กลับมาปัจจุบันหลังจากที่พวกเขาเล่นโต้คลื่นกันจนพอใจแล้วก้ได้เวลาอาหารซึ่งพวกเขาก็กินง่ายๆตามที่โรงแรมจัดให้ก่อนที่จะพากันเดินทางไปช็อปปิ้งกันอย่างสะใจและออกไปเจอคนรู้จักของเมิ่งฮ่าวในวันต่อมา
“สวัสดี เอริค สตีฟเว่น เป็นไงบ้างเพื่อนไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นมาหลังจากเห็นพ่อหนุ่มหัวทองคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเรือยอร์ชขนาดกลางลำหนึ่งที่จอดเทียบท่าอยู่ชื่อของมันคือ ELITEขนาด : 55 ฟุต รองรับผู้โดยสาร 50 คนรวมลูกเรือ ลายละเอียด2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคาประมาณ 10ล้านดอลล่าสหรัฐ
“สวัสดีเมิ่งฮ่่าวไม่ได้เจอกันเป็นปีแหนะ”เอริคพูดออกมาพลางเดินเข้ามาสวนกอดพวกเขาทั้งสามคน
“นี้คือเอริคฉันเจอเขาเมื่อประมาณสองปีก่อนตอนที่พ่อฉันพามาดูงานที่อเมริกานี้แหละส่วนนี้คือถังหลินและฉงติ่ง”เมิ่งฮ่าวกล่าวแนะนำเอริคออกมาก่อนจะแนะนำถังหลินและฉงติ่งให้เอริครู้จัก
“ยินดีที่ได้รู้จัก งั้นเราขึ้นไปกันเลยไหม”เอริคกล่าวชวน
“ก็ดี”เมิ่งฮ่าวเห็นด้วยก่อนที่พวกเขาจะพากันขึ้นเรือโดยที่บนเรือก็มีคนอยู่าองคนเป็นคู่บ่าวสาวซึ่งก็คือเจนนี่ ควาเนอร์และเบนนี่ คราเตอร์ทั้งสองเป็นคู่รักที่ทั้งสองตระกูลจัดการหมั้นหมายให้ไว้ตั้งแต่เด็กก่อนที่เรือจะค่อยๆแล่นออกสู่ทะเลไป..
“เอออีกสองเดือนต่อจากนี้จะมีงานประมูลหยกที่ลอนดอนพวกนายจะมาด้วยไหม”เอริคกล่าวขึ้นพลางจิบน้ำส้มในแก้วไปเล็กน้อยโดยที่ตอนนี้พวกเขากำลังนอนอาบแดดกันอยู่
“เฮ้ลอนดอนมีการประมูลหยกด้วยงั้นเหรอ”ฉงติ่งกล่าวขึ้นมาอย่างแปลกใจ
“ใช่มีสิเป็นการประมูลก้อนหยกดิบนะขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ”เอเริคกล่าวตอบ
“นี้น่าสนใจไม่เบาจริงๆ”ถังหลินพูดขึ้นเพราะเขาก้มีเหมืองหยกอยู่เหมือนกันแต่กว่าจะขุดออกมาได้ก็ต้องใช้เวลาแต่เขาต้องการก้อนหยกมาทำขายก่อนเหมือนกัน
“ดุเหมือนกลับไปนี้แกต้องพาฉันไปเอาที่ดินพื้นนั้นจากตระกูลติงแล้วละวะ”ถังหลินหันมาพูดฉงติ่ง
“ก็เอาสิ”ฉงติ่งพูดตอบอย่างสบายๆ
“เฮ้พวกนายจะเอาก้อนหยกไปทำอะไรงั้นเหรอ”เบนี่กล่าวถามขึ้นหลังจากที่เขาถ่ายรูปให้แฟนสาวอย่างทรมาณกว่าพันรูปแต่เธอดันเอาแค่สองรูปเท่านั้น
“บริษัทเครื่องประดับนะพอดีฉันพึ่งได้เหมืองหยกมา”ถังหลินพูดตอบไป
“ขายหุ้นไหม?”เบนนี่กล่าวขึ้นอย่างตรงๆ
“ไม่ละ”ถังหลินบอกไปซึ่งเบนนี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาก็ลองโยนหินถามทางเท่านั้นแหละและอีกอย่างเขาก็ไม่ได้มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับถังหลินเท่าไหร่เขาคิดเพียงแค่ว่าหมอนนี้คงว่างเลยอยากตั้งบริษัทขึ้นมาเล่นๆละมั้งเพราะว่าเขาก็เคยทำเหมือนกันยังไงล้มละลายขึ้นมาก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนิ?
