ตอนที่ 28 งานวิจัยกับการพูดคุยแบบคนปกติ
“ฉันชื่อเคี้ยว”ฉันถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะบอกชื่อแบบแห้งๆ
“เคี้ยว?”นายหอข้างๆทวนชื่อฉันอีกครั้งด้วยความสงสัย
“ใช่..เคี้ยว”
“ก็เป็ชื่อที่เก๋ดีนะครับดูไม่น่าจะมีใครเหมือนได้เลย..ผมชื่อเอิร์ธครับ” นายหอข้างๆออกความเห็นพร้อมกับแนะนำตัวเองฉันพยายามสังเกตปฏิกิริยาของหมอนี่ดูสักพักตอนที่เขาได้ยินชื่อฉันตอนแรกๆว่าเขานั่งขำฉันอยู่หรือเปล่าอย่างไรก็ตาม นอกจากความสงสัยก็ดูเหมือนจะไม่มีอย่างอื่นในใจหมอนี่
หลังจากทำความรู้จักกันแล้วที่เหลือก็เต็มไปด้วยความเงียบ เพราะฉันเริ่มละเลงข้าวกล่องตัวเองต่อความจริงคือฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อด้วยนั่นแหละเพราะนอกจากคุยกับตัวเองฉันก็ไม่ค่อยได้คุยกับใครเป็จริงเป็จังจึงค่อนข้างลำบากสำหรับฉันที่จะพยายามต่อบทสนทนาต่อไป
มันเป็่เวลาที่ฉันเงียบเพื่อทานอาหารด้วยนั่นแหละทำให้นายหอข้างๆที่ชื่อเอิร์ธไม่พยายามจะชวนฉันคุยด้วยเพราะมันคงจะเสียมารยาทเกินไปหากพยายามชวนฉันคุยตอนที่กำลังทานอาหารมันเลยกลายเป็ว่านายเอิร์ธ นั่งมองฉันทานอาหารของฉันจนเสร็จกว่าฉันจะทานอาหารเสร็จฉันก็นึกเื่อื่นๆที่จะคุยต่อได้แล้ว
“แล้ว..นายทานข้าวรึยังเนี่ย?มันรู้สึกแปลกๆนะที่มีคนอื่นมานั่งมองฉันทานอาหาร”เมื่อทานอาหารเสร็จฉันก็เก็บกล่องข้าวของฉันก่อนที่จะถามผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ผม?..เรียบร้อยแล้วครับ..ตอนเช้าผมไม่มีเรียนก็เลยมีเวลาเตรียมตัวพร้อมสำหรับเรียนตอนบ่ายเรียบร้อยแล้ว”นายเอิร์ธตอบ
“แล้วนายแค่มาทักแล้วก็นั่งดูฉันทานข้าวเที่ยง??”บอกตามตรงฉันค่อนข้างเกลียดคำถามนี้ของตัวเอง
สำหรับฉันที่ไม่ค่อยมีเพื่อนแล้วคนส่วนใหญ่ที่รู้จักฉันก็ดูถูกฉันเขาที่เข้ามาทักฉันก่อนแบบนี้จึงค่อนข้างพิเศษในมุมมองของฉันฉันไม่ได้อยากอยู่คนเดียวบนโลกเพียงแค่โลกที่ห่วยแตกบีบให้ฉันต้องอยู่คนเดียวในอดีตตอนนี้ฉันมีโอกาสจะรู้จักผู้คนเพิ่มมากขึ้น ฉันอยากเป็มากกว่าคนรู้จักไม่ใช่แค่คนที่เคยเจอกัน..สำหรับเขาและฉันบางทีเราอาจจะเป็เพื่อนกันได้ในอนาคต..ฉันหวังแบบนั้น
แต่คำถามของฉันมันดูราวกับว่าไม่ทิ้งทางเลือกมากมายให้ต่อบทสนทนา ฉันเข้าใจในจุดนั้น คำพูดของฉันมันฟังดูประมาณว่าไม่มีธุระก็ไม่ต้องมาทักทายกัน.. แค่มานั่งดูฉันทานข้าวเที่ยงไม่ได้..อะไรทำนองนั้น ..คล้ายๆกับเมื่อคุณทักใครสักคนในแชทเฟสแล้วเขาส่งสติ๊กเกอร์ถูกใจกลับมามันแทบไม่เหลือพื้นที่ให้คุณโต้กลับ และสิ่งที่คุณจะทำได้ก็คือกดถูกใจกลับไปหรือไม่ก็เลือนหายไปจากช่องแชทเหมือนิญญา
ฉันไม่อยากให้มันฟังดูเป็แบบนั้นแต่ฉันไม่ได้มีความสามารถในการต่อบทสนทนามากกมายและนั่นเหมือนจะเป็คำพูดเดียวที่ฉันจะคิดออก
หลังจากนั้นก็แน่นอน บรรยากาศมันก็แปลกไปทันทีมันกลายเป็ว่าฉันไม่มีอะไรจะพูดและเขาก็ไม่รู้จะตอบยังไงมันกลายเป็ว่าพวกเราก็แค่นั่งเงียบใส่กัน
