ฟางหยวน บัดนี้ได้ฝึกเคล็ดจิตเย็นจนสำเร็จวิชาแล้ว ตอนนี้วิชานี้ก็เป็นอีกหนึ่งไพ่ลับของเขาเช่นกัน " เอาละ ได้เวลาที่ข้าจะต้องฝึก ร่างทมฬขั้นสุดท้ายแล้วละ "
ฟางหยวนไม่รอช้า เริ่มทำการฝึกร่างทมิฬต่อทันที ทำให้ฉางหลิวฟงผู้เป็นอาจารย์ นั้นอดที่จะชื่นชมศิษย์คนนี้ของตนมิได้ " เจ้าหนูนี่ คิดถูกจริงๆที่รับมาเป็นศิษย์ นอกจากจะฉลาดแล้ว ยังมี ความขยันและอดทนอย่างมาก นี่ถือว่าเป็นโชคอย่างหนึ่งของข้ารึ "
ฟางหยวน ไม่รอช้า นั่งลงบนพื้นโคจรตบะเพื่อทำการฝึก ร่างทมิฬขั้นสุดท้าย หนังมาร ทันที ฉางหลิวฟงผู้เป็นอาจารย์เห็นศิษย์ของตนกำลังฝึกปรือฝีมือ ก็ไม่รอช้าที่จะนำ หินลมปราณและน้ำยาล้างกระดูกระดับสูง
มาให้ในทันที ขั้นตอนนี้ นับว่าไม่ได้ยากเย็นอะไรมากนัก เพียงแต่มันต้องใช้ระยะเวลาก็เท่านั้น ฟางหยวน ฝึกร่างทมิฬขั้นสุดท้ายอยู่นานถึง 4เดือนเต็ม และในที่สุดวันนี้ ฟางหยวนก็ได้ฝึกมันสำเร็จ
บัดนี้ ฟางหยวนได้ลืมตาขึ้นมาแล้ว พร้อผิวหนังทั้งร่างที่หลุดออก แล้วเกิดผิวหนังใหม่ที่มีสีขาวซีดเล็กน้อยขึ้นมาแทน ปราณทมิฬได้พวยพุ่ง ออกมาจากตัวของฟางหยวน จำนวนมหาศาล ทำให้ฉางหลิวฟงที่นั่งดูอยู่ข้างๆถึงกับ ตกใจ
" ในที่สุดเจ้าก็ทำมัน เสร็จแล้วสินะ " ฉางหลิวฟงกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้ม และในตอนนี้รอยสักรูปปีกที่หักครึ่งนั้น ได้ถูกฟื้นฟูขึ้นมา เล็กน้อย และมีขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม และในครั้งนี้ฟางหยวนก็ยังไม่รู้สึกถึงมันเช่นเดิม
แต่ครั้งนี้มันต่างกับครั้งที่แล้วมา เนื่องจาก บนหน้าผากของฟางหยวนนั้น ปรากฎ สัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ครึ่งซีกและพระจันทร์ครึ่งซีกบนหน้าผากของฟางหยวน แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น แม้แต่ฉางหลิวฟงผู้มีตบะล้ำลึกก็ยังไม่สามารถรับรู้ถึงมันได้
" เยี่ยมในที่สุด ข้าก็ฝึกร่างทมิฬจนสำเร็จเสียที มันจะทำให้ข้าสามารถอยู่ในโลกแห่งเซียนได้ราบรื่นขึ้นอย่างแน่นอน " ฟางหยวนกล่าวออกมาพร้อมแววตาที่สดใส
" ยินดีกลับเจ้าด้วยนะที่ฝึกจนสำเร็จนะ " ฉางหลิวฟงกล่าวพร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้ม " ขอบคุณมาก ท่านอาจารย์ " ฟางหยวนตอบกลับ ตอนนี้เองฟางหยวน ได้ลองไปทดสอบพลังของตนเอง กับ ผู้เป็นอาจารย์ทั้งคู่ได้ สอนกระบวนท่าและเคล็ดลับด้วยกันจนเวลาผ่านเลยไป
มากกว่า1เดือน ตอนนี้ฟางหยวน ดูไม่เหมือนกับตัวเขาเหมือนตอนแรกที่ได้เริ่มเข้าสู่สำนัก ตอนนี้เขาดูเหมาะสมที่จะเป็นผู้ฝึกตน อย่างมาก ผมที่พลิ้วไหวตามสายลม " เอาละ ศิษย์ของข้า ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกเจ้า " ฉางหลิวฟงได้กล่าวขึ้น
ฟางหยวนได้ยินดังนั้นก็เดินมาหาฉางหลิวฟงเพื่อฟัง ทันที " ข้าและเจ้าอยู่ด้วยกันมามากกว่า8เดือนเศษๆแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่เวลาที่มากหรือน้อย แต่มันก็ทำให้ข้ามีความสุขและได้รู้จักตัวตนของศิษย์ของข้า " ฟางหยวนได้ยินดังนั้นก็ตอบกลับไป " ข้าก็เช่นกันท่านอาจารย์ "
