เจ็ดวัน
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มของไคล์ ผมกับเนเรียไม่ได้หยุดอยู่ที่เดิมนานนัก
ไคล์
คริส
คลิ้น
ทั้งสามคนตายไปแล้ว
เหตุการณ์นั้นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ
อย่างน้อยก็ไม่มากพอที่จะทำให้การเดินทางของผมหยุดลง
พวกเขาเลือกเส้นทางของตัวเอง
และผมเองก็เช่นกัน
หลังจากออกจากพื้นที่ที่คิเมร่าอยู่ พวกเราได้เข้าร่วมกับกลุ่มสำรวจอื่นที่กำลังมุ่งหน้าไปยังใจกลางดันเจี้ยน
ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา เส้นทางเริ่มอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ
วันแรกหลังจากเหตุการณ์นั้น พวกเรายังคงเดินผ่านเขตเมืองชั้นนอก
โกเล็มที่พบมีจำนวนมากขึ้น แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับคณะสำรวจที่มีคนจำนวนมาก
วันที่สอง
กับดักเริ่มหนาแน่นขึ้น
บางแห่งมีวงเวทซ้อนกันหลายชั้น
หากไม่ตรวจสอบให้ดี ต่อให้เป็นนักผจญภัยระดับสูงก็อาจถูกเล่นงานได้
ผมจึงคอยตรวจสอบเส้นทางเป็นระยะ
"ตรงนั้นมีวงเวทครับ"
ผมพูด
คนที่อยู่ด้านหน้าหยุดทันที
นักเวทหลายคนเข้าไปตรวจสอบ
ไม่นานพวกเขาก็พบว่ามีวงเวทจริง
จากนั้นเส้นทางจึงถูกเปลี่ยน
วันที่สาม
พวกเราเริ่มพบโกเล็มที่มีความแข็งแกร่งสูงกว่าเดิม
บางตัวมีเกราะหนา
บางตัวสามารถใช้เวทมนตร์ได้
บางตัวสามารถซ่อมแซมร่างกายของตัวเองด้วยมานา
แต่จำนวนคนของคณะสำรวจทำให้การต่อสู้ไม่ยากจนเกินไป
สิ่งที่น่ากังวลกว่ากลับเป็นความเงียบ
ยิ่งเดินลึกเข้าไป...
สัตว์อสูรยิ่งน้อยลง
วันที่สี่
อาคารโบราณเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น
บางแห่งมีรูปปั้นขนาดมหึมาตั้งอยู่
บางแห่งมีอักษรโบราณที่ไม่มีใครอ่านออก
นักเวทหลายคนพยายามตรวจสอบ
แต่ไม่มีใครสามารถระบุได้ว่าอารยธรรมนี้เคยเป็นของใคร
วันที่ห้า
พวกเราเริ่มเห็นร่องรอยของคณะสำรวจรุ่นก่อน
อุปกรณ์ที่ถูกทิ้งไว้
อาวุธที่ขึ้นสนิม
ร่องรอยการต่อสู้
และบางครั้ง...
ก็พบโครงกระดูก
ไม่มีใครพูดถึงมัน
ทุกคนเพียงเดินผ่านไป
วันที่หก
เส้นทางเริ่มเปิดกว้างขึ้น
กำแพงรอบด้านค่อย ๆ หายไป
ถนนสายใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
และเมื่อเดินตามถนนนั้นไป...
มานาที่อยู่ในอากาศก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ผมรู้ทันทีว่าเราใกล้ถึงใจกลางแล้ว
วันที่เจ็ด
ในที่สุด...
พวกเราก็มาถึงใจกลางดันเจี้ยน
สิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาคือค่ายขนาดใหญ่
ค่ายของคณะสำรวจหลัก
เต็นท์จำนวนมากถูกตั้งเรียงกัน
อัศวิน นักผจญภัย และนักเวทกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่
ผมเดินเข้าไปพร้อมกับเนเรีย
แล้วมองไปรอบ ๆ
มีคนจำนวนมากกว่าที่ผมคิดเอาไว้
และในกลุ่มคนเหล่านั้น...
ผมเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง
เอเลน่า ดูแซลเบลด์
ลูกสาวของแกรนด์ดยุคดูแซลเบลด์
ผู้ถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์
เธอกำลังพูดคุยกับกลุ่มอัศวิน
ผมไม่ได้เข้าไปทัก
เธอเองก็ไม่ได้สนใจผม
ดังนั้นเราจึงเดินผ่านกันไปเหมือนคนแปลกหน้า
ผมเดินไปยังจุดรายงานตัว
เจ้าหน้าที่มองเอกสารในมือ
"ชื่อ?"
"เรนครับ"
เขาเงยหน้าขึ้นมองผมเล็กน้อย
ก่อนจะมองไปทางเนเรีย
"แล้วเด็กสาวคนนั้น?"
"เนเรียครับ"
"เข้าใจแล้ว"
เจ้าหน้าที่เขียนข้อมูลลงในเอกสาร
"พวกคุณมาจากกลุ่มไหน?"
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง
"กลุ่มเดิมเสียชีวิตระหว่างทางครับ"
เจ้าหน้าที่หยุดเขียน
"ทั้งหมด?"
"ครับ"
เขาไม่ได้ถามต่อ
เพียงพยักหน้าแล้วส่งเอกสารคืน
"เข้าไปพักได้"
"ครับ"
ผมรับเอกสาร
จากนั้นเดินเข้าไปในค่าย
เนเรียเดินตามมา
เธอมองไปรอบ ๆ
"คนเยอะ"
"ครับ"
"เยอะกว่าตอนแรก"
"ครับ"
ผมมองไปยังพื้นที่ด้านหน้า
"เพราะนี่คือใจกลางของดันเจี้ยน"
และผมคิดว่า...
สิ่งที่อยู่ข้างในคงไม่ธรรมดา
หนึ่งวันต่อมา
เสียงระฆังดังขึ้นทั่วค่าย
ทุกคนถูกเรียกให้มารวมตัวกัน
ผมกับเนเรียเดินไปยังลานกลาง
หัวหน้าคณะสำรวจยืนอยู่ด้านหน้า
สีหน้าของเขาเคร่งเครียด
"ทุกคนฟังให้ดี"
เสียงพูดคุยค่อย ๆ เงียบลง
"เมื่อเช้านี้ เราส่งหน่วยสอดแนมเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ด้านใน"
เขาหยุด
"แต่ไม่มีใครกลับมา"
บรรยากาศเงียบลงทันที
"เราส่งไปอีกสองกลุ่ม"
"ผลลัพธ์เหมือนกันทั้งหมด"
"ไม่มีผู้รอดชีวิต"
เสียงกระซิบดังขึ้นทั่วลาน
หัวหน้าคณะสำรวจมองไปยังประตูหินขนาดมหึมาที่อยู่ด้านหน้า
"ดังนั้นเราจะไม่ส่งหน่วยสอดแนมเข้าไปอีก"
เขาชักดาบออกมา
"ทุกหน่วยเตรียมพร้อม"
"เราจะเปิดประตูและโจมตีพร้อมกัน"
เสียงอาวุธถูกชักออกจากฝักดังขึ้นทั่วบริเวณ
นักเวทเริ่มร่ายเวท
อัศวินตั้งแนว
นักผจญภัยเตรียมอาวุธ
ผมหันไปมองเนเรีย
"อยู่ใกล้ผมไว้นะครับ"
"อืม"
ประตูเริ่มเปิด
ครืนนนน—
เสียงหินขนาดใหญ่เสียดสีกันดังก้องไปทั่ว
ความมืดด้านในค่อย ๆ ปรากฏ
ไม่มีเสียง
ไม่มีการเคลื่อนไหว
แต่ทันทีที่แนวหน้าก้าวเข้าไป...
เสียงหัวเราะก็ดังขึ้น
"ฮ่า..."
"ฮ่า...ฮ่า..."
ผมหยุดเดิน
มานาจำนวนมหาศาลกำลังไหลเวียนอยู่ด้านใน
แล้วเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
มันนั่งอยู่บนบัลลังก์หิน
ร่างกายผอมแห้ง
เสื้อคลุมเก่าแก่ปกคลุมร่าง
เบ้าตาทั้งสองข้างว่างเปล่า
มีเพียงเปลวไฟสีแดงที่ลุกอยู่ภายใน
ผมมองมัน
ลิช
มันค่อย ๆ ลุกขึ้น
"ในที่สุด..."