ฉันเป็คนที่ไมปกติ มีนิสัยแปลกๆหลังจากใช้ชีวิตผ่านมรสุมและความผิดหวังมันทำให้ฉันทำตัวแบบคนปกติไม่ได้ บอกตามตรงฉันไม่รู้ว่า ณ จุดนี้คนปกติเขาจะคุยอะไรกัน บางทีคนปกติเขาก็อาจจะตีสนิทกันจนเป็เพื่อนกันไปแล้วคงไม่มีสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนในปัจจุบันที่ต่างคนต่างเงียบ
“นี่..พี่มีเื่ให้เราเดา สมมตินะว่าเกิดแบบเหตุการณ์apocalypse อะไรทำนองนั้น แล้วเหลืุ์อยู่ไม่กี่ คน ผู้ชายมีพี่เหลืออยู่คนเดียวบนโลกและมีผู้หญิงเหลืออยู่สามคนคนแรกคือ มุกดา นรินทร์รักษ์ นางเอกสาวสวยน่ารักที่กำลังมาแรง คนที่สองคือเฌอปราง กัปตันผู้น่ารักจากวงไอดอล bnk48 และคนสุดท้ายคือเรา คุณหมอกานดาในสถานการณ์ตอนนั้นพี่มีดาบอยู่หนึ่งเล่ม กานคิดว่าพี่จะทำอะไร” เสียงกวนๆดังมาจากทางด้านหลังของฉัน
แน่นอนว่าเป็พี่ลายเมฆนั่นเองฉันหันไปหาพวกพี่เขาเพราะฉันไม่แน่ใจว่าพี่แกตั้งใจจะทำอะไรตอนนี้พี่ลายเมฆกับพี่หมอขยับมานั่งอยู่โต๊ะถัดจากฉันเท่านั้นฉันไม่รู้จะพูดอะไรเช่นเคยหลังจากเห็นสิ่งนี้และทำได้เพียงแค่เงียบและรอดูพี่หมอตอบคำถามพี่ลายเมฆเพียงเท่านั้น
“ดาบเหรอคะ?? ..ทำไมต้องมีดาบ”พี่หมอกานถามพี่ลายเมฆกลับแทนการตอบคำถาม
“พี่ชอบดาบ..ไม่ได้เหรอ บางทีอาจจะเป็ซอมบี้ apocalypseไงแล้วพี่ก็ควงดาบแบบเท่ๆ วิ่งไล่ผ่าซอมบี้ ควง katana ประมาณนั้นมันก็ต้องมีอาวุธสักอันจริงมั้ย.. ถึงจะเอาตัวรอดจาก apocalypse ได้.. แล้วจะให้คนสายตาแบบพี่ใช้ปืนนี่คงเป็ไปไม่ได้แน่นอน..เราก็รู้นิ ”พี่ลายเมฆตอบคำถามของพี่หมอ
“โอเคงั้นหนูจะเดา...พี่จะต้อง....ฝึกพลังสายเนตรจนช่ำชองแล้วก็ยึดครองโลก”พี่หมอตอบแบบติดตลก
“ตรืดๆ ผิด ให้ตอบอีกครั้ง”
“บางทีพี่อาจจะออกไปจับโปเกมอนแล้วก็ยึดครองโลก”พี่หมอยังคงตอบโดยคงคอนเซ็ปต์ยึดครองโลก
“ไม่อ่ะ”
“บางทีพี่อาจจะรอหุ่นยนต์แมวโผล่มาตรงลิ้นชักแล้วก็ยึดครองโลก”ฉันอดไม่ได้จึงร่วมตอบด้วย แน่นอนว่าเรายังคงเหนียวแน่นกับคอนเซ็ปต์ยึดครองโลก
“ไม่...นี่ตกลงพี่ดูเป็แบบไหนวะเนี่ย”
“แบบตัวโกงที่วางแผนยึดครองในการ์ตูนอ่ะ”พี่หมอตอบ
“ไม่ถูกและไม่ได้ใกล้เคียงเลย..ยอมยัง”พี่ลายเมฆถามพี่หมอ
“ไม่ยอม ..หนูเป็คนไม่ยอมใคร” พี่หมอตอบเสียงดัง
“ยอมให้พี่หน่อยก็ได้”พี่ลายเมฆพูดด้วยน้ำเสียงประชด
“ก็ได้ๆๆ นี่เห็นว่าเป็พี่นะเนี่ยหนูถึงยอมให้เนี่ย”พี่หมอตอบพร้อมกับแสร้งทำท่าทางจริงจัง นั่นทำให้เธอดูน่ารักและดูมีเสน่ห์สุดๆ
“เฉลยนะ.. พี่จะใช้ดาบที่คมกริบในมือฟันน้องกานซะ” พี่ลายเมฆตอบ
”เอ้า...??ไหงงั้นอ่ะ??”พี่หมอถามพร้อมกับท่าทางสงสัย
“ก็เพราะว่าเราเป็สาวสวยแล้วก็พี่รู้จักเรามานานต่อให้คนอื่นที่เหลือจะสวยหรือน่ารักขนาดไหน พี่ก็ไม่คิดว่าจะฟันคนอื่นที่พี่ไม่ได้รู้จักเขาดีหรอกคนอื่นไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้นสำหรับพี่” พี่ลายเมฆกล่าวด้วยท่าทางมั่นใจ
