เนื่องจากมีจำนวนจำกัดปลาหมักหม้อดินหนึ่งไหจึงมีราคาหนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะ โดยในนั้นมีปลาแดงเพียงสามตัวแม้จะถือว่าแพงไปหน่อย แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับรสชาติอันแสนอร่อย!แม้จะราคาหนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะ ก็ยังคงไม่พอขาย วันรุ่งขึ้นก็ขายหมดเกลี้ยงอีก
ในขณะเดียวกันเผยรุ่นจือก็มาที่นี่เช่นกันคาดว่าเขาคงจะอดใจไม่ไหวหลังจากได้ลิ้มรสปลาหมักหม้อดินไปแล้ว
ยังคงเป็นรถม้าอันหรูหราคันเดิมครั้งนี้มีคุณหนูผู้เลอโฉมมาด้วย และอี้เหวินฉวินอีกคนหนึ่ง
เผยฉางสี่ที่ยืนอยู่หน้าเรือนน้อยกำแพงสีขาวดูประหม่าเล็กน้อยครั้งนี้นางถูกบังคับให้มาขอโทษเดิมทีนางกะจะมาด้วยท่าทีขอไปทีเพื่อหาโอกาสมาเที่ยวเล่นแต่เมื่อมาถึงก็อดไม่ได้ที่จะไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ถึงอย่างไรนางก็เป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะให้ไปขอโทษเด็กสาวชาวบ้านได้อย่างไรกัน?
นางยังไม่ทันได้ลังเลเผยรุ่นจือก็ก้าวเข้าไปในลานบ้านก่อนแล้ว
ในชนบทยามกลางวันผู้คนในบ้านไม่ค่อยปิดประตูรั้ว ยิ่งกว่านั้นภายในบ้านยังมีการทำเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินและล่าช่วนกันอย่างขะมักเขม้น
กำแพงสีขาวใหม่เอี่ยมโอบล้อมเรือนเล็กๆที่ดูเก่าเล็กน้อย เป็นการผสมผสานที่ดูไม่เข้ากันเผยฉางสี่มองซ้ายมองขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็นการมาของคนทั้งสามทำให้ภายในบ้านวุ่นวายเล็กน้อยท่านป้าชุนฮวาและพี่จินหลันซึ่งเป็นสาวชาวบ้านต่างก็ทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นคุณชายผู้สวมอาภรณ์หรูหรา
เมื่อไม่มีการเตรียมตัวล่วงหน้าความรู้สึกเขินอายอันบริสุทธิ์ก็พุ่งเข้ามาโดยไม่ทันได้เตรียมใจเผยฉางสี่ถึงกับไม่รู้สึกประหม่าอีก นางขอโทษก็ขอโทษ!
“ว้าว น่าอร่อยจังเลย!” อี้เหวินฉวินเดินเข้ามาด้วยความดีใจหากไม่ได้รักษามารยาทของการเป็นคุณชายไว้บ้าง เขาก็คงจะโผเข้าใส่แล้ว
เผยฉางสี่แทบจะไม่อยากมองนางเอ่ยว่า “ระวังน้ำลายของเจ้าด้วย!”
ทั้งสองคนหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานจินหลันหัวเราะคิกคักพลางเอ่ยขึ้นเสียงดังว่า “ซูเหนียงจื่อมีแขกมาเจ้าค่ะ!”
นางซูได้ยินดังนั้นก็รีบเช็ดมือแล้ววิ่งออกมาจากนั้นก็กล่าวด้วยความประหลาดใจว่า “ที่แท้ก็คุณชายเจ้าของห้างนี่เอง!ไฉนไม่บอกล่วงหน้าเล่า? รีบๆ เข้ามาในเรือนเถิดเจ้าค่ะ”
“พวกเราเองที่ไม่ได้คิดให้รอบคอบ” เผยรุ่นจือยิ้มอย่างเขินอายเขามักจะมาอย่างกะทันหัน ซึ่งก็ทำให้พวกนางลำบากใจจริงๆ นั่นแหละ
รอยยิ้มอ่อนโยนราวหยกงามทำให้ชุนฮวาที่อยู่ข้างๆ ถึงกับตะลึง นางไม่เคยเห็นชายหนุ่มรูปงามเช่นนี้มาก่อนคนในเมืองต่างก็สวมเสื้อผ้าหรูหรา แต่ไม่มีใครเทียบเท่าชายหนุ่มผู้นี้ได้เลย
ทั้งสามคนได้รับเชิญเข้าไปในเรือนนางซูรินชาอุ่นๆ ให้หลายถ้วย โชคดีที่ก่อนหน้านี้นางเตรียมชาชั้นดีไว้เพื่อรับแขก
“เชิญเจ้าค่ะคุณชายอี้” นางซูพอจะจำอี้เหวินฉวินได้นางยื่นถ้วยชาอีกถ้วยให้กับเผยฉางสี่พลางยิ้มแล้วถามว่า “คุณหนูผู้นี้คือ...”