หลังจากนั้นก้เป็นการจัดปาร์ตี้สุดมันส์ของเหล่าวัยรุ่นก่อนที่ในวันต่อมาพวกเขาจะเดินทางกลับโดยที่ถังหลินไม่ลืมที่จะอัพรูปที่เขาใส่เพียงแค่บล็อกเซอร์และแว่นตาว่ายน้ำลงเว่ยป๋อไปและพิมพ์แคปชั้นว่ามาพักผ่อนกับเพื่อนๆที่ฮาวาย
“ไม่น่าละนักข่าวถึงหาเขาไม่เจอกันสักคนที่แท้ก้หนีไปเที่ยวถึงฮาวายนี้เอง”คอมเม้นท์หนึ่งและอีก99+
“เฮ้ยถังหลินงี้ไปถึงสนามบินไม่เจอนักข่าวเป็นขโยงเลยรึไงวะ”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นมากลังจากเห็นถังหลินอัปรูป
“…เออวะ”ถังหลินตอบกลับไปเขาก็ดันลืมคิดเรื่องนี้ไปสะได้
“เออๆออกทางพิเศษเอาแล้วกัน”ฉงติ่งพูดขึ้นมา…
หลังจากพวกเขาลัดฟ้าจากอเมริกามาถึงจีนก็ใช้เวลาไปไม่น้อยจึงทำให้พอถึงสนามบินพวกเขาก็รีบอกทางพิเศษที่ทางสนามบินเตรียมไว้ให้ทันทีเนื่องจากตอนนี้พวกเขาไม่มีอารมณ์มาให้สัมภาษณ์หรอก
“ยินดีต้อนรับกลับมาครับนายน้อย”กังหยูพูดขึ้นมาหลังจากเห็นถังหลินค่อยๆเดินออกมาจากโรงจอดรถ
“สรุปแล้วเรื่องเป็นยังไง”ถังหลินกล่าวถามขึ้นทันทีหลังจากเห็นหน้าของกังหยู
“คือว่าหยังงี้ครับ….”หลังจากนั้นกังหยุก้เล่ารายละเอียดต่าง ๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่ถังหลินไม่อยู่อย่างละเอียดไม่เว้นแต่เรื่องที่ค่ายทหารเพราะว่าเขาได้รับข้อมูลมาเองจากคนของทางการที่มาส่งถึงคฤหาสน์
“นายหมายความว่าถ้ามีเรื่องกับทางการขึ้นมาให้ฉันโทรไปบอกผู้ว่าของปักกิ่งกับผบ.ทบ.ภาคกลางคนนี้ได้เลยงั้นเหรอ”ถังหลินพูดทวนขึ้นมาอย่างแปลกใจนี้พ่อของเขามีอำนาจขนาดไหนเนี่ยถึงทำให้คนใหญ่คนโตสองคนนี้ฟังคำสั่งได้!!
“ครับนายน้อย”กังหยูพยักหน้าตอบ
“เอาละวันนี้ก็พอแค่นี้แหละวันพรุ่งนี้นายก็ตามฉันไปที่ตระกูลติงด้วยแล้วกัน”ถังหลินนวบขมับเบาๆก่อนที่จะพูดออกมาและแยกตัวออกไปพักผ่อน
วันต่อมาที่ห้อวรับแขกของตระกูลติงที่ตอนนี้สีหน้าของผู้นำตระกูงติงนั้นมีความกดดันอย่างมากเนื่องจากแขกที่มาเยือยทั้งสามคนนั้นเป็นคนที่เขาไม่สามารถล่วงเกินได้โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นที่คฤหาสน์นั้นถึงข่าวจะปิดมิดยังไงมันก็เกิดขึ้นกลางเมืองมีคนเห็นเยอะเกินไปมันปิดไม่มิดหรอกโดยเฉพาะผู้มีอำนาจแบบเขาแต่เขาก็เป็นคนตัวเล็กเมื่ออยู่ข้างหน้าทั้งสามคนนี้
“เอาละผู้นำตระกูลติงหยุนที่พวกเรามาครั้งนี้เนื่องจากพวกเราต้องการที่ดินที่อยู่ในมือคุณที่เป็นที่ทำเลทองนั้นนะ”ถังหลินพูดขึ้นมาอย่างสบายๆพลางหันไปมองลูกสาวของผู้นำตระกูลติงที่เดินเข้ามาเสิร์ฟชาถึงเธอจะไม่สวยเท่าฉินลี่หลินหรือจ้าวซือแต่ก็เรียกได้ว่าสาวงามแต่หน้าแปลกที่เธอกลับไม่พูดเลยแม้แต่น้อยแถมยังมีสีหน้าอมทุกข์
