บทที่ 12 ฉันจะเป็ผู้ครองแผ่นดินใต้หล้า
การสอบปลายภาคครั้งนี้ ลั่วโหวสอบพร้อมกับพี่สาวคนโต
หลังจากสอบเสร็จได้ไม่กี่วัน ก็ถึงเวลาปิดเทอมกลับบ้าน แล้วจึงกลับมารับใบประกาศนียบัตรผลการเรียนในภายหลัง
ในที่สุด ลั่วโหวก็ได้ใช้ความทรงจำของคนอายุ 40 ปีในการใช้ชีวิต่ตรุษจีนครั้งแรกในเวลาและสถานที่แห่งนี้
ย่าลั่วรู้สึกยินดีมากที่ลูกสาวคนเล็กกลับมาบ้านด้วย เมื่อน้าเล็กเห็นลั่วโหวก็พูดชมว่า “โตขึ้นอีกแล้ว!”
“เกือบ 180 เิเแล้ว แต่ยังสูงขึ้นได้อีก ส่วนสูงในฝันของผมคือ 185 เิเ!” ลั่วโหวพูดอย่างนั้น
ส่วนน้าเล็กเองก็สูงพอสมควร ประมาณ 165 เิเ ตระกูลลั่วมีพันธุกรรมคนสูง
หลังจากที่น้าเล็กนำขนมกรุบกรอบจากเมืองมาให้แล้ว ก็ยังนำนิตยสาร ‘โลกเื่วิทยาศาสตร์’ มาให้อีกสองเล่ม พร้อมบอกว่าซื้อมาเป็พิเศษและยังชมเชยลั่วโหวอย่างมากที่โรงเรียนที่เธอฝึกงานอยู่ด้วย
น้าใหญ่มีลูกสาวคนหนึ่ง อายุน้อยกว่าลั่วโหวสองปี เนื่องจากได้รับพันธุกรรมของตระกูลลั่ว ดังนั้นรูปร่างหน้าตาจึงค่อนข้างดี เมื่อแต่งตัวดี ๆ ก็เป็สาวสวยคนหนึ่ง แต่ยังด้อยกว่าลั่วเสวียนอยู่พอสมควร
ส่วนลั่วเสวียนนั้น เป็เด็กสาวที่ถ้ามีคนพบเห็น 100 คน คงไม่มีสักคนที่จะไม่ชื่นชมในใจ
ลั่วโหวในฐานะหลานชายคนโตและหลานชายคนเดียวของตระกูลลั่ว จึงมีสถานะที่สูงส่งเหนือใครในสายตาของปู่ย่าลั่ว
น้าเล็กอายุเพียง 22 ปี ไม่แปลกที่จะมีนิสัยเด็กสาวบ้าง จึงพูดกับย่าลั่วว่า “ลั่วโหวบอกให้เราคอยดูว่าในอนาคตเขาจะแตกกิ่งก้านสาขาอย่างไร เขาหมายความว่าจะให้กำเนิดลูกหลานสิบคน!”
ลั่วโหวหัวเราะพลางพูดว่า “สิบคนไม่พอหรอก ผม้าทีมฟุตบอลชายและหญิงคนละทีม!”
ลั่วเสวียนด่าเสียงดังหนึ่งคำ ลั่วโหวจึงรีบพูดกับน้าเล็กและย่าว่า “คิดว่าพี่สาวคนนี้เหมือนคนในตระกูลเราไหม?”
ย่าลั่วมองหลานสาวที่งดงามด้วยความรักอย่างเอ็นดู และตอบว่า “ทำไมจะไม่เหมือนล่ะ?”
หลังจากนั้นไม่กี่วัน พี่น้องสองคนไปรับใบประกาศผลการเรียน ระหว่างทางกลับบ้าน
“พี่สาว ผลการเรียนเป็ยังไงบ้าง เก่งใช่ไหม วิชาคณิต วิทย์ เคมี ผมได้คะแนนเต็มทั้งหมด ภาษาอังกฤษ 148 ภาษาจีน 136 วิชานี้ผมอยู่ในอันดับท็อปห้าของนักเรียนชั้นมัธยมปลาย!”
น้องชายพูดอย่างไม่ถ่อมตนเลย ลั่วเสวียนพยักหน้ายิ้มแล้วพูดว่า “อื้ม เก่งจริง ๆ เก่งกว่าพี่เสียอีก!”