เผยรุ่นจือแนะนำน้องสาวของตนให้นางซูรู้จักพร้อมบอกว่ามาหาเย่ชิงชิง
เป็นเช่นนี้นี่เองนางซูคาดว่าชิงชิงคงจะได้รู้จักกับคนผู้นี้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ นางจึงกล่าวว่า“วันนี้ในหมู่บ้านมีการจับปลาในบ่อ ชิงชิงเลยวิ่งไปร่วมสนุกเจ้าค่ะ!”
“จับปลาในบ่อ?” อี้เหวินฉวินดูเหมือนจะไม่เข้าใจแล้วกล่าวว่า “จะทำปลาหมักหม้อดินหรือขอรับมันรสชาติดีมากเลย!”
ท่าทางตะกละซื่อๆของเขาทำให้ซูเหนียงจื่อรู้สึกดี นางยิ้มแล้วกล่าวว่า“หากคุณชายอี้ชอบ ก่อนกลับก็รับไปสองไหเถิดเจ้าค่ะ”
“เขาผู้นี้หน้าหนามากนะเจ้าคะ ท่านป้าซูอย่าได้ตามใจเขาเลย!” เผยฉางสี่กับอี้เหวินฉวินนั้นนับเป็นคู่กัดกันมาตั้งแต่เด็กเมื่อสบโอกาสก็ไม่พลาดที่จะขัดขากัน
เมื่อทั้งสามคนดื่มชาหมดถ้วยเผยรุ่นจือก็เสนอว่าจะไปดูการจับปลาในบ่อ ส่วนนางซูกำลังวุ่นอยู่กับการทำงานไม่สามารถปลีกตัวมารับรองพวกเขาได้ จึงต้องปล่อยให้เย่ชิงชิงดูแลพวกเขาไป
เป่าเอ๋อร์บุตรชายคนโตของจินหลันเดินนำทางไปข้างหน้าอย่างร่าเริงพร้อมกับพาคนทั้งสามไปยังริมบ่อปลา
เวลานั้นบรรยากาศริมบ่อปลาคึกคัก ผู้คนกำลังช่วยกันจับปลาในบ่อเมื่อระบายน้ำออกไปแล้วก็ยังคงมีปลาตัวเล็กๆ จำนวนมากติดอยู่ในโคลนเหนียวๆนอกจากนี้ยังมีกุ้ง ปู และหอยมากมาย
ทั้งผู้เฒ่าผู้แก่และเด็กๆต่างก็ยืนดูความสนุกสนานอยู่ริมบ่อ ส่วนชายฉกรรจ์ต่างถอดเสื้อและลุยโคลนเมื่อใดที่คนบนฝั่งพบความเคลื่อนไหวในกองโคลนก็จะสั่งให้พวกเขาไปยังจุดนั้น
เย่ชิงชิงนั่งยองอยู่ข้างๆมองด้วยความคาดหวัง ในวัยเด็กที่อยู่ในยุคปัจจุบัน บ้านยายของนางเคยทำเช่นนี้นางชอบการค้นหาและสำรวจแบบนี้มาก รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกับการหาสมบัติไม่ว่าสิ่งที่ได้มาจะเป็นปลาตัวเล็กๆ กุ้ง หรือสิ่งอื่นๆ
การมาของเผยรุ่นจือและคนอื่นๆดึงดูดความสนใจของผู้คนบนฝั่งแม้ว่าครั้งนี้พวกเขาจะไม่ได้พาเด็กรับใช้หรือสาวใช้มาด้วยแต่จากกิริยาท่าทางก็เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา
คุณชายคุณหนูที่หน้าตาดีมักเป็นที่สะดุดตาไม่นานเย่ชิงชิงก็สังเกตเห็นพวกเขา อี้เหวินฉวินก็แล้วไปแต่เผยฉางสี่มาทำอะไรที่นี่กัน?
“แขกผู้มีเกียรติมาเยือน ข้าน้อยไม่ได้ออกไปต้อนรับขออภัยด้วยเจ้าค่ะ~”เย่ชิงชิงเลิกคิ้วขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาท่าทางของนางที่ดูเหมือนผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ ทำให้ผู้คนพากันชื่นชม
“เสี่ยวชิงชิง ไม่ได้เจอกันพักใหญ่ โตขึ้นอีกแล้วนะ” เผยรุ่นจือเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ใจละลายคนรอบข้างถึงกับตาพร่า เขาหันกลับไปแล้วกล่าวว่า “ฉางสี่มานี่สิ”
เผยฉางสี่เดินเข้ามาด้วยความอึดอัดเล็กน้อยโดยไม่รอช้า นางกล่าวอย่างเขินอายว่า “เรื่องเมื่อก่อนข้าต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งหวังว่าแม่นางชิงจะไม่เก็บไปใส่ใจ...”
เย่ชิงชิงมองนางอย่างประหลาดใจไม่คิดว่านางผู้นี้จะมาขอโทษ จึงกล่าวว่า “ทุกอย่างมันผ่านไปแล้วเจ้าค่ะ”