“นั่นลูกสาวคุณงั้นเหรอ”ถังหลินกล่าวถามขึ้นมาหลังจากเธอเดินออกไปแล้ว
“โอ๊ะใช่ครับต้องขอโทษเรื่องไร้มารยาทด้วยที่เธอแสดงออกมาแต่ว่าเมื่อเร็วๆนี้ทางตระกูลสืออย่างนายน้อยหกสือกวางต้องการหมั้นหมายกับเธอแต่ใครๆก็รู้ว่าสือกวางเป็นคนยังไงเขานะเป็นคนเช้าชู้อย่างมากถ้าลุกสาวผมแต่งเข้าไปไม่อยากคิดเลยว่าจะเป็นยังไงเธอก้ไม่พูดกับผมเป็นเวลากว่าอาทิตยืแล้วเหมือนกัน”ติงหยุนพูดขึ้นมาอย่างหมดแรงเพราะเขาไมสามารถทำให้ตระกูลสือขุนเคืองได้จริงๆ
“โอวน่าสนใจไม่เบาเลยว่างั้นไหม”ถังหลินพูดขึ้นมาด้วยตาอันเป็นประกายจนเมิ่งฮ่าวกับฉงติ่งเริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวแล้วว่าไอ้หมอนี่มันคิดอะไรพิเลนๆขึ้นมาอีกได้รึเปล่า
“ถ้าผมสามารถทำให้การหมั้นหมายนี้ถูกยกเลิกไปคุณคิดว่าจะมอบที่ดินที่คุณครอบครองแถบนั้นให้ผมได้หมดเลยรึเปล่า”ถังหลินพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุยจนแม้แต่เมิ่งฮ่าวและฉงติ่งยังอดแปลกใจไม่ได้แต่พวกเขาทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมา
“นี่…”ติงหยุนขมวดคิ้วทันทีพลางขบคิดอย่างหนักก่อนที่เขาจะคิดถึงหน้าภรรยาของตนที่เสียไปและมองดูลูกสาวของตัวเองที่ไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อยและพูดขึ้นมาว่า
“ตกลงผมตกลงแต่คุณต้องยืนยันให้ได้ว่าตระกูลสือจะไม่มาตามรังควานพวกเราตระกูลติงอีก"
“ดีล”ถังหลินพูดออกมาก่อนที่เขาจะหยิบโทรสัพท์ขึ้นมาและโทรไปเบอร์ใหม่ที่เขาพึ่งเม็มไปเมื่อตอนเช้านี้
ที่สำนักงานแห่งหนึ่งที่สูงถึงสามสิบชั้นของปักกิ่งที่ชั้นบนสุดได้มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งมองไปที่โทรสัพท์อย่างแปลกใจเพราะนี้คือเบอร์ส่วนตัวของเขาที่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้มัน
“ฮัลโหลไม่ทราบว่าเป็นใคร…”ชิงหมิงพูดขึ้นมาหลังจากกดรับสาย
“สวัสดีลุงชิงพ่อผมคงบอกอะไรต่างกับคุณไว้หมดแล้ว”ถังหลินพูดขึ้นมา
ชิงหมิงขมวดคิ้วทันทีพ่องั้นเหรอ?คงไม่ใช่ว่า
“นายน้อยถังหลินงั้นเหรอครับ”
“นายน้อย?"ถังหลินพูดขึ้นมาอย่างแปลกใจนี้ดูเหมือนว่าเขาจะประเมิณพ่อของตัวเองต่ำไปหน่อยแล้วนี้ไม่ใช่แค่ออกคำสั่งได้หรอกนี้มันลูกน้องตัวเองชัดๆเลยนิหว่าจนเขขาเริ่มตะหงิดๆในใจแล้วไหนบอกว่าชีวิตที่แล้วของเขาได้ควบคุมแค่บริษัทระดับพันล้านแต่ถ้าพ่อเขามีอำนาจขนาดนี้มันไม่น่าจะสุดแค่นั้นนะ?