หลังจากได้ยินคำตอบพี่หมอก็อดไม่ไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วก้มหน้าหลบสายตาผู้คนด้วยความเขินอายฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะขำกับความหน้าด้านของพี่ลายเมฆที่เล่นมุขแบบนี้กลางโรงอาหารที่มีคนอยู่เต็มไปหมดนายเอิร์ธที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับฉันเองก็เอามือป้องปากขำเบาๆเช่นกัน
ในตอนนี้เองที่พี่ลายเมฆแกใช้มือป้องปากแล้วทำท่าทางกระซิบกับพี่หมอ“เมื่อกี้พี่เห็นไอ้หนุ่มคนที่นั่งโต๊ะถัดจากเราขำด้วย พี่ว่าเขาแอบฟังพวกเราวะ”พร้อมกับมองไปทางนายเอิร์ธ นายเอิร์ธตอนนี้ยิ่งขำหนักกว่าเก่าพร้อมกับยกมือขึ้นมาไหว้ไปทีพี่ลายเมฆเป็การขอโทษ
จริงๆพี่ลายเมฆแกพูดค่อนข้างดังดังนั้นจึงไม่แปลกเท่าไรหากคนที่นั่งห่างออกไปสักสี่หรือห้า่โต๊ะจะได้ยินสิ่งที่พี่แกพูดดังนั้นการที่พี่แกจี้ไปที่นายเอิร์ธดูเหมือนจะเป็แค่การแกล้งเขามากกว่า
สักพักพี่ลายเมฆแกก็ใช้มือป้องปากทำท่ากระซิบกับพี่หมออีกครั้ง”เมื่อกี้ป้าร้านขายน้ำแกก็ขำเหมือนกัน พี่ว่าป้าแกแอบฟังพวกเราว่ะ”พี่ลายเมฆกล่าวพร้อมกับมองไปที่ป้าร้านขายที่อยู่ห่างไปเกือบสามสิบสิบเมตรและดูเหมือนป้าแกจะรู้ตัวแกหัวเราะใส่พี่ลายเมฆแล้วก็ส่ายหัวเล็กน้อยนั่นทำให้พี่หมอกานยิ่งเขินหนักกว่าเดิม
“ก็พี่เล่นพูซะเลยดังหนิ!”พี่หมอกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มและหน้าที่แดงอย่างเห็นได้ชัด
พี่ลายเมฆป้องปากอีกครั้งแล้วกล่าวกับพี่หมอ“เมื่อกี้ลุงที่นั่งอยู่ตรงป้ายรถเมล์ก็ขำด้วย พี่ว่าลุงแกแอบฟังเราว่ะ”พี่ลายเมฆกล่าวพร้อมกับมองไปที่ลุงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์ซึ่งห่างออกไปเกือบสามร้อยเมตรและไม่มีทางได้ยินสิ่งที่พี่แกพูดแน่นอน
ในจังหวะนี้เองทุกคนที่อยู่รอบๆโต๊ะของพี่หมอกับพี่ลายเมฆก็หลุดขำออกมาดังๆพร้อมๆกันฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะขำเช่นกันพี่หมอเองทั้งขำทั้งอายในตอนนี้ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงและท่านทางที่น่ารักว่า“เวอร์แล่ว!!”
พี่ลายเมฆขำท่าทางที่น่ารักของพี่หมอในปัจจุบันก่อนที่จะย้ายโต๊ะเพื่อมานั่งกับฉันและนายเอิร์ธ
“เอาจริงๆนะถ้าพี่สนใจหรืออยากทำความรู้จักใครสักคนพี่คงขอเฟซของไลน์เค้าไปแล้ว”พี่ลายเมฆพูดพร้อมกับมองไปที่นายเอิร์ธ
“พี่แน่ใจนะคะว่าพี่จะออนไลน์หลังจากที่ขอเฟซของเค้ามา..ไม่เหมือนหนูอ่ะถ้าหนูอยากรู้จักใครหนูให้เฟซเขาดีกว่า” คราวนี้พี่หมอกล่าวพร้อมกับมองมาที่ฉันแทน
“เอ่อ..เคี้ยวเราขอเฟซเธอได้มั้ย..” ตอนนั้นเองที่นายเอิร์ธหันมาพูดกับฉัน
“??อื้ม..”
หลังจากนั้นนายเอิร์ธก็แอดเฟซฉันมาฉันรับแอดเขาและนายเอิร์ธก็บอกพี่ลายเมฆกับพี่หมอว่าตนต้องไปเรียนในภาคบ่ายแล้วและออกไปเรียน...