ลั่วเสวียนเรียนชั้นม.5 แต่สอบปลายภาคการศึกษาร่วมกับนักเรียนชั้นม.6 ได้คะแนนวิชาคณิต วิทย์ เคมี และภาษาอังกฤษประมาณ 130 ส่วนวิชาภาษาจีนได้ 120 กว่า ๆ ซึ่งถือว่าดีมากแล้ว
ผลการเรียนของลั่วโหวทำให้คนในตระกูลลั่วหลายคนประหลาดใจมาก และกลายเป็เื่ราวที่น่าชื่นชมใน่เทศกาลปีใหม่ของตระกูลลั่ว เพื่อนฝูงของพ่อลั่วในหมู่บ้านต่างก็ชื่นชมไม่หยุดปาก
ใน่เทศกาลปีใหม่ ลุงสองและลุงสามก็พากลับมาพร้อมภรรยาและลูกสาว
ลั่วโหวพูดกับลุงสอง ซึ่งเป็นายทหารระดับกองร้อย “ผมคิดว่าด้วยความสามารถของลุง คงยากที่จะก้าวหน้าไปกว่านี้ ในอนาคตอาจต้องลาออกจากราชการ”
ลุงสองรู้เื่ที่ลั่วโหวเขียนนิยายด้วย จึงหัวเราะพูดว่า “เก่งขนาดนี้ วันหน้าฉันคงต้องพึ่งพาเธอ!”
ลั่วโหวส่ายหน้า “ในอนาคตผมจะไปซื้อเกาะเล็ก ๆ แถบมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อสถาปนารัฐใหม่ ปกครองในระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่อยากเล่นอยู่ในประเทศนี้กับพวกคนโกงชาติอีกต่อไป!”
แม้ได้ยินแบบนั้น ลุงสองก็ไม่โกรธ แต่กลับหัวเราะพูดว่า “ถ้ามีความสามารถขนาดนั้น ฉันก็จะลาออกไปเป็ผู้บัญชาการทหารสูงสุดให้เธอ!”
เมื่อลุงสามได้ยินเช่นนั้น ก็หัวเราะตามไปด้วย “ฉันจะไปเป็นายกรัฐมนตรีให้เธอ!”
ลั่วโหวกอดลูกพี่ลูกน้องคนที่สาม พลางหัวเราะพูดว่า “ลั่วถิง หลังจากนี้พี่จะแต่งตั้งให้เธอเป็องค์หญิงถิงถิงเอง!”
ถิงถิงที่อายุเพียงหนึ่งขวบครึ่ง มองดูพี่ชายคนโตด้วยความยินดี มือไม้ปรบมือเต้นรำ
ขณะนั้น ลูกพี่ลูกน้องคนที่สองลั่วซินก็เดินมา ลุงสองหัวเราะพลางพูดว่า “เสี่ยวซินมานี่สิ พี่ลั่วโหวจะแต่งตั้งให้เธอเป็องค์หญิงซินซินด้วยนะ”
รู้สึกว่าทุกคนยังคงมองลั่วโหวเป็เด็กเล็ก ๆ อยู่
ลั่วโหวถอนหายใจอย่างไม่ขาดสาย
ลั่วซินวัย 7 ขวบ ะโโลดเต้นมาพร้อมเสียงร้องดังสดใส “พี่ลิง!”*[1]
ผู้ใหญ่ทุกคนหัวเราะลั่น ลั่วโหวพูดด้วยความอึ้งงัน “ถ้าเรียกฉันว่าพี่ลิงอีก ฉันจะตีตูดเธอนะ!”
ลั่วเสวียนพูดแทรกในทันที “คนเลวทราม! ลั่วโหวกลายเป็อันธพาลไปแล้ว”
ลุงสองคิดได้สิ่งหนึ่ง จึงถามขึ้นว่า “ลั่วโหว ฝีมือกังฟูของนายเป็อย่างไรบ้าง ลองแสดงให้ลุงดูหน่อยสิ”
ลุงสองเป็นายทหารฝ่ายกำลังพล ไม่ใช่ทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เขาเองก็ไม่มีฝีมือกังฟู แต่ในฐานะทหาร เขาจึงค่อนข้างหลงใหลในกังฟู
สักพักต่อมา ลั่วโหวลุกขึ้นยืน ในห้องโถงกลางของบ้านพักของปู่ เขาเริ่มร่ายรำกังฟู มีท่าทางคล้ายัพันลมและเสือคำรามอยู่บ้าง เมื่อได้ยินเสียงฟาดฟันในอากาศ ปู่ก็หัวเราะยิ้มแป้นออกมา ส่วนยายก็มีสีหน้าเอ็นดูรักใคร่
“ว้าว ลั่วโหว ไม่นึกว่าฝีมือกังฟูของเธอจะดีขนาดนี้เลย!” น้าเล็กชมเชย
ลั่วโหวหยุดท่ากังฟู หายใจออกยาว ๆ แล้วพูดว่า “แน่นอน ผมจะต้องเป็ผู้นำในอนาคต มีกำลังอำนาจมากมาย ประเทศจีนไม่เหมาะกับผมเลย ผมต้องไปสหรัฐอเมริกาเพื่อสร้างฐานะ หารายได้ที่นั่น เปิดสถาบันสอนกังฟู แล้วรวบรวมกำลังคน ไปซื้อเกาะเล็ก ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก สร้างประเทศใหม่ ตรากฎหมายใหม่ เฮ้ เฮ้ อำนาจอธิปไตยคือความมั่งคั่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ตอนนั้นก็จะไม่มีใครกล้าดูถูกผมอีกต่อไป ผมคือผู้กำหนดกฎหมาย!”