เสียงแหบแห้งดังขึ้น
"พวกเจ้าก็มาถึง"
หัวหน้าคณะสำรวจตะโกน
"โจมตี!"
เวทมนตร์จำนวนมากถูกปล่อยออกไปพร้อมกัน
ตูม!
ตูม!
ตูม!
แสงสว่างปกคลุมทั้งห้อง
แต่เมื่อควันจางลง...
ลิชยังคงยืนอยู่
มันยกมือขึ้น
วงเวทสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้น
"จงตื่นขึ้น"
พื้นเริ่มสั่น
กึก...
กึก...
กึก...
มือที่เป็นกระดูกแทงทะลุพื้นขึ้นมา
จากนั้นร่างอันเดดจำนวนมากก็ลุกขึ้น
โครงกระดูก
อัศวินโครงกระดูก
ซอมบี้
และอันเดดรูปร่างประหลาดอีกจำนวนมาก
"บุก!"
กองทัพคณะสำรวจพุ่งเข้าไป
การต่อสู้เริ่มขึ้นทันที
เคร้ง!
เคร้ง!
เคร้ง!
เสียงอาวุธปะทะกับกระดูกดังต่อเนื่อง
นักเวทปล่อยเวทจากด้านหลัง
อัศวินรักษาแนวหน้า
นักผจญภัยพยายามฝ่าเข้าไปยังตำแหน่งของลิช
ผมยกมือขึ้น
ฟุบ!
กระสุนเวทพุ่งออกไป
อันเดดหลายตัวล้มลง
ผมร่ายอีกครั้ง
ฟุบ!
อีกกลุ่มถูกทำลาย
แต่ทันทีที่อันเดดกลุ่มหนึ่งหายไป...
อีกกลุ่มก็ถูกอัญเชิญขึ้นมาแทน
จำนวนของมันไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
และในตอนนั้นเอง...
แสงสีขาวก็พุ่งผ่านสนามรบ
ฉับ!
อันเดดหลายสิบตัวถูกฟันกระเด็นออกไป
ผมหันไปมอง
เอเลน่า
เธอกำดาบศักดิ์สิทธิ์ไว้ในมือ
แสงสีขาวปกคลุมคมดาบ
เธอก้าวไปข้างหน้า
ฟันครั้งเดียว
ฉับ!
อันเดดหลายสิบตัวที่อยู่ตรงหน้าถูกกำจัดลงพร้อมกัน
เธอไม่หยุด
ก้าวต่อไป
ฟันอีกครั้ง
ฉับ!
แนวอันเดดถูกเปิดออก
ผู้คนรอบข้างต่างมองเธอด้วยความตกตะลึง
แม้แต่ผมเองยังต้องยอมรับ
ฝีมือของเธออยู่ในระดับที่แตกต่างจากคนทั่วไปอย่างชัดเจน
เอเลน่าพุ่งตรงไปยังลิช
ดาบศักดิ์สิทธิ์ถูกยกขึ้น
เธอฟันลง
ลิชยกมือขึ้น
กำแพงกระดูกปรากฏขึ้น
ฉับ!
กำแพงถูกผ่าออกทันที
ลิชถอยหลัง
"ดาบศักดิ์สิทธิ์..."
เสียงของมันเปลี่ยนไป
"ผู้ถือครองในยุคนี้สินะ"
เอเลน่าไม่ตอบ
เธอพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
แต่ลิชกลับหัวเราะ
"น่าสนใจ"
วงเวทขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นด้านหลังมัน
"ถ้าเช่นนั้น..."
"ข้าจะสร้างคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมกับเจ้า"
พื้นด้านหลังลิชเริ่มสั่น
กระดูกจำนวนมากถูกดึงขึ้นจากพื้น
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น
กึก...
กึก...
กึก...
กระดูกจำนวนมหาศาลเริ่มประกอบเข้าด้วยกัน
แขน
ขา ลำตัว เกราะ ดาบ
ในที่สุด...