“ใช่ครับถ้าไม่มีนายท่านผมก็คงไม่ได้นั่งต่ำแหน่งนี้หรอกไม่ทราบว่าที่นายน้อยโทรมามีเรื่องอะไรให้ผมจัดการงั้นเหรอครับ”ชิงหมิงกล่าวออกมาอย่างสุภาพนี้ถ้าผู้คนข้างนอกมาเห็นท่าทางที่นอบน้อมแบบนี้ของเขาคงคิดว่าเป็นคนละคนหรือไม่ก็ถูกสิงแล้วละ
“เอาละผมมีงานให้คุณเรื่องตระกูลสือกับตระกูลติงนั้นนะ”ถังหลินพูดขึ้นมา
“เรื่องที่ว่านายน้อยหกสือกวางต้องการหมั้นหมายกับลุกสาวตระกูลติงนั่นเหรอครับ”ชิงหมิงพูดออกมาเรื่องนี้เขาก็ได้ยินข่าวมาแว่วๆเหมือนกัน
“ใช่นั้นแหละนายจัดการได้ไหม”ถังหลินตอบกลับ
“ฮ่าๆเรื่องเล็กน้อยครับ”ชิงหมิงรับปากถ้าเป็นสามตระกูลใหญ่คงลำบากหน่อยแต่ถ้าไม่ใช่นั้นไม่ว่าอะไรก็จัดการได้เรื่องเล็กน้อยเท่านั่นแหละ
“ดีผมต้องการผลลัพธ์ภายในสิบนาที”ถังหลินพูดขึ้นมาก่อนที่จะวางสายไป
ชิงหมิงยิ้มออกมาก่อนที่จะพูดกับตัวเองว่า
“ดูเหมือนนายท่านจะพูดถูกจริงๆว่านายน้อยนะเหมือนกับตัวเองมากนี้คงกะจะทดสอบเราสินะว่าเรามีอำนาจมากขนาดไหน”ก่อนที่เขาจะโทรไปหาสือไท่ไป๋ผู้นำตระกูลสือเรื่องต่อจากนั้นก็ง่ายดายแล้วเพราะตระกูลสือยังตั้งอยู่ในปักกิ่งเพราะฉะนั้นพวกเขาเลยไม่อยากมีปัญหากับผู้ว่าหรอก
หลังจากถังหลินวางสายไปประมาณห้านาทีผู้นำตระกูลติงก็ได้รับสายจากสือไท่ไป่พร้อมคำขอโทษก่อนที่เจ้าตัวจะมองมาที่ถังหลินอย่างอึ้งๆถึงตระกูลสือจะไม่ใช่สามตระกูลใหญ่แต่พวกเขาก็ยังเป็นหนึ่งในสิบตระกูลการที่โทรกริ๊งเดียวแล้วกดดันตระกูลสือได้นี้มันสุดยอด!! ดูเหมือนวันนี้เขาจะได้เจอขาใหญ่เข้าแล้วละ
“ตามข้อตกลงงั้นคุณไม่สินายน้อยทั้งสามก็เอาโฉนดที่ดินนี้ไปได้เลย”ติงหยุนพูดขึ้นมาพลางยื่นโฉนดที่ดินไปข้างหน้าทั้งสามคน
“เอาละขอบคุณมาก”ถังหลินยิ้มตอบพลางเก็บโฉนดที่ดินกว่าสิบพืนนี้ไว้มูลค่ามันไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านหยวนแน่นอนแต่ในใจเขากลับคิดอีกแบบว่าดูเหมือนเขาจะชนกับคนอื่น ๆได้ง่ายๆแต่ถ้าเป็นสามตระกูลใหญ่คงจะยุ่งยากเล็กน้อยสินะเขาไม่ได้พูดออกไปสั่วๆหรอกถ้าชิงหยุนไม่ไหวแต่เขาก็มีแผนรับรองไว้แล้ว!
“แล้วก็เธอที่แอบฟังอยู่ข้างนอกนะเข้ามาเถอะ”ถังหลินพูดขึ้นมาก่อนที่ติงหรูค่อยเดินออกมาโดยที่เธอพยามกลั้นน้ำตาเอาไว้และก้มหัวขอบคุณถังหลินทันที
“ขอบคุณขอยคุณคุณมากจริงๆ”ติงหรูพูดขึ้นมาทั้งน้ำตาเพราะหลังจากรู้เรื่องหมั้นหมายนั้นเธอทนทุกทรมาณมาตลอด
“นี้ลูก..”ติงหยุนจะพยายามพูดอะไรบางอย่างแต่เขาก็เงียบลงไปพลางถอนหายใจออกมาแทน
“เอาละไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกยังไงฉันก็ทำไปเพราะมีจุดประสงค์”ถังหลินพูดขึ้นมาก่อนที่เขาจะลุกขึ้นและพูดขึ้นมาอีกว่า
“ในเมื่อจุดประสงค์ของพวกเราบรรลุแล้วงั้นก็ขอลาตรงนี้เลยละกัน”ก่อนที่พวกเขาจะเดินออกไปแต่ระหว่างที่เดินผ่านติงหรูถังหลินก็พูดปลอกออกมาอีกสองสามประโยคก่อนเดินออกจากห้องไป..
“เออไหนๆก็ไหนๆแล้วแกสองคนไม่มีคู่หมั้นหมายเหมือนเขากันบ้างเหรอวะไปเจอใครๆก็บอกมีคู่กันหมด!”ถังหลินกล่าวถามอขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุยจนแม้แต่เมิ่งฮ่าวและฉงติ่งยังเดินสะดุดเกือบหัวทิ่มพื้นหมดหมาดเลยทันที!