หลังจากลั่วโหวพูดจบ ลุงสองก็นิ่งงันไปพักใหญ่ แล้วจึงหัวเราะพูดว่า “ดูเหมือนเธอจะจริงจังนะ!”
ลั่วโหวพูดต่อ “อย่าพูดเลยว่าคุณลุงรักชาติมากแค่ไหน ตอนนี้เป็ยุคสงบสุขแล้ว คุณลุงก็แค่ใช้ชีวิตธรรมดา ๆ ผมไม่เชื่อหรอกว่าถ้าหลานชายของคุณลุงไปสร้างประเทศใหม่จริง ๆ คุณลุงจะไม่ไปช่วยเหลือ ยังคงอยู่ที่นี่เป็นายทหารฝ่ายกำลังพลเล็ก ๆ รับเงินเดือนน้อย ๆ ดื่มเหล้าสูบบุหรี่อยู่อย่างนั้น”
ลุงสองหัวเราะพลางพูดว่า “อย่าพูดมากเลย ลุงสองเห็นแล้วว่าหลานมีพร์ในการสถาปนาบ้านเมือง ลุงสองจะลาออกจากงานทันที แล้วมารับใช้หลานเป็คนใช้ไปเลย!”
ลั่วโหวจึงพาลูกพี่ลูกน้องคนที่สองอย่างเสี่ยวซินมากอด แล้วจูบแก้มของเธออย่างแแ่ พลางพูดว่า “เสี่ยวซิน ในอนาคตพี่โหวจะทำให้น้องได้เป็เ้าหญิงแน่นอน!”
เสี่ยวซินร้องไห้ครวญคราง พลางเช็ดน้ำลายบนแก้มของตนเอง แล้วพูดว่า “ไม่เอา!”
ทุกคนต่างหัวเราะกันอย่างครื้นเครง ลั่วโหวจงใจทำหน้าเบื่อหน่าย พลางพูดว่า “ไม่เอาอะไรกัน เมื่อก่อนพี่ยังอุ้มน้องไปฉี่เลยนะ!”
ลั่วเสวียนพูดอย่างเซ็งแซ่ว่า “ลองดูสิ ลั่วโหวเปลี่ยนไปมากแค่ไหนจากปีที่แล้ว ฉันแทบจะสงสัยว่าเขาไม่ใช่ลั่วโหว มีผีเฒ่าเข้าสิงร่างเขาอยู่หรือเปล่า?”
ลั่วโหวร้องเสียงดังลั่น แล้วลุกขึ้นยืน เขากอดหน้าของพี่สาวคนโต แล้วจูบที่หน้าผากของเธออย่างแแ่ ท่ามกลางสายตาของผู้ใหญ่ที่มองมาด้วยความประหลาดใจ
ลั่วโหวหัวเราะขึ้นมาอย่างดังลั่น พลางพูดว่า “นี่เป็จูบแห่งความรัก ไม่เช่นนั้นน้าเล็ก พวกเราก็มาจูบกันที่หน้าผากสักหน่อยเถอะ”
พูดจบเขาก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เหลือเพียงผู้ใหญ่ที่ยืนอ้าปากค้าง ลั่วเสวียนที่หน้าแดงก่ำ และลูกพี่ลูกน้องสองคนที่เบิกตากว้าง
ลุงสามพูดอย่างผ่อนคลายว่า “ลั่วโหวเปลี่ยนไปมากจริง ๆ!”
น้าเล็กเป็คนที่อายุน้อยที่สุด และไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง จึงสามารถคิดแทนลั่วโหวได้ดีที่สุด เธอพูดว่า “ฉันวิเคราะห์ว่า ปัจจุบันลั่วโหวมีฝีมือสูงและกล้าหาญ เขาเขียนหนังสือเป็ รู้วิชาศิลปะการต่อสู้ ดังนั้นการกระทำของเขาจึงดูก้าวร้าวขึ้น นึกภาพดูสิ เขามีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น แต่กลับตั้งเป้าที่จะไปสถาปนาประเทศใหม่ ว้าว ถ้าเขาประสบความสำเร็จจริง ๆ ครอบครัวของพวกเราก็จะมีชื่อเสียงไปทั่วทุกหนแห่งแน่นอน!”
[1] พี่ลิง เป็การพูดพ้องเสียงกับชื่อของลั่วโหว ซึ่งคำว่า โหว มีความหมายอีกอย่างว่าลิง 猴 (Hóu) แต่เขียนคนละตัวกับ 睺 (Hóu) ที่เป็ชื่อพระเอก