมีเบอร์เก่าหรือนี่คือเบอร์เก่า เพราะทุกครั้งที่เธอโทรมาก็เบอร์นี้”
“เอ่อขอโทษนะครับเธอโทรมาทำไมเหรอ”
“หึๆ ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอกครับ เธอแค่โทรมาเื่บ้านหากมีปัญหาจะได้ตามช่างให้”
“เธอต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุงด้วยเหรอครับ”
“เปล่าหรอก เธอแค่หาคนให้เท่านั้นผมจัดการเื่ค่าใช้จ่ายเองมันอยู่ในสัญญาเธอบอกว่าป้องกันผู้เช่าทำบ้านเสียหายจนเกินไป ดังนั้นอะไรก็ตามที่ต้องจ่ายมันคือการกระทำของผู้อาศัย”
“อ๋อ ผมเข้าใจแล้ว ขอบคุณมากนะครับสำหรับข้อมูล”
“ยินดีครับ ผมขอให้คุณเจอเธอเร็วๆ นะ”
ปฐีพยักหน้ารับพลางกล่าวขอบคุณแล้วเดินจากไป แต่ในสมองยังเต็มไปด้วยคำถามว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้เธอไม่ยอมรับสายตนเองไหนจะเื่เด็กเมื่อคืนที่ผ่านมา ไหนจะเื่ชื่อพ้องที่ชาวต่างชาติไม่ยอมพูดราวว่ามันเป็เื่สิทธิส่วนบุคคลอีก