ร่างหนึ่งก็ยืนขึ้น
สูงใหญ่กว่ามนุษย์หลายเท่า
เกราะสีดำปกคลุมทั่วร่าง
ดวงตาสีแดงส่องประกาย
ลิชมองมัน
"เดดไนท์"
"จงหยุดนาง"
เดดไนท์ก้าวออกไป
ตูม!
พื้นแตกร้าวใต้เท้า
เอเลน่าพุ่งเข้าหามันทันที
เคร้ง!
ดาบศักดิ์สิทธิ์ปะทะดาบสีดำ
แรงกระแทกทำให้ทั้งสองถอยออกจากกัน
จากนั้น...
ทั้งคู่ก็พุ่งเข้าหากันอีกครั้ง
เคร้ง!
เคร้ง!
เคร้ง!
ความเร็วของการต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เอเลน่าสามารถกำจัดอันเดดจำนวนมากได้ในเวลาไม่นาน
แต่เดดไนท์กลับสามารถรับมือเธอได้โดยตรง
ไม่มีใครสามารถเข้าไปช่วยได้
เพราะเพียงเข้าใกล้ก็อาจถูกแรงปะทะของทั้งสองฝ่ายเล่นงาน
แต่ลิชยังไม่หยุด
มันหันกลับไปมองกองศพที่กระจายอยู่ทั่วสนามรบ
จากนั้นยกมือขึ้นอีกครั้ง
วงเวทขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น
"ยังมีอีก"
ผมขมวดคิ้ว
กระดูกจำนวนมากเริ่มลอยขึ้นจากพื้น
โครงกระดูกที่ถูกทำลาย
ซากสัตว์อสูร
ซากอันเดด
แม้แต่ซากของสัตว์ที่ตายอยู่ในดันเจี้ยนก็ถูกดึงเข้าหากัน
ทุกอย่างเริ่มรวมตัว
กึก...
กึก...
กึก...
โครงกระดูกจำนวนมหาศาลประกอบเข้าด้วยกัน
ลำตัวขนาดใหญ่
ขาทั้งสี่ หางยาว ปีกสองข้าง
และหัวของสัตว์ร้ายขนาดมหึมา
มันไม่ใช่โครงกระดูกของมังกรเพียงตัวเดียว
แต่เป็นการรวมตัวของซากศพจำนวนมหาศาล
ในที่สุด...
มังกรกระดูกก็ลืมตาขึ้น
เปลวไฟสีแดงลุกขึ้นภายในเบ้าตา
มันกางปีก
กรรรรรรร—
เสียงคำรามสะเทือนไปทั่วห้อง
แรงกดดันมหาศาลกระจายออกมา
ผู้คนจำนวนมากหยุดต่อสู้
บางคนถึงกับถอยหลัง
ผมมองมังกรกระดูก
จากนั้นมองลิช
มันยังคงยืนอยู่บนบัลลังก์
ไม่มีท่าทีว่าจะลงมือด้วยตัวเอง
มันกำลังควบคุมทุกอย่าง
เดดไนท์กำลังรับมือเอเลน่า
กองทัพอันเดดกำลังบดขยี้คณะสำรวจ
และตอนนี้...
มังกรกระดูกกำลังจะเข้าร่วมสนามรบ
ผมถอนหายใจเบา ๆ
เจ็ดวันที่ผ่านมา...
ผมคิดว่าพวกเรากำลังเดินทางมายังใจกลางดันเจี้ยน
แต่ดูเหมือนว่า...
สิ่งที่พวกเรากำลังทำมาตลอดเจ็ดวัน
คือการเดินเข้าไปในกับดักของลิช
ผมยกมือขึ้น
เงาของผมเริ่มขยายตัวบนพื้น
มานาสีดำค่อย ๆ ไหลออกจากร่าง
อัมบราเริ่มเคลื่อนไหว
เนเรียหันมามองผม
"เรน"
"ครับ"
"จะทำอะไร?"
ผมมองสนามรบตรงหน้า
ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
"ถึงเวลาที่ผมต้องลงมือแล้วครับ"
เงาดำใต้เท้าของผมเริ่มบิดเบี้ยว
พื้นที่ตรงหน้าค่อย ๆ เปิดออก
สวนแห่งเงา...
กำลังจะเปิดอีกครั้ง