" ข้าก็อยากจะอยู่กับเจ้าให้มากกว่านี้ แต่ว่าเวลาของข้านั้นมันเหลือไม่มากแล้ว เนื่องจากตัวข้าที่เป็นประมุข นั้นจำเป็นต้องมีเรื่องมากมายที่ต้องแบกรับและรับผิดชอบเอาไว้ เจ้าเองก็ต้องเรียนรู้ไว้ ดังนั้น ก่อนที่ข้าจะไปนั้น ข้าจะถ่ายทอดสุดยอดวิชาของสำนักของเรา ที่ตกถอดจากรุ่นสู่รุ่นให้กับเจ้า !! "
" มันคือสุดยอดวิชาดัชนี จันทราเคลื่อน วิชานี้ถูกคิดค้นโดยประมุขคนแรกของสำนักชิงหลง หรือท่านรุ่น1นั่นเอง วิชานี้ จะสะสมพลังหยินไว้ที่นิ้วมือภายในจุดๆเดียวแล้วยิงมันออกไป ความเร็วและความแรงนั้นสามารถแหวกอากาศและบิดเบือนมิติเวลาได้ แต่ทว่า ไม่มีใครสามารถไปถึงขั้นนั้นได้ แม้แต่ตัวข้าเองก็ตาม มีเพียงท่านรุ่น1เท่านั้นที่คิดค้นวิชานี้ขึ้นมาแล้วไปสู่ขั้นนั้นได้ "
." ข้าจะแสดงกระบวนท่าทั้งหมดและเคล็ดลับให้เจ้าดู จงดูข้าไว้ให้ดีๆ " พูดจบ ฉางหลิวฟง ได้โคจรตบะออกมา แล้วเรียบรวมปราณทั้งหมดไว้ที่นิ้วชี้ข้างขวา แล้วยิงมันออกไป กระแสปราณที่มารวมที่นิ้วชี้นั่นมากมายมหาศาล
ทำให้การยิงดัชนีครั้งนี้ของฉางหลิวฟง เร็วจนฟางหยวนไม่สามารถมองเห็นมันได้ มันแหวกอากาศ ออกไป สู่ท้องฟ้าในยามราตรี แม้แต่เสียงก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการโจมตีครั้งนี้ " วิชานี้มัน.....สุดยอดจริงๆ " ฟางหยวนอ้าปากค้าง
" เจ้าจงจดไว้ให้ดีละ แต่การที่จะยิงออกไปนั้น มันจะต้องใช้ปราณจำนวนในการที่จะทำให้เกิดความรุนแรงในการโจมตีครั้งเดียว ถ้าหากเจ้าจะต้องการชนะศัตรูด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวละก็นะ แต่เดิมทีวิชานี้นั้นจะแข็งแกร่งอย่างมาก ต่อที่ๆมีพลังหยินมหาศาล แล้วนั่นก็หมายความว่า เจ้านั้นเหมาะสมกับวิชานี้ที่สุดเนื่องจากตัวเจ้าที่มีปราณทมิฬ และยังมีความหนาแน่นของลมปราณที่มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า ทำให้เจ้าจะสามารถดึงประสิทธิภาพทั้งหมดออกมาจากวิชานี้ "
ฟางหยวนได้ยินดังนั้นก็เข้าใจในทันทีถึง ความสามารถของดัชนี จันทราเคลื่อนที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับตัวของเขา ที่จะทำให้ใช้วิชานี้ ได้เหมาะสมที่สุด และวิชานี้ก็ยังเป็นวิชาที่ใช้มือเปล่าอีกด้วย เป็นสิ่งที่ฟางหยวนถนัดมากที่สุด
" แต่ว่า วิชาดัชนี จันทราเคลื่อนมันมิได้มีแค่รวบปราณและ ยิงออกไป แบบนั้น แก่นแท้ของวิชานี้คือการพลิกแพลงผสมผสาน ต่างหาก หากผู้ใช้ยิ่งมีสติปัญญาและไหวพริบมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงความสามารถของวิชานี้ ออกมาได้ไม่มีที่สิ้นสุด "
" ตัวอย่างเช่นสิ่งนี้ ข้าจะทำให้เจ้าดู " ฉางหลิวฟงได้โคจรตบะไว้ที่นิ้วเช่นกันก่อนที่ จะมาประมือกับฟางหยวน ฉางหลิวฟงออกท่าต่างๆเช่นหมัดเตะต่อย ใส่ฟางหยวน ฟางหยวนก็หลบมันได้ไม่ยากนัก แต่ว่า ในะระหว่างกระบวนท่าสุดท้ายที่กำลังจะปล่อยหมัดออกมา
และฟางหยวนกำลังหลบมันได้นั่น ดัชนีได้ยิงออกมาจากนิ้วชี้ ในระหว่างที่ปล่อยหมัดออกไปแล้ว ตอนที่ฟางหยวนได้หลบมันไป ทำให้ฟางหยวนที่หลบหมัดไปแล้ว กลับโดนยิงดัชนีใส่ นั่นเอง ฟางหยวนถึงกับพูดไม่ออกในความสามารถของดัชนี จันทราเคลื่อน
" ไม่น่าเชื่อว่ามันสามารถใช้ในทางนี้ได้ด้วย " ฟางหยวนพึมพำ " มันยังใช้ได้มากกว่านี้อีก ขึ้นอยู่ไหวพริบของเจ้า เอาละข้าสอนเคล็ดวิชาและกระบวนท่าต่างๆไปหมดแล้ว เจ้าจึงไปฝึกมันเสียเถอะ ข้าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ คอยสอนเจ้าถึงวิชานี้เอง "
และแล้วฟางหยวนก็ได้เริ่มฝึก ดัชนีจันทราเคลื่อน เริ่มตึ้นจากการ รวบรวมลมปราณไว้ที่นิ้ว แม้ขั้นตอนนี้จะดูง่าย แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ฟางหยวนลองหลายครั้งมันก็ไม่สำเร็จ จนได้ทำไปเรื่อยๆ จนสามารถรวบรวมมันไว้ที่นิ้วได้
ฟางหยวนก็ได้ฝึกต่อถึงขั้นที่ทดสอบลองปล่อย ดัชนีออกมา แต่แล้วก็ไม่สามารถปล่อยออกมาได้ จนได้ลองฝึกอยู่นานมาก ฟางหยวนได้สอบถาม ฉางหลิวฟงผู้เป็นอาจารย์ถึง วิธีการปล่อยพลัง
จนในที่สุดฟางหยวนก็สามารถยิงมันออกมา แต่ว่า พลังนั้นกลับดูอ่อนแออย่างมาก สร้างแค่บาดแผลถลอก เล็ดน้อยแค่นั้น " ดูเหมือนว่า ข้าคงต้องฝึกอีกยาวไกลเลยถึงจะสามารถใช้แบบอาจารย์ได้ "
และแล้ว ฟางหยวนก็ได้ใช้เวลาทั้งหมดฝึกดัชนีจันทราเคลื่อน พร้อมกับฉางหลิวฟงผู้เป็นอาจารย์ ผู้คอยแนะนำและสอนอยู่ใกล้ๆ ฟางหยวนได้ฝึกจนเวลานั้น ผ่านไป1ปีครึ่ง......
ฟิ้ววว..... เสียงแหวกอากาศดังลั่นออกมาจาก นิ้วของฟางหยวน ในที่สุดข้าก็สามารถยิงมันได้สมบูรณ์สักที ฉางหลิวฟงที่นั่งดูอยู่ตลอดเวลา ก็ได้หัวเราะ แล้ว แสดงความยินดีกับศิษย์ของตนเอง
" ทำได้ดีมาก ศิษย์ของข้า ในที่สุดเวลานั้น ก็ผ่านมา2ปีแล้ว ข้านั่นคงต้องไปแล้วละ แม้ว่าเวลาแค่นี้อาจไม่มาก แต่ข้าได้ทุ่มเททุกอย่างให้เจ้าแล้ว ข้าต้องการจะบอกเจ้าว่า ตัวข้า นั่นจะออกไปทำภารกิจข้างนอกสำนัก ไม่แน่ใจว่าจะกลับมาตอนไหน แต่ข้าอยากให้ เจ้าทุ่มเทแก่การฝึกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะไม่มีข้าอยู่คอยสอน แต่ข้าเชื่อว่า ด้วยสติปัญญาของเจ้า เจ้าจะต้องทำมันได้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน "
" ตอนนี้เจ้าจะไม่ใช่ศิษย์สายในอีกแล้ว เจ้าคือเจ้าสำนักในอนาคต แต่ว่าเจ้าจะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ รอข้ากลับมา ข้าจะให้เจ้าเป็นประมุข เราคงต้องลาจากกันเพียงเท่านี้ แล้วเจอกันใหม่ศิษย์ของข้า " ฉางหลิวฟงกล่าวด้วยเสียงที่เข้มแข็ง และได้หายตัวไปในที่สุด
ฟางหยวนนั้นเข้าใจถึงความหมายและ หน้าที่ของตนแล้ว " ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง " ฟางหยวนกล่าวพร้อมด้วยเสียงที่มั่นใจ ก่อนที่จะออกจากสถานที่แห่งนี้แล้วไปสู่ เขตของศิษย์สายใน เพื่อกลับเข้าไปในสำนักอีกครั้ง.....